เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    ตอนที่ 47 คุยกับหญิงในฝัน ( rewrite )

    “ห่างกันเพียงสามปีเท่านั้น… , ครอบครัวของข้า…ท่าพ่อบุญธรรม ท่านอาสอง ท่านอาสาม…ท่านก็ยัง..” หญิงชรากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม มองด้วยความคาดหวังกลับมาหาชายหนุ่ม
    “เจ้าอย่าพึ่งดีใจไป , เวลาสามปี..ก็มิใช่เวลาเพียงสั้น ๆ ..เจ้าน่าจะเผื่อใจของเจ้าไว้เสียบ้าง..” ซีว่างไม่กล้าให้ความหวังกับหญิงชรามากจนเกินไป มันเกรงว่าหากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นในระยะเวลาสามปี จะทำให้นางเศร้าโศกได้
    เพราะในยุทธภพนั้น..เวลาเพียงสามปีอาจมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดก็เป็นไปได้ แค่มองหน้ากัน อาจตาย ณ ตรงนั้นได้เลย
    “ช่างปะไร..ต่อให้กลับไปไม่เจอผู้ใด , อย่างน้อย..ขอแค่ได้ไปกราบหลุมศพพวกท่าน..เท่านี้ข้าก็มิต้องการสิ่งใดอีกแล้ว” เอสเธอร์กล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่จางหาย
    “แต่อายุของเจ้า..ต่อให้พวกมันยังอยู่ , ก็มิอาจจำเจ้าได้หรอกหนา” ซูจินยี่กล่าวเตือนต่อหญิงชรา
    “พวกเจ้า..คิดแต่จะแช่งครอบครัวข้าเสียจริง , ข้าอารมณ์ดี ๆ ก็คิดแต่จะทำให้ข้ามีโทสะ..” เอสเธอร์กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม..แต่จิตสังหารที่ปล่อยออกมา ทำให้ซูจินยี่รู้สึกหนาวเสียวสันหลังของมันเอง มันจึงหยุดกล่าววาจาโต้เถียงออกไป
    “ฮูมมมมมมมมมม” จู่ ๆ ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากทางปากถ้ำ…ก่อนที่เจ้าอาชาไอยราจะวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
    ซีว่างเมื่อเห็นอสูรน้อยของตนเอง มันก็รู้สึกดีใจ ก่อนจะอ้าแขนเตรียมที่จะโผเข้ากอดเจ้าอสูรน้อย
    แต่เจ้าอาชาไอยรากลับวิ่งเลยผ่านมันไป ก่อนที่จะไปหยุดตรงหน้าของหญิงสาว
    มันใช้ส่วนหัวของตนเองซุกไซ้คลอเคลียหยางน่าด้วยความคิดถึงและห่วงหา ด้านหญิงสาวจึงยื่นมือของตนออกไปลูบหัวมันเล็กน้อย กล่าววาจาด้วยความอ่อนโยน “เด็กดี…เจ้าเป็นเด็กดี”
    ด้านซีว่างที่อ้าแขนค้างอยู่นั้น มันจึงรีบหุบแขนของตนเอง ก่อนจะเดินเข้าไปเตะก้นของเจ้าอสูรน้อยเบา ๆ
    “เจ้าไปเอานิสัยช่างประจบป้อสาวมาจากผู้ใดกัน..” ซีว่างเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ปรุงแต่งขึ้นมา
    หยางน่า เอสเธอร์ และซูจินยี่ หันมามองชายหนุ่มเป็นตาเดียว ด้วยสีหน้านิ่งเฉยพร้อมกับสายตาที่บอกเป็นนัย ๆ ว่า ‘ก็เจ้านั่นแหละ’
    “เจ้ามาได้อย่างไร..เจ้าคนกิลด์วิญญาณไม่ตามเจ้ามารึ?” ซีว่างกล่าวถามลอย ๆ ไปยังเสี่ยวฮุ๋ย แต่เจ้าอสูรน้อยกับไม่สนใจต่อชายหนุ่ม มันใช้งวงยาวของมันสำรวจหญิงสาวว่ามีบาดแผลหรือบาดเจ็บหรือไม่ ก่อนจะใช้หางของมัน ผลักซีว่างให้ห่างออกไป
    ‘เจ้ากล้าเมินข้า…ข้าต้องให้เจ้าอดข้าวเสียแล้ว..’ ซีว่างเมื่อโดนเจ้าอสูรน้อยของตนเมิน มันก็รู้สึกน้อยใจเล็กน้อย..ทั้ง ๆ ที่ตัวมันเป็นคนเก็บเจ้าอสูรน้อยตนนี้มาเลี้ยง..
