เคร๊งงง!!!!......
“เกือบหกแล้ว จะซุ่มซ่ามอะไรนักหนาเรา”
เสียงถ้วยชามสั่นกระทบกัน และมีเสียงคุ้นๆ หูของผู้ชายวัยกลางคนพูดบ่นพึมพำให้กับตัวเองออกมาเบาๆ ซึ่งเสียงนั้นทำให้ตรีทิพยนิภา กำลังย่างก้าวเดินผ่านห้องโถงใหญ่ ต้องขมวดคิ้วโค้งโกงเรียวสวยเข้าหากัน และหันไปมองยังต้นเสียง ก็ได้เห็นหลังไวๆ ของผู้ชายสูงวัย ในมือถือถาดอาหาร เดินอยู่ทางแยกตรงไปยังตึกปีกขวา
“เฟสตาเรีย!! พอดีภาลืมหยิบโทรศัพท์มือถือมาด้วยอ่ะ มันวางอยู่ที่โต๊ะข้างๆ หัวเตียง ช่วยไปเอาให้หน่อยสิ เดี๋ยวภาจะไปที่ห้องรับประทานอาหารเลย เฟสตาเรียก็เอาโทรศัพท์ไปให้ที่นั่นแล้วกัน”
ตรีทิพยนิภาหันมาร้องขอให้เฟสตาเรียช่วย
“ได้ค่ะ!!”
เฟสตาเรียขานรับคำร้องขอของตรีทิพยนิภายิ้มๆ แล้วหันหลังเดินกลับ ไปยังทางเดิมที่พึ่งเดินผ่านกันมา เมื่อไม่กี่นาทีมานี้
ตรีทิพยนิภายืนมองร่างแผ่นหลังบอบบาง ของเฟสตาเรียอยู่ชั่วขณะ ก็หันมองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าบริเวณนั้นปลอดผู้คนรวมทั้งบอดี้การ์ด ตรีทิพยนิภาจึงก้าวยาวๆ เดินไปยังทางแยก ไปตามทางที่จะไปตึกปีกขวา ตามหลังผู้ชายวัยกลางคนคนนั้นไปห่างๆ
เลวอล คือผู้ชายวัยกลางคนที่ตรีทิพยนิภา เดินตามหลังมาห่างๆ เลวอล เป็นคนรับใช้เก่าแก่ของที่นี่ และเป็นคนที่ออสตินไว้เนื้อเชื่อใจเอามากๆ คนนั้น เชื่อใจจนมาคอยดูแลที่ตึกปีกขวา อันเป็นสถานที่ลับสุดยอดนี้ ที่ใครๆ ก็ไม่มีอภิสิทธิ์ย่างกรายเข้าไปได้
‘ใจเย็นๆ ไว้ภา... ใจเย็นๆ’
ตรีทิพยนิภาบอกกับตัวเองอยู่ภายในใจ สองมือเรียวเล็กเย็นเฉียบ จนต้องกำมันแน่น เพื่อให้ได้รับความอบอุ่น โดยเท้าเล็กๆ ก็ก้าวเดินตามหลังเลวอลช้าๆ เบาๆ รักษาระยะห่างเอาไว้ ไม่ให้เลวอลรู้ตัว
เลวอลเดินไป ก็พยายามดูแลอาหารในถาด ที่ถืออยู่ในมือไม่ให้หกไปด้วย จึงไม่คิดระแวดระวัง ไม่เอะใจและไม่รู้สึกว่ามีใครแอบเดินตามหลังมาห่างๆ เพราะปกติคนที่ทำงานอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้จะรู้กฎระเบียบ และข้อห้ามกันดี จึงไม่มีใครอยากรู้อยากเห็นจนถึงขั้นติดตามเลวอล อย่างที่ตรีทิพยนิภากำลังทำอยู่ในตอนนี้
เลวอลเดินไปหยุดอยู่ที่ห้องห้องหนึ่ง ห้องนั้นตรีทิพยนิภาจึงได้ว่า เธอเคยเข้าไปมาก่อน เธอแอบซุ่มนั่งยองๆ อยู่ที่กระถางต้นไม้ใบใหญ่ ที่สามารถซ้อนร่างบางของเธอได้มิดเลยทีเดียวล่ะ ดวงตากลมโตคู่สวย ก็จ้องมองเลวอลอย่างไม่วางตา
เลวอลเหมือนรู้สึกว่ามีใครจ้องมองดูอยู่ จึงเหลือบหันไปมองบริเวณรอบๆ และเลยมาหยุดมองอยู่ที่กระถางต้นไม้ใบใหญ่ ที่ตรีทิพยนิภาแอบหลบซ่อนอยู่ ตรีทิพยนิภาเห็นอย่างนั้น ก็รีบหลบสายตา และภาวนาขออย่างให้เลวอลรู้ตัว ว่ามีใครแอบมองแอบตามมาเลย
“เฮื่อออ!!!!......”
