หลังจากกินข้าวเสร็จเหล่าเด็กน้อยก็ช่วยกันเก็บล้าง นางจะช่วยก็ไม่ให้ช่วย พวกเขาบอกว่าพี่สะใภ้เป็คนทำแล้ว เดี๋ยวพวกเขาเก็บล้างเอง
ดังนั้น นางจึงเดินมานั่งที่แคร่หน้าบ้าน พร้อมกับคิดไปด้วยว่า่บ่ายจะทำอะไรดี ซึ่งนางคงลืมไปว่าร่างนี้เพิ่งฟื้นจากการป่วยหนัก แต่ด้วยความเคยชินจากโลกเดิมที่อยู่นิ่งไม่ได้ ถ้าว่างก็จะต้องหาอะไรทำ เมื่อมาอยู่ที่นี่นางก็ยังติดนิสัยแบบนี้อยู่ดี
ขณะที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด เด็ก ๆ ก็เดินออกมาพอดี
“พี่สะใภ้จะทำอะไรอีกหรือไม่ขอรับ”
“ข้าก็ยังนึกไม่ออกเช่นกันว่า่บ่ายจะทำอะไร ว่าแต่อากาศร้อนมากเลยนะ”
แม้หมู่บ้านนี้มองไปจะเห็นสีเขียวอยู่บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ต้นหญ้าที่ขึ้นอยู่แถวริมลำธารมากกว่าต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา นอกนั้นก็เป็พื้นที่ว่างที่มีหญ้าแห้งอยู่มากมาย เมื่อต้นไม้ใหญ่มีน้อย จึงส่งผลให้มีอากาศที่ร้อนมาก
จากความทรงจำ ฝนไม่ตกมานานแล้ว ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ ก็คือ ต้นไม้น้อย ความชื้นในอากาศต่ำ เลยทำให้ฝนไม่ตก แต่ตอนที่นางสำรวจบ้านพบว่าที่ลำธารยังมีน้ำอยู่บ้าง ถึงแม้จะไม่มากแล้ว นั่นอาจจะเพราะมันไหลมาจากป่าลึกนั่นเอง
“งั้นท่านเข้าไปพักดีหรือไม่ เพิ่งฟื้นมาถ้าเป็อะไรไปอีกจะแย่นะเ้าคะ”
“ไม่เป็ไรซิงเอ๋อ ข้ายังสบายดีอยู่ ถ้ารู้สึกไม่ดีข้าจะรีบไปพักเลย ขอบใจที่เป็ห่วงข้านะเด็กดี” นางยิ้มแล้วกล่าวชมเด็กน้อยด้วยความชอบใจที่รู้จักห่วงใยผู้อื่นด้วย
“เ้าค่ะ” ไป่ซิง ยิ้มด้วยความเขินอาย เมื่อถูกชม
“ถ้าเช่นนั้น พวกเราไปดูห้องใต้ดินกันเถอะ เพราะว่าเนื้อหมูป่าที่เหลือข้าไม่รู้จะทำอะไร มันจึงยังอยู่ในตะกร้าอยู่เลยขอรับ” ห่าวหลานคิดเล็กน้อย แล้วเอ่ยชวนออกมา
“โอ้วใช่ ข้าลืมไปเลย งั้นเราไปห้องใต้ดินกันเถอะ ขอบใจที่บอกนะเสี่ยวหลานเด็กดี” ว่าจบนางก็ยกมือลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู เพราะเมื่อนางเรียกเขาว่าเสี่ยวหลานเหมือนเขาจะเขินนะ ดูซิหูแดงหน้าแดงไปหมดเลย ฮิฮิ น่าแกล้งจริง ๆ
“เอ่อ… เอ่อ… ขอรับ ตามข้ามาทางนี้เลย” เขาพูดเสร็จแล้วรีบหันหลังเดินนำทะลุประตูหลังห้องครัวออกไปทันที ทำไมหน้าและหูร้อน ๆ นะ ว่าแต่ััเมื่อครู่ ทำให้เขารู้สึกดีและอบอุ่นเหมือนของท่านแม่เลย
คิดไปแล้วก็เศร้า นี่ท่านพ่อและท่านแม่ก็จากพวกเขาพี่น้องไปได้สี่ปีแล้ว เห้อ… ไม่ได้ ๆ เราต้องเข้มแข็ง จะจมอยู่กับเื่นี้ไม่ได้นะ ตอนนี้ทั้งบ้านเราเป็ผู้ชายคนเดียวจะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด
ชิงอีที่คอยมองเด็กน้อยที่เดินนำอยู่พบว่า จากตอนแรกเขาเขินอายจึงเดินนำไปด้วยความเร็ว แต่ต่อมาก็ไหลห่อหลังงุ้มลงและอยู่ ๆ หลังก็กลับมาตั้งตรงอย่างรวดเร็ว
