สำหรับเนื้อหาการเรียนในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์นั้นจะมีทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติ โดยแบ่งได้ตามนี้
ภาคทฤษฎี →เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆในทางทฤษฎีที่เกียวกับ เวทย์มนต์, ป่าปีศาจ ,มอนสเตอร์ ,สัตว์ปีศาจ,ปีศาจ,พืช,สมุนไพร, รวมทั้งมีวิชาการบริหารกิจการบ้านเมือง การทำบัญชีต่างๆ และการจัดกองทัพด้วย
ภาคปฎิบัติ → คือการนำเอาความรู้ทางทฤษฎีมาปฎิบัติ มีทั้งการฝึกต่อสู้มือเปล่า,การฝึกใช้อาวุธประเภทต่างๆ ,การปรุงยา,การฝึกสร้างอุปกรณ์เวทย์มนต์ ,การปฐมพยาบาล และการเอาตัวรอดในสถานการณ์ร้ายต่างๆ รวมถึงในบางครั้งจะมีทัศนศึกษาพิเศษที่อาจารย์ประจำโรงเรียนจะพาไปสำรวจดันเจี้ยน และป่าปีศาจด้วย
ทั้งหมดนี้จะเป็นเนื้อหาที่เหล่าเด็กหนุ่มสาวในโรงเรียนแห่งนี้จะได้เรียนตลอด3 ปี
“สำหรับเนื้อหาที่พวกเธอจะได้เรียนก็ประมาณนี้..ฉะนั้นใช้ชีวิต3ปีเก็บเกี่ยวมันให้คุ้มซะล่ะ”
“ครับ/ค่ะ”
“อีกเดี๋ยวจะได้เวลาพักแล้ว..หลังจากนี้ช่วงบ่ายจะมีอาจารย์คนอื่นมาสอนภาคทฤษฎีต่อนะ..ระหว่างนี้อย่าลืมทำความรู้จักกันให้มากขึ้นเข้าไว้ด้วยล่ะ”
“ครับ/ค่ะ”
‘ทีนี้แหละ!!…ฉันต้องเข้าไปคุยกับคนๆนั้นให้ได้เลย’ เซซิเลียคิดในใจแล้ว..กำมือแน่นพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดอาการหัวใจเต้นแรง
ตอนนั้นเองเสียงออดพักกลางวันได้ดังขึ้นทันที…หลังอาจารย์ที่ปรึกษาออกไปไม่นาน และเซซิเลียกำลังจะลุกขึ้นจากโต๊ะตัวเองเพื่อไปหาเด็กหนุ่มผมขาว
“ท่านเซซิเลียยย!!!!”
“ท่านเซซิเลียครับบ”
“ท่านเซซิเลียค้าาาาาา”
“ท่านเซซิเลีย..ตัวดิฉันอุตส่าห์พยายามจนเข้าห้องSเพื่อเจอท่านเลยนะคะ ”
“ท่านเซซิเลียครับ…กระผมเตกิล่า..จากตระกูลมาเกรฟครับ!!..นี่ครับดอกไม้อันงดงามนี้ผมขอมอบให้ท่าน”
“ท่านเซซิเลียขอรับ…สนใจไปดื่มชามื้อกลางวันกับ..กระผมมั้ยขอรับบบบ.."
“คนอย่างแกจะชวนท่านเซซิเลียเนี่ยนะ!!…หลีกไปซะ.."
"…ท่านเซซิเลียค้าาา..ได้โปรดไปทานข้าวมื้อกลางวันกับดิฉันเถอะค่ะ”
“อะ..อะ…เเเเเเเเเเเอ๋!!!!!” เซซิเลียตกใจทันที
หลังจากเสียงออดดังและอาจารย์ออกไปไม่นาน..ก็มีคนจำนวนมากมารุมล้อมรอบโต๊ะเซซิเลียทันที แม้กระทั่งเซเลน่าเองก็ตกใจเช่นกัน
“นี่!!..ถอยห่างจากเซซิเลียเดี๋ยวนี้นะ!!” เธอพยายามออกแรงดันพวกขุนนางออกไปจากรอบตัวเซซิเลียทันที..แต่ก็ดันไม่ไหว เนื่องจากจำนวนประชากรที่มามุงรอบโต๊ะพวกเธอนั้น คือสมาชิกของห้อง S เกือบทั้งหมดยกเว้นคนแค่ไม่กี่คน
“รูอันนนนนนนนนนน!!” มีเด็กผู้หญิงผมสั้นทวินเทลวิ่งมาที่โต๊ะของรูอันในทันที
ตัวผมมองภาพนั้นสลับกับมองภาพที่คนไปรุมล้อมโต๊ะเซซิเลียพร้อมกับถอนหายใจ
“เห้ออออ..” ผมเองก็อยากจะหาเพื่อนได้บ้างจัง..
