การแสดงถึงความเมตตาและใจดีของอาจารย์เอด้านั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่ต่างกับตอนที่อยู่กับแม่ของตนเลยทีเดียว เพียงเท่านี้ชายหนุ่มก็เหมือนได้รับกำลังใจเพิ่มขึ้นแล้ว
“ฮึบ! ”
ชายหนุ่มดีดตัวขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็วก่อนที่จะยิ้มทักทายอาจารย์เอด้าอย่างอ่อนโยนพร้อมกับกล่าวอย่างสุภาพว่า
“ขอบคุณอาจารย์มากเลยนะครับที่ช่วยดูแลผม แต่ตอนนี้ผมไม่เป็นอะไรแล้ว”
อาจารย์เอด้าพยักหน้าอย่างไรก็ตามวาจาของนางนั้นกลับทำให้ภานุยากที่จะเชื่อ
“ไม่ได้เป็นฉันหรอกที่ดูแลเธอ แต่เป็นอาจารย์เดรคต่างหากที่พาเธอมาส่งพร้อมกับดูแลเธออย่างดีทุกอย่าง”
นามอาจารย์เดรคที่อาจารย์เอด้ากล่าวถึงนั้นก็คือไอหมาบ้าที่ทุบหลังคอของเขาทำให้เขาสลบไปอย่างไร้เมตตาและเหตุผล ด้วยท่าทางที่ดุร้ายและวาจาที่ไม่เคยอ่อนโอน แทบจะไม่มีความเป็นไปได้ที่คนอย่างหมาบ้านั้นจะมาดูแลคนอื่นในห้องพยาบาลเช่นนี้ เมื่อได้ยินว่าหมาบ้ามาส่งเขาที่ห้องพยาบาลภานุก็รีบจับไปที่ก้นของตัวเองเพื่อเช็คบางอย่าง ถึงขนาดพยายามที่จะสัมผัสรูก้นของตัวเอง
มีข่าวลือกันว่าหมาบ้านั้นไม่ได้แค่มีนิสัยที่โหดเหี้ยมแต่มันยังชอบผู้ชายอีกด้วย ซึ่งแม้จะเป็นแค่ข่าวหรือแต่ภานุเองก็เกิดหวาดกลัวเช่นเดียวกันว่าตัวเขาจะถูกพรากความบริสุทธิ์ทางรูทวารไปอย่างไม่เต็มใจ
เมื่อเห็นว่าไม่ได้มีร่องรอยที่เจ็บปวดใดๆ ชายหนุ่มก็รู้สึกโล่งอกพร้อมกับรีบเดินออกไปจากห้องพยาบาลทันทีภายใต้สายตาสงสัยของอาจารย์เอด้าที่จ้องมองมาตลอดเวลา
“นักเรียนคนนั้นแปลกจริงๆ ทำไมต้องขย้ำก้นของตัวเองขนาดนั้น…”
…..
หลังจากภานุได้ออกจากห้องพยาบาลชายหนุ่มก็พบว่าการเรียนในวันนี้ได้จบลงเสียแล้ว ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองนั้นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่สามารถหลบเลี่ยงการเรียนวิชาเอาชีวิตรอดได้ด้วยสถานการณ์เช่นนี้
เมื่อกลับมาถึงห้องเรียนของตัวเองชายหนุ่มก็พบว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว นักเรียนส่วนใหญ่ที่รู้เรื่องของสัตว์ร้ายที่หลุดรอดออกมาต่างได้รีบกลับบ้านกันอย่างรวดเร็ว ภานุได้กลับมาเอากระเป๋าก่อนที่จะมองเช็คนาฬิกาที่แขวนอยู่บนกำแพงหน้าห้องเรียนใกล้ๆ กับกระดานดำ
“ยังพอมีเวลา! ”
ทันทีที่ภานุกล่าวจบชายหนุ่มก็ได้รีบวิ่งออกจากห้องเรียนทันที ใช้เวลาไม่นานก็ได้วิ่งออกจากโรงเรียน จุดมุ่งหมายของชายหนุ่มนั้นคือสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด เขามักจะมาสถานที่นี้เสมอเป็นประจำทุกวันเพื่อที่จะสังเกตบางอย่าง
ระยะทางในการมาถึงสถานีรถไฟนั้นค่อนข้างไกลอย่างไรก็ตามภานุใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็สามารถมาถึงได้ แต่กลับต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยแต่เพื่อสิ่งนั้นแล้วแน่นอนว่าชายหนุ่มสามารับได้