จากประสบการณ์ที่เคยผ่านมาเกือบ 40 ปีในโลกก่อน อาจารย์วิเคราะห์ได้ว่า เป็อาการของคนทำงานหนักจนปวดหลังจึงเผลองุ้มหลังลง แต่เ้าตัวคงคิดได้ว่ามีนางและน้องสาวเดินตามมา จึงต้องแสร้งทำเป็เข้มแข็งด้วยการเดินยืดหลังตรง น่าสงสารจริง ๆ เด็กน้อย กระซิก ๆ แหงนหน้ามองฟ้าแล้วเอามือเช็ดน้ำตาที่ไม่มีจริง (สวมิญญานักมโนแล้วหนึ่ง/ไรท์)
จ้าวไป๋ซิงเหลือบตามองอาการพี่สะใภ้ครู่นึงแล้วรีบจ่ำอ้าวตามพี่ชายไปทันที
กำลังอินและคิดอะไรเพลิน ๆ เด็กน้อยก็พามาหยุดที่พื้นที่โล่งหลังห้องนอนนาง เ้าของตัวจริงไม่อยู่ขอยึดเป็ของตัวเองก่อนละกันนะ หุหุ
เอ… แต่ว่าเหมือนจะมีบางอย่างไม่เข้าพวกนะ ทำไมหญ้าตรงนั้นมันนูนแปลก ๆ หละ สายตานักเสื…สืบก็มา
นางยังไม่ทันจะถาม เด็กชายก็เดินไปบริเวณนั้น ถ่ายพลังลงไปและงัดเปิดออก
อ้อ… มันคือประตูนี่เอง นางพยักหน้ากับตัวเองด้วยความเข้าใจ อ้าวเด็กน้อยทั้งคู่ลงไปแล้ว นางจึงรีบเดินตามลงไปด้วย
สิ่งที่นางเห็นอยู่ตรงหน้าคือ ห้องที่มีขนาดค่อนข้างกว้างและถูกแบ่งครึ่งอีกที ฝั่งขวาจะรู้สึกได้ถึงความเย็น ส่วนฝั่งซ้ายก็มีอุณหภูมิที่ปกตินะ
“นี่คือห้องใต้ดินของบ้านเราขอรับ” ห่าวหลานหันกลับมาบอกพี่สะใภ้และน้องเล็ก
“โหหห พี่รอง พี่สะใภ้ ดูซิ เรามีเสบียงด้วย” ไป่ซิงพูดออกมาด้วยความดีใจ
“อืม เราไปสำรวจกันเถอะ มีของอะไรบ้างนะ ข้างขวาเอาไว้เก็บของสด แล้วข้างซ้ายของแห้งใช่ไหม”
“ใช่แล้วขอรับ”
“งั้นไปดูของแห้งก่อนละกัน” นางก็เดินไปด้านซ้าย สิ่งที่เห็นมี ข้าวสาร 1 ถุง เกลือมี 1 ส่วน 5 ของไหเล็กน่าจะประมาณ 2 เหลียงนะ ที่เหลือเยอะหน่อยเห็นจะเป็แป้ง อืมมม ฮึบ หนักใช้ได้เลย ดูแล้วน่าจะสัก 4 จินได้
เอาหละอย่างน้อยก็เอาไปทำเซาปิ่งได้อีกหลายมื้อเลย ห้องนี้ก็มีแค่สามอย่างเท่านั้น เมื่อไม่เจออะไรเพิ่มนางก็เดินไปห้องด้านขวาทันที
“ข้าว่าจะถามเ้าั้แ่เมื่อครู่แล้ว ทำไมห้องฝั่งนี้ถึงเย็นกว่าอีกฝั่งหละ”
“ห้องนี้มีผลึกน้ำแข็งสิบปีอยู่ขอรับ พี่ใหญ่เก็บเงินแล้วไปหาซื้อมาไว้เผื่อแช่สัตว์ที่หามาได้ และรวบรวมไว้ขายที่เดียว จะได้ไม่เสียเวลาเดินทาง”
“เป็เช่นนี้นี่เอง จะว่าไปห้องนี้อากาศน่านอนเล่นจริง ๆ เย็นดี” ว่าแล้วนางก็เข้าไปดูว่ามีอะไรบ้าง
อย่างแรกที่เห็นเด่นสะดุดตามาก ตะกร้าหมูป่านั่นเอง นางจึงเดินเข้าไปชะโงกดู
โหหห ท่านย่าให้มาเยอะเหมือนกันนะนี่ ทั้งมันหมู เนื้อสามชั้นและเนื้อแดง แต่เสียดายไม่มีเครื่องในเลย นางชอบกินไส้ย่างกับไส้ทอดกระเทียมจิ้มกับน้ำจิ้มแจ๋ว แซ่บจี๊ด อ๊าาา ว่าแล้วก็เปรี้ยวปากน้ำลายไหลอยากกินอะ
ต่อ ๆ นางหันไปมองรอบห้องพบว่า ไม่มีอะไรอีกแล้ว สรุปได้ว่าห้องนี้มีแค่เนื้อหมูป่าอย่างเดียวเอง
จะว่าไปเนื้อเยอะขนาดนี้จะเอาไปทำอะไรบ้างดีนะ คิดสิ คิดสิ คาปุชิ…. เออะ ไม่ใช่หละ แหะ ๆ (เกือบจะออกสเต็ปแล้วไหม ลืมตัว)