    “เอาล่ะ..วันนี้พวกเจ้าเดินทางกันมาเหน็ดเหนื่อย..แยกย้ายไปพักผ่อนเถิด , พรุ่งนี้เราต้องเดินทางกัน” เอสเธอร์กล่าวออกมาก่อนที่นางจะหยิบของอย่างหนึ่งออกมาจากถุงมิติของนาง
    “ศิลานี่จะช่วยยกระดับพลังของเจ้าได้เล็กน้อย..ดูซับมันเสีย..แล้วทำตัวให้คุ้นชินกับพลังใหม่ , หากมีศัตรูย่างกายเข้ามา…จักได้มีโอกาสรอดมากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้” ก่อนที่เอสเธอร์จะโยนศิลาก้อนนั้นไปทางซีว่าง
    เมื่อซีว่างรับศิลานั้นมา..มันก็สามารถสัมผัสได้ในทันที ว่านี่คือของวิเศษอย่างแท้จริง พลังที่มันแผ่ออกมานั้นบริสุทธิ์ยิ่งนัก
    “ข้าขอขอบพระคุณท่ายิ่งนัก..ที่เอ็นดูข้าถึงเพียงนี้” ซีว่างกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่สำนึกบุญคุณจริง ๆ มิได้เสแสร้งเลยแม้แต่น้อย
    “อย่าได้กล่าวขอบคุณข้าเลย..ข้าต้องพึ่งพาเจ้าเช่นกัน , ที่ข้าทำเช่นนี้..ก็เพื่อตัวข้าเอง , มิได้มีความคิดอื่นเลย..” เอสเธอร์กล่าวบอกต่อชายหนุ่ม ที่กำลังกุมมือคำนับนางอยู่
    “ถึงเช่นนั้น..ท่านก็ยังดีต่อข้านัก , ข้ารับรอง..ว่าข้าจักพาท่านกลับไปยังภูมิลำเนาของพวกเราอย่างแน่นอน” ซีว่าทุบอกตนเอง ก่อนจะมองไปที่หญิงชราด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว
    ซูจินยี่รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย..เพราะมันนั้นเหมือนกับเป็นคนนอก ที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ทั้งสองคนพูดมากเท่าไหร่
    ที่มันทราบเพียงอย่างเดียวคือ..ทั้งสามคนนี้นั้นมิใช่คนของแผ่นดินนี้
    ซีว่างเห็นท่าท่างของพี่ชายของตนเอง มันจึงกล่าววาจาเล็กน้อยเป็นการปลอบใจชายชราที่อยู่ตรงหน้า
    “ข้าก็มิได้จะทิ้งท่านไว้เพียงผู้เดียวหลอกหนา..ข้าจะพาท่านไปกับข้าด้วย , ถ้าท่านได้เห็นบ้านเกิดของข้า..ท่านจะหลงรักมันอย่างแน่นอน” ซีว่างกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปที่ซูจินยี่ด้วยท่าทีอบอุ่น..
