ยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์

    บทที่ 69 น่าหลานนั่ว

     

    แม้ว่าจะดูเหมือนกลุ่มคนเจ้าชู้ชอบแซวสาว แต่พวกเขาก็เดินไปทางฝั่งหอพักหญิงอย่างเงียบ ๆ

     

    ชายอ้วนและเพื่อนของเขาอีกสองคนทำหน้าที่เดินนำทางเท่านั้น และไม่คิดแม้แต่จะแซวนักเรียนหญิงที่มาพร้อมกับพวกเขาแม้แต่ประโยคเดียว

     

    เซี่ยฮุยเห็นท่าทางของพวกเขาก็แอบยิ้มอยู่ภายในใจ เข้าใจแล้วว่าทำไมชายอ้วนคนนั้นถึงดูเหมือนกับพวกหนุ่มโสด

     

    ท่าทางแบบนี้ ถ้าไม่โสดก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว

     

    แต่ยังมีอีกหนึ่งสาเหตุที่พวกเขาเงียบเชียบได้ขนาดนี้

     

    เซี่ยฮุยแอบมองนักเรียนสาวที่เดินนำอยู่ด้านหน้า เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

     

    ร่างกายของเธอหลังจากที่เข้ามาด้านในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ดูเหมือนจะปล่อยพลังปราณบางอย่างออกมา สิ่งนี้ทำให้คนอื่น ๆ ลืมสนใจตัวตนของเธอไปโดยไม่รู้ตัว

     

    ดูเหมือนว่าจะรู้สึกได้ว่ามีสายตาของเซี่ยฮุยกำลังจ้องมองอยู่ นักเรียนหญิงสวมใส่แว่นสายตาก็หันมามองเขาพร้อมกับชะลอความเร็วในการเดิน

     

    ตอนที่เซี่ยฮุยเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ เธอ เธอก็ถามเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น “นายก็เป็นนักเรียนใหม่เหรอ?”

     

    “อื้อ”

     

    เซี่ยฮุยตอบกลับไปสั้น ๆ สีหน้าของนักเรียนหญิงจึงประหลาดใจขึ้นมาอีกเล็กน้อย

     

    เธอพูดต่อไปว่า “หวัดดี ฉันชื่อน่าหลานนั่ว”

     

    สิ่งนี้ทำให้เซี่ยฮุยรู้สึกประหลาดใจ แต่เขาก็ยังตอบกลับไปอย่างมีมารยาท “หวัดดี ฉันเซี่ยฮุย”

     

    พูดจบน่าหลานนั่วก็เพิ่มความเร็วขึ้นเหมือนกับก่อนหน้านี้ราวกับพยายามรักษาระยะห่าง

     

    ?

     

    เซี่ยฮุยมองอีกฝ่ายด้วยความงุนงง แต่หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็กระตุกยิ้มออกมา

     

    “น่าสนใจดีแหะ!”

     

    จากประตูข้างมหาวิทยาลัยมาจนถึงหอพักใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างนาน

     

    ตอนที่พวกเขาทั้งหกคนเดินมาสุดทางก็ยังไม่มีใครพูดคุยอะไร

     

    แต่ตอนที่พวกเขาเดินผ่านตึกที่มีความสูงสิบสามชั้น ชายอ้วนที่เดินไม่พูดไม่จาตั้งแต่ต้นก็ดูเหมือนว่าหาหัวข้อสนทนาขึ้นมาได้ เขาหันไปชี้ตึกที่อยู่ข้าง ๆ แล้วพูดกับน่าหลานนั่วว่า “ที่นี่คือตึกวรยุทธ์ มีทั้งหมดสิบสามชั้น นักเรียนใหม่สามารถเข้าไปใช้งานได้แค่สามชั้นเท่านั้น หลังจากเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์สามารถขึ้นไปได้สูงสุดเก้าชั้น ส่วนถ้าอยากขึ้นไปสูงกว่านั้นก็ต้องเข้าสู่ขอบเขตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ให้ได้เสียก่อน”

     

    “ขอบเขตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์?”

