เฉินเซี่ยงฝึกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนเขาหยิบเม็ดยาชำระไขกระดูกทั้งสี่เม็ดออกมาแล้วกลืนมันลงไปในครั้งเดียว เขาโคจรทักษะปราณศักดิ์สิทธิ์ควบคู่ไปด้วยเพื่อปรับสภาพเม็ดยาของเขาตอนรุ่งสาง เขาไปที่คฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงเพื่อซื้อหาสมุนไพรสำหรับเม็ดยารัศมีปราณอีกยี่สิบชุด
เฉินเซี่ยงใช้เหรียญวิญญาณทั้งหมดของเขาในการซื้อหาสมุนไพรวิญญาณก่อนหน้านี้เหรียญวิญญาณส่วนมากของเขาลงทุนไปกับตึกราชาเม็ดยา ดังนั้นเขาจึงเหลือเหรียญวิญญาณค่อนข้างน้อยแต่ทันทีที่ตึกราชาเม็ดยาเริ่มเปิดกิจการเมื่อไหร่ เขาจะได้รับเหรียญวิญญาณในส่วนที่เขาจ่ายไปพร้อมด้วยกำไรอีกมาก
ในช่วงกลางวัน เฉินเซี่ยงอยู่ในห้องของเขาเพื่อสกัดกลั่นเม็ดยารัศมีปราณสำหรับเขาในตอนนี้การสกัดกลั่นทำได้ง่ายดายยิ่ง นอกจากนี้แต่ละครั้งที่สกัดกลั่นยังได้เม็ดยาถึงหกเม็ดใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วยาม...เขาใช้สมุนไพรสกัดกลั่นเม็ดยาไปแล้วสองชุด และภายใน 5 ชั่วยาม...เขาใช้สมุนไพรทั้งหมด20 ชุดที่ซื้อมาก่อนหน้านี้สกัดกลั่นเม็ดยาเป็นที่เรียบร้อย รวมๆ แล้วได้เม็ดยาทั้งหมด120 เม็ด! เพียงแค่ขายมันด้วยราคาต่ำสุดในท้องตลาดที่ 5,000 เหรียญวิญญาณใหญ่ ก็จะทำให้เขาได้เหรียญวิญญาณทั้งหมด600,000 เหรียญวิญญาณใหญ่! หรืออีกมุมหนึ่ง เขาจ่ายเหรียญวิญญาณไปเพียง 100,000 เหรียญวิญญาณใหญ่เพื่อซื้อสมุนไพรเหล่านั้นแม้แต่คนโง่ยังทราบว่าเขาได้กำไรจากการสกัดกลั่นเม็ดยาขนาดไหน
เหมิ่งโบ๋ไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเตาปรุงยารวมถึงความสามารถในการจดจำเจ้านายของมันหลังจากหยดโลหิตลงไปดังนั้นจึงทำให้เขาไม่สามารถใช้ประโยชน์จากอำนาจที่แท้จริงของเตาปรุงยามังกรเพลิงได้ถ้าเกิดเขารู้เรื่องนี้ เฉินเซี่ยงคงไม่ได้เห็นเตาปรุงยานี่อีกเป็นครั้งที่สอง เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทำให้เฉินเซี่ยงรู้สึกผิดเล็กน้อยแต่ว่าเขาได้แอบให้ผลวิญญาณโลหะและหญ้าวิญญาณนรกชิ้นเล็กๆ กับเหมิ่งโบ๋ไปแล้ว นั่นทำให้เขารู้สึกผิดน้อยลง
ยามค่ำคืนมาเยือน เฉินเซี่ยงนำเม็ดยารัศมีปราณที่เขาสกัดกลั่นก่อนหน้านี้ออกมาบางส่วนพร้อมกับออกจากเมืองไปที่ป่าที่อยู่ใกล้เคียงกับนอกเมืองภายในป่า..เฉินเซี่ยงกลืนเม็ดยากว่า 10 เม็ดภายในครั้งเดียวราวกับเขากำลังกินถั่ว ถ้าคนอื่นๆรู้เรื่องนี้เข้า คางของพวกเขาคงจะยืดจนตกถึงพื้นแล้วเกือบจะเคล็ดเพราะความตกใจไปแล้ว
เฉินเซี่ยงโคจรทักษะปราณศักดิ์สิทธิ์และเริ่มปรับแต่งเม็ดยาปราณวิญญาณแปลกๆ สายหนึ่งค่อยๆ พรั่งพรูออกมาจากเม็ดยา เมื่อถึงจุดหนึ่ง..เขารับรู้ได้ถึงรัศมีปราณที่ปล่อยออกมาจากเม็ดยารัศมีปราณ