    ซูจินยี่ยิ้มออกมาน้อย ๆ ก่อนจะกล่าวตอบไปว่า “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าไม่คิดจะทิ้งข้า.. , ดีเหมือนกัน..ไหน ๆ ข้าก็เป็นผู้ที่ความจำเสื่อม , ไอ้เริ่มต้นกับทวีปใหม่กับแผ่นดินใหม่คงจะไม่เลวนัก”
    “แน่นอนมันต้องดีต่อท่านเป็นอย่างมาก..” ซีว่ายิ้มให้ชายชราเล็กน้อย ก่อนที่มันจะเดินเข้าไปในส่วนลึกสุดภายในถ้ำ
    ก่อนจะนั่งสมาธิ แล้วค่อย ๆ ดูดซับพลังอย่างช้า ๆ
    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าใดระหว่างที่ซีว่างทำการดูดซับพลังจากศิลาก้อนนี้ พลังงานมันบริสุทธิ์อย่างมาก..จนซีว่างนั้นแทบไม่ต้องปรับปรุงหรือต้องมาคอยขัดเกลาพลังปราณที่ไหลเข้าสู่ร่างกายมันเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ซึมซับไอพลังเข้าสู่ร่างกายโดยตรง
    แต่ถึงแม้พลังจะบริสุทธิ์เพียงใด..ซีว่างก็ไม่สามารถข้ามไปยังระดับต่อไปได้ ก่อนที่ซีว่างจะลืมตาขึ้นมา พร้อมกับความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
    ‘หากมีศิลาเช่นนี้อีกสักครึ่งก้อน..ข้าคงสามารถเพิ่มระดับพลังของข้าได้..’ ก่อนที่ซีว่างจะเดินกลับไปหาพวกพ้องของมัน
    พอมันเดินมาถึงกลางถ้ำ เมื่อพบหน้ากับของเอสเธอร์ ซีว่างจึงรู้สึกผิดต่อนางเป็นอย่างมาก ที่มันมิสามารถเพิ่มระดับพลังของตนเองได้
    “ข้าต้องขออภัยต่อท่านอย่างสูง…ของวิเศษที่ท่านให้ข้ามานั้น , ข้ามิสามารถกลั่นพลังของตนเองให้ข้ามไปยังระดับต่อไปได้” ซีว่างกล่าวด้วยสีหน้าที่หมองหม่น
    แต่กลับกัน เอสเธอร์กลับไม่รู้สึกเช่นนั้น นางเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยวาจาออกมาด้วยความอ่อนโยน
    “เจ้ามิต้องคิดมาก..มันเป็นธรรมดาที่เจ้าจะไม่สามารถข้ามไปยังระดับต่อไปได้โดยง่าย , หากเจ้าทำได้สิ..มันถึงแปลก , ตอนนี้เจ้ามิได้อยู่ระดับจิตโลกาเช่นเคย..แต่อยู่ในระดับผสานโลกา , เจ้าจักใช้ทรัพยากรเยอะขึ้น..มันจึงมิแปลกอันใด , อย่าได้เก็บเอามาใส่ใจเจ้าเลย”
    “เอาล่ะ , พวกเราเดินทางกลับไปยังเมืองแกรี่..ก่อนเสียดีกว่า , ที่นี่อยู่ใกล้ถิ่นของพวกมัน..ไม่นานมันคงค้นพบถ้ำแห่งนี้” ซูจินยี่กล่าวขัดขึ้นมา เพื่อเตือนต่อสหายของมัน มิให้ชักช้าร่ำไรกันอยู่
    “เช่นนั้นเราเดินทางกันเถิด…” เอสเธอร์กล่าวขึ้นมา ก่อนที่จะเดินไปจับไหล่ซีว่าเล็กน้อย “อย่าคิดมาก , เทียบกับเจ้าแล้ว..ข้ายังด้อยกว่าเจ้านัก..”
    ซีว่างยิ้มเฝื่อนออกไปด้วยความละอายใจ ก่อนจะเดินตามสหายของพวกมันออกจากถ้ำแห่งนี้ไป
    ตอนที้พวกมันเดินทางจากเมืองแกรี่..มายังที่แห่งนี้ใช้เวลาโดยรวม 7 วัน (ไม่รวมที่ต่อสู้กับซูจินยี่คนเก่า 2 วัน)
    แต่ขากลับนั้น เนื่องจากตอนนี้ซีว่างเป็นที่ต้องการตัวของกิลด์วิญญาณอย่างมาก พวกมันจึงให้เอสเธอร์เดินทางนำหน้าพวกมัน แล้วคอยติดต่อกันทุกครึ่งชั่วยาม
    พวกมันใช้เวลาโดยรวมราว 1 เดือน เพราะด้วยการเดินทางครั้งนี้ต้องคอยหลบหลีกคนของกิลด์วิญญาณ ที่เพ่นพ่านอยู่รอบป่าร้อยอสูร
    หากพวกมันสังหารคนหนึ่ง พวกของมันที่เหลือจะสามารถรับรู้ได้ในทันที ว่ากลุ่มของซีว่างกำลังเดินทางกลับสู่เมืองแกรี่
    พอพวกมันใกล้ถึงเมืองแกรี่ เอสเธอร์ก็รีบส่งข้อความหาซีว่างผ่านทางศิลาสื่อสาร
    “รอบ ๆ เมืองแกรี่ตอนนี้ไม่ปลอดภัย..คนกิลด์วิญญาณดักรอเจ้าอยู่เต็มไปหมด , ข้าว่าพวกเราเดินทางไปที่เมืองอื่นกันเถิด”
    “ไม่ได้…ข้ามีเรื่องต้องสะสางกับกิลด์นิวส์แห่งเมืองนี้..” ซีว่างกล่าวออกมาด้วยสายตาชิงชัง ต่อเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตทั้งหมด
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหยางน่าหรือเรื่องที่มันบอกกล่าวต่อกิลด์วิญญาณที่ทำให้แผนที่วางไว้ ของซีว่างต้องล้มเหลวไม่เป็นท่า ทั้งหมดมีแต่คนของกิลด์นิวส์เท่านั้นที่เป็นคนก่อ..
