ตอนที่ 178 ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ
“ก็เรื่องเกี่ยวกับการที่ทิ้งองครักษ์ทั้งสี่คนเอาไว้แบบนั้นไงละ”เฮสเฟียร์ยังคงพูดด้วยใบหน้าจริงจัง แต่ถึงจะสัมผัสได้ถึงความจริงจังจากน้ำเสียงแล้วท่าทางของเธอที่มองไปยังราชินีภูติแล้วก็เถอะ ไอเรื่องที่เธอกำลังพยามพูดออกมาผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันกำลังแย่ยังไงก็จริงอยู่ที่ปกติองครักษ์ต้องตามติดตลอดแต่นี้เป็นประเทศภูติ แล้วคนอย่างราชินีภูติก็คงไม่มีทางโดนสัตว์อสูรฆ่าแน่ละถึงมันจะแปลกก็จริงเพราะทางผมเองก็คิดแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นเลยสักหน่อยเธอคงกำลังคิดอะไรเกินจริงอยู่แน่ยัยนี่คงกำลังกังวลเกินเหตุ“ฉันคิดว่ามันไม่ได้แปลกอะไรนะ”“เพราะแบบนี้ไงนายถึงได้เป็นเพียงมนุษย์ ฉันไม่น่าบอกเลย ชิ”หลังพูดไปเฮสเฟียร์ก็แสดงท่าทางไม่พอใจออกมาอ่าว!?!?!แค่พูดความคิดของฉันออกไปทำไมถึงได้อารมณ์เสียแบบนั้น แต่มันก็ดีขึ้นมาหน่อยแล้วจากเจ้ามนุษย์เปลี่ยนมาเป็นนายแบบนี้ก็พอยอมรับได้อยู่หรอก อื้ม!หลังจากที่ผมพูดอะไรไม่เข้าหูไปเธอก็ลอยออกห่างจากผมเล็กน้อย พร้อมใบหน้าไม่พอใจแต่ช่างเถอะเธอจะเป็นยังไงก็เรื่องของเธอ หึ!…….…..ในเวลาต่อมาหลังจากที่ลอยมาได้ประมาณ 30 นาที ซึ่งก็เป็นระยะทางอย่างน้อยก็ 50 กิโลเมตร จากบ้านที่พวกเราออกเดินทางมา ราชินีภูติก็หยุดแล้วหันกลับมาทางพวกผมทั้งสองคนพร้อมกับพูดออกมาว่า “ตรงนี้ก็แล้วกัน น่าจะไม่มีภูติคนอื่นอยู่แล้ว”ไม่หรอก!ภูติไม่มีมีอยู่ตั้งแต่เธอพาลอยออกมาตั้งแต่ 20 นาที แรกแล้วละ เล่นพาลอยมาไกลขนาดนี้ชักคิดว่าเรื่องที่เฮสเฟียร์พูดด้วยเมื่อกี้มันจริงเป็นจริงสะแล้วสิ แต่ขอให้อย่าเป็นเรื่องอะไรที่มันปวดหัวเลยแล้วกัน ตอนนี้ยังอยากอยู่แบบไม่คิดอะไรมากแต่มันก็คงไม่เป็นแบบที่ขอหรอก เพราะสิ่งที่ราชินีภูตเอามาด้วยเราก็รู้ดีว่ามันเป็นอะไร ที่ยังไม่พูดอะไรก็เพราะตอนนี้กำลังแกล้งทำตัวไม่รู้เท่านั้นแหละเมื่อลอยลงมาที่พื้นดินรอบตัวของพวกเราก็เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ และพุ่มไม้จำนวนมากมองไปทางไหนก็มืดแบบสลัวให้ความรู้สึกแบบน่ากลัวลอยออกมา จากนั้นราชินีภูติด้านหน้าของเราทั้งสองคนก็เริ่มใช้เวทย์ “เขตแดนป้องกัน”หลังจากที่เธอเริ่มใช้ก็มีแสงสีเขียวปรากฏออกมารอบจุดที่พวกเรากำลังยืนอยู่ รูปร่างของมันคล้ายกับโดมขนาดใหญ่ซึ่งการทำงานของมันก็น่าจะเป็นประเภทเวทย์ป้องกันการดักฟัง หรือไม่ก็ป้องกันอะไรบางอย่างนั่นแหละถ้าดูจากลักษณะของมันแต่มันต้องทำขนาดนี้เลยหรือไง?“แบบที่คิดเอาไว้จริงๆ”เฮสเฟียร์พรึมพรำด้วยสีหน้าจริงจังระหว่างกวาดสายตารอบตัวและยิ้มแบบผู้ชนะมองมาทางผมจร้าๆ คนเก่งเธอนี้เก่งจริงที่สามารถอ่านเกมออกได้แบบนี้ เฮ้อ~จากนั้น“นี่เป็นเวทย์ที่ป้องกันทั้งเสียงแล้วภาพด้านใน สิ่งที่อยู่ด้านนอกจะไม่ได้ยินหรือเห็นเรื่องที่เกิดขึ้นด้านในเวทย์นี้แน่นอน”ราชินีภูติก็เริ่มอธิบายออกมาพูดจบเธอก็ล้วงสิ่งที่อยู่ใต้เสื้อคลุมของเธอออกมา ตามที่ได้คิดเอาไว้ไม่มีผิดเรื่องที่เธอต้องการจะคุยต้องเป็นของสิ่งนั้นที่เรารู้สึกได้แน่ แต่ยังไงตอนนี้ก็ต้องทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรไว้ก่อน เพราะยังไงแผนที่ของทวีปลึกลับก็อยู่กับเราอยู่เอาไว้ต่อรองเมื่อเธอเล่นอะไรตุกติกดีกว่าส่วนสิ่งที่ราชินีภูติเอาออกมาจากเสื้อคลุมตอนนี้ก็คือ คริสตันเวทย์ผสม!