The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่39 หาเพื่อน

                สำหรับเนื้อหาการเรียนในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์นั้นจะมีทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติ โดยแบ่งได้ตามนี้

    ภาคทฤษฎี →เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆในทางทฤษฎีที่เกียวกับ เวทย์มนต์, ป่าปีศาจ ,มอนสเตอร์ ,สัตว์ปีศาจ,ปีศาจ,พืช,สมุนไพร, รวมทั้งมีวิชาการบริหารกิจการบ้านเมือง การทำบัญชีต่างๆ และการจัดกองทัพด้วย

    ภาคปฎิบัติ → คือการนำเอาความรู้ทางทฤษฎีมาปฎิบัติ มีทั้งการฝึกต่อสู้มือเปล่า,การฝึกใช้อาวุธประเภทต่างๆ ,การปรุงยา,การฝึกสร้างอุปกรณ์เวทย์มนต์ ,การปฐมพยาบาล และการเอาตัวรอดในสถานการณ์ร้ายต่างๆ รวมถึงในบางครั้งจะมีทัศนศึกษาพิเศษที่อาจารย์ประจำโรงเรียนจะพาไปสำรวจดันเจี้ยน และป่าปีศาจด้วย 

                 ทั้งหมดนี้จะเป็นเนื้อหาที่เหล่าเด็กหนุ่มสาวในโรงเรียนแห่งนี้จะได้เรียนตลอด3 ปี

                 “สำหรับเนื้อหาที่พวกเธอจะได้เรียนก็ประมาณนี้..ฉะนั้นใช้ชีวิต3ปีเก็บเกี่ยวมันให้คุ้มซะล่ะ”

                 “ครับ/ค่ะ” 

                  “อีกเดี๋ยวจะได้เวลาพักแล้ว..หลังจากนี้ช่วงบ่ายจะมีอาจารย์คนอื่นมาสอนภาคทฤษฎีต่อนะ..ระหว่างนี้อย่าลืมทำความรู้จักกันให้มากขึ้นเข้าไว้ด้วยล่ะ”

                  “ครับ/ค่ะ”

                  ‘ทีนี้แหละ!!…ฉันต้องเข้าไปคุยกับคนๆนั้นให้ได้เลย’ เซซิเลียคิดในใจแล้ว..กำมือแน่นพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดอาการหัวใจเต้นแรง 

       ตอนนั้นเองเสียงออดพักกลางวันได้ดังขึ้นทันที…หลังอาจารย์ที่ปรึกษาออกไปไม่นาน และเซซิเลียกำลังจะลุกขึ้นจากโต๊ะตัวเองเพื่อไปหาเด็กหนุ่มผมขาว

       “ท่านเซซิเลียยย!!!!”

       “ท่านเซซิเลียครับบ”

       “ท่านเซซิเลียค้าาาาาา”

       “ท่านเซซิเลีย..ตัวดิฉันอุตส่าห์พยายามจนเข้าห้องSเพื่อเจอท่านเลยนะคะ ”

       “ท่านเซซิเลียครับ…กระผมเตกิล่า..จากตระกูลมาเกรฟครับ!!..นี่ครับดอกไม้อันงดงามนี้ผมขอมอบให้ท่าน”

       “ท่านเซซิเลียขอรับ…สนใจไปดื่มชามื้อกลางวันกับ..กระผมมั้ยขอรับบบบ.."

       “คนอย่างแกจะชวนท่านเซซิเลียเนี่ยนะ!!…หลีกไปซะ.."

       "…ท่านเซซิเลียค้าาา..ได้โปรดไปทานข้าวมื้อกลางวันกับดิฉันเถอะค่ะ”

       “อะ..อะ…เเเเเเเเเเเอ๋!!!!!” เซซิเลียตกใจทันที 

       หลังจากเสียงออดดังและอาจารย์ออกไปไม่นาน..ก็มีคนจำนวนมากมารุมล้อมรอบโต๊ะเซซิเลียทันที แม้กระทั่งเซเลน่าเองก็ตกใจเช่นกัน

       “นี่!!..ถอยห่างจากเซซิเลียเดี๋ยวนี้นะ!!” เธอพยายามออกแรงดันพวกขุนนางออกไปจากรอบตัวเซซิเลียทันที..แต่ก็ดันไม่ไหว เนื่องจากจำนวนประชากรที่มามุงรอบโต๊ะพวกเธอนั้น คือสมาชิกของห้อง S เกือบทั้งหมดยกเว้นคนแค่ไม่กี่คน

        “รูอันนนนนนนนนนน!!” มีเด็กผู้หญิงผมสั้นทวินเทลวิ่งมาที่โต๊ะของรูอันในทันที

         ตัวผมมองภาพนั้นสลับกับมองภาพที่คนไปรุมล้อมโต๊ะเซซิเลียพร้อมกับถอนหายใจ

        “เห้ออออ..” ผมเองก็อยากจะหาเพื่อนได้บ้างจัง..