    ก่อนที่ซีว่างจะกล่าวถามออกไป “ท่านมีทางอื่นใดหรือไม่…ที่สามารถเดินทางเข้าไปภายในเมือง โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้?” ซีว่างถือศิลาวิญญาณในมือ ก่อนจะส่งข้อความไปหาเอสเธอร์
    ศิลาวิญญาณของซีว่างสั่นเล็กน้อย ก่อนจะมีข้อความตอบกลับมา “พอมีอยู่..แต่จักต้องใช้เวลาเล็กน้อย..”
    ก่อนที่เอสเธอร์จะหยิบยันต์สื่อสารออกมา ก่อนจะส่งพลังปราณเข้าไป แล้วกว่าวาจาออกไป “มิได้พบเจอกันมาเสียนาน..ข้ามีเรื่องไหว้วานท่าน... , ออกมาพบข้าที่นอกเมืองได้หรือไม่..” ก่อนที่ยันต์แผ่นนั้นจะหายไป
    ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม กลุ่มของซีว่างจึงเดินทางมาถึงจุดที่เอสเธอร์อยู่
    ก่อนที่ซีว่างจะกล่าวถามต่อหญิงชรา.. “เราต้องทำเช่นไร?”
    “รอเวลา..” เอสเธอร์กล่าวพร้อมกับ มองไปยังตัวเมืองแกรี่ เหมือนนางกำลังรอคอยใครบางคนอยู่..
    ก่อนที่จะมีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นมา ต่อกรอบสายตาของพวกซีว่าง
    “ท่านแก่ลงไปมากเหลือเกิน…ท่านผู้มิพระคุณ” ผู้ที่กล่าวคือบุรุษวัยชราผู้หนึ่ง คนผู้นี้ซีว่างรู้จักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนที่มันจะเอ่ยนามของผู้นี้ออกมา “นายกแฮร์รี่?”
    “ไว้กล่าวทักทายกันภายหลัง..” เอสเธอร์กล่าวออกมา ก่อนจะมองไปที่นายกแฮร์รี่ “ท่านรีบพาพวกข้าเข้าไปในเมืองเถิด..ท่านคงจะมีทางลับ..ที่เอาไว้อพยพชาวเมืองออกจากเมือง..ในสถานการณ์คับขันใช่หรือไม่?”
