บทที่ยี่สิบเก้า
เช้าตรู่ของวันมงคล
“อื้อ” นิรณาขยับตัวคว้ามือสะเปะสะปะ ไปจับเครื่องมือสื่อสารเครื่องหรูของตัวเอง ที่กำลังส่งเสียงเตือนดังหนวกหู นิ้วเรียวกดสไลด์หน้าจอเพื่อกดปิดเสียงรบกวน
“ง่วงจัง” ร่างเล็กเอ่ยบ่นออกมากับตัวเอง เพราะได้นอนพักผ่อนไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็จำเป็นต้องลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตีสาม
นิรณาขืนตัวออกจากอ้อมแขนของคนพี่ด้วยความระมัดระวัง มือเล็กพยายามแกะมือตุ๊กแกที่กอดรัดเอวของตัวเองอยู่ หากแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะทำได้ แถมยังปลุกให้สิงหราชตื่นขึ้นมาอีกด้วย
“จะไปไหน” สิงหราชที่รู้สึกตัวขึ้นมาเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงงัวเงีย หากแต่ดวงตาคมยังคงปิดพริ้ม
“เอิงจะไปแต่งหน้าแล้วค่ะ พี่สิงห์นอนพักอีกสักนิดก็ได้นะคะ” นิรณาเอ่ยตอบกลับไป ก่อนจะโน้มตัวลงไปกดจูบที่หน้าผากของอีกฝ่ายอย่างที่ชอบทำ และรอเวลาให้คนพี่ได้หลับไปอีกครั้ง ถึงได้เป็นฝ่ายลุกขึ้นจากเตียงนอน
นิรณาบิดขี้เกียจอีกหลายครั้ง ก่อนจะได้สาวเท้าเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อย และรีบเร่งเดินออกจากห้องนอนมาไปยังห้องแต่งตัว ที่จัดเตรียมสถานที่เอาไว้เพื่องานแต่งงานในครั้งนี้โดยเฉพาะ
ในวันนี้เป็นวันที่สิบเก้าเดือนเก้า ซึ่งก็คือวันแต่งงานของสิงหราชและนิรณา งานมงคลสมรสที่ถูกจัดขึ้นอย่างกะทันหัน หากแต่ถูกอย่างก็ถูกเสกสรรด้วยเงินตราก้อนใหญ่ จนสามารถรังสรรค์ทุกอย่างขึ้นมาได้แค่เพียงในกี่วัน ตามความต้องการของเจ้าภาพอย่างเพลินจิต
“เชิญนั่งค่ะ” ช่างแต่งหน้าที่มาเตรียมตัวรออยู่แล้ว เอ่ยพูดขึ้นกับเจ้าสาวในวันนี้เสียงหวาน
“ไม่ต้องแต่งเข้มมากนะคะ เจ้าบ่าวไม่ค่อยชอบ” นิรณาเอ่ยแจ้งกับช่างแต่งหน้าด้วยท่าทางที่เขินอาย เมื่อจำเป็นต้องเอ่ยพูดเหตุผลออกไป
“ได้เลยค่ะ” ช่างแต่งหน้าเองเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก็รู้สึกเขินตามเจ้าสาวไปด้วย ที่อีกฝ่ายยึดถือความชอบของคู่แต่งงานตัวเองเป็นหลัก
นิรณานั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาให้ช่างหน้าช่างผมรังสรรค์ความสวยให้อยู่ถึงสองชั่วโมงเต็ม ถึงได้ขอตัวกลับไปที่ห้องนอน เพื่อปลุกว่าที่สามีของตัวเองให้ตื่นขึ้นมาอีกคน
เป็นเพราะตัดสินใจที่จะมานอนกันที่บ้านของสิงหราช แทนที่จะนอนกันที่บ้านหลังใหญ่อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ไม่มีคนที่คอยช่วยหยิบจับอะไรมากนัก เพราะต่างก็ยุ่งวุ่นวายกันอยู่ที่บ้านนู้น
เป็นเหตุผลให้เจ้าสาวต้องเดินเข้าเดินออก ระหว่างห้องแต่งตัวและห้องนอนเป็นว่าเล่น เพราะกลัวว่าเจ้าบ่าวของตัวเองจะขี้เซาจนนอนเตลิดเวลา แล้วจะต้องมารีบเร่งกันเอาภายหลัง
“พี่สิงห์” นิรณาที่ตอนนี้แต่งหน้าทำผมไปได้บางส่วน สะกิดเรียกคนที่ยังคงนอนหลับฝันหวาน
“อื้อ” สิงหราชที่นอนดึกมาหลายวันติดกัน ส่งเสียงงัวเงียออกมา หากแต่ก็ยอมเอนตัวขึ้นนั่งแต่โดยดี
“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำนะคะ ห้ามหลับต่อนะรู้ไหม” มือเล็กวางลงบนแกร่ง ก่อนจะเอ่ยพูดย้ำกับคนที่ดวงตายังคงปิดอยู่
“ครับ” สิงหราชเอ่ยตอบกลับไปด้วยเสียงยาน ๆ พยายามที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นมามองคนตัวเล็ก