         แต่ว่ามันจะมีใครยอมเป็นเพื่อนกับผมมั้ยล่ะนิ..เพราะในเมื่อเกือบทุกคนไปรุมล้อมที่โต๊ะของเซซิเลียกันหมด 

        ในตอนที่ผมกำลังจะถอนหายใจอีกรอบ..ตาผมไปแว๊บผ่านเห็นคนๆหนึ่งเข้า 

         นั่นมัน..ลูน่านี่นา!!!

         ผมเห็นลูน่านั่งเอามือเท้าคางอยู่ที่โต๊ะตัวเองคนเดียว โดยไม่สนใจไปคุยกับใคร..รวมทั้งเธอเองก็ไม่ไปมุงที่โต๊ะเซซิเลียเช่นกัน

          ตอนนี้โอกาสผมล่ะ!!! …คราวนี้ต้องหาเพื่อนให้ได้เลย..เข้าไปไปชวนเธอคุยดีกว่า!!

          เมื่อคิดในใจแบบนั้นผมจึงรีบเดินไปหาที่โต๊ะเธอทันที

          “โย่ว..ลูน่า..สบายดีมั้ย ><” ผมโบกมือทักทายแล้วยิ้มให้เธอ

          ลูน่าที่นั่งเอามือเท้าคางอยู่..จึงกรอกลูกตามองมาทางผมเล็กน้อย..โดยไม่หันหน้ามา

          “ฉันไม่รู้จักนาย…ไอคนหน้าตาเหมือนกระต่าย” เธอตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยทันที

          เห้ยยย!!!..อะไรของยัยนี่ฟะ..ตอนหลังแข่งเข้ารอบชิงจบ เธอยังถามชื่อฉันอยู่เลยไม่ใช่หรอ..ทำไมวันนี้ถึงได้ลืมแล้วล่ะ…แต่ผมก็ยังใจเย็นตอบเธอไป

           “แต่ฉันรู้จักเธอนะ..เธอชื่อลูน่าใช่ม้าาา..ส่วนฉันชื่อเรเวล ยินดีที่ได้รู้จัก..><” ผมยิ้มแล้วยื่นมือไปให้ 

           “หรอ..โทษทีนะ..แต่กระต่ายอย่างนายเป็นเพื่อนกับมนุษย์ได้ตั้งแต่เมื่อไรล่ะนิ?” ลูน่าหันหน้ามามองผมแล้วตอบไปแบบนั้น

            ตอนนี้ผมหมดความอดทนทันที…หนอยยัยทวินเทลนี่!!!!…กวนประสาทดีนักนะ

            ผมจึงยิ้มตอบอย่างอ่อนโยนแล้วพูดแบบกวนตีนกลับไป

           “ก็ไม่รู้เหมือนกันสิ..แบบว่าผมทวิลเทลสองข้างของเธอมันดูคล้ายแครอทละมั้ง..กระต่ายอย่างฉันเลยอยากรู้จักด้วยน่ะ><”

            “นี่นาย!!..หาเรื่องฉันรึไงไอกระต่าย…มีปัญหาอะไรกับทรงผมของฉันงั้นหรอ!!!!!”

            “วะ…เหวอออออออ!!”

             ลูน่าพุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อผมทันที…ส่วนระยะนั้นหรอ!!

             “กะ...ใกล้เกินไปแล้ววววว!!” 

             เธอดึงคอเสื้อผมจนหน้าผมเข้าไปใกล้หน้าเธอจนแทบจะจูบปากกันเลยทีเดียว

             “อยู่ในทุ่งหญ้าแบบสงบดีๆไม่เป็นใช่มั้ย..เดี๋ยวฉันก็จับมาย่างกินซะหรอกกก”

             “..ขะ..ขอโทษ..คร้าบบบบ”  

              วะ..วะ..เหวออออ..หน้าเธอใกล้เกินไปแล้ว…ตัวผมหน้าแดงจัดทันที….เอลิเซ่…ฉันไม่เคยนอกใจเธอเลยนะ..แต่ระยะใกล้ขนาดนี้นี่มัน….