    นายกแฮร์รี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยวาจาที่นุ่มนวลต่อหญิงชรา “เมื่อเป็นคำขอของท่าน…ข้าจักไม่บิดพลิ้ว , ตามสัตย์วาจาที่เคยกล่าวเอาไว้..ตามข้ามา” ก่อนที่นายกแฮร์รี่จะพาเดินอ้อมไปทางด้านหลังเมือง
    ก่อนที่มันจะพาเดินเลาะไปตามชายป่า เพื่อหลีกเลี่ยงต่อกลุ่มคนกิลด์วิญญาณ จนมาถึงภูเขาหินลูกใหญ่ลูกหนึ่ง ที่สูงสง่าอยู่ท่ามกลางป่าร้อยอสูร
    นายกแฮร์รี่หยิบตรารูปแปดเหลี่ยมออกมา ตรงกรอบมันเป็นสีทอง ข้าในเป็นสีแดง มีภาษาที่ซีว่างอ่านไม่ออกสลักอยู่ “MAYOR” ก่อนจะยื่นไปตรงภูเขาหิน
    ก่อนที่พื้นและภูเขาหินมันจะสั่นไหวจนซีว่างและสหายมันจะต้องหาที่เกาะ
    “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!!” หยางน่าร้องออกมาขณะที่ซีว่าง มือไวไปโอบกอดหญิงสาวที่ช่วงเอวของนาง ขณะที่มันกำลังคุกเข่าอยู่
    “พื้นมันสั่นเช่นนี้..ข้อก็ต้องหาที่กอดที่เกาะ , เจ้าจะใจร้ายปล่อยให้ข้าต้องล้มลงหัวฟาดพื้นจริงหรือ?” ซีว่างกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
    แต่หญิงสาวไม่สนในสิ่งที่มันกล่าวออกมา ก่อนจะยกขา..แล้วถีบเข้าเต็มเบ้าหน้าของชายหนุ่ม
    ‘สีขาว..’ ก่อนที่ซีว่างจะกลิ้งไถลไปกับพื้น พร้อมกับพื้นที่อยู่สั่นลง ‘คุ้มยิ่งนีก..’ มันคิดในใจพร้อมกับเลือดที่ไหลออกจากโพรงจมูก
    “นี่คือทางหลบหนีที่ไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน..” ก่อนที่นายกแฮร์รี่จะเดินนำเข้าไป
    พอพวกซีว่างเดินมาได้ไม่ไกลก็เกิดเสียงดังเข้ามาภายในอุโมงค์แห่งนี้ เสียงมันดังก้องไปทั่วจนต้องหยุดเดินแล้วยกมือขึ้นมาปิดหูเอาไว้ เสียงมันอย่างกับเสียงคำรามของอสูรร้าย มันคือเสียงการปิดตัวของประตูลับ
    ข้างในอุโมงค์แห่งนี้นั้นมืดสนิท แต่มีคบเพลิงจุดเอาไว้ตามทาง ซีว่างคาดว่าตัวนายกเป็นคนจุดมันไว้ ขณะที่เดินทางออกไปหาพวกตน
    ภายในนั้นทั้งชื้น ทั้งหนาวเย็น พื้นที่เดินไปนั้นขรุขระอย่างมาก หากเดินโดยมิระวังอาจเป็นอันตรายก็เป็นไปได้
    ใช้เวลาเดินราว ครึ่งชั่วยามก็สามารถเห็นแสงสว่างจากปลายอุโมงค์ ที่ส่องมาจากปากทางได้ ทางขึ้นนั้น...เป็นบันไดเป็นขั้น ๆ เรียงรายอยู่อย่างไม่เท่ากัน แถมพื้นหินนั้น..มีตะไคร่น้ำขึ้นอยู่เต็มไปหมด
    พอขึ้นมาถึงข้างบนพื้นดินแล้ว ซีว่างก็สามารถสังเกตได้ทันทีว่าที่นี่ส่วนภายในคฤหาสน์ของนายกแฮร์รี่
    “เอาล่ะ..พวกเจ้าจักทำอย่างไรต่อ?” นายกแฮร์รี่ถามออกมา
    “ท่านอย่ารู้เลยดีกว่า...” ซีว่างยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหยิบหน้ากากแปลงโฉมของตนเองออกมา แล้วทะยานออกจากคฤหาสน์ของนายกแฮร์รี่ในทันที
    หลังจากซีว่างรีบเร่งจากไป หยางน่าและซูจินยี่จึงไม่รั้งรออยู่เป็นก้างขวางคอระหว่าง นายกแฮร์รี่และเอสเธอร์ พวกมันรีบเดินออกจากห้องไปในทันที
    พอเหลือกันอยู่เพียงสองต่อสอง นายกแฮร์รี่ก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วกล่าวขอบคุณพวกของหยางน่าอยู่ภายในใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าหญิงชรา แล้วพยายามกล่าวความในใจ ที่อัดอั้นไว้เนิ่นนานออกมา
    “นานเหลือเกิน…” นายกแฮร์รี่กล่าวออกมาค้างไว้อยู่เช่นนั้น
    สำหรับชายชรานั้น มันเฝ้าตามหาสตรีที่อยู่ตรงหน้ามันมาเนิ่นนานนัก แต่พอได้พบกับนางที่คอยเฝ้าใฝ่ฝันมาตลอดกับนึกคำพูดไม่ออก ได้แต่จ้องหน้านางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความคิดถึงคะนึงหา
    ก่อนที่มันพยายามจะไล่ความตื่นเต้นดีใจนี้ออกไปด้วย..การไอออกมาเล็กน้อย “แค๊ก แค๊ก”
    ก่อนจะพยายามกลั่นทุกสิ่งอย่าง แล้วกล่าวต่อหญิงชรา
    “นานเหลือเกิน..ที่ข้าเฝ้าตามหาท่านในทุกหนทุกแห่ง..” มันกล่าวออกไปด้วยท่าทีที่ดูสุขุม ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ผ่านมา 40 กว่าปีแล้ว..แต่ท่านก็ยังงดงามดั่งคืนวันแรกที่ข้าได้พบท่านในคืนนั้น..”
