เช้าวันรุ่งขึ้นผู้คนในสังคมต่างจับตามองไปที่การประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นในรอบบ่ายกันอย่างคึกคักผู้สื่อข่าวทั้งไทยและเทศรายงานข่าวและวิเคราะห์ทุกแง่มุมรวมไปถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากผลการประชุมในวันนี้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่ห้องประชุมใหญ่,ลานจอดรถและบริเวณสนามฟุตบอลกันจนเต็มพื้นที่ตั้งแต่เช้าพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มทั้ง 7 จุดในโรงอาหารของทางมหาวิทยาลัยหมดเกลี้ยงทุกร้านตั้งแต่ 8 โมงเช้า ทำให้แต่ละคนต้องรีบสั่งของมาเติมกันจ้าละหวั่น
“ขอความกรุณาอย่าส่งเสียงรบกวนนักศึกษาในรอบเช้ายังมีคลาสเรียนกันอยู่ครับ ขอความร่วมมือจากทุกท่านช่วยกันด้วยครับ...ขอบคุณครับ” เสียงตามสายจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของทางมหาวิทยาลัยแจ้งเป็นระยะๆ“ท่านอธิการบดีขอความร่วมมือทุกคนกรุณางดใช้เสียงดังทุกประเภทครับ”
อดีตพนักงานโฟร์อัสกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่บางส่วนทะยอยเดินเข้าห้องประชุม บางคนชวนลูกหลาน, คนในครอบครัวมาฟังด้วยโดยมีคณะอาจารย์, ผู้บริหารและนักศึกษาจำนวนมากต่างสนใจเข้าร่วมในห้องประชุมจนเต็มตั้งแต่เช้าประชาชนจำนวนมากอีกส่วนหนึ่งเลือกที่จะนั่งดูการถ่ายทอดสดที่ลานจอดรถข้างห้องประชุมใหญ่กับสนามฟุตบอลจนเต็มพื้นที่ในขณะที่พนักงานทุกชั้นในอาคารแฝดซีคอร์ปล้วนแล้วแต่เปิดดูการถ่ายทอดสดการประชุมครั้งนี้เช่นกัน
“สวัสดีค่ะท่านผู้ชมขอตัดสดมาที่สนามฟุตบอลหน้าอาคาร 1 นะคะ ตอนนี้เต็มไปด้วยประชาชน,ผู้สื่อข่าวทั้งไทยและเทศ รวมไปถึงนักศึกษาจำนวนมากต่างจับจองพื้นที่กันจนเต็มสนามฟุตบอลแล้วค่ะเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 6 โมงมีข่าวจากประชาสัมพันธ์ซีคอร์ปแจ้งมาว่าคุณเจนกับคุณพลอยจะเดินทางมาถึงที่นี่ประมาณ 7 โมงเช้า ทั้ง 2 คนมีคลาสเรียนเช้า 9โมงนะคะ จบคาบเรียนเช้าเวลาประมาณ 11.30 น. ส่วนคุณส้มตอนนี้ยังคงอยู่ที่อาคารแฝดค่ะจะเดินทางมาถึงที่นี่ในเวลาประมาณ 12.30 น. ทางซีคอร์ปยืนยันแล้วนะคะว่าคนที่จะขึ้นชี้แจงในที่ประชุมวันนี้มี 2 คนคือ คุณเจนจิรากับคุณพลอยค่ะ”
“เมื่อช่วงเช้าดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยนอกรอบกับอดีตพนักงานหลายๆคน ได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า คุณเจนส่งรถบัสไปรับพนักงานทั้ง 897คนรวมถึงคนในครอบครัวที่ต้องการเข้าร่วมรับฟัง โดยบอกเหตุผลว่า เธอต้องการพูดคุยสื่อสารกับทุกคนโดยตรงไม่ต้องการผ่านคนกลางใดๆ ทั้งสิ้น เธออยากให้ทุกคนได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด...สำหรับพนักงานและครอบครัวสามารถไปทานอาหารได้ทั้งหมด4 ที่นะคะ ทั้งมื้อเช้าและกลางวันก่อนประชุม คุณเจนให้เลขานุ่นประสานมาแล้วค่ะว่าจะขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดค่ะ”
