เมื่อทุกคนเห็นชายขี้เมาร่างสูงกำยำถูกเพื่อนลากออกไปจากร้านอาหารทำให้ทุกคนที่ยังอยู่ในร้านอาหารรู้สึกหวาดกลัวและโกรธแค้น
ก่อนจะมีคนหนึ่งที่นั่งทานอาหารอยู่ลุกขึ้นและพูดว่า
“ชายคนนั้นปลุกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อให้พวกเราโกรธแน่นอน พวกนักรบมันเชื่อถือไม่ได้”
ปัง
ชายคนที่พูดขึ้นได้ทุบโต๊ะอย่างรุนแรง แต่ไม่มีใครหาว่าการกระทำของเขานั้นหยาบคายเมื่อมีผู้นำคนที่สองและสามได้ลุกขึ้น
“ใช่ ลอร์ดแห่งความตายถูกบุรุษชุดแดงอันยิ่งใหญ่กำจัดไปเรียบร้อยแล้ว”
“ถ้าลอร์ดแห่งความตายฟื้นคืนชีพมาจริง ๆ ทำไมพวกเราถึงยังไม่ได้เห็นพลังแห่งความตายของลอร์ดแห่งความตาย สงครามมันเริ่มตั้ง 5 ปีที่แล้ว”
แจ๊คมองไปยังชาย 3 คนที่พยายามพูดโน้มน้าวจริงใจของผู้คนภายในร้านอาหารแห่งนี้และมันได้ผลสายตาของผู้คนได้กลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อชายคนแรกเห็นสายตาของคนในแรกกลับมาเป็นปกติจึงหัวเราะขึ้นและพูดอีกครั้งหนึ่ง
“ชายและกลุ่มเพื่อนของพวกเขานั้นว่าร้ายอาณาจักรซาราโนและทำร้ายขวัญกำลังใจของผู้คนภายในอาณาจักรซาราโนให้อยู่ในความวุ่นวาย”
ผู้คนภายในร้านอาหารมองหน้ากัน แต่มีบางคนที่ยังสงสัยและไม่เชื่อว่าชายและกลุ่มเพื่อนจะโกหกพวกตน
“แต่ชายร่างสูงกำยำกำลังเมาไม่ได้สติทำไมถึงพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องขึ้นมาแบบนี้”
เสียงนี้ดังมาจากกลุ่มผู้หญิงที่กำลังทานอาหารอยู่ ผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมชุดนักเวทและถือไม้คทาได้พูดขึ้นมาด้วยความสงสัยกลุ่มนักเวทบางคนมองชายคนนั้นอย่างเยาะเย้ย
การจะเป็นนักเวทได้ต้องมีสติปัญญาที่แหลมคมการพูดเรื่องใส่ร้ายคนอื่น พวกนักเวทภายในร้านอาหารมองออกจึงมองชายคนนั้นด้วยสายตาที่เยาะเย้ย
ชายคนที่พูดก็เป็นนักเวทเหมือนกันจึงมองเห็นสายตาที่กลุ่มนักเวทมองมาทางตนจึงมีสีหน้าที่อับอายพร้อมกับชี้ไปทางผู้หญิงที่พูดว่า
“เธอจะไปรู้ได้ยังไงว่ากลุ่มนักรบพวกนั้นกำลังจะเมาอยู่จริง ๆ อาจจะเป็นการแสดงที่เธอไม่รู้ก็เป็นได้”
เรื่องที่พูดมาทำให้ชายคนนั้นอับอายเข้าไปใหญ่เพราะนักเวทสามารถดูการแสดงออกของชายร่างสูงกำยำได้ว่ากำลังเมาจริง ๆ และเรื่องที่พูดมานั้นเป็นความจริงหรือเปล่าพวกเขาไม่รู้
แต่การที่มาพูดว่ากลุ่มนักรบพวกนั้นแสดงออกมาเพื่อให้ตนเองดูยิ่งใหญ่มันเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจมาก ๆ
มันสามารถหลอกตาชาวบ้านธรรมดาที่ไม่สามารถฝึกฝนตนเองได้ แต่กลุ่มนักเวทนั้นต้องมีความรู้และเงินทุนจำนวนมากถึงจะสามารถกลายเป็นนักเวทได้