เอางี้ละกัน มันก็เอาไปเจียว เนื้อแดงเอาไปทำหมูแดดเดียวบางส่วน และสามชั้นเอาไว้ก่อน ยังคิดไม่ออก พูดไปก็แยกเนื้อเป็ส่วน ๆ ไป
โอ๊ะ!! มีกระดูกมาด้วย เยี่ยมไปเลย เย็นนี้ทำซุปกระดูกหมูบำรุงเด็ก ๆ ดีกว่า เสริมแคลเซียม จะได้สูง ๆและโตมาแข็งแรง อิอิ
“เสี่ยวหลาน ไปเอาตระกร้ามาใส่หมูหน่อย ข้าจะเอาไปทำกับข้าวและทำหมูแดดเดียว มันเก็บไว้ทานนาน ๆ ได้ ส่วนซิงเอ๋อมาช่วยพี่คัดเนื้อหมูป่าตรงนี้มา”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
ผ่านไปชั่วครู่เด็กชายก็ถือตระกร้าตรงเข้ามา และช่วยหยิบเนื้อทั้งหมดที่พวกนางแยกไว้ใส่ตระกร้าและแบกขึ้นหลังเตรียมพร้อมทันที
“เอาหละ ไม่มีอะไรแล้วงั้นเรากลับไปที่ห้องครัวกันเถอะ มาเสี่ยวหลานเดี๋ยวข้าแบกตระกร้าเอง มันหนักนะ” ว่าแล้วนางก็เอื้อมมือไปจะรับเอาตระกล้ามาถือเอง แต่เด็กน้อยเบี่ยงตัวหลบแล้วบอกนางว่า
“ไม่เป็ไรขอรับข้าแบกไหว ท่านและน้องเล็กเดินนำไปก่อนเลย ข้าจะรอปิดประตูด้วย”
“เช่นนั้นก็ได้ ป่ะซิงเอ๋อ เราไปกันเถอะ” นางได้ฟังแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้เขาได้ทำในสิ่งที่อยากทำ นางจึงหันมาชวนสาวน้อยของบ้านแทน
“ได้เลยเ้าค่ะพี่สะใภ้”
ตกลงกันได้แล้ว แต่ละคนก็เดินตามกันไปทันที พอออกมาข้างนอกแล้ว หญิงสาวหันกลับไปดูเห็นว่า เมื่อเด็กชายปิดประตูแล้วเขาก็ใส่พลังเข้าไปอีกครั้ง นางจึงถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า
“ทำไมต้องใส่พลังทั้งตอนเปิดและปิดหละ ถ้าข้าใส่พลังลงไปบ้างจะทำได้อย่างเ้าหรือไม่”
“ที่ข้าต้องใส่พลังลงไปเพราะว่า ประตูนี้มีอักขระจดจำเ้าของอยู่ขอรับ หากไม่ใช่เ้าของถึงใส่พลังลงไปก็เปิดไม่ได้ ตอนนี้ท่านและน้องเล็กยังไม่สามารถเปิดได้ ต้องรอให้พี่ใหญ่มาทำให้ขอรับ”
โลกนี้มีอะไรแบบนี้ด้วยวุ้ย ไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีเลย ไม่กลัวว่าจะโดนงัดแงะหรือแฮกรหัสเหมือนบ้านที่โลกเก่าด้วย สะดวกดีนะเนี้ย
ว่าแต่ทำไมถึงไม่เอาอักขระที่ว่านี้ไปติดไว้ที่ประตูรั้วกับประตูบ้านด้วยนะ จะได้ไม่มีใครเข้ามาขโมยของหรือมาระรานได้ หรือว่ามันจะแพงมากนะ เอาไว้สามีของข้า (อ๊ายย เขินอะ สามีของข้า) กลับมาค่อยปรึกษาละกัน
“ข้าเข้าใจแล้ว งั้นเราไปต่อกันเถอะ” เด็กน้อยทั้งสองพยักหน้าตอบแล้วเดินตามนางเหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่เป็ดกันเลยทีเดียว
Talk
ไรท์ : ถามจริ๊งงง
ชิงอี : ตอบจริ๊งงง
ไรท์ : ยังถามไม่จบเลย ห่วย!!
ชิงอี : อ้าวเหรอ งั้นเอาใหม่ มา ๆ
ไรท์ : ถามจริง ความมโนนั้น ท่านได้แต่ใดมา
ชิงอี : โอ้ววว เื่นี้ตอบไม่ยาก ข้าก็ได้มาจากท่านเยี่ยงไรเล่า โหะ ๆ ๆ หัวเราะปิดปากแบบมีจริต
ไรท์ : ( * o * )
(ชิงอี ชนะ รับ 1 คะแนน)