“ดิฉันได้มีโอกาสคุยกับคุณวินัยมากับเลขานุ่นด้วยนะคะตอนแรกดิฉันจะเชิญมาพูดคุยในรายการ แต่คุณวินัยบอกว่า เดี๋ยวรอฟังคุณเจนทีเดียวจะได้ไม่สับสนและยืนยันกับดิฉันว่า ทราบหนทางแก้ไขปัญหาจากคุณเจนแล้ว และพูดสั้นๆ ปิดท้ายว่า...หวังว่าทุกคนคงพอใจ”
“มีรายงานข่าวเพิ่มเติมมาว่าวันนี้จะมีกลุ่มอดีตพนักงานเดิมของโฟร์อัสมาเพิ่มใหม่อีก 244 คนพนักงานกลุ่มนี้รับเงินชดเชยไปแล้ว บางคนก็ไปสมัครงาน บางคนก็ไปทำอาชีพอื่นๆแต่เปลี่ยนใจอยากกลับมาทำงานอีกครั้ง นี่เป็นปัญหาใหม่ที่เพิ่มเข้ามาก็คงต้องดูกันเพิ่มเติมว่า พนักงาน 897 คนเดิมกับอีก 244 คนใหม่จะทำยังงัยกันต่อไปค่ะ”
“ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกประมาณ10 นาทีคุณเจนกับคุณพลอยน่าจะเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัย เดี๋ยวดิฉันจะเดินไปทางประตูใหญ่นะคะแล้วระหว่างทางจะสัมภาษณ์ประชาชนที่มาในวันนี้ด้วยค่ะว่ามีความคิดเห็นกันอย่างไรบ้าง”
ภายในห้องประชุมยังคงมีเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยกำลังจัดสถานที่กันอย่างขะมักเขม้นโดยมีอธิการบดีจับกลุ่มยืนคุยอยู่กับคุณวินัยและเลขานุ่น
“ผมต้องขอบคุณท่านอธิการบดีเป็นอย่างสูงอีกครั้งหนึ่งที่ช่วยกรุณาอนุญาตให้ใช้ห้องประชุมของทางมหาวิทยาลัย”วินัยพูดพร้อมกับยกมือไหว้ ในขณะที่อธิการบดีก็มีการไหว้ตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่เป็นไรครับคุณวินัยด้วยความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งเช่นกันครับในอีกบทบาทหนึ่งคุณเจนจิราก็เป็นนักศึกษาที่นี่ จุดเริ่มต้นเรื่องอยู่ที่นี่ตอนนี้กลายเป็นประเด็นทางสังคมปนเข้ามาผมคิดว่าก็อยากให้การประชุมครั้งนี้เคลียร์เรื่องนี้จนจบครับการประชุมครั้งนี้เป็นการเรียนรู้การแก้ปัญหาข้อพิพาทด้านแรงงานอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทใหญ่ระดับโลกอย่างซีคอร์ปครับ”
“เรื่องนี้คุณเจนต้องการแก้ไขด้วยตัวเองครับคิดว่าหนทางที่จะแจ้งในที่ประชุมวันนี้ หวังว่าจะเกิดความพอใจในทุกฝ่าย”วินัยพูดด้วยความมั่นใจ
“ผมยอมรับว่าก็แอบเอาใจช่วยอยู่เหมือนกันครับ”
“วันนี้คาดหวังกับผลประชุมอย่างไรบ้างคะ?”
“ดูสกู๊ปข่าวช่วงท้ายผมรับไม่ได้จริงๆกับภาพที่น้องหนึ่งเอามือปิดหน้าร้องไห้ครับ ก็อยากให้คุณเจนจิราช่วยเหลืออดีตพนักงานทุกคนมีหลายชีวิตเดินต่อกันไม่ได้ อยากให้จบลงด้วยดี...เรื่องเลิกจ้างพนักงานนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เราเห็นกันมาหลายครั้งหลายบริษัท พอมีข่าวก็ประโคมกันขึ้นมาสุดท้ายแล้วก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรอยากให้เป็นกรณีแรกที่จบลงแบบที่เรารู้เรื่องกันจริงๆ ครับ”
“หนูคิดว่าคุณเจนช่วยเหลือพนักงานกลุ่มนี้ได้ค่ะหนูอาจจะคิดแบบเด็กๆ ก็ได้นะคะ หนูเห็นใจพี่หนึ่งที่สุด ตอนนี้หนูอยู่ ม.5ถ้าความฝันหนูต้องพังทลายแบบพี่หนึ่ง หนูคงย่ำแย่กว่าพี่หนึ่งแน่ๆ ค่ะ”
“วันนี้หนูไม่มีเรียนเหรอคะ?”
