“ในที่สุดก็ออกไปสักที”
ด้านนอกวิลล่าของสำนักทะเลทราย ณ สถานที่ที่มืดครึ้มอับโคจร
เซี่ยฮุยยืนอยู่ท่ามกลางความมืดและจ้องมองไปยังประตูใหญ่ของวิลล่าที่อยู่ตรงหน้า มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นเส้นโค้ง
สองวันมานี้ เขาไม่ได้ยึดตามแผนเดิมที่วางไว้ว่าจะไปเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ของเมืองหลวง
เขาแอบเข้าไปในหน่วยลาดตระเวน หลังจากได้ข้อมูลของชายหน้าบาก เขาก็เดินทางตามเบาะแสจนมาถึงที่นี่
สำนักทะเลทราย!
เซี่ยฮุยมองผู้เฒ่าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสติปัญญาขึ้นรถออกจากสำนักไปด้วยความรู้สึกดีอกดีใจ
เมื่อเห็นว่ารถแล่นออกไปไกลแล้ว และไม่ได้รู้สึกถึงพลังลมปราณ เซี่ยฮุยก็เตรียมตัวทันที
“เริ่มลงมือได้สักที”
เซี่ยฮุยมองไปที่ประตูทางเข้าของวิลล่าก็พบว่ายามกำลังปิดประตูเหล็ก
รออีกหน่อยแล้วกัน
เซี่ยฮุยแอบบอกตัวเองอยู่ภายในใจ เพราะเขากลัวว่าผู้เฒ่าคนนั้นอาจจะไม่ได้ออกไปกินเหยื่อที่เขาวางไว้
แต่เป็นแค่เพียงการออกจากวิลล่าแบบปลอม ๆ เพื่อล่อให้เขาติดกับดักอยู่ที่นี่
ระบบก็หยุดทำงานไปชั่วคราว สิ่งนี้ยิ่งทำให้เซี่ยฮุยระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น
เซี่ยฮุยแอบตัดสินใจอยู่เงียบ ๆ หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองรถที่ขับออกจากวิลล่าไปอย่างเงียบ ๆ เขาไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไปเพราะกลัวจะถูกจับได้ จึงทำได้เพียงแค่ทิ้งระยะห่างไม่ให้กลายเป็นที่สงสัย
หลังจากเห็นรถขับไปยังทิศที่เขาล่อเหยื่อไว้ มุมปากของเซี่ยฮุยก็กระตุกเป็นเส้นโค้ง ในที่สุดเขาก็สบายใจได้แล้ว
ผู้เฒ่านั่งเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์อยู่ในวิลล่าตลอดเวลาจนทำให้เขารู้สึกได้ถึงอันตราย แต่ตอนนี้อีกฝ่ายติดกับดักของเขาแล้ว และเขาเหลือเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
เซี่ยฮุยไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ คิดเช่นนั้นเขาก็รีบพุ่งตัวไปที่ประตูใหญ่ของวิลล่า โดยใช้เงามืดเป็นเครื่องกำบังร่างกาย...
หลิวจี้เอนตัวสูบบุหรี่อยู่ข้าง ๆ ประตูใหญ่ของวิลล่า ด้านหน้าใบหน้าที่ผอมซูบของเขาถูกปกคลุมด้วยควันบุหรี่หนึ่งชั้น
ลมหนาวยามราตรีพัดผ่านมา และพัดเอาควันที่อยู่ตรงหน้าของเขากระจายตัวออกไปรอบ ๆ
“ช่วงกลางดึกของฤดูร้อนทำไมถึงหนาวขนาดนี้เนี่ย อากาศบ้าบออะไรของมันวะ”
หลิวจี้หดคอเข้าไปในเสื้อ ลมหนาวที่พัดผ่านร่างของเขาอย่างฉับพลันทำให้เขารู้สึกหนาวเหน็บเข้ากระดูก หนาวเสียจนเขาต้องโยนก้นบุหรี่ที่ยังดูดไม่เสร็จลงบนพื้นและสบถด่าออกมา
หลังจากนั้นเขาก็พ่นควันบุหรี่ออกมาจากปากและตัดสินใจเดินออกไปจากจุดนี้
ผู้เฒ่าออกไปจับคนที่ฆ่าพี่สองกับพี่สามแล้ว ถ้าหากไม่ใช่เพราะด้านในวิลล่าไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ เขาคงไม่คิดจะออกมายืนทำท่าทางราวกับเป็นยามเฝ้าประตูแบบนี้หรอก