    ภาพใบหน้าของหญิงชราที่อยู่ตรงหน้า..ตอนนี้กำลังซ้อนทับกับหญิงสาวในความทรงจำของนายกแฮร์รี่ในอดีต
    “ขะ ข้า..คิดถึงท่านเหลือเกิน.. , ในวันที่ข้าได้เป็นนายกของเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ , ข้าก็มิได้หยุดที่จะตามหาท่านเลยแม้แต่น้อย..” นายกแฮร์รี่พยายามกลั่นความรู้สึก ที่เก็บซ้อนไว้ออกมา เหมือนมันพยายามนำกุญแจที่เป็นสนิม..ไขเพื่อเปิดกล่องสมบัติที่เฝ้าตามหามานาน มันยากเย็นเป็นอย่างมากที่จะกลั่นความรู้สึกตลอด 40 ปี ออกมาเป็นคำพูดได้ มันช่างเนิ่นนานจนทำให้ชายชรายังเผลอคิดว่า นางที่อยู่ตรงหน้ามันเป็นเพียงภาพในความฝัน..
    “ข้ารู้…” เอสเธอร์ตอบกล่าวตอบชายชราด้วยท่าทีที่โอนอ่อน ต่อคำกล่าวของชายชรา “แต่ข้าไม่มีเวลามาสนใจเรื่องชู้สาวมากนัก , ที่ข้าต้องการก็มีแต่หนทางที่จะกลับแผ่นดินเกิดของข้าเอง..”
    “ความรู้สึกของเจ้านั้น…ข้าขอรับไว้ด้วยใจ , แต่ไม่อาจมอบใจตอบกลับไปได้..ข้าขออภัยต่อเจ้าด้วย..” หญิงชราก้มโค้งในเชิงขออภัยต่อบุรุษผู้ที่อยู่ตรงหน้านาง
    ชายชราพอได้ยินสิ่งที่นางกล่าว มันกลับมิได้รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย กลับกล่าวต่อด้วยท่าทีเช่นเดิม
    “ข้าเข้าใจ..เพราะตลอดเวลา..ท่านก็หลบหน้าของข้าอยู่ทุกครั้งครา , แต่ข้าขอท่านเพียงสักอย่างได้หรือไม่ , หากวันใดท่านได้กลับไปยังแผ่นดินเกิดของท่านเอง..ขอเพียงท่านแวะมากล่าวลาต่อชายชราผู้ต่ำต้อยผู้นี่..ได้หรือไม่ , ข้าผู้นี้จักได้มิต้องเฝ้าตามหาท่านอีกต่อไป..”
    นายกแฮร์รี่กล่าวออกไปด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น มองสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่แสดงถึงความรักออกมาอย่างชัดเจน…
    “ข้ารับปาก..แต่คงอีกไม่นานแล้ว , เพราะข้าหาทางกลับบ้านของข้าพบแล้ว…” เอสเธอร์กล่าวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขออกมา
    “คงจะเป็นหนุ่มน้อยพรสวรรค์สูงเมื่อครู่เป็นแน่ , หากมันไม่สำคัญ..ท่านคงไม่ใช้ยันต์ที่ข้ามอบไว้ให้ท่านเมื่อหลายปีก่อนหลอกหนา..”