ตรีทิพยนิภาถอนหายใจโล่งอก เมื่อเห็นเลวอลหันกลับไปสนใจเปิดประตู เดินเข้าไปภายในห้อง ไม่สนใจทางที่เธอแอบหลบซ่อนอยู่อีก เอวอลเข้าไปภายในห้องไม่ถึงห้านาที ก็เดินกลับออกมา และเดินจากไปจากตรงนั้น
ตรีทิพยนิภาเห็นว่าเอวอลเดินลับหายไปแล้ว เธอจึงลุกขึ้น เดินตรงไปยังห้องนั้นอย่างไม่รอช้า พอไปถึงหน้าห้องที่เอวอลเดินเข้าไปและเดินกลับออกมา ตรีทิพยนิภายื่นมือเรียวเล็กเปิดประตูออกช้าๆ ใช้สายตาสอดส่ายมองไปภายในห้อง ซึ่งก็ได้เห็นอาหารที่เอวอลถือมา วางอยู่บนโต๊ะ
“จะต้องมีใครอยู่ที่นี่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นไม่เอาอาหารมาวางไว้อย่างนี้หรอก”
ตรีทิพยนิภาขมวดคิ้วจนผูกเป็นโบ กล่าวพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ เดินเข้าไปใกล้ๆ โต๊ะที่มีอาหารวางอยู่
“นั้นใคร?? แกเป็นใคร??”
เสียงแข็งๆ ของผู้ชายสูงวัยดังขึ้นทางด้านหลังของตรีทิพยนิภา หญิงสาวจึงรีบหันกลับมามอง ว่าเห็นว่าเป็นชายสูงวัย ดูจากการแต่งตัว ค่อนข้างดีและสะอาดสะอ้าน แต่พอมองสบตาที่จ้องมองมานั้น ดูแข็งกระด้างและไร้แววแห่งความเป็นมิตร
“แกจะมาแย่งอาหารฉันใช่ไหม?? จะมาฆ่าฉันใช่ไหม?? ไม่มีทางหรอก แกต้องตายก่อน”
ชายสูงวัยไม่รอฟังคำพูดใดๆ จากตรีทิพยนิภา พูดเองเออเองจบก็ตรงปรี่ ยื่นมือมาบีบคอตรีทิพยนิภาทันที
ตรีทิพยนิภาไม่ทันได้ตั้งตัวใดๆ ทั้งสิ้น จึงหลบไม่ทัน ดวงตากลมโตคู่สวยได้แต่เบิกตากว้างอย่างตกใจ ส่งเสียงร้องอึกอักอยู่ในลำคอ พยายามดิ้นรนขัดขืน แต่เหมือนยิ่งดิ้นมากเท่าไร มือของชายสูงวัยก็ยิ่งแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนหายใจไม่ออก
ตรีทิพยนิภายกมือเรียวเล็กจับมือที่กำลังบีบคอเธอ แกะให้ออก แต่ทำยังไงก็แกะไม่ออก อากาศก็ค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ ทุกทีๆ เธอจะต้องการอยู่ตรงนี้จริงๆ ด้วยน้ำมือผู้คนนี้จริงๆ เหรอนี้ ออสตินอยู่ไหน เขาอยู่ที่ไหน ขอร้องมาช่วยเธอที
๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