“ดูแลประตูใหญ่ให้ดี ถ้ามีอะไรผิดปกติรีบรายงานฉันทันที”
เขาลุกขึ้นยืนและหันไปกำชับยามเฝ้าประตูอีกสองคนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
พูดจบ เขาก็เดินเข้าไปด้านในวิลล่าทันที
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เซี่ยฮุยก็มาถึงด้านข้างของประตู
การเคลื่อนไหวของเขาเงียบสนิทราว แม้ว่าเขาจะขยับเข้ามาใกล้ขนาดนี้ แต่ยามทั้งสองคนกลับไม่ได้มีท่าทีว่าจะรู้ตัวแม้แต่น้อย
ทั้งสองคนยังคงพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย และเดินลาดตระเวนไปมาอีกราว ๆ สิบกว่าเมตร
กลุ่มคนขอบเขตพิเศษขั้น 3
เซี่ยฮุยมองเห็นด้านในได้อย่างชัดเจน มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่เป็นยามเฝ้าประตูอยู่ในเวลานี้
นี่คือสกิลสำรวจของเขา ถ้าหากเลเวลของอีกฝ่ายไม่สูงกว่าหรือไม่ได้มีซ่อนความสามารถพิเศษซ่อนไว้ เขาก็สามารถที่จะตรวจสอบอีกฝ่ายได้
กระโดดตลบวายุ
เมื่อเล็งเป้าไปที่สองคนนั้นแล้ว เซี่ยฮุยก็กระโดดลอยตัวขึ้นจากพื้นดินและข้ามประตูเหล็กเข้าไปด้านใน จากนั้นก็ลงมายืนอยู่ระหว่างชายทั้งสองคน
ป้าวเฉวียน!
ป้าวเฉวียน!
หมัดถูกส่งไปทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทุกอย่างสิ้นสุดลงภายในระยะเวลาสองวินาที
พลังที่เขาส่งไปที่หมัดทั้งสองอยู่ในระดับที่พอดี
ดังนั้นจึงไม่เกิดเสียงอึกทึกเหมือนกับก่อนหน้านี้ เขาใช้หมัดของตัวเองกระแทกเข้าใส่กระดูกสันหลังของอีกฝ่ายแค่เบา ๆ เท่านั้น
ตุบ!
ร่างของทั้งสองกระแทกลงกับพื้นและเสียชีวิตในทันที
“ติ๊ง! ผู้เล่นเซี่ยฮุยสังหารศัตรูขอบเขตพิเศษขั้น 3 ได้รับแต้มเสริมความแข็งแกร่ง+30”
“ติ๊ง! ผู้เล่นเซี่ยฮุยสังหารศัตรูขอบเขตพิเศษขั้น 3 ได้รับแต้มเสริมความแข็งแกร่ง+30”
ในเวลาเดียวกัน สมองของเซี่ยฮุยก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นสองครั้งติดต่อกัน
ตอนนี้เขาได้รับแต้มเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มอีก 60 แต้มแล้ว!
ข้อมูลจากระบบทำให้เซี่ยฮุยรู้สึกสับสนเล็กน้อย
เขาคุ้นชินกับความยากลำบากแต่ละครั้งกว่าที่จะแต้มเสริมความแข็งแกร่งมาครอบครอง แต่ครั้งนี้เขากลับได้มันมาอย่างง่ายดาย แม้แต่ตัวเขาเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
เซี่ยฮุยเหลือบมองศพที่นอนอยู่บนพื้นทั้งสอง จากนั้นก็กวาดตามองไปรอบ ๆ เขาใช้แขนทั้งสองข้างลากศพเข้าไปซ่อนไว้ในพุ่มไม้
หลังจากนั้นก็เริ่มสำรวจแผ่นที่ย่อส่วนที่อยู่มุมหน้าจอ จุดสีเขียวก่อนหน้านี้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสีแดงแล้ว
จุดสีแดงเต็มไปหมด คนเหล่านั้นคือศัตรูของเขา
จากเส้นทางที่สว่างด้วยแสงไฟจากโคมไฟ ไม่มีทางที่เขาจะใช้วิธีพรางตัวเหมือนกับก่อนหน้านี้ได้อีก
เซี่ยฮุยเตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เขาหยิบกระบี่เงาคะนึงออกมาจากกระเป๋า จากนั้นก็เปิดใช้สกิลพิเศษของมัน
แปลงเงา!