สถานีรถไฟนั้นไม่ได้ดูแปลกตาแต่อย่างใด บริเวณนั้นเป็นพื้นที่เปิดกว้างเพื่อรองรับผู้คนจำนวนมาก ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้มาเพื่อขึ้นรถไฟเนื่องจากรถไฟนั้นค่อนข้างจะมีราคาแพงถึงสามสิบเหรียญทองแดงต่อรอบ! ซึ่งมันฟุ่มเฟือยมากเกินไปสำหรับหลายๆ คน
รถไฟนั้นสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยพลังงานความร้อนจากถ่านหิน มันเองก็เป็นสาเหตุหลักทำให้อากาศภายในเมืองแห่งนี้ไม่บริสุทธิ์เช่นเดียวกัน ภานุดูเหมือนจะมาก่อนเวลาสักพักทำให้ชายหนุ่มนั้นมีเวลาว่างพอสมควรจึงได้ไปเดินดูหน้าร้านขายอาวุธที่อยู่ใกล้ๆ แถวนั้น สิ่งที่ชายหนุ่มสนใจนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งใดอื่นแต่มันคันธนูสีดำที่สร้างจากแร่สตาร์แร็ค ยังมีลูกธนูด้วยเช่นกัน เห็นได้ชัดว่ามันเป็นยอดธนูในหมู่ธนูด้วยกัน และเป็นธนูที่ภานุรู้สึกว่าดีที่สุดเท่าที่ชายหนุ่มเคยพบเจอมา
เจ้าของร้านมองผ่านกระจกเมื่อมองเห็นภานุเขาก็ได้ยิ้มให้เล็กน้อยเพื่อเป็นการทักทาย เจ้าของร้านค่อนข้างจะคุ้นเคยกับท่าทางของภานุแล้ว เนื่องจากชายหนุ่มนั้นเรียกได้ว่าแทบจะมายืนดูลูกธนูทุกวันยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาห์สองวัน
เมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านยิ้มทักทายตนเหมือนเช่นเคย ภานุก็ยิ้มตอบเช่นเดียวกันก่อนที่จะหันสายตามาจ้องมองที่ธนูเบื้องหน้าต่อ ชายหนุ่มมาสถานที่แห่งนี้นั้นไม่ใช่เพราะจ้องมองธนูอย่างเดียว แต่เหตุผลหลักก็คือมาเพื่อรอเจอคนคนหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มไม่รู้จัก และเขาก็ไม่ได้รู้จักชายหนุ่มเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเพียงแค่ได้พบกันไม่กี่นาทีภานุก็รู้สึกพอใจมากแล้ว อาจจะเรียกได้ว่าตอนนี้หนุ่มน้อยกำลังตกหลุมรักและรอการมาถึงของใครทุกวัน และเฝ้ามองเธออยู่ห่างๆ
เมื่อนาฬิกาที่ลานกว้างบอกเวลาไปที่เวลาห้าโมงครึ่ง ภานุก็ได้เลิกสนใจที่จะจ้องมองธนูนั้นต่อทันทีทันใด แต่ชายหนุ่มกลับหันไปจ้องมองที่บริเวณใจกลางลานกว้างแทน
ในเวลานั้นท่ามกลางฝูงชนที่ดูไม่ได้โดดเด่นอะไรกลับปรากฏตัวตนหนึ่งที่ดูโดดเด่นและสง่างามขึ้นมา กลับเป็นหญิงสาววัยเดียวกันกับภานุผู้หนึ่ง เธอสวมชุดของโรงเรียนฝึกฝนทหารหญิง ซึ่งเธอมักจะเดินผ่านทางนี้ทุกวัน ภาพหม่นมัวในจิตใจของภานุได้ถูกลบหายไปในพริบตาเมื่อเขามองเห็นหญิงสาวผู้นั้น
หญิงสาวผู้นี้ทุกๆ การเคลื่อนไหว และรอยยิ้มของเธอนั้นสามารถสั่นสะเทือนโลกของภานุทั้งใบ ใบหน้าอันงดงามของเธอทันทีที่ภานุจ้องมองมันเข้าแทบรู้สึกอยากจะหยุดหายใจ มันทั้งดูอ่อนโยนและดูเมตตา