    หญิงชราเพียงพยักหน้าเล็กน้อย พร้อมกับแสดงรอยยิ้มออกมา
    เมื่อชายชราเห็นเช่นนั้น จึงกล่าวตอบไปในทันที
    “ดี..!! , ในเมื่อการส่งเสริมมันจักทำให้ความลำบากตลอดหลายปีที่ผ่านมาของท่านประสบความสำเร็จ , ข้าก็จักส่งเสริมมันอย่างเต็มที่..” ชายชรากล่าวพร้อมกับทราบมือขวาของมันลงบนอกข้างซ้ายของตนเอง แสดงถึงคำมั่นสัญญาต่อหญิงคนที่มันรัก
    “ขอบคุณท่านมากที่ส่งเสริมข้า...” หญิงชรายิ้มเล็กน้อยก่อนจะก้มโค้งในเชิงขอบคุณต่อชายชรา...ด้านซีว่างที่เร่งกายออกมาอย่างว่องไว มันรีบตรงไปที่ ‘กิลด์นิวส์’ ในทันที..เพราะมันมีเรื่องราวที่ต้องสะสางต่อคนของกิลด์นี้
    มันถีบประตูเปิดไปดังปัง!! พร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่นออกมาในทันที
    “นิวเคลียร์…!!! , รีบเสือกหน้าตาผุพังของเจ้ามาหาข้าเดี๋ยวนี้…!!”
    เหล่าผู้คนที่จับจ่ายซื้อขายอยู่นั้น เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดี คล้ายจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น มันจึงรีบแห่หนีกันไปในทันที
    ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ ก็ปรากฏหญิงผู้หนึ่งหน้าตาคุ้นเคยเป็นอย่างมาก กล่าวออกมาด้วยถ้อยวาจาที่ดูถูกเหยียดหยามต่อชายหนุ่ม
    “เจ้าเป็นผู้ใด..ถึงกล้ามาสร้างความวุ่นวายต่อกิลด์ของข้า..” เนื่องจากตอนนี้ซีว่างยังมิได้ถอดหน้ากากแปลงโฉมออก..นางจึงยังมิทราบว่าผู้อยู่ตรงหน้าคือผู้ใด
    ก่อนที่ซีว่างจะใช้มือของตนแตะไปที่ใบหน้าของตนเอง ก่อนจะดึงหน้ากากออกมา ภาพร่างของชายหนุ่มจึงค่อย ๆ พร่าเลือนบิดเบี้ยวกลายเป็นตัวตนที่หญิงสาวผู้นี้คุ้นเคย..
    “อ้อ..เป็นเจ้าเอง , ยังมิตายหรอกรึ?” หญิงสาวไม่ได้แสดงความตื่นกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย จ้องมองตอบกลับไปด้วยสายตารังเกียจ
    “ข้ามีหน้าที่มาปราบสตรีสันดานต่ำช้าเช่นเจ้า..จะตายง่าย ๆ ได้อย่างไร” ชายหนุ่มกล่าวออกไปยั่วโมโหต่อหญิงสาว
    แต่มันก็มิได้ผล
    “หากมาด้วยเรื่องที่ข้ามิได้ตอบยันต์เจ้า..ก็กลับไปเสียดีกว่า , ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า..เวลาของข้าเป็นเงินเป็นทอง” หญิงสาวกล่าวก่อนจะหันหลังเดินจากไป
    เมื่อซีว่างเห็นการยั่วยุของตนมิได้ผล กลับเป็นหญิงสาวแสดงกิริยาเช่นนี้ออกมาออกมา จากไฟโทษะที่มีอยู่ก่อนแล้วของซีว่าง ตอนนี้ดั่งกับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้ามันราดน้ำมันเพิ่มพูนเข้าไปอีก
    “ย๊ากกกกก” ก่อนที่ซีว่างจะกระโดดข้ามหัวของคนหลายคนที่อยู่ตรงนั้น ง้างดาบขึ้นก่อนจะฟันออกไป
    “เจ้าชั้นต่ำ..ข้าบอกต่อเจ้าดี ๆ แล้วยังไม่ฟัง , แถมยังกล้าลงมือต่อข้า..เจ้าไม่มีทางรอดจากที่แห่งนี้ไปได้!!” ก่อนที่นางจะตะโกนออกมาเสียงดัง “ลงมือ!!”
    หลังจากสิ้นเสียงของนาง ก็ได้มีกลุ่มจอมยุทธ์ 5 คน พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน ก่อนที่พวกมันจะเข้าไปขัดขวางชายหนุ่มให้ล่าถอยออกไป ก่อนที่พวกมันทั้ง 5 คนจะเข้าล้อมรอบกายของชายหนุ่มเอาไว้ พวกมันทั้งหมดนั้น มีพลังถึงระดับเหยียบนภาขั้นที่ 3 ทั้งหมด

    คล้ายกับเรื่องเงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight ) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810