กลุ่มนักเวทตั้งแต่ที่ได้รับเลือกว่ามีพรสวรรค์ทางอาณาจักรซาราโนได้เปิดห้องสมุดให้กับกลุ่มคนที่มีพรสวรรค์เป็นนักเวทให้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของเวทมนตร์ อาณาจักร
และตำนานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในดวงดาวเคอเซอร์แห่งนี้เพราะจะได้มีความรู้อ้างอิงในศาสตราเวทมนตร์ของตนเอง
กลุ่มนักเวทไม่เหมือนกับนักรบที่แค่มีร่างกาย พรสวรรค์ก็สามารถขึ้นมาเป็นใหญ่ได้ นักเวทต้องมีความรู้ การวิเคราะห์ ไหวพริบในการแก้ปัญหา การสร้างสรรค์และอื่น ๆ มากมาย
ตั้งแต่ได้รับเลือกว่าสามารถเป็นนักเวทได้โลกของผู้คนเหล่านั้นได้เปิดใหญ่เยอะมาก ลอร์ดแห่งความตายเป็นชื่อที่น่ากลัวสำหรับนักเวท
ยุคสมัยนั้นมีหนังสือบันทึกว่าลอร์ดแห่งความตายได้ดูดกลืนพลังเวทมนตร์ของนักเวทคนอื่นเพื่อเพิ่มพลังเวทมนตร์ภายในตัวเอง ทำให้นักเวทในยุคนั้นเกือบทั้งหมดถูกจับมาเป็นเครื่องดูดซับพลังเวทมนตร์
เรื่องนี้มีแค่นักเวทที่รอดตายเท่านั้นถึงจะรู้เรื่องนี้ คนอื่นอาจจะคิดว่าเป็นการสังเวยเพื่อเรียกอะไรออกมาแต่ความจริงนั้นไม่ใช้
แม้แต่ศาสนาแห่งแสงก็ยังไม่รับรู้ถึงเรื่องนี้ นักเวททุกคนที่ได้อ่านหนังสือภายในอาณาจักรซาราโนตั้งทำสัญญากับอาณาจักรซาราโนว่าจะไม่เผยแพร่เรื่องที่อ่านภายในหนังสือในอาณาจักรซาราโน
เพราะสัญญานี้เป็นสัญญาเลือด ถ้าทำผิดลูกหลานของตนจะรับบทลงโทษคือการพิการ แขน ขา สมอง การมองเห็นการได้ยิน การกินและการใช้พลังวิญญาณ เท่ากับว่าลูกหลานคนทำความผิดหลังเกิดออกมาเป็นได้แค่เนื้อก้อนหนึ่งเท่านั้น
ส่วนผู้คนทำผิดสัญญาจะต้องชดใช้ด้วยการทรมานก่อนใช้ร่างกายและวิญญาณเป็นพลังเวทมนตร์ให้กับอาณาจักรซาราโน เท่ากับการกลั่นมนุษย์นั้นเอง
ทำให้ผู้คนที่ทรยศหรือเป็นนักโทษของอาณาจักรซาราโนไม่ได้เผยแพร่ความรู้ของอาณาจักรซาราโนแม้แต่นิดเดียว
กลุ่มผู้หญิงที่กำลังนั่งกินอาหารมองชายคนนั้นด้วยสายตาที่เหยียดหยามพร้อมพูดขึ้น
“นายเป็นนักเวทแต่ไม่สามารถดูคนว่าเมาหรือไม่”
สีหน้าของชายคนนั้นแดงก่ำไปด้วยความอับอาย ผู้คนชาวบ้านเห็นการทะเลาะกันระหว่างนักเวทพวกตนจึงถอยห่างออกไป ตัวของชายคนนั้นชี้ไปด้วยความโกรธเกรี้ยวก่อนจะตะโกนออกมาว่า
“เธอเป็นนักเวทและเข้าข้างไปพวกนักรบป่าเถื่อนพวกนั้นมากกว่านักเวทด้วยกัน เธอกำลังคิดว่าอาณาจักรซาราโนผู้ยิ่งใหญ่อ่อนกว่าอาณาจักรพวกนักรบพวกนั้นหรือไง เธอกำลังจะทรยศอาณาจักรซาราโนหรือไง”
นักเวทหญิงกำลังจะเถียงออกมา แต่เพื่อนที่นั่งข้างได้ดึงมือของเธอก่อนทำให้นักเวทหญิงหันกลับมามองก่อนเห็นสีหน้าของเพื่อนเธอไม่ดีนัก