“เอิงไปรอที่ห้องนู่นนะคะ” นิรณาลูบแก้มสากเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
สิงหราชที่ในตอนนี้กลายเป็นคนที่ทำตัวว่าง่าย ได้แต่พยักหน้ารับ ดวงตาคมปรายตามองตามว่าที่ภรรยา ที่เดินออกจากห้องไปจนสุดสายตา ถึงได้ผุดลุกขึ้นจากเตียงแล้วสาวเท้าเข้าไปในห้องน้ำ
“คุณแม่ กี่โมงแล้วหรือคะ” นิรณาเอ่ยถามผู้เป็นแม่ของตัวเองขึ้น ด้วยความกังวลใจในเรื่องของเวลา เพราะไม่อยากจะให้ทุกอย่างล่าช้าไปกว่ากำหนดการที่มีอยู่
“หกโมงเช้าค่ะน้องเอิง ยังมีเวลาอีกเยอะ หนูไม่ต้องกังวลใจไปหรอก” อารีย์เอ่ยตอบกลับไป คนเป็นแม่พยายามที่จะบอกให้ลูกสาวได้ใจเย็น ๆ เพราะรับรู้ได้ถึงความตึงเครียดของเจ้าตัว
“ค่ะ” นิรณาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ เพราะกลัวว่าตัวเองจะแต่งตัวไม่ทันฤกษ์
“สวยมากเลยค่ะ คุณเอิงลองดูนะคะว่าพอใจไหม” ช่างแต่งหน้าเอ่ยชมขึ้น ก่อนจะยื่นกระจกบานเล็กให้กับคนตัวเล็ก ได้พิจารณาใบหน้าของตัวเองใกล้ ๆ
นิรณารับกระจกมาส่องใบหน้าของตัวเอง ก่อนจะยกยิ้มออกมาด้วยความพอใจ เพราะช่างแต่งหน้าสามารถแต่งออกมาได้ตรงตามกับแบบที่เธอได้ให้ไว้แบบเป๊ะ ๆ โดยที่ไม่ต้องสั่งแก้อะไรเลย
“พอใจแล้วค่ะ ฝีมือดีมาก” ร่างเล็กเอ่ยชมช่างแต่งหน้ากลับไป
ในเรื่องของการแต่งหน้าแต่งตัวไม่เว้นแม้กระทั่งทรงผม นิรณาใช้เวลาก่อนถึงวันแต่งงาน ทำการบ้านในเรื่องพวกนี้อย่างหนัก เพราะอยากที่จะให้ตัวเองออกมาสวยและดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ขอบคุณค่ะคุณเอิง งั้นเดี๋ยวไปแต่งตัวได้เลยนะคะ แต่งเสร็จจะเก็บงานอีกครั้ง และจะเติมสีปากให้ค่ะ” ช่างแต่งหน้ายกยิ้มออกมาด้วยความดีใจกับคำชมที่ได้รับ ก่อนจะเอ่ยพูดให้อีกฝ่ายได้ไปจัดการแต่งตัวใส่ชุดพิธีช่วงเช้าให้เรียบร้อย
“ค่ะ” นิรณาเอ่ยตอบรับ ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปอีกฝั่งของห้อง และยืนนิ่ง ๆ ให้เจ้าของห้องเสื้ออย่างคุณอ้อ ได้เป็นคนจัดการสวมชุดให้กับตัวเอง
“รอยที่หน้าอก เห็นที่ตอนเย็นจะต้องให้ช่างแต่งหน้ากลบรอยให้สักหน่อยนะคะคุณเอิง” อ้อเอ่ยกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันแค่เพียงสองคน
“ค่ะ” นิรณาเอ่ยตอบรับด้วยความกระดากอาย เธอเองก็ลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย ตัวร่องรอยเองก็คงจะเด่นชัดจนคุณอ้อถึงกับต้องออกปากเตือน เพื่อไม่ให้เธอและเจ้าบ่าวตกเป็นขี้ปากของแขกภายในงาน
‘น่าอายชะมัด พี่สิงห์นะพี่สิงห์’ นิรณาโอดครวญออกมากับตัวเองอยู่ในใจ มิหนำซ้ำยังแอบเคืองไปถึงคนที่สร้างรอยขึ้นมาอย่างสิงหราช
แต่จะว่าไปโทษสิงหราชคนเดียวก็ไม่ถูกหรอก เพราะนิรณาเองก็ใจอ่อนเสียทุกครั้งที่อีกฝ่ายเข้ามาพะเน้าพะนอขอร่วมรัก ใจอ่อนแม้กระทั่งเมื่อคืน ส่งผลให้ทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยสีกุหลาบทั้งรอยเก่ารอยใหม่ จนทำให้ต้องมาอายจนหน้าแดงก่ำอยู่ในตอนนี้
สิงหราชที่ใช้เวลาแต่งตัวแต่งหน้าแค่เพียงไม่นาน ในตอนนี้กำลังนั่งรอว่าที่ภรรยาอยู่ที่ห้องโถงของบ้านอย่างใจจดใจจ่อ ความตื่นเต้นที่ไม่รู้มาจากไหน กำลังทำให้สิงห์ยิ้มยากทำหน้าทำตาประหลาดออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“เป็นบ้าอะไรของมึงไอ้สิงห์” จอมทัพที่รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว เอ่ยถามเพื่อนสนิทของตัวเองขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าลุกลี้ลุกลน นั่งก้นไม่ติดโซฟาอยู่อย่างนั้น