“วันนี้หนูมาสอบถามเรื่องขอทุนค่ะบังเอิญหนูมาขอทุนคณะอักษรศาสตร์เอกภาษาอังกฤษสาขาเดียวกับพี่หนึ่งกับพี่เจนเหมือนกัน แต่ของหนูเป็นปีหน้าค่ะ”
“ผมเป็นพนักงานตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบประจำอยู่ที่เชียงใหม่ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกจับฉลากให้ออก ผมมาขอความเป็นธรรมจากคุณเจนเพิ่มเติมจากพนักงานกลุ่มแรกไม่ใช่ว่าผมไม่พยายามนะครับ ตอนนี้ผมต้องเลี้ยงชีพด้วยการวิ่งรับส่งเอกสารกับไรเดอร์ผมมีลูก 4 คน กำลังเรียนหมดทุกคน ยังงัยก็ไม่พอครับ ผมเดือดร้อนจริงๆ อยากจะขอโอกาสจากคุณเจนอีกคนครับ”
“ตอนนี้ดิฉันกำลังจะถึงทางเข้าประตูใหญ่แล้วนะคะผู้สื่อข่าวแจ้งว่าตอนนี้คุณเจนกับคุณพลอยเดินทางมาถึงแล้วนะคะเดี๋ยวดิฉันเร่งฝีเท้านิดหนึ่งค่ะ”
เจนจิรากับพลอยกำลังเดินลงมาจากรถตรงเข้ามาในมหาวิทยาลัยด้วยอาการอิดโรยเล็กน้อยกลุ่มผู้สื่อข่าวทั้งไทยและเทศต่างวิ่งกรูเข้าล้อมสัมภาษณ์กันจนเต็มถนนทางเข้าทันที เสียงรัวแฟลชนับไม่ถ้วนดังขึ้นมาพร้อมๆกับเสียงตะโกนของผู้สื่อข่าวจนเกิดเหตุชุลมุนเล็กๆ
เจนจิราเดินผ่านฝูงชนที่หันมามองเธอตรงมายังกลุ่มผู้สื่อข่าวที่เข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความฉุกละหุกจนจับต้นชนปลายไม่ถูก“คุณเจนคะ!!! กล้องนี้ค่ะ”
“คุณเจนจิราครับขอทางนี้ด้วยครับ!!”
“คุณเจนครับวันนี้ข่าวดีหรือข่าวร้ายครับ?”
“คุณเจนได้ดูรายการเมื่อวานนี้หรือเปล่าคะ?”
“What is your perspective on thecurrent situation?” (คุณรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ตอนนี้ครับ?)
“คุณเจนคะรู้สึกหนักใจประเด็นไหนมากที่สุดคะ?”
“คุณเจนครับขอทางนี้นิดหนึ่งครับๆๆๆๆ”
“พี่ๆผู้สื่อข่าวคะ หนูขอแบบนี้ได้ไหมคะ?...เดี๋ยวหนูขอพูดทีเดียวในที่ประชุมดีกว่าวันนี้หนูรับปากว่าเคสโฟร์อัสต้องเคลียร์ค่ะ ถ้าประเด็นไหนไม่เคลียร์ก็ต้องชัดเจนทุกประเด็นต้องกระจ่างค่ะ”เจนพยายามพูดขอร้องกลุ่มผู้สื่อข่าวจำนวนมากที่ยังคงป้อนคำถามเธอจนแทบฟังไม่รู้เรื่องแล้ว
“พี่ๆคะ หนูขอให้หลบตรงทางเดินตรงนี้นิดหนึ่งได้ไหมคะ? ตอนนี้รถคันอื่นๆเข้ามาไม่ได้แล้วค่ะ...ถือว่าหนูขอร้องนะคะ”
กลุ่มผู้สื่อข่าวเมื่อได้ยินคำขอร้องจากเจนจิราหลายครั้งทำให้แต่ละคนค่อยๆ จัดระเบียบ เดินขึ้นฟุตบาทด้านข้างทางเข้าจนได้พื้นที่กลับคืนมา“หนูว่าสัมภาษณ์ข้างทางตรงนี้เลยก็ได้ค่ะ...หนูขอสั้นๆนะคะเพราะว่าวันนี้หนูมีเรียนคลาสเช้าค่ะ”
“คุณเจนครับพอจะแย้มๆ ได้ไหมครับว่า วันนี้ข่าวดีหรือร้าย?”
“หนูขอตอบแบบนี้นะคะหนูไม่อยากให้โฟกัสว่าดีหรือร้าย แต่อยากให้ทุกคนรับทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆเพราะว่ามีประเด็นทางสังคมด้วยหนูอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจในข้อเท็จจริงมากกว่าที่จะไปสนใจว่าข่าวดีหรือร้ายค่ะ”
“คุณเจนได้ดูข่าวหรือว่าอ่านโพสต์ในแอดมีมาบ้างไหมคะ?”