วินาทีต่อมาร่างกายของเซี่ยฮุยก็หายไปจากจุดเดิม ตอนนี้เขากลายเป็นเงาที่ยืนอยู่บนถนนเส้น ๆ แห่งนี้แล้ว
เงาที่เห็นคือเงาของเซี่ยฮุยหลังจากที่เขาใช้สกิลนี้ จากนั้นเขาก็เดินไปที่บริเวณข้าง ๆ พุ่มหญ้า และลัดเลาะเข้าไปด้านในวิลล่าอย่างเงียบ ๆ
ชั้นหนึ่งของวิลล่า
หลิวจี้มองจางต๋าที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ หลังจากนั้นเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของตัวเอง
แต่แล้วเขาก็ทนไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองจางต๋าอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนั่งหลับตาราวกับกำลังพักผ่อน เขาก็ถามขึ้นมาว่า “พี่ใหญ่ ทำไมครั้งนี้ผู้เฒ่าไม่พาพี่ไปด้วยล่ะ”
จางต๋าลืมตาขึ้นอีกครั้ง เสียงของอีกฝ่ายราวกับเป็นเสียงของระฆังที่ดังก้องภายในห้องแห่งนี้
“เจ้าสำนักคิดไว้อย่างถี่ถ้วนแล้ว ท่านกังวลว่าระหว่างที่ไม่อยู่ที่นี่ อาจจะมีคนเข้ามาลอบโจมตีสำนักทะเลทรายของเรา”
“สำนักทะเลทรายของเราแข็งแกร่งถึงขั้นนี้ จะมีใครกล้าบุกเข้ามาที่นี่แบบไม่ลืมหูลืมตาได้?”
หลิวจี้พูดด้วยความมั่นใจ “ฉันเป็นศิษย์ที่ฝึกอยู่ภายในสำนักแห่งนี้ ตราบใดที่มีพวกเราคุ้มกันสำนักอยู่ อย่าว่าแต่มนุษย์เลย แม้แต่นกก็อย่าหวังว่าจะเข้ามาด้านในนี้ได้”
“อีกอย่างต่อให้มีคนแอบบุกรุกเข้ามาในนี้ กระบี่ของฉันก็ไม่ปรานีใครอยู่แล้ว
พูดจบหลิวจี้ก็ใช้มือตบไปที่กระบี่ข้างเอวของตัวเอง
“เห้ย?”
จู่ ๆ หลิวจี้ก็เปล่งเสียงอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ จู่ ๆ เขาก็ได้รับคำเตือนว่าเขาเพิ่งสัมผัสโดนอะไรบางอย่าง
“น้องห้าเป็นอะไร?”
เมื่อเห็นหลิวจี้ลุกขึ้นมาอย่างฉับพลัน จางต๋าจึงเอ่ยถามออกไป
“พูดถึงก็มาเลย พี่ใหญ่...ฉันคิดว่ามีคนแอบลอบเข้ามาในนี้”
หลิวจี้ใช้มือวางลงบนตัวกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอว ตอนนี้เขามั่นใจมากขึ้นแล้วว่าสิ่งที่เขาคิดเป็นเรื่องจริง
เพราะการตรวจจับของเขากำลังถูกเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่อง คนที่กำลังลักลอบเข้ามากำลังพุ่งตรงมาทางพวกเขาด้วยความเร็วสูง
“อ่าห๊ะ!”
จางต๋าลุกขึ้นยืน เขากำหมัดแน่นและกระแทกกำปั้นเข้ากับอากาศด้วยความตื่นเต้น “คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนกล้าบุกเข้ามาจริง ๆ”
“พี่ใหญ่ พี่ห้ามแย่งฉันนะ ครั้งนี้ฉันขอทดลองฝีมือของตัวเองหน่อย”
เมื่อเห็นจางต๋าลุกขึ้นยืนด้วยความกระตือรือร้น หลิวจี้ก็รีบพูดห้ามปรามอีกฝ่ายทันที
“ช่างกล้า...ช่างกล้าหาญจริง ๆ!”
จางต๋าที่กำลังจะตอบรับกลับไป จู่ ๆ เขาก็เห็นแสงสว่างจากปลายกระบี่หนึ่งสาย
สวบ!
