บทที่ 31 โชคลาภและแร่สุริยัน
หลายชั่วโมงผ่านไป
“ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ขออภัยที่ถามแบบนี้นะคะ คือ...ฉันยังไม่ทราบชื่อของท่านเลย เพราะงั้นอยากจะทราบนามของท่าน” หลายชั่วโมงที่ผ่านมาฮันน่าไม่สนใจสายฝนอีกต่อไป เธอเอาแต่ถามดารินทร์
สายฝนรู้สึกราวกับตนเองไร้ตัวตน ทว่าเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร เดิมเขาก็ไม่ใช่พวกที่อยากให้คนอื่นมาสนใจอยู่แล้ว กลับกันเลยสายฝนอยากอยู่คนเดียวมากกว่า การอยู่คนเดียวจะทำอะไรก็สะดวกกว่าอยู่กับคนอื่นเยอะ แน่นอนว่าการอยู่คนเดียวก็มีข้อเสียเช่นกัน
“เออ...คือ” สาวน้อยไม่รู้ว่าควรบอกชื่อตนเองดีหรือเปล่า เธอหันไปมองสายฝน ต้องการความช่วยเหลือจากเขา สาวน้อยคนนี้เพิ่งมาดาวโอเชี่ยนเซียยังไม่ถึงเดือน เธอไม่แน่ใจนักว่าควรจะเชื่อใจฮันน่าหรือเปล่า
ฮันน่ามองตามสายตาของดารินทร์มา เธอเห็นสายฝนยืนนิ่งๆโง่ๆ ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์กำลังรอการตัดสินใจจากผู้ชายคนนี้อยู่? ฮันน่าใช้สายตาจ้องสายฝนอย่างจริงจัง
“...” สายฝนพยักหน้า ถึงเขาจะไม่ชอบฮันน่าเท่าไหร่ทว่าสายฝนก็ไม่มีเหตุผลในการปฎิเสธเรื่องการบอกชื่อ จากที่ดูแล้วฮันน่าก็ไม่น่าจะใช่คนไม่ดี อีกอย่างชื่อมันก็ไม่ได้สำคัญอะไร ถ้าโดนตามไล่ล่าตัวขึ้นมาก็แค่เปลี่ยนชื่อเท่านั้
“หนูชื่อดารินทร์ค่ะ...ความหมายของชื่อคือดวงดาวอันยิ่งใหญ่ค่ะ” สาวน้อยตอบ เธอยังพูดจาสุภาพเหมือนเดิม ถ้าหากสายฝนไม่รู้อดีตของสาวน้อยมาก่อนคงไม่เชื่อแน่ว่าดารินทร์ในอดีตเคยเป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจ
“ชื่อเพราะจัง ดวงดาวอันยิ่งใหญ่ ฉันไม่เคยเห็นดวงดาวมาก่อน ท้องทะเลบนนภาบดบังสิ่งที่อยู่เหนือกว่านั้นจนมองไม่เห็นอะไรเลย ท่านนักบุญเคยเห็นดวงดาวหรือเปล่าคะ?” ฮันน่าประทับใจดารินทร์มาก เธอถามสาวน้อย
สายฝนใช้สายตามองดารินทร์ ส่ายหัวเล็กน้อย หมายความว่าห้ามบอกเธอเรื่องนี้เด็ดขาด สายฝนกับดารินทร์ไม่ใช่คนของดาวดวงนี้เพราะงั้นพวกเขาจำเป็นต้องระมัดระวังตัวสุดๆ หากบอกไปแล้วฮันน่าเกิดเชื่อขึ้นมาอาจเป็นปัญหาใหญ่ก็ได้
“หนูไม่เคยเห็นดวงดาวมาก่อน” สาวน้อยกล่าวพลางส่ายหัว การโกหกของเธอยังไม่สามารถสู้สายฝนได้ มีข้อผิดพลาดหลายจุดในการโกหกโดยเฉพาะท่าทางเวลาที่ดารินทร์พูด แต่ถึงจะสู้สายฝนไม่ได้ทว่ามันก็สามารถทำให้ฮันน่าเชื่อได้
“งั้นเหรอคะ” ฮันน่ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่อย่างรวดเร็วความผิดหวังพลันหายไป เธอถามคำถามดารินทร์อีกหลายคำถามอย่างใคร่รู้โดยเมินสายฝนจนเขาไม่ต่างจากอากาศธาตุ
สายฝนละความสนใจจากผู้หญิงทั้งสองซึ่งกำลังคุยกันอยู่ ความสนใจของเขาอยู่ที่สิ่งของจากพวกซีล(พวกโจร)
“เสื้อคลุมตัวนี้?” สายฝนหยิบเสื้อคลุมสีดำตัวหนึ่งขึ้นมาดู เสื้อคลุมตัวนี้เดิมเป็นของซีลมาก่อน ความรู้สึกของสายฝนมันบอกว่าเสื้อคลุมตัวนี้ต้องไม่ธรรมดาดั่งตาเห็นแน่
เขาแอบใช้โทรศัพท์เทพเจ้าเปิดโปรแกรม[กล้องถ่ายรูป(ไร้เสียง)]จากนั้นก็ถ่ายรูปเสื้อคลุม วินาทีต่อมาข้อความพลันปรากฏขึ้นในหน้าจอมือถือเทพเจ้า สิ่งที่สายฝนเห็นทำให้เขาต้องสูดหายใจเข้าลึก
[เสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬ(ไม่สมบูรณ์)(คุณภาพดี):เสื้อคลุมที่ถูกสร้างด้วยวัตถุดิบระดับสูง ผู้สร้างมีพรสวรรค์อันสูงส่ง สามารถกล่าวได้ว่าเธอคืออัจฉริยะที่ยากจะพบพานในรอบหนึ่งพันปีของดาวโอเชี่ยนเซีย แต่น่าเสียดายเสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬตัวนี้คือความอับอายของเธอ ในกระบวนการสร้างได้เกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงซึ่งไม่สมควรได้รับการอภัย ร่างกายของเธอถูกสายฟ้าทมิฬโจมตีใส่เป็นผลให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส และเธอไม่สามารถสร้างมันให้เสร็จสมบูรณ์ได้ ความสามารถปัจจุบัน:3
ความสามารถที่1(เกราะสายฟ้าทมิฬ)(ระดับ:หนึ่ง สามารถพัฒนาต่อได้) - สร้างกระแสไฟฟ้าอันน่าหวาดกลัวขึ้นล้อมรอบร่างกายเป็นเกราะ
ความสามารถที่2(ตรีศูลสายฟ้าทมิฬ)(ระดับ:หนึ่ง สามารถพัฒนาต่อได้) - สายฟ้าทมิฬผ่าลงมายังพสุธา สายฟ้าแปรเปลี่ยนรูปร่าง กำเนิดตรีศูลอันน่าสะพรึงกลัว
ความสามารถที่3(สายฟ้าพัฒนา) - ดูดซับสายฟ้าชนิดต่างๆเพื่อยกระดับเสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬให้สมบูรณ์]
‘ดูเหมือนฉันจะได้รับโชคลาภมาอีกแล้ว’ สายฝนคิดอย่างตื่นเต้น เขารีบเก็บเสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬอย่างเร่งรีบ สายฝนจะไม่ลองใช้มันในตอนนี้ เขาไม่อยากให้ฮันน่ารู้ความสามารถของมัน สามารถกล่าวว่าสายฝนไม่เชื่อใจฮันน่าเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ผิดนัด
‘ทำไมเมื่อตอนนั้นซีลถึงไม่ใช้ความสามารถของเสื้อคลุมตัวนี้ล่ะ? หากมันใช้ความสามารถของเสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬแม้แต่ฉันก็ยังเป็นอันตรายถ้าไม่ใช้สุดยอดหลักประกันชีวิต’ สายฝนครุ่นคิดอย่างจริงจัง เขาสามารถหาคำตอบที่พอจะเป็นไปได้อยู่สองสามคำตอบ แต่ไม่ว่าสองสามคำตอบนั้นจะเป็นจริงหรือไม่สายฝนก็ไม่สนใจ เพราะตอนนี้ซีลได้ตายไปแล้วและสายฝนคือเจ้าของเสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬคนใหม่
นอกจากเสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬแล้วยังมีของอีกสองสามอย่างที่ได้มาจากพวกโจร ซึ่งคุณภาพด้อยกว่าเสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬมาก
“แมวเหรอ? มันดูน่ารักจัง” ฮันน่าร้องออกมาเมื่อเห็นรูปภาพที่ดารินทร์กำลังถืออยู่ สายฝนมองไปที่รูปภาพนั้น ความจริงแล้วรูปภาพแมวคือรูปที่เขาได้มาจากโปรแกรม[ร้านค้า]
ในตอนแรกสายฝนต้องการลองซื้อสิ่งของถูกๆมาจากแอป[ร้านค้า]ซักชิ้นสองชิ้น เขาบังเอิญไปเห็นรูปภาพนี้เข้า มันราคาแค่หนึ่งแต้มสำรวจเท่านั้นจึงซื้อมา ไม่สิ มีอีกเหตุผลหนึ่งคือเวลานั้นสายฝนกำลังคุยกับสาวน้อยเรื่องทั่วไปอยู่ เขาพบว่าดารินทร์ชอบแมวมาก สายฝนจึงซื้อมันให้ดารินทร์เพื่อทำให้เธอประทับใจ เธอจะได้ไม่ทรยศเขาง่ายๆ และบางทีอาจได้ทำงานร่วมกันอีกครั้งในอนาคต
“ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์สิ่งนี้มันคือภาพวาดเหรอ?” ฮันน่าถามดารินทร์ซึ่งดูเหมือนกำลังสนุกกับการพูดคุยระหว่างผู้หญิงด้วยกันอยู่
