"พวกเขาสามารถเดินไปดื่มน้ำชาเองได้ ไม่จำเป็ต้องให้เ้ายกโต๊ะมาหรอก"
แต่ทันใดนั้น ทางด้านของเฮยจื่อก็มีเสียงดัง แกรก!
เขาเกาหัวด้วยความเขินอาย "ลูกพี่ ข้าเผลอทำโต๊ะพังอีกแล้วขอรับ"
จ้าวสิงพูดออกมาแทบจะกัดฟัน "ถ้าว่างจนไม่มีอะไรทำ ก็ไปช่วยงานที่โรงงานเสีย"
จูหยวนจางเห็นดังนั้น ในใจก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ที่แท้เ้าเด็กจ้าวสิงนี่ก็มี่เวลาที่จนปัญญาเหมือนกัน
"นายอำเภอจ้าว ข้านำเงินส่วนที่เหลือมาเอาสินค้าที่เหลือแล้วขอรับ" เดิมทีหากไม่รู้ราคาสิ่งของเหล่านี้ก็คงไม่เป็ไร แต่เมื่อวานได้เดินวนรอบเมืองหนึ่งรอบ จูหยวนจางจึงรู้สึกไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินจำนวนนี้ออกไป
"เหล่าจู ทำไมท่านถึงดูหน้าเสียเล่า เหมือนเจ็บใจที่ต้องเสียเงินเช่นนั้นเล่า?"
"หึหึ ก็แค่เห็นว่าถ้วยหลิวหลีนี้ในต้ารุ่นฟา เงินหนึ่งตำลึงซื้อได้ถึงหกใบ แถมยังมีของแถมอีกด้วย เงินสามหมื่นตำลึงนี้ ข้าซื้อมาด้วยความไม่เต็มใจจริง ๆ นะขอรับ" จูหยวนจางมองเขาอย่างสบายอารมณ์ และพูดเปิดเผยความในใจออกมาตรง ๆ
เมื่อนึกถึงเื่นี้ สายตาของจูหยวนจางก็ยิ่งดูไม่เป็มิตรมากขึ้น
ด้านหลิวป๋อเวินที่ร่วมสร้างแผ่นดินมากับจูหยวนจาง พอเห็นรังสีอำมหิตนั้น ก็รู้ทันทีว่าฝ่าาทรงกริ้วแล้ว เขาถอนหายใจยาว และค่อย ๆ ถอยหลังไปหลายก้าวอย่างเงียบ ๆ
ฝ่าาทรงเกลียดข้าราชการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่สุด แต่นายอำเภอจ้าวผู้นี้กลับนำของที่ไม่มีราคามาตั้งราคาสูงลิ่วต่อหน้าฝ่าา เกรงว่าคงจะจบไม่สวย
ดังนั้น ยืนห่างออกมาหน่อยจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเปื้อนเื
แต่หม่าฮองเฮากลับเหลือบมองจูหยวนจางแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ "ราคานี้แม้จะแพงไปสักหน่อย แต่หากนำไปขายที่อื่น ของหายากย่อมมีราคาสูง ยังคงทำกำไรได้เ้าค่ะ"
จ้าวสิงเอนกายลงบนเก้าอี้โยกอย่างช้า ๆ แล้วอ้าปาก สาวใช้ข้างกายบีบนวดไหล่ให้เขา พร้อมกับป้อนองุ่นให้หนึ่งลูก
"ท่านนี้คงจะเป็พี่สะใภ้สินะ เหล่าจู ข้าไม่ได้อยากจะว่าท่านนะ แต่พี่สะใภ้เข้าใจโลกมากกว่าท่านเยอะเลย" จ้าวสิงพูดพลางแกว่งขาไปมา
"สิ่งที่แพงไม่ใช่ตัวถ้วยหลิวหลีหรอก แต่เป็วิธีการผลิตของข้า กว่าทำสิ่งนี้ออกมาได้ ข้าต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจและเงินจำนวนมหาศาล หากไม่เก็บเงินเพิ่มอีกหน่อย ข้าจะคืนทุนได้อย่างไรเล่า?"