แต่ว่ามันจะมีใครยอมเป็นเพื่อนกับผมมั้ยล่ะนิ..เพราะในเมื่อเกือบทุกคนไปรุมล้อมที่โต๊ะของเซซิเลียกันหมด
ในตอนที่ผมกำลังจะถอนหายใจอีกรอบ..ตาผมไปแว๊บผ่านเห็นคนๆหนึ่งเข้า
นั่นมัน..ลูน่านี่นา!!!
ผมเห็นลูน่านั่งเอามือเท้าคางอยู่ที่โต๊ะตัวเองคนเดียว โดยไม่สนใจไปคุยกับใคร..รวมทั้งเธอเองก็ไม่ไปมุงที่โต๊ะเซซิเลียเช่นกัน
ตอนนี้โอกาสผมล่ะ!!! …คราวนี้ต้องหาเพื่อนให้ได้เลย..เข้าไปไปชวนเธอคุยดีกว่า!!
เมื่อคิดในใจแบบนั้นผมจึงรีบเดินไปหาที่โต๊ะเธอทันที
“โย่ว..ลูน่า..สบายดีมั้ย ><” ผมโบกมือทักทายแล้วยิ้มให้เธอ
ลูน่าที่นั่งเอามือเท้าคางอยู่..จึงกรอกลูกตามองมาทางผมเล็กน้อย..โดยไม่หันหน้ามา
“ฉันไม่รู้จักนาย…ไอคนหน้าตาเหมือนกระต่าย” เธอตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยทันที
เห้ยยย!!!..อะไรของยัยนี่ฟะ..ตอนหลังแข่งเข้ารอบชิงจบ เธอยังถามชื่อฉันอยู่เลยไม่ใช่หรอ..ทำไมวันนี้ถึงได้ลืมแล้วล่ะ…แต่ผมก็ยังใจเย็นตอบเธอไป
“แต่ฉันรู้จักเธอนะ..เธอชื่อลูน่าใช่ม้าาา..ส่วนฉันชื่อเรเวล ยินดีที่ได้รู้จัก..><” ผมยิ้มแล้วยื่นมือไปให้
“หรอ..โทษทีนะ..แต่กระต่ายอย่างนายเป็นเพื่อนกับมนุษย์ได้ตั้งแต่เมื่อไรล่ะนิ?” ลูน่าหันหน้ามามองผมแล้วตอบไปแบบนั้น
ตอนนี้ผมหมดความอดทนทันที…หนอยยัยทวินเทลนี่!!!!…กวนประสาทดีนักนะ
ผมจึงยิ้มตอบอย่างอ่อนโยนแล้วพูดแบบกวนตีนกลับไป
“ก็ไม่รู้เหมือนกันสิ..แบบว่าผมทวิลเทลสองข้างของเธอมันดูคล้ายแครอทละมั้ง..กระต่ายอย่างฉันเลยอยากรู้จักด้วยน่ะ><”
“นี่นาย!!..หาเรื่องฉันรึไงไอกระต่าย…มีปัญหาอะไรกับทรงผมของฉันงั้นหรอ!!!!!”
“วะ…เหวอออออออ!!”
ลูน่าพุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อผมทันที…ส่วนระยะนั้นหรอ!!
“กะ...ใกล้เกินไปแล้ววววว!!”
เธอดึงคอเสื้อผมจนหน้าผมเข้าไปใกล้หน้าเธอจนแทบจะจูบปากกันเลยทีเดียว
“อยู่ในทุ่งหญ้าแบบสงบดีๆไม่เป็นใช่มั้ย..เดี๋ยวฉันก็จับมาย่างกินซะหรอกกก”
“..ขะ..ขอโทษ..คร้าบบบบ”
วะ..วะ..เหวออออ..หน้าเธอใกล้เกินไปแล้ว…ตัวผมหน้าแดงจัดทันที….เอลิเซ่…ฉันไม่เคยนอกใจเธอเลยนะ..แต่ระยะใกล้ขนาดนี้นี่มัน….
“นะ..นี่..ระยะใกล้ขนาดนี้เธอไม่กลัวเสียจูบแรกเลยรึไง!!!” ผมพูดเตือนเธอไปแบบนั้น
“!?” เหมือนลูน่าจะนึกขึ้นได้จึงปล่อยคอเสื้อผมลง..แล้วดันผมออกไป
“ฉะ..ฉัน..ไม่อยากจูบกับกระต่ายอย่างนายหรอก..” เธอหันหน้ากลับไปพร้อมกับหน้าแดงเล็กน้อย
“เห้อ..” ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะในที่สุดเธอก็เข้าใจที่ผมพูดสักที
เห้ออ..ทำไมการมีเพื่อนสักคนมันถึงได้ยากเย็นจังนะ.. ผมคิดแบบนั้นพร้อมกับหันหน้าไปมองทางรูอันเล็กน้อย
ภาพที่เห็นนั่นคือภาพที่ชีน่ากับรูอันกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ทำให้ผมนึกคำถามได้เรื่องนึง
“นี่ลูน่า”
“มีอะไร?”
“ชีน่านี่ใช่น้องสาวของเธอรึป่าว? เห็นนามสกุลคล้ายกัน”
“!!” ลูน่ามีปฎิริยาตกใจเล็กน้อยต่อคำถามของผม
“คะ..คนๆนั้นไม่ใช่น้องฉันซะหน่อย” เธอกอดอกแล้วหันหน้าไปในสภาพหน้าบูดเบี้ยวทันที
“งั้น..คนๆนั้นเป็นลูกสาวเธองั้นหรอ?”
“นายจะบ้ารึไง!!…แฟนฉันยังไม่มีเลย..แล้วจะไปมีลูกได้ยังไง..แถมอายุยังใกล้เคียงกับฉันขนาดนั้น..หัดใช้สมองคิดบ้างสิห้ะ..ไอกระต่าย…” เธอยืนมือมาดึงหูผมทันที
“โอ้ยยยยยย..เจ็บบบ..พอแล้วรู้แล้วน่าา..ถ้าเธอไม่อยากพูดฉันก็จะไม่ถามเธออีก”
“ถ้างั้นก็ดี….เฮอะ” เธอปล่อยมือออกจากหูผม แล้วหันหน้ากลับไปราวกับยังโกรธผมไม่หาย
“นี่..ลูน่า..เธอช่วยเป็นเพื่อนกับฉันได้มั้ย..”
“….” เธอเงียบทันที..หลังจากนั้นจึงพูดว่า
“แล้วทำไมฉันต้องไปเป็นเพื่อนกับนายด้วยล่ะ?”
เธอถามผมกลับมาแบบนี้..ทำให้ผมรู้สึกหดหู่ทันที
“..งั้นสิ....เพราะฉันเป็นชนชั้นล่างงั้นสินะ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
“อย่าเข้าใจผิดสิ..ฉันไม่เคยมองเรื่องชนชั้นสักหน่อย”
“ถ้างั้น..ทำไมกันล่ะ?” ผมถามเธอกลับไปแบบนั้น
“งั้นฉันจะเปลี่ยนคำถามให้เข้าใจง่ายขึ้นละกัน…ทำไมนายถึงอยากเป็นเพื่อนกับฉัน?” เธอถามผมกลับมาอีกครั้งพร้อมกับจ้องไปที่ดวงตาของผมทันที..จนผมเห็นภาพของตัวเองในดวงตาของเธอ
ผมกำมือตัวเองแน่นแล้วตอบเธอ..กลับไป
“เหตุผลที่คนฆ่ากัน..แบ่งแยกกัน และรังเกียจกันฉันไม่รู้หรอกนะ..แต่ว่าเหตุผลที่คนจะเป็นเพื่อนกัน..ช่วยเหลือกัน และแบ่งปันรอยยิ้มให้กัน..มันจำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยงั้นหรอ?” ผมพูดพร้อมกับจ้องไปยังใบหน้าของเธอ
“!!” ลูน่าตาโตขึ้นทันที
“นะ..นาย” ลูน่าตัวสั่นเล็กน้อย..แล้วก้มหน้าลง…ถะ..ถ้าเป็นคนๆนี้ละก็..