“เรื่องของกู” สิงหราชตวัดสายตามองเพื่อนตัวเอง ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยท่าทางที่ยียวนกวนประสาท
“หรือมึงคิดจะหนีงานแต่งงาน!” จอมทัพที่พอจะรับรู้ถึงความเป็นมาของว่าที่ภรรยาของเพื่อนอยู่บ้าง เอ่ยพูดออกมาด้วยความตกใจ
“มึงเลิกปัญญาอ่อนเถอะว่ะจอมทัพ กูขอร้องละ” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้นด้วยความอ่อนใจ กับการที่เพื่อนเป็นคนที่ชอบคิดไปเองแบบนี้
“อ้าว กูจะไปรู้กับมึงหรือไง ก็แค่เดาไปเรื่อย” จอมทัพที่เห็นว่าเพื่อนสิ้นหวังกับตัวเองขนาดไหน เอ่ยพูดขึ้นแก้ต่างให้กับตัวเอง
“มึงนั่งเงียบ ๆ ไปเถอะ” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้น มือหนาปาหมอนใส่เพื่อนของตัวเองด้วยความหมั่นไส้
“พี่สิงห์คะ” นิรณาที่แต่งหน้าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เอ่ยเรียกว่าที่ของตัวเองขึ้นเสียงหวาน
สิงหราชและจอมทัพที่กำลังเขม่นใส่กัน หยุดสงครามประสาทกันเอาไว้แค่เพียงเท่านั้น สองหนุ่มหันมองไปตามเสียงเรียกอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะต้องตะลึงงันกับความสวยของเจ้าสาวอย่างนิรณา
“เอิงเอย” สิงหราชที่กำลังตะลึงกับความสวยของคนน้อง เอ่ยเรียกชื่อของเจ้าตัวออกมาเบา ๆ แค่เพียงเท่านั้น
“เชดโด้ว อย่างงาม” ต่างกับจอมทัพที่เอ่ยชมออกมาเสียงดังฟังชัด ทำเอาเจ้าสาวอายม้วนที่เพื่อนของสิงหราชชมกันซึ่ง ๆ หน้า
“เมียกูไอ้สัส” สิงหราชยกหมอนขึ้นเขวี้ยงใส่จอมทัพอีกครั้ง เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่กัดฟัน ก่อนจะผุดลุกขึ้นไปหาคนตัวเล็กในทันที
“ไอ้เหี้ย แค่นี้แม่งก็หวง” จอมทัพจับหมอนที่ถูกปามาอัดหน้ามาถือเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยพูดบ่นขึ้นกับตัวเอง
“เป็นยังไงบ้างคะ พี่สิงห์ชอบไหม” นิรณาช้อนสายตาขึ้นมองคนพี่ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยท่าทีที่เขินอาย
“ชอบครับ สวยมาก” สิงหราชเอ่ยชมออกไป ร่างหนายกยิ้มกว้างส่งไปให้คนน้องเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง
‘ไอ้หมาสิงห์ แล้วก็บอกว่าไม่เต็มใจแต่งกับเขา’ จอมทัพที่ถูกตัดขาดออกจากโลกส่วนตัวของคนทั้งคู่ ทำหน้าตาเหม็นเบื่อออกมา พร้อมกับเอ่ยเหน็บแนมเพื่อนสนิทตัวเองอยู่ในใจ
เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนสิงหราชคือคนที่โทรมาโอดครวญกับจอมทัพ ว่าไม่ได้อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่หามาให้ ตอนแรกจอมทัพเองก็อดเห็นใจเพื่อนไม่ได้ เพราะทั้งชีวิตจะต้องใช้ไปกับคนที่ไม่ได้รัก
แต่ตัดภาพมาที่ตอนนี้ จอมทัพอยากจะขอความเห็นใจที่มีให้สิงหราชกลับคืนมา เพราะเห็นแต่คนที่อยากจะแต่งเมียจนตัวสั่นก็เพียงเท่านั้น ไม่เหลือเค้าโครงคนที่จะเป็นจะตายเพราะถูกแม่บังคับให้แต่งงานเลยสักนิดเดียว
………………………………………………….
ออกแนวหลงเมียซะแล้วไอ้หมาของแม่ ๆ เชื่อว่ามีหลายคนคิดเหมือนจอมทัพ พูดมันออกมาค่ะ เสียงของทุกคนมีความหมาย
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็นแรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