     

    “ใช่ ขอบเขตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์”

     

    ชายอ้วนพูดด้วยท่าทางราวกับโหยหา “แม้ว่าหลังจากเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว ในขอบเขตนี้จะถูกแบ่งออกเป็น มนุษย์ ปฐพีและสวรรค์ แต่เมื่อเทียบกับขอบเขตพิเศษทั้งเก้าขั้น การบรรลุขอบเขตศักดิ์สิทธิ์แต่ละขั้นจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและพรสวรรค์ รวมไปถึงการพึ่งพาโชคส่วนหนึ่งด้วย”

     

    “คิดไม่ถึงเลยนะเนี่ยว่าตึกวรยุทธ์จะมีเงื่อนไขกำหนดไว้ด้วย”

     

    “ฮ่า ๆ ...”

     

    ชายอ้วนหัวเราะและพูดต่อไปว่า “ไม่ได้มีแค่ตึกวรยุทธ์เท่านั้นนะ ภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังมีอีกหลายแห่งที่มีข้อจำกัดกำหนดไว้”

     

    พูดถึงจุดนี้ ชายอ้วนก็พูดต่อไปว่า “พวกเธอเองก็ต้องคุ้นชินกับข้อจำกัดเหล่านี้นะ แต่หลังจากเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์แล้วก็จะมีสถานที่อีกหลายแห่งที่พวกเธอสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ”

     

    “รุ่นน้องผู้หญิง เธอคงอยู่ขอบเขตพิเศษขั้น 9 แล้วสินะ”

     

    อีกฝ่ายพยักหน้า

     

    ชายอ้วนพูดต่อไปว่า “พรสวรรค์แบบเธอไม่แปลกใจเลยที่ได้รับเลือกให้เป็นนักเรียนพิเศษ อีกไม่นานก็คงจะบรรลุขอบเขตพิเศษและเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์แล้ว ไม่เหมือนกับพวกฉันที่ติดแหงกอยู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์มาหนึ่งปีกว่าแล้ว แต่ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะบรรลุสักที”

     

    ระหว่างที่พูด ชายอ้วนก็ถามอีกว่า “รุ่นน้องหญิงมีค่าพลังงานเท่าไหร่ล่ะ?”

     

    เมื่อเห็นว่าน่าหลานนั่วไม่ตอบ ชายอ้วนก็คงจะรู้ตัวเช่นกันว่าเขาถามมากเกินไป จึงหัวเราะกลบเกลื่อนราวกับไม่ได้คาดหวังคำตอบจากเธอ

     

    พลังงานเท่าไหร่งั้นเหรอ?

     

    คำพูดนี้ทำให้เซี่ยฮุยเกิดคำศัพท์ใหม่ขึ้นมาในหัว เขาหันไปสะกิดเฉียนตัวตัวพร้อมกับกระซิบถาม “ตัวตัว พลังงานหมายถึงอะไร?”

     

    ได้ยินเซี่ยฮุยถามเช่นนี้ เฉียนตัวตัวก็ชะงักไปเล็กน้อย ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็นึกถึงฉากตอนที่พวกเขาเข้ารับการทดสอบก่อนหน้านี้

     

    เมื่อนึกขึ้นได้เขาก็กระซิบตอบกลับมาว่า “พี่ฮุย พลังงานก็คือพลังโดยรวมที่ไว้ใช้เพื่อวัดความแข็งแกร่งของกลุ่มคนที่มีความสามารถพิเศษนั่นแหละ พลังปราณของผู้ฝึกยุทธ์และความสามารถของผู้มีความสามารถก็คือพลังงาน พลังงานที่มีอยู่เป็นตัวแปรที่จะบอกว่าคนคนนั้นสามารถใช้ทักษะหรือความสามารถได้กี่ครั้ง”

     

    “อ๋อ”

     