ตัวคริสตันเป็นคริสตันเวทย์ความมืดผสมกับเวทย์ไฟ ทำให้มีของคล้ายกับไฟสีดำกำลังลุกไหม้อยู่ด้านใน“นะ นั่นมันอะไรครับ”“ขะ ข้าเองก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันคะ องค์ราชินีของคล้ายคริสตันสองธาตุรวมกันแบบนั้นคืออะไร?!?!?”ผมเริ่มตีเนียนก่อน จากนั้นเฮสเฟียร์ก็ถามด้วยหน้าตาสงสัยระหว่างที่กำลังจ้องมองไปยังคริสตันผสมบนมือราชินีภูติ“ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่นี้เป็นของที่คนของข้าส่งไปตรวจสอบจุดที่พวกนายสู้กับเฮาร์แมนเมื่อเดือนก่อน พวกทีมตรวจสอบสามารถนำมันกลับมาได้แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเป็นอะไรกันแน่ ที่สามารถยืนยันได้ก็คือมันมีพลังสองธาตุอยู่ด้านในเท่านั้น”เฮย เฮย เฮย ส่งทีมตรวจสอบเข้าไปแบบนั้นคงไม่ได้ขอเข้าประเทศเขาละสิถึงได้เอาของออกมาได้แบบนี้ อย่างนี้มันจะไม่กลายเป็นปัญหาเหรอ“เพราะงั้นข้าก็เลยอยากจะลองอะไรสักอย่าง”ราชินีภูติกล่าวต่อโดยเบนสายตามองมาทางผมรู้สึกไม่ดีแล้วสิ!“ท่านกำลังอยากจะทดสอบอะไรครับ”ถึงรู้อยู่แล้วก็เถอะว่าต้องการให้เราทำอะไร แต่ถามให้มันเป็นพิธีหน่อยก็แล้วกัน“ข้าอยากให้เจ้าลองดูดซับพลังของมัน แล้วบอกมาว่ามันเป็นอะไรกันแน่ทำไมมันถึงได้มีเวทย์สองธาตุอยู่ในคริสตันเพียงชิ้นเดียว”คิดไม่มีผิดนี่เธอคิดจะใช้ฉันคนนี้เป็นหนูทดลองสินะถึงได้พูดออกมาแบบนั้น แต่เมื่อมาลองคิดในมุมของราชินีภูติที่เห็นมันครั้งแรกก็คงสงสัยเป็นเรื่องธรรมดาเพราะทางผมเองก็สงสัยมานานแล้วเช่นกันว่าเมื่อมีเวทย์สองชนิดอยู่ด้วยกันมันจะทำให้เกิดประโยชน์อะไรได้มันคงไม่ได้เอาไปใช้ให้แสงสว่างแบบในห้องที่เจอแผนที่หรอกแล้วอีกอย่าง ตัวผมก็เป็นคนเดียวที่มีพลังเวทย์เหมาะกับการทดสอบดูดซับมัน เพราะถ้าให้คนธาตุความมืดหรือธาตุไฟดูดซับพวกนั้นก็อาจจะตายได้ แบบนั้นมันอันตรายมากเมื่อเอาพลังเวทย์ที่ไม่ใช่ธาตุของตัวเองเข้าร่างกายแต่ถ้าทำมันก็ไม่ได้หมายความว่าทางผมจะไม่เสี่ยงเช่นกันเพราะไม่เข้าใจระบบทำงานของมัน!“ข้าจะไม่บังคับเจ้าหรอกนะ แต่ว่าถ้ามันสามารถดูดซับได้จริงมันก็คุ้มค่าที่จะให้จอมเวทย์สะกดลอยตามเฮาร์แมนที่เจ้าพูดถึง เพราะการสะกดลอยตามประตูเคลื่อนย้ายต้องใช้จอมเวทย์จำนวนเยอะมาก ข้าไม่อยากเสียเวลากับของที่ไม่คิดว่าจะมีประโยชน์ แต่กลับกัน ถ้ามันสามารถดูดซับได้การที่จะติดตามตำแหน่งของมันก็น่าลงทุนเพื่อทำมัน”โห่ว!เจอข้อเสนอแบบนี้ทางนี้เองก็ปฏิเสธไม่ลงหรอก เพราะการตรวจสอบประตูมิติต้องใช้พลังเวทย์แบบที่เธอบอกจริง เพราะงั้นการจะลองเสี่ยงนิดเสี่ยงน้อยก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรยังไงเราก็เคยเกือบลองของที่คฤหาสน์มาแล้วด้วยเพราะสงสัยในการมีอยู่ของมัน เกี่ยวกับการเอาไปใช้ประโยชน์แต่ครั้งนี้ถ้าสามารถดูดซับได้ก็อาจจะได้ไปเห็นทวีปลึกลับเองด้วยไม่ได้ลองเสี่ยงแบบนี้มานานแล้วสิ หึหึ!“ตกลงครับ ผมจะลองดูดซับมัน!”