             “นะ..นี่..ระยะใกล้ขนาดนี้เธอไม่กลัวเสียจูบแรกเลยรึไง!!!” ผมพูดเตือนเธอไปแบบนั้น

             “!?” เหมือนลูน่าจะนึกขึ้นได้จึงปล่อยคอเสื้อผมลง..แล้วดันผมออกไป

             “ฉะ..ฉัน..ไม่อยากจูบกับกระต่ายอย่างนายหรอก..” เธอหันหน้ากลับไปพร้อมกับหน้าแดงเล็กน้อย

             “เห้อ..” ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะในที่สุดเธอก็เข้าใจที่ผมพูดสักที

             เห้ออ..ทำไมการมีเพื่อนสักคนมันถึงได้ยากเย็นจังนะ.. ผมคิดแบบนั้นพร้อมกับหันหน้าไปมองทางรูอันเล็กน้อย

             ภาพที่เห็นนั่นคือภาพที่ชีน่ากับรูอันกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ทำให้ผมนึกคำถามได้เรื่องนึง

              “นี่ลูน่า”

              “มีอะไร?”

              “ชีน่านี่ใช่น้องสาวของเธอรึป่าว? เห็นนามสกุลคล้ายกัน”

              “!!” ลูน่ามีปฎิริยาตกใจเล็กน้อยต่อคำถามของผม

              “คะ..คนๆนั้นไม่ใช่น้องฉันซะหน่อย” เธอกอดอกแล้วหันหน้าไปในสภาพหน้าบูดเบี้ยวทันที

              “งั้น..คนๆนั้นเป็นลูกสาวเธองั้นหรอ?”

              “นายจะบ้ารึไง!!…แฟนฉันยังไม่มีเลย..แล้วจะไปมีลูกได้ยังไง..แถมอายุยังใกล้เคียงกับฉันขนาดนั้น..หัดใช้สมองคิดบ้างสิห้ะ..ไอกระต่าย…” เธอยืนมือมาดึงหูผมทันที

               “โอ้ยยยยยย..เจ็บบบ..พอแล้วรู้แล้วน่าา..ถ้าเธอไม่อยากพูดฉันก็จะไม่ถามเธออีก”

               “ถ้างั้นก็ดี….เฮอะ” เธอปล่อยมือออกจากหูผม แล้วหันหน้ากลับไปราวกับยังโกรธผมไม่หาย

                “นี่..ลูน่า..เธอช่วยเป็นเพื่อนกับฉันได้มั้ย..”

                “….” เธอเงียบทันที..หลังจากนั้นจึงพูดว่า

                “แล้วทำไมฉันต้องไปเป็นเพื่อนกับนายด้วยล่ะ?”

                เธอถามผมกลับมาแบบนี้..ทำให้ผมรู้สึกหดหู่ทันที

                “..งั้นสิ....เพราะฉันเป็นชนชั้นล่างงั้นสินะ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย 

                “อย่าเข้าใจผิดสิ..ฉันไม่เคยมองเรื่องชนชั้นสักหน่อย”

                 “ถ้างั้น..ทำไมกันล่ะ?” ผมถามเธอกลับไปแบบนั้น

                “งั้นฉันจะเปลี่ยนคำถามให้เข้าใจง่ายขึ้นละกัน…ทำไมนายถึงอยากเป็นเพื่อนกับฉัน?” เธอถามผมกลับมาอีกครั้งพร้อมกับจ้องไปที่ดวงตาของผมทันที..จนผมเห็นภาพของตัวเองในดวงตาของเธอ

                 ผมกำมือตัวเองแน่นแล้วตอบเธอ..กลับไป

                 “เหตุผลที่คนฆ่ากัน..แบ่งแยกกัน และรังเกียจกันฉันไม่รู้หรอกนะ..แต่ว่าเหตุผลที่คนจะเป็นเพื่อนกัน..ช่วยเหลือกัน และแบ่งปันรอยยิ้มให้กัน..มันจำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยงั้นหรอ?” ผมพูดพร้อมกับจ้องไปยังใบหน้าของเธอ

                  “!!” ลูน่าตาโตขึ้นทันที 

                  “นะ..นาย” ลูน่าตัวสั่นเล็กน้อย..แล้วก้มหน้าลง…ถะ..ถ้าเป็นคนๆนี้ละก็..