นักเวทหญิงรู้สึกโกรธแต่ไม่สามารถพูดอะไรต่อไปได้เพราะเธอไม่ต้องการถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทรยศอาณาจักรเพียงแค่กลุ่มนักรบที่ไม่รู้จัก
และไม่ใช้แค่นักเวทหญิงเท่านั้นนักเวทคนอื่นก็เหมือนกัน กลุ่มนักเวทหญิงได้จ่ายเงินและเดินออกร้านอาหารไปพร้อมกับความโกรธเกรี้ยว
ก่อนจะเดินออกไปจากร้านนักเวทหญิงได้หันมาสบตากับนักเวทชายคนนั้นภายในสายตาของคนทั้งคู่มีแต่ความโกรธแค้น แต่ภายในสายตาของนักเวทชายมีความเยาะเย้ยอยู่ด้วย
แจ๊คได้เห็นอะไรสนุก ๆ มากภายในร้านอาหารวันนี้จึงหัวเราะอยู่ในใจก่อนจะยกมือเรียกพนักงานให้มาเก็บเงิน
พนักงานเห็นแจ๊คยกมือจึงเดินเข้ามาหาแจ๊คพร้อมกับดูอาหารในโต๊ะอาหาร เห็นว่าอาหารส่วนมากถูกกินไปแค่นิดเดียวก็แปลกใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เพราะยังไงแจ๊คก็ต้องจ่ายเงินอยู่ดี
“ปลาทูทอด 1 ตัว สลัดเขียว 1 จาน น้ำโซดาแดง 1 แก้วรวมทั้งหมด 30 เหรียญทองแดงครับ”
แจ๊คทำมือลงไปหยิบเหรียญทองแดงจากกระเป๋ากางเกงแต่จริง ๆ หยิบจากชุดแห่งความว่างเปล่าระหว่างที่แจ๊คกำลังจะหยิบเขาได้ยินเสียงเฟรยาพูดขึ้น
“นายท่านฉันมีเรื่องอะไรจะบอก”
แจ๊ครู้สึกแปลกใจกับเสียงที่มากะทันหันของเฟรยาและคิดว่ามีอะไรที่เธอไม่ได้บอก
“ว่ามา”
“เหรียญทองแดง เหรียญเงินและเหรียญทองทั้งหมดของนายท่านฉันได้ดูดซับไปหมดแล้ว เหรียญต่าง ๆ ทำมาจากแร่ที่ดูดซับพลังธรรมชาติมาหลายสิบปีก่อนจะลดพลังในตัวและผลิตออกมาเป็นเหรียญต่าง ๆ”
แจ๊คหยุดมือของตนเองทันทีที่กำลังจะหยิบเงินจากมิติชุดแห่งความว่างเปล่าก่อนจะมีสีหน้าเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
“สรุปคือตอนนี้ฉันไม่มีเหรียญสักเหรียญเดียว”
“ใช.....ใช่ค่ะนายท่าน”
น้ำเสียงของเฟรยาดูหวาดกลัวและเธอได้หลับ แจ๊คและหู่เสวียเห็นท่าทางของเฟรยาจึงมีท่าทางที่แตกต่างกัน แจ๊คนิ่งเฉยส่วนหู่เสวียมองเฟรยาด้วยสายตาเยือกเย็น
สักพักหนึ่งเฟรยาได้ลืมตาขึ้นพร้อมกับพูดว่า
“นาย....นายท่านไม่ว่าฉันหรือ”
“ฉันจะไปว่าเธอได้ยังไง เงินทองสามารถหาได้ตลอดเวลาแต่มิตรภาพและความรักนั้นหาได้ยากมาก”
เมื่อได้ยินเสียงของแจ๊ค ทั้งหู่เสวียและเฟรยาหน้าแดงหู่เสวียแค่นเสียงก่อนจะหลับตาลง เฟรยานำมือมาปิดหน้าตาพร้อมกับส่ายหน้าไปมาด้วยความเขินอาย
พนักงานเห็นแจ๊คหยิบเงินนาน ๆ จากสีหน้าที่ยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นสีหน้าพร้อมกับมองแจ๊คด้วยความดูถูกก่อนจะเรียกพนักงานอีกคนให้ไปเรียกเจ้าของร้านมา
พนักงานอีกคนมองมาทางแจ๊คก่อนจะพยักหน้าเดินเข้าไปด้านในร้านอาหาร