จ้าวสิงพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจและมีเหตุผล แต่ในความเป็จริง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำกำไรไปเท่าไหร่แล้ว เพราะวิธีการผลิตสิ่งนี้ ลดต้นทุนลงได้ต่ำจนน่าใ
"อีกอย่าง วิธีการผลิตนี้มีแค่ข้าคนเดียวที่มี ของสิ่งนี้มีเพียงอำเภอเฟิ่งหยางของเราเท่านั้นที่หาได้ หากออกไปจากที่นี่ มันจะไม่กลายเป็ของล้ำค่าที่หาได้ยากหรอกหรือ?"
น้ำเสียงการพูดของจ้าวสิงเต็มไปด้วยความมั่นใจ จนหลิวป๋อเวินที่ฟังอยู่ข้าง ๆ ยังรู้สึกว่ามีเหตุผลรองรับ
"ดังนั้น ไม่ต้องใส่ใจมากนักหรอก ของเหล่านี้ท่านเอาไปทำกำไรได้ก็พอ เหตุใดต้องสนใจราคาต้นทุนจากข้าด้วยเล่า?"
"ข้าหัวเราะเยาะจูกัดเหลียงที่ไร้แผนการ จิวยี่ที่ขาดปัญญา หากตอนนี้ข้าลากปืนใหญ่อิตาลีออกมา..." พูดไปได้ครึ่งหนึ่ง จ้าวสิงก็ชะงัก "ขออภัย… เมื่อครู่เหมือนจะจำบทสลับเื่"
อย่างไรเสียจ้าวสิงก็ได้ผูกขาดสินค้าเหล่านี้ไว้แล้ว จึงไม่กังวลเลยว่าจูหยวนจางจะไปหาแหล่งสินค้าจากที่อื่นได้ นี่แหละคือเสน่ห์ของการผูกขาด ช่างสบายใจจริง ๆ
จูหยวนจางจ่ายเงินส่วนที่เหลือด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม "เพียงแต่ พวกข้ายังมีคำถามบางอย่างอยากจะถามนายอำเภอจ้าวก่อน"
"ว่ามาได้เลย ว่ามาได้เลย" จ้าวสิงทำท่าเชื้อเชิญ
คนที่ยอมจ่ายเงินให้ตนหาเลี้ยงชีพ ย่อมเป็เทพเ้าแห่งโชคลาภ สำหรับการปฏิบัติต่อเทพเ้าแห่งโชคลาภ จ้าวสิงย่อมให้การต้อนรับเป็พิเศษ
"ไม่ทราบว่าปัจจุบันอำเภอเฟิ่งหยางมีรายได้จากภาษีเท่าใด? และงบประมาณในการวิจัยของสถาบันวิจัยนำมาจากที่ใด? หากพึ่งพาเพียงผลผลิตจากไร่นาของชาวบ้าน จะสามารถรองรับค่าใช้จ่ายมหาศาลเช่นนี้ได้จริงหรือ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของจูหยวนจาง หัวใจของจ้าวสิงก็กระตุกวูบ เขารีบจ้องมองอีกฝ่ายทันที
ในใจแอบพึมพำว่า คงไม่ใช่ว่าเบื้องบนสังเกตเห็นความผิดปกติของภาษีที่ตนรายงานไปทุก ๆ ปี แล้วส่งคนมาตรวจสอบบัญชีหรอกนะ
ไม่ได้การ ต้องระวังตัวหน่อย หากเหล่าจูและพวกเป็คนมาตรวจบัญชี ชาตินี้พวกเขาจะไม่มีวันได้ออกไปจากอำเภอเฟิ่งหยางเด็ดขาด
ถึงตอนนั้น… ก็ส่งคนไปจัดการเสียเลย...
"นายอำเภอจ้าว?" หม่าฮองเฮายื่นมือมาโบกตรงหน้าจ้าวสิงด้วยความไม่เข้าใจว่าเมื่อครู่เขาเหม่อลอยคิดอะไรอยู่
"ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร ข้าแค่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไร... จะต้อนรับพวกท่านอย่างไรดี..."
สีหน้าของจูหยวนจางมืดมนลงทันที เ้าเด็กนี่! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของเ้า!