ทุกๆ คืนเฉินเซี่ยงจะกินเม็ดยากว่า 10 เม็ดและบ่มเพาะปราณแท้จริงของเขาไปด้วยขณะที่ช่วงกลางวันก็ฝึกฝนทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งมังกรครามและทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งหงส์เพลิงจากทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งสัญลักษณ์ทั้ง4... ทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งพยัคฆ์ขาวจำเป็นต้องใช้สภาพแวดล้อมพิเศษที่มีปราณฆ่าฟันหนาแน่นในการฝึกฝนส่วนทักษะแห่งเต่าทมิฬจำเป็นต้องใช้พื้นที่ที่เต็มไปด้วยน้ำ นอกจากนี้ทักษะทั้งสองนั้นยังจำเป็นต้องใช้ความแข็งแกร่งมากกว่าระดับ9 ขอบเขตนักสู้เป็นอย่างน้อย ดังนั้นลืมมันไปได้เลยที่จะฝึกฝนพวกมันในตอนนี้
แค่พริบตาเดียวก็เหลือ 3 วันก่อนจะเริ่มงานประลองแห่งเมืองโหวหวาง
ดวงจันทร์ส่องแสงสุกสกาว ดวงดาวนับไม่ถ้วนระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้าในคืนนี้ เฉินเซี่ยงยุ่งอยู่กับการดูดซับปราณวิญญาณจำนวนมากภายในป่าเช่นเคย เขากินเม็ดยารัศมีปราณไปเล็กน้อยและเขาก็ได้เผาผลาญปราณจำนวนมากจากเม็ดยาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณปราณวิญญาณที่อยู่ในอากาศตอนนี้ไม่เพียงพอ
ชั้นหมอกสีขาวเริ่มหมุนวนรอบตัวเฉินเซี่ยงพร้อมปลดปล่อยพลังงานแปลกๆออกมาก ใบไม้ทุกใบที่อยู่รอบๆ ตัวเขาเปลี่ยนสภาพเป็นอนุภาคขนาดเล็กในฉับพลันหากมันสัมผัสกับหมอกสีขาวนี้
หมอกสีขาวนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ‘รัศมีปราณ’ ที่เฉินเซี่ยงในตอนนี้เข้าใจหลักในการเปลี่ยนปราณแท้จริงของเขาให้กลายเป็นรัศมีแต่ในทางกลับกัน เขาต้องใช้ปราณแท้จริงจำนวนมากด้วย มีเพียงผู้ที่มีปราณแท้จริงที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถจู่โจมออกด้วย‘รัศมีแท้จริง’ ได้อย่างต่อเนื่อง
รุ่งเช้าภายในป่า วัยรุ่นเปลือยท่อนบนผู้แข็งแกร่งกำลังทำลายหินให้แตกเป็นเสี่ยงๆด้วยหมัดของเค้า หมัดที่ชกออกแหวกอากาศเสียงดังหวีดหวิวตามด้วยคลื่นปราณที่ระเบิดออกมาหินทุกก้อนที่หมัดสัมผัสปรากฏเป็นเสียง *ตูม ตูม ตูม* หินที่แข็งแรงทนทานที่รายล้อมอยู่รอบๆ‘รัศมีแท้’ จริงแตกออกเป็นหลายชิ้นราวกับเม็กโคลนค่อยๆร่วงหล่นลงพื้น
“นี่คือความแข็งแกร่งระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ ตอนนี้มีเพียงความคิดเดียวข้าสามารถเปลี่ยน ‘ปราณแท้จริง’ ให้กลายเป็น‘รัศมีแท้จริง’ ได้!” เฉินเซี่ยงกำหมัดและเมื่อเขากระทืบเท้า เศษหินที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นพลันลอยขึ้นไปบนอากาศ ปรากฏรัศมีปราณแผ่ออกมาจากร่างกายของเขาพร้อมป่นเศษหินเหล่านั้นให้กลายเป็นผงไปในทันที
เฉินเซี่ยงคิดว่า ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ถ้าเทียบกับระดับ 6 ขอบเขตนักสู้แล้วมันน่าเกรงขามมากกว่า แต่ความแข็งแกร่งระดับนี้ยังไม่อยู่ในสายตาของเหล่านิกายใหญ่ทั้งหลายมีแต่ผู้ที่มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าระดับ 9 ขอบเขตนักสู้เท่านั้นที่จะเหยียบย่างเข้าสำนักเหล่านั้นได้นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเฉินเซี่ยงถึงไม่เคยเย่อหยิ่งหรืออวดดี เพราะไม่ว่าเราจะคิดว่าตัวเราดีขนาดไหน...แต่ยังคงมีคนอื่นๆที่ดีกว่าเราเสมอ
เหมิ่งโบ๋ ราชาเม็ดยาแห่งจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ได้เข้าร่วมกับตึกราชาเม็ดยาเป็นเหตุให้เกิดความโกลาหลภายในเมืองโหวหวาง ส่งผลให้ชื่อเสียงของตึกราชาเม็ดยาเพิ่มขึ้นฉับพลันถึงแม้ร้านจะยังไม่ได้เปิดทำการก็ตามผู้คนมากมายต่างรอคอยให้ตึกราชาเม็ดยาเปิดทำการ ในทุกๆ วัน ประตูทางเข้าร้านตึกเม็ดยาวิญญาณจะคลาคล่ำไปด้วยพูดคนมากหน้าหลายตาที่มาเพื่อถามไถ่ถึงพิธีเปิดของร้านอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้นแน่นอน ตั้งแต่ที่เหมิ่งโบ๋เข้าร่วมกับตึกราชาเม็ดยาทำให้กระกูลเหยารู้สึกถึงแรงกดดันอย่างมากเนื่องด้วยพวกมันกลัวว่าตึกราชาเม็ดยาของตระกูลเฉินจะมาแย่งตำแหน่งที่มันถือครองภายในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้
แม้ว่าคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงจะขายเม็ดยาแต่ก็ถือว่าพวกเขายังตามหลังอยู่เมื่อเพราะหลักๆแล้วคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงจะดำเนินธุรกิจในการขายสมุนไพรเป็นหลัก ฉะนั้นถึงแม้ตึกราชาเม็ดยาจะเปิดทำการก็จะส่งกระทบกับพวกเขาเพียงน้อยนิดนอกจากนี้ทั้งคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงและตึกราชาเม็ดยายังมีการสร้างความสัมพันธ์ในการร่วมมือทางธุรกิจอีกด้วย
หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เฉินเซี่ยงก็เริ่มเดินตรงไปยังเมืองโหวหวางระหว่างทางเขาคิดเรื่องการเปิดทำการของตึกราชาเม็ดยา
ขณะที่เขากำลังเดินอยู่ เขาสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเขารู้สึกว่ามีบางคนหลบอยู่ในป่า
“โผล่หัวออกมา ไม่จำเป็นต้องซ่อนแล้ว!” น้ำเสียงของเฉินเซี่ยงเย็นชาอย่างมากและยังเต็มไปด้วยเจตนาสังหารเมื่อเขาและตระกูลเหยาเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันแล้ว เขามักจะอยู่ในสภาวะที่ระมัดระวังตัวอยู่เสมอเขารู้ว่าไม่ช้าก็เร็วตระกูลเหยาต้องคนมาสังหารเขาอย่างแน่นอน
ทันทีที่เสียงของเขาเงียบไป พลันมีเสียง*ซูว* ดังมา เฉินเซี่ยงคว้าจับลูกธนูที่ยิงมาใส่เขาด้วยความเร็วปานสายฟ้า เขาเคลื่อนที่หลบหลีกสลับไปมาอย่างรวดเร็วผ่านเข้าไปในจนเห็นเพียงภาพร่างของเขาที่ไหววูบไปมาเท่านั้น
เฉินเซี่ยงปรากฏตัวใกล้ต้นไม้ต้นหนึ่งพร้อมกับโคจรรัศมีปราณ*ตูม* หมัดของเขากระแทกใส่ต้นไม้จนทำให้มันแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และปรากฏเสียงกรีดร้องดังมาจากหลังต้นไม้ในทันทีใครบางคนที่หลบอยู่หลังต้นไม้เพิ่งจะตกตายจากแรงระเบิดของหมัดอันหนักหน่วง
เฉินเซี่ยงขมวดคิ้ว เขาสามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว หลังจากบรรลุเข้าสู่ระดับ 7 ขอบเขตนักสู้แล้ว สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาเฉียบคมมากขึ้นและในตอนนี้เขารู้สึกถึงห่าฝนธนูพุ่งตรงมาที่เขามากมาย
ทันใดนั้น บนฝ่ามือของเขาปรากฏรัศมีปราณสีครามพวยพุ่งออกมาและก่อตัวเป็นกำแพงรัศมีเบื้องหน้าเขาห่าธนูที่พุ่งเข้าทั้งหมดล้วนถูกหยุดด้วยกำแพงรัศมีโดยสิ้นเชิง
“ลูกธนู 300 ดอก คน 300 คน! ดูเหมือนว่าพวกมันจะอดใจรอสังหารข้าไม่ได้แล้วสินะ!” ใบหน้าของเฉินเซี่ยงเปลี่ยนเป็นเย็นชาเจตนาสังหารปริมาณมหาศาลล้นทะลักออกมาจากจิตใจของเขา
“เมื่อเจ้าต้องการสังหารข้า เช่นนั้นอย่างได้ตำหนิข้า!” เสียงที่เฉินเซี่ยงส่งออกไปแฝงไปด้วยปราณฆ่าฟันกวาดผ่าไปทั่วทั้งป่าราวกับสายลมที่หนาวเย็น
พยัคฆ์ขาวคือเทพเจ้าแห่งการฆ่าล้างสังหารหลังจากฝึกฝนทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งพยัคฆ์ขาว ผู้ฝึกฝนจะครอบครองปราณฆ่าฟันที่เข้มข้นซึ่งสามารถสกัดกั้นฝ่ายข้ามและยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ฝึกฝนไปพร้อมๆ กัน ตอนนี้เฉินเซี่ยงใช้ออกด้วยทักษะที่พื้นฐานที่สุดของทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งพยัคฆ์ขาวนั่นคือ ‘สังหารจิตใจ’ นอกจากเขาจะเข้าใจทักษะนี้ดีแล้วนอกเหนือจากนั้น เขายังไม่เคยฝึกฝนทักษะการต่อสู้อื่นๆ ของทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งพยัคฆ์ขาวด้วยทักษะ ‘สังหารจิตใจ’ เป็นวิธีที่ดีที่สุดและรวดเร็วที่สุดในการสังหารศัตรูของเขา!
เฉินเซี่ยงปลดปล่อยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเกรงขามของเขาออกมาและไปปรากฏตัวอยู่ใกล้ๆต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว เขาสัมผัสได้ถึงคนจำนวนมากที่ซ่อนอยู่ในต้นไม้ ถึงแม้พวกมันจะซ่อนตัวดีขนาดไหนแต่มันยังมิอาจหลบพ้นสัมผัสของเฉินเซี่ยงได้
“ฮึ่ม.. เจ้าคิดว่าด้วยปริมาณคนของพวกเจ้าจะสามารถสังหารข้าได้รึ!” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างเย็นชาร่างของหายอันตรธานหายเข้าไปในป่าราวกับภาพลวงตา เขาเคลื่อนอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมากฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เหล่านักธนูที่หลบอยู่หลังต้นไม้จะจับตำแหน่งของเขาทัน ขณะที่พวกมันยิงโดนเฉินเซี่ยงด้วยโชคล้วนๆๆ แต่ลูกธนูเหล่านั้นยังถูกป้องกันด้วยรัศมีปราณที่เขาคลุมร่างเขาอยู่เสมอ
รัศมีสีครามแผ่ลงมาครอบคลุมหมัดของเฉินเซี่ยงปรากฏประกายสายฟ้าเหนือศีรษะพวกมัน เฉินเซี่ยงกระโดดเข้าไปใกล้ๆ ต้นไม้พร้อมกับกระหน่ำหมัดใส่ลำต้นของต้นไม้
*ตูม ตูม ตูม ………..*
สายฟ้าสีครามแล่นผ่านไปทั่วต้นไม้ ส่งผลให้ลำต้นระเบิดออกเป็นชิ้นๆตามด้วยรัศมีเพลิงและสายฟ้าทะลักออกมาจากภายใน ทั่วทั้งยอดไม้ถูกย่างจนเกรียม ไม่นานหลังจากนั้นร่างที่ถูกย่างจนเกรียมค่อยๆหล่นลงมาช้าๆ
…………………..