สักพักหนึ่งได้มีชายร่างอ้วนคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านในพร้อมกับพนักงานคนที่ไปเรียก ทั้งพนักงานและชายร้านอ้วนได้เดินมาทางแจ๊คทันที
แจ๊คสัมผัสได้ทุกการกระทำแต่เขาไม่ได้สนใจมากเพราะมดจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับเขา
ชายร่างอ้วนและพนักงานอีกคนได้เดินมาหยุดตรงหน้าแจ๊ค ชายร่างอ้วนได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ใจดี
“ท่านมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
ชายร่างอ้วนคือเจ้าของร้านอาหารเมื่อได้ยินดังนั้นแจ๊คจึงยกหน้าขึ้นมาดวงตาสีม่วงของแจ๊คได้สบกับพนักงานทั้ง 2และเจ้าของร้านอาหารทำให้ทั้ง 3 คนสะดุดขึ้น
แจ๊คพูดขึ้นมา
“ฉันไม่มีเงิน”
เจ้าของร้านได้สติขึ้นมาจากคำพูดของแจ๊คทำให้เขาโมโหมาก ๆ และชี้หน้าไปทางแจ๊คพร้อมกับพูดขึ้นมา
“อะไรนะ แกไม่มีเงินแต่มาทานอาหารในร้านของฉัน ใครเอาแกเข้ามาไอขอทาน------!!!!!”
เสียงของเจ้าของร้านดังมาก ๆ จนทำให้ผู้คนในหันมามองแจ๊คด้วยสายตาที่น่ารังเกียจและหัวเราะขึ้นมาเพราะมันมีคนโง่เข้ามากินอาหารแต่ไม่มีเงินจ่าย
นักเวทชายที่ทะเลาะกับนักเวทหญิงเมื่อสักครู่นี้กำลังอารมณ์เสียได้ยินเสียงของเจ้าของร้านจึงหันไปทางแจ๊คก่อนจะตะโกนขึ้นมาเพราะเขาต้องการจะระบายความโกรธของตนเอง
“ไอขอทานแกไม่มีเงินแต่ต้องการจะกินอาหารหรู ๆ หรือสำหรับคนอย่างแกมีแต่เศษอาหารตามทางเท่านั้นที่สามารถกินได้ อาหารสำหรับคนแกไม่มีสิทธิ์ที่จะได้กินหรอก แกสวมหน้ากากเพราะไม่ต้องการให้คนเห็นหน้าอันเหม็น ๆ และอัปลักษณ์ของแกใช่ไหม ฮ่า ๆ”
สิ้นสุดเสียงของนักเวทชายได้มีเสียงหัวเราะขึ้นจากผู้คนภายในร้าน เจ้าของร้านพอใจมากและมองแจ๊คก่อนจะพูดขึ้น
“ไอขยะแกได้ยินไหมแกไม่มีสิทธิ์จะได้กินอาหารสำหรับคน เจ้าไปเรียกพวกนักเลงนั้นมา”
เจ้าของร้านได้หันไปหาพนักงานด้านหลังก่อนจะให้ไปเรียกนักเลงมา พนักงานมองแจ๊คด้วยสายตาเหยียดหยามก่อนจะเดินไปอย่างรวดเร็ว
หลังเห็นพนักงานเดินไปเจ้าของร้านพยักหน้าก่อนจะหันมามองแจ๊คเพื่อไม่ให้หนีไปไหน
“เดียวฉันจะให้พวกนักเลงกระทืบแกให้กระดูกหักทั้งหมดและดึงฟันของแกออกมาทั้งหมดนี้เป็นการลงโทษที่กินอาหารของชนขั้นสูงสำหรับพวกฉัน ฮ่า ๆ”
แจ๊คตัวสั่นเป็นอย่างมาก เจ้าของร้านและคนภายในร้านเห็นแจ๊คสั่นจึงหัวเราะชอบใจเพราะคิดว่าแจ๊คหวาดกลัว สักพักหนึ่งนักเลง 5 คนมากพร้อมกับพนักงานทางประตู พวกนักเลงเห็นสายตาของเจ้าของร้านก่อนจะหัวเราะชอบใจ
“ฮ่า ๆ ตอนแรกว่าจะเดินไปเฉย ๆ แต่ตอนนี้ฉันคิดออกแล้วว่าจะจ่ายอะไรกับพวกแกดี ฉันจะจ่ายความตายให้กับเจ้าทุกคน”
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................