    เซี่ยฮุยพยักหน้าและเข้าใจได้ในทันที เนื่องจากเขามีระบบช่วยเหลืออยู่ดังนั้นการเปิดใช้ทักษะจึงไม่จำเป็นต้องใช้พลังงาน

     

    หรือถ้าต้องใช้จริง ๆ แต่ละครั้งก็ใช้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หลังจากนั้นระบบก็จะช่วยเติมให้กลับมาเต็มหลอดอีกครั้ง

     

    หลังจากนั้นชายอ้วนก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ระหว่างที่กำลังเดินส่งพวกเขาดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเดินอ้อมเป็นครึ่งวงกลมขนาดใหญ่อย่างไรอย่างนั้น

     

    ทำไมถึงพูดว่าอ้อมงั้นเหรอ...ก็เป็นเพราะเซี่ยฮุยพบว่าตอนที่พวกเขาหยุดเดินและมาถึงหอพัก ตำแหน่งหอพักที่นี่แค่เดินตรงมาก็ถึงแล้วไม่จำเป็นต้องเดินลัดเลาะขนาดนั้น

     

    แต่เมื่อนึกถึงคำแนะนำของชายอ้วนคนนี้ที่พูดแนะนำตึกต่าง ๆ ดูเหมือนว่าชายอ้วนคงไม่ได้ตั้งใจที่จะพาพวกเขาเดินอ้อมหรอก

     

    นี่เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยให้กับน้องใหม่เข้าใจ

     

    หลังจากผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ชายอ้วนก็เดินนำพวกเขามาถึงหอพัก

     

    แต่แผนกต้อนรับของที่นี่กลับแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง คงเป็นเพราะทุกคนต้องเดินทางมาที่นี่ดังนั้นจำนวนคนจึงเยอะมาก

     

    โต๊ะลงทะเบียนสำหรับต้อนรับนักศึกษาใหม่ถูกตั้งไปสิบกว่าตัว โดยโต๊ะแต่ละตัวจะมีเจ้าหน้าที่ 7-8 คนกำลังนั่งตรวจสอบข้อมูลอยู่

     

    หลังจากทำเรื่องเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจะได้รับเอกสารเข้าพักภายในหอพักทันที ดังนั้นแม้ว่าคนจะมายืนรอจำนวนมากแต่เนื่องจากจุดลงทะเบียนมีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการ เหล่านักเรียนจึงทยอยขึ้นไปด้านบนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

     

    “เอาล่ะ หมดหน้าที่ของฉันแล้ว พวกเธอก็ไปลงทะเบียนที่โต๊ะลงทะเบียนได้เลยนะ จะทำเรื่องกับโต๊ะไหนก็ได้ ส่วนกระเป๋าสัมภาระพวกนี้เดี๋ยวจะมีคนที่อยู่ด้านในช่วยขนย้ายให้”

     

    พูดจบพวกเขาก็เดินจากไป

     

    ส่วนเซี่ยฮุยและเฉียนตัวตัวก็แยกจากน่าหลานนั่วเช่นกัน

     

    เธอไม่ได้พูดอะไรกับเซี่ยฮุยต่อจากนั้น ดูเหมือนว่าคงจะเห็นท่าทางที่เย็นชาก่อนหน้านี้ของเขา ก่อนแยกย้ายออกมาชายอ้วนก็ย้ายกระเป๋าของเธอไปที่จุดต้อนรับเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลต่อ

     

    เนื่องจากเธอเป็นสาวสวย ดังนั้นเจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่นี่จึงต้อนรับเธออย่างกระตือรือร้น

     

    หลังจากทำเรื่องลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วก็รุ่นพี่ร่างกำยำ 2-3 คนวิ่งเข้ามาช่วยเธอขนย้ายกระเป๋าเข้าไปด้านใน

     

    “ตัวตัว แล้วคนอื่น ๆ ไม่ย้ายของเข้าหอเหรอ?”

     

    เมื่อดึงสายตากลับมาจากน่าหลานนั่ว เซี่ยฮุยก็เอ่ยปากถาม

     

    “พี่ปิงอวี่กับคนอื่น ๆ น่ะเหรอ?”