“ฉะนั้น..มาเป็นเพื่อนกับฉันเถอะนะ..ลูน่า..พวกเรามาคอยช่วยเหลือกัน หัวเราะไปด้วยกัน แล้วแบ่งปันรอยยิ้มให้กันเถอะ” ผมยื่นมือไปหาเธอ..พร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“อื้อ..ตกลง..ฉันจะเป็นเพื่อนกับนายเอง เรเวล ” เธอหันมายิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยนเช่นกัน..พร้อมกับใช้มือเช็ดขอบตาของตัวเองเล็กน้อย…แล้วยื่นมือตัวเองมาจับมือผม
“เธอเองก็ยิ้มเป็นเหมือนกันนี่นา..พูดตรงๆว่าตอนที่เธอยิ้มนั้นตัวเธอสวยมากเลยนะ”
“มะ..ไม่ต้องมาชมฉันหรอกนะ..เจ้ากระต่าย” เธอหน้าแดงแล้วหันกลับไปทันที
ในที่สุดภารกิจหาเพื่อนคนแรกในโรงเรียนแห่งนี้ก็สำเร็จลงจนได้..เห้อ..หาเพื่อนนี่มันยากจริงๆแหะ
หลังจากนั้น..ตัวผมกับลูน่า ก็ได้ชวนชีน่า กับรูอัน ไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกันทั้งสี่คน
.
.
.
“เห้อออ..” เซซิเลียถอนหายใจทันที
“มีอะไรหรอเซซิเลีย?” เซเลน่าถาม
“ก็ตอนที่ฉันหันไปเมื่อกี้เขาคนนั้นไม่อยู่ในห้องแล้วน่ะสิ” เซซิเลียนึกถึงเด็กหนุ่มผมขาวคนหนึ่ง..ท่ามกลางการมุงกันของเหล่าขุนนางรอบโต๊ะที่ยังไม่จางคลาย
“ท่านเซซิเลียค้าาาาา”
“ท่านเซซิเลียครับบบบ”
“ไปทานมื้อกลางวันกับพวกดิฉันเถอะค่ะ/ไปทานมื้อกลางวันกับกระผมเถอะขอรับ”
.
.
และแล้วความวุ่นวายท่ามกลางความสงบสุขในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ก็ดำเนินต่อไป
#คุยกับคนเขียน#
เห้อ…ทำไมฉากขอเป็นเพื่อน..เขียนไปเขียนมามันถึงได้ดูคล้ายฉากสารภาพรักได้ล่ะนิ(งงตัวเองเหมือนกัน55) สำหรับช่วงนี้ที่ผมอัพค่อนข้างถี่จริงๆไม่ใช่อะไรหรอกครับ..แค่อารมณ์เขียนกำลังมาเท่านั้นเอง555
ช่วงนี้รู้สึกตัวเองเขียนนิยายได้ค่อนข้างมีความสุขพอควร..ต่างจากSagaการแข่งขันที่ต้องฝืนเขียนแบบสุดๆ จนมีความรู้สึกอยากลอยแพผุดขึ้นมาในใจหลายรอบเลยทีเดียว (แต่ก็แพไม่ได้เพราะต้องรับผิดชอบต่อคนอ่าน555)
ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงสโลว์ไลฟ์อยู่...แม้ว่าตอนหน้าอาจจะดูเครียดขึ้นเล็กน้อย แต่ก็อีกประมาณหลายตอนกว่าเนื้อหาจะเริ่มจริงจัง เพราะในช่วงนี้ผมจะเน้นพวก lovecomedyในรั้วโรงเรียนสัก4-5ตอน (บวกลบเล็กน้อย)
สำหรับคนอ่านที่ไม่ชอบแนวรักๆใคร่ๆ แต่ชอบแนวสู้บู้แหลกเคร่งเครียดจริงจังอยากให้ทนกันสักนิดนะครับ ผมสัญญาว่าในอนาคตจะมีแน่ๆ
คิดเห็นอย่างไรติชมกันได้ครับ และสุดท้ายขอขอบคุณที่ตามอ่่านงานของผมนะครับ ><