“ เป็นเด็กดีจังเลยนะ เชื่อฟังคนแปลกหน้าด้วย ”
“ ป๊ะป๋าบอกว่าเด็กดีจะต้องเชื่อฟังปู้ใหญ่ ”
“ แบบนี้แหละดี อยู่เงียบๆแล้วหนูจะปลอดภัย ”
เป่าเป้ยพยักหน้าเบาๆแล้วรอให้ป๊ะป๋าเดินทางมาช่วยเหลือ ในระหว่างนี้เธอก็ได้กวาดตามองออกไปรอบๆพบว่าที่ที่อยู่เป็นถ้ำมืดมิด ด้านหลังมีโครงกระดูกขนาดใหญ่และมีกลิ่นเหม็นเน่าจนอยากจะร้องไห้ออกมา แต่เธอนึกได้ว่าจะต้องไม่ร้องจึงเบะปากรอให้คุณพ่อมาช่วยเหลือ
“ ถ้าแกไม่อยากทรมานอย่าได้คิดจะแตะต้องลูกสาวฉัน ”
มือสังหารหันมองเพดานด้วยท่าทางตกตะลึง อีกฝ่ายหามันเจอแล้วไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถส่งเสียงเข้ามาในหัวได้ แต่ก็มีอีกกรณีหนึ่งคืออีกฝ่ายใช้วิธีส่งเสียงออกไปรอบๆโดยไม่ระบุเป้าหมาย ใครที่อยู่ในรัศมีจะได้ยินทั้งหมดมันจึงหวังให้เป็นอย่างหลัง
“ อาจารย์เจี่ยลี่ ผมช่วยคุณไม่ได้แล้ว อย่าได้คิดจะพึ่งผมอีก ”
น้ำเสียงของอาจารย์เหวินน่ากลัวเป็นอย่างมาก ต่อให้เธอจะมีเลเวลสูงถึง 180 ยังเกิดความรู้สึกกลัวน้ำเสียงเมื่อครู่
ทันใดนั้นเองเธอก็พบเข้ากับจิตสังหารท่วมท้นพวยพุ่งเข้ามาในรถจึงรีบออกไปดูก่อนจะพบเข้ากับมังกรสีแดงตัวใหญ่กำลังกางปีกร้องคำรามด้วยท่าทางโกรธแค้น แต่สิ่งที่ปลดปล่อยจิตสังหารอันท่วมท้นออกมาไม่ใช่มังกร แต่เป็นชายใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอด เขากำลังระเบิดจิตสังหารออกมารอบๆจนแม้แต่นักศึกษาของเขายังหวาดกลัว
“ ไป! ”
ปีกขนาดใหญ่ของมังกรกางอ้าออก มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาไล่ตามมือสังหาร ในระหว่างนี้เฉินห่าวเรียกให้อันอันใช้พอร์ทัลเดินทางจากหลงเฉียงมาช่วยเหลือ ในระหว่างที่เขาไม่อยู่ลูกศิษย์ของเขาจำเป็นต้องปลอดภัยเพราะไม่อย่างนั้นสิ่งที่เขาลงแรงจะสูญเปล่า
“ ได้ยินไหม ถ้าได้ยินแล้วให้รีบตามมา ”
หัวหน้าองค์กรนทีมืดเริ่มเคลื่อนตัว ทันใดนั้นผู้ใช้เทเลพอร์ตก็เริ่มเปิดใช้งานสกิลถี่รัวเพื่อให้เขาเดินทางมาถึงจุดที่นายท่านอยู่ให้เร็วที่สุด แม้จะไม่สามารถพาคนอื่นมาด้วยได้ สกิลของเขากลับเป็นประโยชน์เพราะสามารถเดินทางไปดูลาดเลาได้ก่อน
“ นายท่าน ”
เฉินห่าวมองไปยังหลังเฟยหลง หนึ่งในมือสังหารของนทีมืดเดินทางมาถึงแล้วด้วยการใช้สกิลเทเลพอร์ตรัวๆจนมาเจอเข้ากับเขา
“ แกแกะรอยได้ไหม ”
“ ไอพลังงานหายไปแล้ว ต้องให้มันเปิดใช้งานสกิลอีกผมถึงจะไล่ตามไปได้ ”
“ แกมีวิธีปิดการใช้งานสกิลเทเลพอร์ตไหม ”
“ มี ”
“ ฉันจะส่งแกไปก่อน ห้ามปะทะกันเด็ดขาด หน้าที่ของแกคือสกัดไม่ให้มันเทเลพอร์ต ”
“ ทราบแล้วนายท่าน ”
เฉินห่าวชี้มือนำทางจากนั้นเขาก็ปล่อยให้มือสังหารเทเลพอร์ตนำหน้าไปเรื่อยๆจนกว่าเขาจะเข้าใกล้จุดที่เป่าเป้ยถูกพาไปซ่อนจนกระทั่งเข้าใกล้จุดที่มือสังหารพาเป่าเป้ยซ่อนเขาจึงบอกให้วางอุปกรณ์สกัดการเทเลพอร์ตในทันที