เจนจิราพยักหน้าตอบรับทันที“ดูค่ะ ทั้งรายการข่าวและสกู๊ปพิเศษมีคนแท็กชื่อหนูแล้วก็แชร์โพสต์ต่างๆ มาเยอะแยะเต็มไปหมด มีแต่คนด่าหนูทั้งวันค่ะรวมถึงโพสต์ที่อยากให้หนูเห็น อยากให้หนูได้อ่านหลายร้อยหลายพันโพสต์หนูรับรู้และรับทราบอารมณ์ของคนในสังคมตอนนี้ดีค่ะว่า ทุกคนรู้สึกโกรธหนูมากแค่ไหนหนูเข้าใจทุกคนดีค่ะว่า ทำไมทุกคนต้องด่าหนู...หนูขอยืนยันค่ะว่าปัญหาของโฟร์อัสวันนี้ต้องเคลียร์ ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้และถ้าเรื่องไหนไม่เคลียร์ต้องมีความชัดเจนที่ทุกคนยอมรับได้ค่ะ”
“แสดงว่ามาตรการที่จะนำเข้าประชุมวันนี้คุณเจนมั่นใจว่าดีพอที่จะตอบคำถามทางสังคมได้?”
“หวังว่าจะเป็นเช่นกันค่ะทุกคนฟังกูรูนักวิเคราะห์กันมาแล้วไม่ว่าจะออกทางไหนมีแค่โดนด่ามากหรือด่าน้อยเท่านั้นเอง แต่หนูก็หวังว่าสิ่งที่หนูตัดสินใจในวันนี้จะดีและชัดเจนมากพอค่ะ...เอ่อพี่ๆ คะ หนูว่าเรื่องเครียดๆ พอแค่นี้ก่อนดีกว่าไหมค่ะ หนูไม่อยากพูดอะไรตอนนี้อยากให้จบทีเดียวในที่ประชุมค่ะ ”
“มีเสียงเรียกร้องจากชาวเน็ตจำนวนมากว่าอยากให้คุณเจนเจอกับน้องหนึ่งครับ?”
“หนูก็อยากเจอน้องเหมือนกันค่ะน้องหนึ่งกำลังจะเป็นน้องรหัสหนูด้วย วันนี้หนูเชิญน้องหนึ่งมาด้วยไม่แน่ใจว่าน้องมาหรือเปล่า?...มีใครพอจะทราบไหมคะ?”เจนจิราตั้งคำถามกับผู้สื่อข่าวพร้อมกับกวาดตามอง
“แล้วเรื่องอุบัติเหตุรถชนคืบหน้าอย่างไรบ้างครับคุณเจน”
“ไม่มีอะไรค่ะ...หนูโทรคุยกับพี่นิดแล้วค่ะ”เจนยิ้มตอบรับ
“เห็นข่าวก่อนหน้านี้บอกว่าค่าซ่อมรถสูงถึง57 ล้านเป็นความจริงไหมครับ?”
“จริงค่ะ...ไม่เป็นไรค่ะไม่ใช่เรื่องใหญ่ค่ะ”
“น้องหนึ่งมีอาการเครียดและท้อแท้ในชีวิตชัดเจนมากไม่ทราบว่าได้พูดคุยให้กำลังใจน้องบ้างไหมครับ?”
“หนูคุยกับพี่นิดคนเดียวค่ะก็มีฝากบอกน้องไปว่า ไม่เป็นไร...พี่ไม่ได้ติดใจอะไร แล้วก็ฝากให้กำลังใจน้องไม่อยากให้น้องท้อแท้ น้องเป็นคนเก่ง จริงๆ แล้วตอนที่อายุเท่ากัน น้องเก่งกว่าหนูอีกนะคะน้องยังมีโอกาสในชีวิตอีกเยอะค่ะ...คือหนูอยากขอให้พี่ๆสื่อมวลชนจบเรื่องอุบัติเหตุ ไม่มีอะไรแล้วนะคะ เห็นแก่น้องด้วยค่ะ”เจนพูดจบพร้อมกับยกมือไหว้ผู้สื่อข่าวรอบตัว
“พอดีผมเพิ่งสัมภาษณ์น้องหนึ่งเมื่อสักครู่นี้เองครับเห็นน้องบอกว่าจะไปทานข้าวที่โรงอาหารใหญ่ก่อนครับ”ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งตอบกลับมา
“โอเคค่ะปกติหนูต้องไปทานข้าวเช้าที่โรงอาหารใหญ่เป็นประจำอยู่แล้วถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูเดินไปหาน้องหนึ่งดีกว่าค่ะ...หนูขอชวนพี่ๆ ทุกคนเดินไปด้วยกันโรงอาหารใหญ่อยู่ใกล้ๆ เดินไปด้วยคุยไปด้วยก็ได้ค่ะ คุยกันนอกรอบแบบสบายๆรอฟังในห้องประชุมดีกว่าไหมคะ?”