     

    เฉียนตัวตัวดึงสายตาจากสาว ๆ พร้อมกับเม้มปาก จากนั้นเขาก็พูดว่า “เห็นบอกว่าจะนั่งเรือบินมา คงถึงช่วงเย็นนู้นแหละ”

     

    “อ๋อ”

     

    “เปิดสายรัดข้อมือเพื่อยืนยันตัวตนด้วยค่ะนักเรียน”

     

    “ติ๊ด ๆ” เพียงไม่นานก็ยืนยันข้อมูลสำเร็จ

     

    เจ้าหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลผ่านสายรัดข้อมือตามขั้นตอน หลังจากนั้นก็มีกุญแจเสมือนจริงปรากฎขึ้นบนฝ่ามือของเขา

     

    “นักเรียนใหม่เขตหนึ่ง หมายเลข 99”

     

    หมายเลขหอพักปรากฏขึ้น เจ้าหน้าที่ดึงเครื่องเชื่อมต่อสายรัดข้อมือกลับมา จากนั้นสายตาของเขาก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเหลือบมองเซี่ยฮุย

     

    จากนั้นเขาก็แอบถอนหายใจออกมา “ดูเหมือนว่าคะแนนสอบของนายคงไม่เลวเลยสินะถึงได้ถูกจัดอยู่เขตหนึ่ง”

     

    แม้ว่าจะเห็นเซี่ยฮุยกำลังมองด้วยความสงสัย เขาก็ไม่คิดที่จะอธิบายอะไรมากไปกว่านั้น

     

    จากนั้นเขาก็พูดกับเฉียนตัวตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังเซี่ยฮุย “นักเรียนคนนั้น เปิดสายรัดข้อมือด้วย”

     

    “นักเรียนใหม่เขตสอง หมายเลข 56”

     

    การดำเนินการเป็นแบบเดียวกันและใช้ขั้นตอนเดียวกัน

     

    “พี่ฮุย น่าเสียดายจังที่พวกเราไม่ได้อยู่หอพักเดียวกัน”

     

    หลังจากเปิดแผนที่ขึ้นมาก็พบว่าเขตหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก ส่วนเขตสองอยู่ทางทิศตะวันตก เฉียนตัวตัวพูดด้วยน้ำเสียงโศกเศร้าเพราะรู้สึกเสียดาย

     

    “ไม่เป็นไรหรอก พวกเราก็ไม่ได้อยู่ไกลกันเท่าไหร่”

     

    เซี่ยฮุยเหลือบมองและพูดปลอบใจเขา “ตัวตัว นายรู้หรือเปล่าว่าหอพักที่ถูกจัดเตรียมไว้แตกต่างกันยังไง?”

     

    ได้ยินเซี่ยฮุยถามเช่นนั้น เฉียนตัวตัวก็รีบตอบกลับมาว่า “หอพักภายในมหาวิทยาลัยมีไว้สำหรับนักเรียนใหม่เท่านั้น ส่วนหอพักของพวกรุ่นพี่คือวิลล่าขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านนอกเขตมหาวิทยาลัย”

     

    “หอพักนักเรียนใหม่มีทั้งหมดสี่เขต เขตที่หนึ่งเป็นห้องพักเดี่ยว เขตที่สองเป็นห้องเตียงตู่ เขตที่สามเป็นห้องสี่เตียง ส่วนเขตสี่เป็นห้องหกเตียง”

     

    “พี่ฮุย พี่ได้อยู่เขตหนึ่งก็หมายความว่าพี่ได้นอนห้องเดี่ยวนั้นคนเดียวเลยนะ”

     

    “ห้องเดี่ยวเหรอ”

     

    เซี่ยฮุยชะงักเล็กน้อย มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ช่างมั่งคั่งเสียเหลือเกิน แถมยังมีหอพักเดี่ยวด้วย

     

    “ใช่แล้วพี่ฮุย คนที่สอบเข้าที่นี่และได้คะแนนรวมสะสม 100 คนแรกจะได้นอนอยู่ในหอพักเดี่ยว แต่ฉันได้ยินมาว่าหลังจากเปิดเทอม ถ้าหากไม่พอใจที่ได้นอนร่วมกับคนอื่นก็สามารถท้าประลองนักเรียนที่นอนอยู่หอพักเดี่ยวได้ ถ้าหากได้รับชัยชนะก็จะได้รับสิทธิ์นอนห้องพักเดี่ยวในเขตหนึ่งแทนคนคนนั้น ส่วนคนที่แพ้ก็ต้องย้ายห้องไปนอนห้องของผู้ที่ชนะการประลอง”

     

    เซี่ยฮุยได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจได้ในทันที มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ทำแบบนี้ก็เพราะต้องการกระตุ้นแรงจูงใจของนักเรียนที่อยู่ที่นี่

     

    ……

     

    หอพักเขตหนึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหอพัก ตอนที่เดินมาถึงที่นี่เซี่ยฮุยก็รู้สึกได้ว่าตัวเองประเมินสถานที่แห่งนี้ต่ำเกินไปหน่อย

     

    ที่นี่ไม่ได้เป็นหอพักเหมือนที่เขาคิดไว้ แต่กลับเป็นวิลล่าสองชั้นหลายแห่งเรียงรายติดต่อกัน

     

    มีต้นไม้สีเขียวชอุ่มห้อมล้อมจนร่มเงา วิลล่าขนาดใหญ่ตั้งเรียงเป็นทรงกลม ตรงกลางคือสวนสาธารณะซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง

     

    เรียกว่าพักอาศัยอยู่ในสวนสาธารณะเลยก็ว่าได้

     

    เซี่ยฮุยแอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขาเดินตามแผนที่บนสายรัดข้อมือก็มาถึงวิลล่าหลังเล็กที่เป็นหอพักของเขา

     

    หมายเลข 1-99

     

    ตอนที่ผลักประตูใหญ่เข้าไปด้านใน เขาก็เหนื่อยที่จะถอนหายใจออกมา

     

    ถึงจะบอกว่าเป็นหอพัก แต่ที่จริงแล้วมันคือวิลล่าขนาดย่อมต่างหากล่ะ ข้างในนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ควรจะมี ทั้งสองชั้นรวมกันน่าจะมีขนาดไม่ต่ำกว่า 250 ตารางเมตร

     

    แต่ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับพักแค่คนเดียวนะ

     

    คิดเช่นนี้เขาก็แอบรู้สึกถึงความตึงเครียดภายในใจ

     

    ตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของเฉียนตัวตัวแล้วว่าทำไมถึงมีคนท้าประลองเพื่อแย่งหอพักเขตหนึ่ง หอพักที่มีบรรยากาศดีขนาดนี้กับการนอนเบียดกับคนอื่น สองสิ่งนี้ไม่มีทางที่จะเทียบกันได้อยู่แล้ว

     

    นี่เป็นแค่หอพักของเด็กใหม่เท่านั้น แล้วเช่นนั้นหอพักของพวกรุ่นพี่ล่ะ...

     

    เซี่ยฮุยควบคุมตัวเองเพื่อไม่ให้คิดถึงสิ่งเหล่านั้น

     

    ภายในวิลล่าแห่งนี้มีทุกอย่างครบครันยกเว้นเครื่องใช้ส่วนตัว ดูเหมือนว่าเขาคงต้องออกไปซื้อจริง ๆ สินะ

     

    เพื่อไม่ให้เสียเวลามากไปกว่านี้ เขาจึงใช้สายรัดข้อมือเพื่อติดต่อไปหาเฉียนตัวตัวเพื่อนัดกันออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้างนอก

     

    เนื่องจากวันนี้เป็นวันลงทะเบียนเข้าพักวันแรก เหล่านักเรียนใหม่จึงมีเวลามากพอที่จะออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวได้ตามอัธยาศัย

     

    เซี่ยฮุยนึกถึงจำนวนนักเรียนที่มาลงทะเบียนเรียนที่นี่จำนวนมาก ถ้าหากทุกคนออกไปซื้อของข้างนอกพร้อมกันคงต้องออกไปเบียดเสียดกับคนอื่น ๆ อีกแน่

     

    ถ้าหากพวกเขาออกไปซื้อให้เร็วกว่าคนอื่น ๆ ก็สามารถเลี่ยงความแออัดได้

     

    “จริงด้วย เกือบลืมไปเลย”

     

    ตอนที่เซี่ยฮุยปิดประตูวิลล่าของตัวเอง จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

     

    ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมเหรอ?

     

    หรือว่านักเรียนพิเศษไม่ต้องจ่ายค่าเทอม...ตอนที่ทำเรื่องย้ายเข้าก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีใครถามเขาเรื่องนี้เลย บางทีอาจจะไม่ต้องจ่ายจริง ๆ ก็ได้

     

    แค่คิดว่าเขาจะประหยัดเงิน 20,000 เหรียญได้ เขาก็รู้สึกดีใจขึ้นมา

     

    “สวัสดี นายเป็นนักเรียนใหม่เหมือนกันสินะ”

     

    จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เซี่ยฮุยหันไปมองก็พบว่ามีใครบางคนกำลังปิดประตูวิลล่าของตัวเอง

     

    เขาคือนักเรียนชายหน้ามน ผิวพรรณขาวผุดผ่องเป็นยองใยและสวมด้วยหมวกสีฟ้าหนึ่งใบ

     

    “ใช่”

     

    เซี่ยฮุยพยักหน้าและหันไปยิ้มให้อีกฝ่าย ในเมื่อหลังจากนี้จะเป็นเพื่อนบ้านกันแล้วก็คงต้องทักทายกันสักหน่อย “เซี่ยฮุย”

     

    “จิ่งซี”

     

    อีกฝ่ายก็แนะนำตัวเช่นเดียวกัน

     

    เซี่ยฮุยรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของเขา อีกฝ่ายคือผู้มีความสามารถสูงสุดของขอบเขตพิเศษขั้น 9 เห็นได้ชัดว่าเขาคือผู้ฝึกยุทธ์ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่กำลังจะบรรลุแล้วด้วย

     

    ความแข็งแกร่งสูงมากสมกับที่เป็นนักเรียนที่ถูกแบ่งอยู่เขตหนึ่งจริง ๆ

     

    “เซี่ยฮุย นายกำลังจะออกไปซื้อของเหรอ ไปด้วยกันไหม?”

     

    จิ่งซีเห็นเซี่ยฮุยเป็นคนง่าย ๆ อีกฝ่ายก็เอ่ยปากชวนทันที

     

    “ไว้คราวหน้าแล้วกันนะ พอดีฉันนัดเพื่อนไว้แล้วน่ะ”

     

    จิ่งซีทำให้เซี่ยฮุยรู้สึกประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ แต่เป็นเพราะเขากับเฉียนตัวตัวต้องไปรับเจี่ยปิงอวี่และคนอื่น ๆ ก่อนถึงจะแวะไปซื้อของใช้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะปฏิเสธอีกฝ่ายในครั้งนี้

     

    จิ่งซีไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจที่ถูกเซี่ยฮุยปฏิเสธเพราะเขาก็พอจะมองออกว่าอีกฝ่ายคงมีธุระจริง ๆ

     

    เขาจึงพูดว่า “งั้นฉันไปก่อน30นะ”

     

    “อื้อ”

     

    เมื่อเห็นจิ่งซีเดินออกไป เซี่ยฮุยก็ได้รับการแจ้งเตือนจากสายรัดข้อมือ สิ่งนี้ทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา จากนั้นเขาก็รีบไปหาเฉียนตัวตัวตามพิกัดที่อีกฝ่ายส่งมา

    คล้ายกับเรื่องยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์ ที่คุณอ่าน