“ เร็วเข้าเฟยหลง ”
“ ข้าทราบแล้วนายท่าน ”
ปีกขนาดใหญ่กางอ้าออกก่อนจะบินแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้จนทำให้ได้ยินเสียงโซนิคราวกับฟ้าจะถล่ม ความเร็วของเฟยหลงกลับยังไม่เพียงพอเฉินห่าวจึงนำผลึกมานาเลเวล 180 ขึ้นมาถือในมือหนึ่งก้อนก่อนจะวาดอักขระอาคมลงไปแล้วปามันขึ้นฟ้าเกิดเป็นอาคมเสริมความเร็วให้เฟยหลงเดินทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังกระหึ่มข้างรถหุ้มเกราะจนต้องรีบลงไปดูก่อนจะพบว่ามือสังหารจำนวน 10 คนเป็นฝ่ายโจมตี นักศึกษาที่ออกมาจากป่าล้วนแล้วกระเด็นกระดอนไปคนละที่แม้จะมีเจ้าหน้าที่ป้องกันการโจมตีเมื่อครู่เอาไว้แล้วก็ตาม
“ หลี่อิงเธอมีไอเทมป้องกันไหม ”
เหมยลี่สอบถามหลี่อิงอีกฝ่ายมาจากตระกูลใหญ่น่าจะมีไอเทมป้องกันสักอย่าง หากไม่มีไอเทมสักชิ้นจะต้องมีใครสักคนแย่แน่
“ ดูเหมือนว่าเป้าหมายจะไม่ได้เป็นฉันนะ ”
หลี่อิงสำรวจรอบๆ การโจมตีเมื่อครู่ห่างจากเธอไปไกล จุดที่มือสังหารโจมตีคือนักศึกษาคนหนึ่ง แม้จะอยู่ภายในคลาสเดียวกันอีกฝ่ายกลับไม่มีขุมอำนาจใหญ่หนุนหลัง ในสายตาของเธอเขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่มีครอบครัวเป็นฮันเตอร์เลเวลสูงเท่านั้น
เหมยลี่จึงสังเกตการณ์โจมตีรอบๆพบว่ามือสังหารเล็งเพียงแค่คนที่ไม่ได้มีขุมอำนาจเธอจึงรู้ว่าตนเองตกเป็นเป้าชัดเจน
“ รับไป ”
เหมยลี่คว้าไอเทมบางอย่าง ลักษณะของมันเหมือนป้ายชื่อมีขนาดเท่าฝ่ามือ
“ อะไรเหรอหลี่อิง ”
“ มันสามารถป้องกันอันตรายถึงแก่ชีวิตให้ได้หนึ่งครั้ง ”
“ สำคัญขนาดนี้ทำไมไม่เก็บเอาไว้ ”
“ พวกมันไม่ได้มองมาที่ฉันเลยต่างจากเธอ ”
“ ขอบคุณ ฉันจะพยายามหามันมาคืนให้ในภายหลัง ”
ดาบยาวค่อยๆชักออกมาถือพลางมองดูมือสังหารเลเวลตั้งแต่ 120 ไปจนถึงเลเวล 140 แม้เธอจะมีเลเวลเพียง 60 ก็ตามที ค่าสถานะโดยรวมสูงถึงเลเวล 90 แม้อีกฝ่ายจะเลเวลมากกว่าเธอก็พอมีวิธีมากมายในการเอาตัวรอด
“ ทุกคน พวกมันเล็งเป้าไปที่นักศึกษาที่ไม่มีขุมอำนาจหนุนหลังรีบไปที่เต้นท์ของอาจารย์เหวินเร็วเข้า ”
นักศึกษาในคลาสของอาจารย์เหวินวิ่งเต็มกำลังไปยังเต้นท์แคมป์ปิ้งของอาจารย์เหวิน แม้ไม่รู้ว่าอาจารย์หายไปที่ไหนก็ตามพวกเขากลับเชื่อว่าอาจารย์จะต้องบอกบางอย่างกับเหมยลี่อย่างแน่นอน
ทันทีที่นักศึกษาไร้ขุมอำนาจหนุนหลังออกวิ่ง สายตาของมือสังหารต่างก็มองมาที่พวกเขาราวกับเหยื่อที่ต้องสังหาร
เจ้าหน้าที่เห็นว่าเป้าหมายของพวกมันคือนักศึกษาไร้สังกัดต่างก็พยายามเข้าขวางเต็มกำลัง
อาจารย์เจี่ยลี่รู้จุดหมายของพวกมันแล้วทำการปลดปล่อยสกิลอาชีพส่งผลให้พื้นที่รอบๆร้อนดั่งขุมนรก เพียงกวาดมือไปยังกลุ่มของมือสังหารร่างของพวกมันต่างก็ลุกไหม้กลายเป็นเปลวไฟก่อนจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในเวลาไม่ถึง 10 วินาที ด้วยความห่างของเลเวลแล้วไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะสังหารพวกมัน
ในขณะที่กำลังฆ่ามือสังหารที่พยายามจะก่อความวุ่นวายที่แคมป์เธอก็พบว่าอาจารย์เถาวกกลับคืนมา สภาพของเขาบาดเจ็บไม่น้อยราวกับว่ามีเลเวล 180 อยู่ภายในป่า
“ อาจารย์เถาเกิดอะไรขึ้น ”
อาจารย์สวมเสื้อกั๊กสีน้ำตาลกระอักเลือดออกมากองใหญ่ ก่อนจะทิ้งตัวนอนลงไปใกล้ๆรถหุ้มเกราะที่ใช้ควบคุมการสอบ เจี่ยลี่สังหารคนนอกไปหมดแล้วรีบเข้าไปดูอาการของอาจารย์เถา อีกฝ่ายวิ่งเข้าไปในป่าพร้อมกับอาจารย์จื่อหานการกลับมาคนเดียวอาจจะเจอบางอย่างที่คาดไม่ถึง
จังหวะที่เธอก้มลงไปจับชีพจร เจี่ยลี่ก็พบเข้ากับมีดเล่มหนึ่งพุ่งเข้าแทงกลางหน้าอกจากอาจารย์เถาที่ล้มลงไป
“ อาจารย์เถา…คุณ! ”
ดวงตาของนักศึกษาเบิกกว้างไม่อยากเชื่อสิ่งที่มองเห็น อาจารย์เถาลงมือแทงอกอาจารย์เจี่ยลี่จนล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นดินสร้างความตกใจและสงสัยให้กับพวกเขาทุกคน
“ หลี่อิงเข้ามานี่เร็ว! ”
เหมยลี่เรียกเพื่อนให้เข้ามาหลบในเต้นท์อาจารย์เหวิน นักศึกษาทุกคนต่างก็ถูกกระตุ้นจากเหมยลี่ให้รีบวิ่งเข้ามารวมตัวกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่าอาจารย์กำลังหักหลังกันต่อจากนี้ทุกคนตกอยู่ในอันตรายไม่ใช่เพียงแค่คนที่ไม่มีขุมอำนาจที่ตกเป็นเป้า
ทันใดนั้นชายสวมชุดดำอีก 20 คนก็โผล่ออกมาจากเงามืดก่อนที่พวกเขาจะกระจายตัวเข้าไปจัดการกับเจ้าหน้าที่จนทำให้พื้นที่พักของอาจารย์เต็มไปด้วยการต่อสู้
“ เอายังไงต่อ ”
นักศึกษารีบวิ่งเข้ามารวมกันด้วยความกลัว อาจารย์เจี่ยลี่นอนหมอบไปแล้วไม่รู้เป็นตายร้ายดีเหลือพวกเขาตอนนี้ล้มลงไปนอนบนพื้นไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดี ส่วนอาจารย์เถากลายเป็นผู้ร้ายที่กำลังส่งยิ้มเหี้ยมมาให้พวกเขา
หลังจากที่ทุกคนเข้ามาแล้วเหมยลี่จึงทำตามเสียงอาจารย์เหวินภายในหัว ด้วยการโยนผนึกมานาก้อนหนึ่งข้างๆเต้นท์ลงไปในเตาไฟก่อนที่ม่านพลังโปร่งใสจะเข้าปกคลุมเต็นท์ แม้จะแออัดกลับต้องทนเพราะที่นี่เป็นสถานที่สุดท้ายที่คิดว่าทำให้รอดจากมือสังหาร
“ โอ๊ะโอ๋ ดูสิเด็กน้อยพวกนี้กำลังทำอะไร คิดว่าม่านพลังเล็กๆนี้จะป้องกันฉันได้เหรอ ”
“ อาจารย์เถาคุณทำอะไรลงไป ”
นักศึกษาในคลาสของอาจารย์เถาสอบถามอาจารย์ของตนเอง เขาอยากรู้ว่าอาจารย์เถาโจมตีอาจารย์เจี่ยลี่ไปทำไม คำตอบที่ได้กลับเป็นการซัดฝ่ามือกระแทกเข้ามาที่ม่านพลังบ้านอาจารย์เหวินจนทำให้ม่านพลังสั่นสะเทือน
“ ถามว่าฉันทำอะไรลงไปเหรอ ฮ่าๆๆ ฉันก็กำลังจะฆ่าพวกเธอไงเด็กน้อย ”
“ คุณจะฆ่าเราไปทำไม คุณไม่กลัวว่าจะถูกตามล่าตัวเหรอ ”
“ ตามล่าเหรอ ฮ่าๆ ใครล่ะจะกล้าตามล่าพวกเรา ต่อให้เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยจะมาเพิ่มพวกเราก็หนีไปแล้ว คิดเหรอว่าจะตามรอยได้ ”
ตู้ม!