สาวน้อยส่ายหัวกล่าวว่า “มันไม่ใช่ภาพวาด มันคือภาพจากความจริงแต่หนูไม่รู้ว่าควรอธิบายยังไงดี
“เวทมนตร์ที่สามารถสร้างภาพจากความจริงได้เหรอ? ช่างน่าอัศจรรย์!” ฮันน่าประหลาดใจ เธอไม่เคยเห็นเวทมนตร์แบบนี้มาก่อน
“อะ” วินาทีนั้นจู่ๆฮันน่าก็ร้องออกมาอย่างตกใจ เธอหยิบบางอย่างคล้ายแร่ขึ้นมาดู สายฝนกับดารินทร์ไม่รู้ว่ามันคือแร่อะไร แร่อันนี้เป็นสีฟ้า มันกำลังถูกไฟสีฟ้าครามเผาอยู่ แต่น่าแปลกมาก ฮันน่าซึ่งกำลังจับแร่ชนิดนี้อยู่กับไม่เป็นอะไรเลย มือไม่ติดไฟ ไม่เกิดบาดแผลใดทั้งสิ้น แร่เองก็ไม่ละลาย
สายฝนจ้องมองแร่ในมือฮันน่าด้วยความสนใจ จังหวะเดียวกันนั้นไฟสีฟ้าครามซึ่งกำลังเผาไหม้แร่ในมือของฮันน่าพลันดับลง ไฟสีฟ้าครามหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เกิดอะไรขึ้น?” สายฝนถาม ฮันน่าไม่ได้ตอบกลับมา
สาวน้อยดารินทร์งง เธอหันไปมองฮันน่า “พี่ฮันน่าเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
ครั้งนี้ฮันน่าตอบ สายฝนได้แต่อารมณ์เสียอยู่เงียบๆในใจ เขาไม่กล้าปล่อยอารมณ์ออกมา ถ้าปล่อยออกมามีหวังเขาได้คลั่งอีกรอบแน่
“สิ่งนี้คือแร่สุริยัน” ฮันน่าตอบช้าๆก่อนอธิบายต่อว่า “มีตำนานหนึ่งกล่าวใว้ว่าทุกๆสิบปีส่วนหนึ่งของดวงตะวันจะแตกออก ส่วนนี้เป็นส่วนเล็กๆเท่านั้นมันจึงไม่ส่งผลกระทบต่อดวงตะวัน แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอีกหลายร้อยหลายพันปีก็ไม่แน่ ดวงตะวันอาจสลายไปตลอดกาล”
สายฝนเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่างทว่าสาวน้อยดารินทร์ยังคงไม่เข้าใจ “แล้วตำนานนี้มันเกี่ยวอะไรกับแร่ที่พี่ถืออยู่เหรอคะ?”
ฮันน่ามองแร่สุริยันจากนั้นจึงหันไปมองดารินทร์ “ส่วนหนึ่งของดวงตะวันคือหินที่ฉันถืออยู่ค่ะ สิ่งนี้มันเรียกว่าแร่สุริยัน แร่สุริยันได้ตกลงมายังดาวดวงนี้ มันพุ่งผ่านท้องทะเลบนนภาได้อย่างง่ายดาย มันไม่ได้หาง่ายและไม่ได้หายากค่ะ สำหรับคนธรรมดาเป็นไปไม่ได้ที่จะมีสิ่งนี้ในการครอบครองยกเว้นว่าจะโชคดีสุดๆ”
ฮันน่าหยุดกล่าวชั่วครู่ก่อนเริ่มพูดต่อ “แร่สุริยันมีความลับมากมายที่สิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้หาไม่พบ ทุกๆสิ่งมีชีวิตรู้แค่ว่าแร่อันนี้มันจะติดไฟสิบสองชั่วโมงก่อนดับไป เมื่อผ่านไปอีกสิบสองชั่วโมงไฟก็จะติดขึ้นมาใหม่ เพราะดวงตะวันถูกทะเลบนท้องฟ้าบดบังไปแล้วทุกสิ่งมีชีวิตจึงใช้แร่สุริยันในการบอกเวลา ถ้าแร่สุริยันไฟติดจะเท่ากับกลางวัน ถ้าไม่มีไฟติดจะเท่ากับกลางคืน วันหนึ่งจะมีเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง”
ฮันน่าเงียบพักหายใจอยู่หลายวินาที เอ่ยประโยคสุดท้ายขึ้นว่า “สำหรับคนที่ไม่มีแร่สุริยันเช่นชาวบ้านหรือทาส พวกเขาจะใช้ระฆังบอกเวลา ระฆังจะตีทุกๆหกชั่วโมง ถ้าเป็นเวลากลางวันจะตีหนึ่งครั้ง หากเป็นกลางคืนจะตีสองครั้ง”
สายฝนกับดารินทร์เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ดาวดวงนี้ช่างอยู่ยากจริงๆ นอกจากจะอันตรายแล้วยังมีการดูเวลาอันแสนซับซ้อนอีก
---
จบบทที่ 31 โชคลาภและแร่สุริยัน