เมื่อมองจ้าวสิงที่อยู่ตรงหน้า มือของจูหยวนจางก็เริ่มคันยิบ ๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก… ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างมีจังหวะ ทั้งเฮยจื่อ คุนจื่อ และคนอื่น ๆ ในลานบ้านนั้น ไม่มีใครลุกขึ้นไปเปิดประตูเลยแม้แต่คนเดียว
"พวกเ้าเป็อะไรไป? หรือว่าไม่กล้าเปิดประตู?" จูหยวนจางยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"นายอำเภอจ้าว เปิดประตูสิ"
"เปิดประตูนะ เปิดประตูเถอะ ข้ารู้ว่าเ้าอยู่ในบ้าน"
"อย่ามัวแต่แอบอยู่ข้างในแล้วไม่ส่งเสียงอะไร!"
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ ใบหน้าของจ้าวสิงก็ซีดเผือดลงทันที เขาะโพรวดขึ้นจากเก้าอี้โยก ปากรีบะโเรียกเบา ๆ "เฮยจื่อ คุนจื่อ พวกเ้าสองคนรีบมาปกป้องข้าเร็ว"
"ลูกพี่ ข้า... ข้าก็กลัวเหมือนกันขอรับ..." คุนจื่อทำหน้าเศร้า ยืนบังหน้าจ้าวสิงไว้ แต่ขาสองข้างกลับเริ่มสั่นโดยไม่รู้ตัว
หากเป็ไปได้ ชาตินี้เขาขอให้ไม่ต้องพบกับผู้หญิงที่อยู่หน้าประตูคนนั้นเลยจะดีกว่า
"นายอำเภอจ้าว! หากท่านยังไม่ส่งตัวเฮยจื่อกับคุนจื่อออกมา ก็อย่าหาว่าข้าไร้ความปรานีก็แล้วกัน" เสียงจากด้านนอกดังลั่น จนแทบจะดังไปไกลถึงแปดจั้ง
จ้าวสิงอยากจะถีบทั้งสองคนให้รู้แล้วรู้รอด จึงกัดฟันพูดว่า "พวกเ้าสองคนคิดจะชุบมือเปิบไม่จ่ายเงินหรือ? นางตามมาถึงหน้าบ้านแล้ว"
"ไสหัวออกไปจัดการเื่นี้ให้จบซะ ไม่อย่างนั้นพวกเ้าสองคนไม่ต้องกลับมาเลย" พูดจบ จ้าวสิงก็ผลักทั้งสองคนออกไปทางประตูทันที
จากนั้นก็รีบปิดประตูอย่างรวดเร็วในคราวเดียว ไหลลื่นไม่มีสะดุดและไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
"เ้าทำอะไร..."
"พวกเขานี่คือ?"
"ข้างนอกนั่นคือใคร?"
จูหยวนจาง หม่าฮองเฮา และหลิวป๋อเวิน ทั้งสามคนถามจ้าวสิงพร้อมกัน
จ้าวสิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า "เื่มันยาว..."
"งั้นก็ไม่ต้องพูดแล้ว… พวกท่านรีบแอบออกทางประตูหลังเถอะ" พูดจบ จ้าวสิงก็พาคนทั้งสามเดินไปทางด้านหลัง
ประตูหลัง
"ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน..."
ยังไม่ทันสิ้นคำพูด จ้าวสิงเงยหน้าขึ้นเห็นคนยืนขวางประตูอยู่ ใบหน้าของเขาก็ย่ำแย่ลงทันที
เขาถอนหายใจยาว
"ท่าน้าอะไรกันแน่?" จ้าวสิงพิงประตู มองผู้หญิงที่อายุไม่ถึงสามสิบปี แต่ยังมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ที่เริ่มมีอายุคนนั้นด้วยใบหน้าสิ้นหวัง
แม้ว่าในยุคก่อนที่จ้าวสิงจะทะลุมิติมา ผู้หญิงอายุสามสิบที่ยังไม่แต่งงานจะมีอยู่มากมาย
แต่ในยุคนี้ ผู้หญิงอายุสามสิบ อย่างน้อยลูกก็คงวิ่งเล่นไปทั่วแล้ว หากใครรีบร้อนหน่อยก็อาจจะมีหลานให้โอบอุ้มแล้วด้วยซ้ำ
นางใช้มือสองข้างหิ้วหูของเฮยจื่อและคุนจื่อไว้คนละข้าง
เฮยจื่อและคุนจื่อตัวสูงใหญ่และแข็งแรงกว่านางหลายเท่า แต่ภายใต้กำมือเหล็กของผู้หญิงคนนี้ พวกเขากลับไม่กล้าขัดขืนเลยแม้แต่น้อย