                  “ฉะนั้น..มาเป็นเพื่อนกับฉันเถอะนะ..ลูน่า..พวกเรามาคอยช่วยเหลือกัน หัวเราะไปด้วยกัน แล้วแบ่งปันรอยยิ้มให้กันเถอะ” ผมยื่นมือไปหาเธอ..พร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

                  “อื้อ..ตกลง..ฉันจะเป็นเพื่อนกับนายเอง เรเวล ” เธอหันมายิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยนเช่นกัน..พร้อมกับใช้มือเช็ดขอบตาของตัวเองเล็กน้อย…แล้วยื่นมือตัวเองมาจับมือผม

                 “เธอเองก็ยิ้มเป็นเหมือนกันนี่นา..พูดตรงๆว่าตอนที่เธอยิ้มนั้นตัวเธอสวยมากเลยนะ”

                 “มะ..ไม่ต้องมาชมฉันหรอกนะ..เจ้ากระต่าย” เธอหน้าแดงแล้วหันกลับไปทันที

                 ในที่สุดภารกิจหาเพื่อนคนแรกในโรงเรียนแห่งนี้ก็สำเร็จลงจนได้..เห้อ..หาเพื่อนนี่มันยากจริงๆแหะ

                 หลังจากนั้น..ตัวผมกับลูน่า ก็ได้ชวนชีน่า กับรูอัน ไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกันทั้งสี่คน

                 .

                 .

                 .

                 “เห้อออ..” เซซิเลียถอนหายใจทันที

                 “มีอะไรหรอเซซิเลีย?” เซเลน่าถาม

                  “ก็ตอนที่ฉันหันไปเมื่อกี้เขาคนนั้นไม่อยู่ในห้องแล้วน่ะสิ” เซซิเลียนึกถึงเด็กหนุ่มผมขาวคนหนึ่ง..ท่ามกลางการมุงกันของเหล่าขุนนางรอบโต๊ะที่ยังไม่จางคลาย

                   “ท่านเซซิเลียค้าาาาา”

                   “ท่านเซซิเลียครับบบบ”

                   “ไปทานมื้อกลางวันกับพวกดิฉันเถอะค่ะ/ไปทานมื้อกลางวันกับกระผมเถอะขอรับ”

                     .

                     .

                   และแล้วความวุ่นวายท่ามกลางความสงบสุขในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ก็ดำเนินต่อไป

     

     

                                                    #คุยกับคนเขียน#

                  เห้อ…ทำไมฉากขอเป็นเพื่อน..เขียนไปเขียนมามันถึงได้ดูคล้ายฉากสารภาพรักได้ล่ะนิ(งงตัวเองเหมือนกัน55)  สำหรับช่วงนี้ที่ผมอัพค่อนข้างถี่จริงๆไม่ใช่อะไรหรอกครับ..แค่อารมณ์เขียนกำลังมาเท่านั้นเอง555  

                   ช่วงนี้รู้สึกตัวเองเขียนนิยายได้ค่อนข้างมีความสุขพอควร..ต่างจากSagaการแข่งขันที่ต้องฝืนเขียนแบบสุดๆ จนมีความรู้สึกอยากลอยแพผุดขึ้นมาในใจหลายรอบเลยทีเดียว (แต่ก็แพไม่ได้เพราะต้องรับผิดชอบต่อคนอ่าน555) 

                   ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงสโลว์ไลฟ์อยู่...แม้ว่าตอนหน้าอาจจะดูเครียดขึ้นเล็กน้อย แต่ก็อีกประมาณหลายตอนกว่าเนื้อหาจะเริ่มจริงจัง เพราะในช่วงนี้ผมจะเน้นพวก lovecomedyในรั้วโรงเรียนสัก4-5ตอน (บวกลบเล็กน้อย) 

                    สำหรับคนอ่านที่ไม่ชอบแนวรักๆใคร่ๆ  แต่ชอบแนวสู้บู้แหลกเคร่งเครียดจริงจังอยากให้ทนกันสักนิดนะครับ ผมสัญญาว่าในอนาคตจะมีแน่ๆ

                      คิดเห็นอย่างไรติชมกันได้ครับ และสุดท้ายขอขอบคุณที่ตามอ่่านงานของผมนะครับ ><

           

              

              

        

     

     

           

         

         

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน