ทั่วทั้งเมืองเหรินจงมีตระกูลนับร้อย บางตระกูลหาที่พึ่งจากตระกูลหาน บางตระกูลหาที่พึ่งจากตระกูลหงและตระกูลฉาง
ที่เหลือยืนหยัดที่จะเป็นกลาง
คนที่ปรากฏกายตรงหน้าหานเฟิงในตอนนี้ เป็นลูกหลานตระกูลฉางคนหนึ่ง ชื่อว่าฉางจวี้เฟิ่น
คนราว ๆ ยี่สิบคนที่เหลือ เป็นคนของตระกูลที่อยู่ใต้อาณัติตระกูลฉางห้าหกตระกูล
คนของตระกูลห้าหกตระกูลนี้ไม่ได้มารวมกันทั้งหมด ทว่าพละกำลังของคนมากกว่ายี่สิบคน ยังคงเพิ่มความมั่นใจให้กับฉางจวี้เฟิ่นเป็นอย่างมาก
ฉางจวี้เฟิ่นแสยะยิ้ม "หานเฟิง ข้ารู้ว่าเจ้าร้ายกาจ ไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่ทำให้ฉางเหวินจวินต้องอัปยศอดสู ทว่าฝั่งข้ามีคนมากกว่ายี่สิบคน ไม่ว่าเจ้าจะร้ายกาจเพียงใดก็ไม่สามารถเอาชนะคนมากกว่ายี่สิบคนได้"
"ยิ่งไปกว่านั้น คิดว่าตอนนี้ฉางเหวินจวินจวนจะมาถึงแล้ว"
"ตอนนี้ฉางเหวินจวินเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดหกเส้นลมปราณแล้ว เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีพ้นหรือ? "
"ครั้งก่อนเจ้าก็แค่อาศัยลอบโจมตี ครั้งนี้...."
ฉางจวี้เฟิ่นเหยียดยิ้มเย็น
ลอบโจมตี?หานเฟิงเยาะเย้ยอยู่ภายในใจ ดูเหมือนฉางเหวินจวินจะไม่ได้รายงานตามจริง ฉางเหวินจวินล้มเหลวในการลอบโจมตี อีกทั้งยังเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างใหญ่หลวง คิดว่าเขาคงอับอายที่จะเอ่ยออกไปกระมัง จึงได้โยนทุกสิ่งอย่างให้หานเฟิง
ไม่น่าเล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่พึ่งเปิดหนึ่งเส้นลมปราณและสองเส้นลมปราณธรรมดา ๆ ยี่สิบกว่าคน ถึงได้กล้ามาล้อมเขาเช่นนี้
กระทั่งในบรรดายี่สิบกว่าคนนี้ยังมีสองสามคนที่พึ่งอยู่ขั้นสามัญระดับต้นขั้นปลาย
เมืองเหรินจงมีตระกูลมากมายเพียงนั้น ย่อมไม่มีทางที่ทุกตระกูลจะมีผู้มีพรสวรรค์มากมายอย่างตระกูลหาน ตระกูลหง และตระกูลฉาง
สำหรับตระกูลเล็ก ๆ ในเมืองเหรินจง คนเหล่านั้นที่อายุต่ำกว่าสิบห้าปีก็สามารถเปิดเส้นลมปราณ เข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลางได้ ก็นับว่าเป็นอัจฉริยะของตระกูลแล้ว
หานเฟิงที่เผชิญหน้ากับคนยี่สิบกว่าคนกลับใจเย็นยิ่ง หากเขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดเส้นลมปราณที่สี่ทั่วไปจริง ๆ เขาจะต้องตื่นตระหนกอย่างแน่นอน
น่าเสียดาย เขาไม่เพียงแต่ทะลวงระดับสำเร็จกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดเจ็ดเส้นลมปราณเท่านั้น เขายังไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์เจ็ดเส้นลมปราณธรรมดาทั่วไป
"ฆ่ามัน!"
ฉางจวี้เฟิ่นเห็นหานเฟิงไม่กระวนกระวายแม้แต่น้อย ก็อดที่จะโมโหขึ้นมาไม่ได้ เขาสั่งให้ผู้ฝึกยุทธ์เยาว์วัยที่โอบล้อมอยู่ลงมือโจมตีหานเฟิงทันที
"ผู้ใดที่ฆ่าหานเฟิงได้ นายน้อยฉางเหวินจวินจะตกรางวัลให้อย่างงาม!"
ฉางจวี้เฟิ่นนึกถึงยาวิเศษระดับสองและยาวิเศษระดับสามในมือของฉางเหวินจวิน ก็อดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้
"ไปตายซะ!"
พลังภายในของหานเฟิงระเบิดออก เขาไม่แม้แต่จะใช้ท่าหมัดยาวพื้นฐานกับท่าเตะพื้นฐานเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่ชกออกไปอย่างแรง
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเสียงแล้วเสียงเล่า
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับกลางไม่น้อยคิดจะอาศัยกำลังภายในของพวกเขาปกป้องร่างกายตนเอง ทว่าหมัดของหานเฟิงในตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดหนึ่งหรือสองเส้นลมปราณจะป้องกันได้โดยง่าย
ชั่วขณะนั้น ผู้ฝึกยุทธ์ที่พุ่งเขาไป ไม่ช้าก็ปลิวออกมา กระดูกในร่างกายผู้ฝึกยุทธ์ไม่น้อยยังแตกเป็นเสี่ยง ๆ ส่งเสียงร้องโอดโอยดังระงม
สีหน้าของฉางจวี้เฟิ่นแปรเปลี่ยนฉับพลัน "เป็นไปไม่ได้ คนมากมายกว่ายี่สิบคนกลับถูกเขาจัดการในรวดเดียวแล้ว!"
ทันใดนั้นฉางจวี้เฟิ่นก็ชี้ไปทางหานเฟิงพลางตะโกน "เจ้าไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์สี่เส้นลมปราณ!"
หานเฟิงกลอกตา "ข้าไม่เคยบอกว่าข้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์สี่เส้นลมปราณ"
ฉางจวี้เฟิ่นพูดไม่ออก
หานเฟิงรู้ว่าฉางจวี้เฟิ่นอยากจะกล่าวสิ่งใด ฉางเหวินจวินบอกเขาว่าหานเฟิงเป็นผู้ฝึกยุทธ์สี่เส้นลมปราณ
หานเฟิงกล่าววาจาเยาะเย้ยถากถาง "ฉางเหวินจวินพูดอะไร เจ้าก็เชื่อหรือ ข้าจะบอกความจริงเจ้า ตอนนั้นที่ฉางเหวินจวินได้รับบาดเจ็บ ข้าไม่ได้ลอบโจมตีเขาแม้แต่น้อย กลับกัน เป็นฉางเหวินจวินที่ลอบโจมตีข้า"
"น่าเสียดาย ฉางเหวินจวินอ่อนแอเกินไป เขาลอบโจมตีไม่สำเร็จ กลับถูกข้าเตะแทน"
ฉางจวี้เฟิ่นนิ่งงันไปแล้ว เขานึกไม่ถึงว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้มาก่อน
ในไม่ช้า ฉางจวี้เฟิ่นก็ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ "บัดซบ ฉางเหวินจวินรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วว่าหานเฟิงร้ายกาจ เดิมทีเขาก็ไม่คิดว่าข้าจะฆ่าหานเฟิงได้ เขาเพียงแค่คิดจะใช้ข้าถ่วงเวลา ไม่น่าล่ะฉางเหวินจวินจึงได้ใจกว้างเพียงนั้น เขาบอกว่าจะตกรางวัลให้หากข้าฆ่าหานเฟิงได้ ข้าไม่มีทางฆ่าหานเฟิงได้ตั้งแต่แรกแล้ว"
หานเฟิงเดินเข้าไปหาฉางจวี้เฟิ่นทีละก้าว ๆ
ฉางจวี้เฟิ่นตะโกน "หานเฟิง เจ้าอย่าฆ่าข้า ข้าสามารถล่อฉางเหวินจวินมาที่นี่ได้"
หานเฟิงชะงักฝีเท้า ฉางจวี้เฟิ่นนึกดีใจขึ้นมาทันที ทว่าในพริบตาต่อมา ดวงตาของฉางจวี้เฟิ่นก็เบิกกว้างด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง
หานเฟิงมาถึงตรงหน้าฉางจวี้เฟิ่นในพริบตาเดียว ตอนที่ฉางจวี้เฟิ่นตอบสนอง หานเฟิงก็ควักหัวใจของเขาออกมาแล้ว
เขาใช้วิชากรงเล็บสยบนิ่งออกไปแล้ว
"เพราะเหตุใด? " ฉางจวี้เฟิ่นกระอักเลือดออกมา เขาล้มลงกับพื้นอย่างไม่ยินยอม แววตาอับแสง
กระทั่งตายไปแล้ว แววตาของฉางจวี้เฟิ่นยังคงแสดงความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่
หางเฟิงตอบกลับเสียงเบา "เพราะฉางเหวินจวินไม่จำเป็นต้องให้เจ้าล่อมาอย่างไรเล่า เขาจะมาด้วยตนเอง"
ฆ่าฉางจวี้เฟิ่นแล้ว หานเฟิงก็เดินไปหาคนยี่สิบกว่าคนเบื้องหน้าเขา คนเหล่านั้นร้องไห้คร่ำครวญ ด้วยหวังว่าหานเฟิงจะไว้ชีวิตพวกเขา
"หานเฟิง พวกเราผิดไปแล้ว ไว้ชีวิตพวกเราเถอะ"
"ใช่แล้ว พวกเราล้วนถูกฉางเหวินจวินหลอกมา พวกเราสมควรตาย อย่าฆ่าพวกเราเลยนะ"
"ขอเพียงไว้ชีวิตข้า ข้ารับรองว่าตระกูลข้าจะเข้าร่วมกับตระกูลหาน ขอร้องเจ้าล่ะ"
ใบหน้าของหานเฟิงเยือกเย็น "หากข้าไม่แข็งแกร่งพอ พวกเจ้าจะปล่อยข้าไปหรือ? "
"พวกเจ้าจะเข้าร่วมกับตระกูลหานข้า?เจ้าไม่ใช่ผู้นำตระกูลของตระกูลพวกเจ้านี่!"