แสงสว่างจากปลายกระบี่ฟาดเข้าใส่หลิวจี้
วินาทีที่แสงสว่างจากกระบี่ถูกส่งออกมา เงาของเซี่ยฮุยก็ปรากฏขึ้น
เขาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหลิวจี้ เดิมทีเขาคิดจะลอบโจมตีแบบไม่ให้คู่ต่อสู้รู้ตัว แต่ในเมื่อทั้งสองรู้แล้วว่าเขามาที่นี่ จึงไม่ลังเลที่จะเปิดเผยตัวตนอีกต่อไป
ทันทีที่เริ่มลงมือ แสงสว่างจากปลายกระบี่ก็ถูกส่งออกมาจากกระบี่เงาคะนึงที่เย็นยะเยือก
การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างรวดเร็วราวกับแสงอสนีบาต พลังปราณแหวกกลางอากาศและเจาะเข้าที่ร่างของหลิวจี้
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษขั้น 6 แตกต่างจากกลุ่มคนกระจอก ๆ ที่อยู่ด้านนอก
หลิวจี้ไหวตัวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังใช้มือดึงกระบี่ยาวที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา
เซี่ยฮุยเหลือบมองไปยังกระบี่ของอีกฝ่ายที่กำลังถูกดึงออกมาจากฝัก
ตอนที่กระบี่ของหลิวจี้ถูกดึงออกมาครึ่งหนึ่งก็พบว่ากระบี่ของเซี่ยฮุยเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่ามาก
ไม่ทันแล้ว!
หลิวจี้หน้าถอดสี ตอนที่เขากำลังจะเบี่ยงตัวเพื่อหลบการโจมตี แต่แล้ว......
เสียง “พรวด” ดังขึ้น ปลายกระบี่ที่เย็นยะเยือกแทงเจาะทะลุเข้ากลางคอหอยของอีกฝ่าย
วินาทีต่อมาปลายกระบี่ที่แหลมคมก็ทะลุโผล่ออกมาที่ท้ายทอยของหลิวจี้ จนเลือดสาดกระจายไปทั่ว
หลิวจี้เบิกตากว้าง เขาใช้มือจับคอตัวเองด้วยสีหน้าตกตะลึง วินาทีต่อมาร่างของเขาก็ค่อย ๆ ทรุดลงไปกองอยู่ที่พื้น
เซี่ยฮุยแกว่งกระบี่เงาคะนึงไปมาเพื่อสลัดคราบเลือดที่เปื้อนอยู่บนนั้น
เขาเหลือบตามองข้อมูลจากระบบก็พบว่าตัวเองได้รับแต้มเสริมความแข็งแกร่งอีก 60 แต้มแล้ว
แต่ยังไม่ทันให้เขาได้มีเวลาหายใจ
เสียงตะโกน “กล้ามาก” ของจางต๋าก็ดังขึ้น วายุหมัดที่ทรงพลังถูกซัดออกมาจนเกิดพลังงานม้วนตัวขึ้นภายในห้องแห่งนี้
ขอบเขตพิเศษขั้น 9 งั้นเหรอ!
เมื่อตรวจสอบเลเวลของอีกฝ่าย เซี่ยฮุยก็แอบหรี่ตาลงเล็กน้อยและมองไปที่หมัดของอีกฝ่ายที่กำลังพุ่งมาทางเขา
กระบี่ในมือถูกยกขึ้นอีกครั้งและวาดไปด้านหน้าเพื่อต้อนรับหมัดของอีกฝ่าย
“เคล้ง!”
กระบี่ยาวและหมัดปะทะเข้าหากันอย่างจัง เสียงดังก้องไปทั่วทั้งห้องเหมือนกับเสียงของโลหะที่ปะทะเข้าใส่กัน
“โลหะทองงั้นเหรอ?”
เซี่ยฮุยขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เขาจ้องมองหมัดของจางต๋าที่เปลี่ยนเป็นสีทอง
“เจ้าหนู ตาถึงดีนี่นา”
จางต๋าพยักหน้าตอบกลับมา จากนั้นก็หันไปมองหลิวจี้ที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความพิโรธขั้นสุด “แต่แกฆ่าน้องห้าของฉัน ไปตายซะ!”
“บอกชื่อของแกมาเดี๋ยวนี้ นี่จะกลายเป็นคำพูดสุดท้ายในชีวิตของแก”
หมัดคู่ของจางต๋าชนเข้าหากันจนเกิดเสียงโลหะปะทะกัน
“พวกนายกำลังตามหาฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
เมื่อเผชิญหน้าหน้ากับหมัดของจางต๋า เซี่ยฮุยก็แอบประหลาดใจอยู่เหมือนกัน แต่หลังจากนั้นเขาก็พูดด้วยรอยยิ้มที่สดใส “ฉันมาหาถึงที่แล้วไง”
จางต๋าชะงักไปเล็กน้อย วินาทีที่เขาเข้าใจความหมายของเซี่ยฮุย ความโกรธก็ปะทุขึ้นอีกครั้งจนดวงตาร้อนผ่าวราวกับถูกเปลวเพลิงแผดเผา
“ที่แท้ก็แกนี่เอง!”
จางต๋าแผดเสียงคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด หมัดคู่ของเขาปะทะเข้าใส่เซี่ยฮุยทันทีอย่างไม่รีรอ