ฝ่ามือของอาจารย์เถาตบลงไปที่ม่านพลังอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่ว่าม่านพลังยังคงตั้งตระหง่านไม่มีทีท่าว่าจะพังลงมาเลยแม้แต่น้อย เขาจึงตัดสินใจชักดาบออกมาจากแหวนเก็บของเผยให้เห็นรอยเลือดเปื้อนบนใบดาบ
“ เด็กๆอยากรู้ไหมนี่เลือดอะไร ”
รอยยิ้มเหี้ยมปรากฎบนใบหน้าของอาจารย์เถา
“ เมื่อกี้ฉันพึ่งแทงอาจารย์จื่อหานไป ป่านนี้คงตายที่ไหนสักแห่งแล้วแหละ เสียดายที่หนีไปก่อนแต่พิษที่เคลือบเอาไว้บนดาบน่าจะฆ่าเขาในเร็วๆนี้แหละ ”
เด็กๆเริ่มร้องไห้โดยเฉพาะคนที่เรียนกับอาจารย์จื่อหาน เพียงแต่ว่าอาจารย์เถาไม่ได้สนใจเลย เขาทำเพียงง้างดาบขึ้นฟ้าแล้วตวัดลงมาสุดแรงหวังจะทำลายม่านพลังไปพร้อมกับฟันร่างของเด็กๆให้ตายตกไปด้วยกันแต่สิ่งที่ปรากฎกลับทำให้เขาตกใจมาก ดาบในมือที่กระแทกเข้ากับม่านพลังกระเด็นไปด้านหลังราวกับว่าเขาใช้ดาบฟันเหล็ก
สายตาทุกคู่ของนักศึกษาหันมองไปยังจุดเดียวกันตำแหน่งนั้นคือบริเวณที่อาจารย์เถาโจมตี บนม่านพลังไม่มีร่องรอยใดๆทิ้งเอาไว้เลยสักนิดพวกเขาจึงรู้สึกทึ่งเพราะอาจารย์เหวินทิ้งของดีเอาไว้ให้พวกเขา
“ ไอ้พวกสารเลวน้อย ตายยากตายเย็นนักนะ ”
ดาบที่หลุดมือพุ่งกลับมาหาเจ้าของก่อนที่อาจารย์เถาจะเปิดใช้งานพลังทั้งหมดที่มีโจมตีไปยังม่านพลัง
เหล่านักศึกษาที่อยู่ภายในม่านล้วนแล้วตัวสั่นเพราะพลังงานสีเขียวจากร่างกายของอาจารย์เถากำลังปกคลุมพื้นที่รอบๆราวกับว่าพร้อมจะเป่ามันให้หายไปได้ทุกเมื่อ
แต่แล้วทุกคนกลับตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าม่านพลังของอาจารย์เหวินยังคงป้องกันการโจมตีเอาไว้ได้ ต่อให้อาจารย์เถาจะพยายามกระหน่ำโจมตีมากเท่าไหร่ม่านพลังกลับไม่ปรากฎร่องรอยเลยสักนิด มีแค่ดาบในมือของอาจารย์เถาที่กำลังเกิดรอยบิ่นราวกับว่ามันฟันลงไปบนวัตถุแข็งเป็นอย่างมาก
“ แกทำบ้าอะไรของแกเถา ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเอ่ยออกมาจากชายป่า มาดผู้ดีจากอาจารย์ชายที่นักศึกษาเคยเห็นบ่อยครั้งหายไปเหลือไว้เพียงแค่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธราวกับคนสติแตก ถึงอย่างนั้นสีหน้าที่แสดงกลับมุ่งเป้าไปที่อาจารย์เถาเพียงคนเดียว
“ โอ้ นี่รอดมาได้ด้วยเหรอน่าเหลือเชื่อ ”
นักศึกษาหันมองไปยังอาจารย์จื่อหานที่กำลังเดินลากสังขารออกมาจากป่า ในมือขวาถือดาบเอาไว้หนึ่งเล่มส่วนมือซ้ายกดลงไปที่ท้องพยายามห้ามเลือดไม่ให้ไหลออกมา แม้สภาพจะบาดเจ็บสาหัสกลับยังปลดปล่อยจิตสังหารของเลเวล 180 ออกมาได้