"ตระกูลหานของพวกข้าไม่ต้องการตระกูลที่ลังเลไม่แน่นอนอย่างตระกูลพวกเจ้า"
ท้ายที่สุด หานเฟิงจึงเอาชีวิตของคนทั้งยี่สิบกว่าคนไปแล้ว
หลังจากผ่านการฝึกฝนบนเขายอดหยก หานเฟิงก็ไม่หวั่นกลัวกับการฆ่าคนอีกต่อไปแล้ว
หานเฟิงนั่งลงขัดสมาธิ รอบกายรายล้อมไปด้วยศพ
ไม่นานนัก เงาร่างหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
หานเฟิงลุกขึ้นยืน "ฉางเหวินจวิน ข้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว"
ฉางเหวินจวินปรากฏตัวออกมา เมื่อเห็นศพโชกเลือดอยู่รอบ ๆ หน้าเขาพลันเปลี่ยนสีในบัดดล
ฉางเหวินจวินไม่ได้หวาดกลัวศพเหล่านี้ ด้วยนิสัยของฉางเหวินจวิน คนที่ตายในเงื้อมมือเขามีไม่น้อย ในนั้นยิ่งมีคนที่ถูกทรมานจนตายไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม พวกเขาล้วนเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง ครั้งนี้ พวกเขากลับเป็นศพในสภาพอเนจอนาถมากกว่ายี่สิบศพ คนที่เขาอยากฆ่ากลับยืนอยู่ท่ามกลางศพเหล่านั้น รอยยิ้มของเขายังเยือกเย็นจนเขาอดรู้สึกหวาดผวาไม่ได้
ในความรู้สึกของเขา หานเฟิงราวกับเป็นเทพมรณะ เป็นวิญญาณชั่วร้าย!
ฉางเหวินจวินกัดฟันแน่น เมื่อดึงสติกลับคืนมาได้ ก็ลอบสบถด่าตนเองในใจ "เขาไม่ใช่วิญญาณชั่วร้าย เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์สี่เส้นลมปราณ ข้าไม่กลัว"
"หานเฟิง เจ้ากล้าดีนัก เจ้าฆ่าฉางจวี้เฟิ่นเจ้าเศษสวะผู้นั้นแล้วยังไม่วิ่งหนีไปอีก ยังรอข้าอยู่ที่นี่"
"ทว่านี่ก็ช่วยประหยัดเวลาข้าไปได้ไม่น้อย หลังจากข้าฆ่าเจ้าแล้ว ค่อยฆ่าผู้มีพรสวรรค์ตระกูลหานของพวกเจ้าที่เหลือ ตระกูลหานของพวกเจ้าคงทุกข์ตรมไม่น้อย" ฉางเหวินจวินแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก พลางแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
"ดัชนีสว่านเจาะทลาย!!"
กำลังภายในอันเกรี้ยวกราดควบรวมอยู่ที่นิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวาของฉางเหวินจวิน
กำลังภายในมหาศาลหมุนวนไม่หยุดนิ่ง
เกิดเป็นเสียงดังสนั่นกลางอากาศ
"ตายซะเถอะ"
ฉางเหวินจวินตะโกนเสียงดัง จากนั้นใช้นิ้วหนึ่งแทงไปที่หานเฟิง
หากนิ้วนี้แทงไปที่หินขนาดมหึมาสูงเท่าคน ทั่วทั้งหินก้อนนั้นคงถูกเจาะทะลวงผ่าน หรือแม้กระทั่งแตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้ว