ท่ามกลางสายลม และไอแดด ที่ปกคลุมยอดเขาสูง ได้พลันปรากฏเรือนร่างของชายแก่ในชุดสีน้ำตาลขาด ๆ และสตรีผู้งดงามอีกนางในชุดผ้าสีม่วงบาง ๆ ขึ้น คนผู้หนึ่งมีนามว่า หยวนซิงก้าน เป็นอดีตประมุขคนแรกของพรรคมารราคะ ส่วนอีกคนหนึ่งคือ เยี้ย ไป๋ฟู่ เป็นหนึ่งในสี่ผู้คุ้มกฎของพรรคมารราคะรุ่นปัจจุบัน
หยวนซิงก้าน จับตัวนางมาในขณะที่กำลังประมือ อยู่กับพวกเว่ยเซี่ย แถมมันยังมีจุดประสงค์ชั่วร้าย บางอย่างอีกด้วย ซึ่งก็คือใช้ พรหมจรรย์ อันบริสุทธิ์ ของไป๋ฟู่ มาเพื่อฝึกวิชามารที่มันคิดค้นขึ้นมาเองตลอดระยะเวลากว่ายี่สิบปี
"ดูสิดู นังหนูเจ้าช่างงดงามถูกใจยิ่งนัก แถมมีพิษมากมายอัดแน่นอยู่ในร่าง เหมาะจริงโว้ย เหมาะจริง ๆ เหมาะที่จะใช้ข้าใช้ฝึกวิชา เทพมารราคะผันแปรขั้นที่แปด เสียจริง" หยวนซิงก้านเอ่ยขึ้นในขณะที่ใช้สายตามองโลมเลียร่างกายของนางมารไป๋ฟู่
"วิชาอันใดของเจ้า ตาแก่ตัณหาข้ามิเคยได้ยินชื่อมาก่อน อย่าเข้ามานะ.! หากเจ้าคิดจะย่ำยีข้าล่ะก็ คงได้ตายอย่างทุกทรมานภายในไม่ถึงครึ่งก้านธูปเป็นแน่"
ไป๋ฟู่ตวาดเสียงดังกลับใส่หยวนซิงก้าน แต่ดูเหมือนนางจะหวาดกลัวชายชราผู้นี้อยู่มิใช่น้อย
"ตายกระนั้นรึ.? ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ช่างน่าขันเสียจริง ข้าจะบอกให้เอาบุญก่อนจะพาเจ้าขึ้นสวรรค์ก็แล้วกันนังหนูคนสวย ว่าข้านั้นเป็นใคร ตัวข้ามีนามว่า หยวนซิงก้าน อย่างไรเล่า หากเจ้าเป็นผู้คุ้มกฎของพรรคมารราคะจริง อย่างไรเสียเจ้าก็ย่อมต้องเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้าง ไม่ว่าเจ้าสารเลว เทียนยู่อี้ จะปั้นน้ำเป็นตัว ใส่ร้ายข้าให้คนรุ่นหลังฟังไว้เช่นไรก็ตาม…"
"จะ เจ้าเรียกตัวเองว่ากระไรนะ…! ยะ หยวนซิงก้านงั้นรึ.! นั้นมันเป็นไปไม่ได้เพราะหยวนซิงก้านนั้น……"
"ตกเขาตายตอนประลองยุทธใช่หรือไม่…นังหนู" หยวนซิงก้านรีบพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"นั้นคือสิ่งที่เจ้าสารเลว เทียนยู่อี้ บอกกับคนทั้งพรรค และร่วมถึงคนรุ่นต่อมา แต่ว่าความจริงแล้วมันไม่ใช่..!! เจ้าสารเลวนั้นเล่นลอบกัดข้า ก่อนที่มันจะช่วงชิงทุกอย่างไปเป็นของมัน และข้าต้องใช้เวลาถึงยี่สิบปีกว่าที่ทุกอย่างจะพร้อมเพื่อช่วงชิงสิ่งที่เสียไปกลับมา..!!"
หยวนซิงก้านตวาดลั่นพร้อมกับแผ่พลังปราณสีดำอันน่าขนลุกออกมาจากร่าง ซึ่งมันก็ทำให้ไป๋ฟู่ขนลุกชูชัน ด้วยความหวาดกลัว นางมิเคยผู้ใดมีพลังปราณอันทรงพลังเช่นนี้มาก่อน แม้แต่ประมุขคนปัจจุบันก็ยังมิอาจเทียบเคียงได้ ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ก็มากพอจะยืนยันได้แล้วว่าอาวุโสเฒ่าลามกหื่นกาม ตรงหน้าเธอคือ อดีตผู้ก่อตั้งพรรคมารราคะตัวจริง…
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นไป๋ฟู่ก็มิอาจยินยอมให้มันย่ำยีร่างกายของนางได้ หาใช่ว่านางจะเป็นสตรีที่รักนวลสงวนตัวอย่างใดไม่ หากแต่นางมีความรู้สึกหวาดกลัว ในวิชาประหลาดที่หยวนซิงก้านกำลังจะฝึก มิรู้ว่าเป็นวิชามารแบบใด แต่ถ้าสามารถเสพสมกับนางที่ในร่างมีพิษร้ายนับชนิดได้มันย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่..
"เอาล่ะนังหนูคนงาม แนะนำตัวกันมาพอแล้ว ตอนนี้ถึงเวลามาสนุกกันดีกว่า.." หยวนซิงก้านเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยใบหน้าลามกหื่นกาม และกำลังจะก้าวเข้ามาหาไป๋ฟู่ที่นั่งอยู่บนพื้น
ไป๋ฟู่ รู้แกใจดีว่า วรยุทธ์นางมิอาจเทียบกับตาแก่อดีตประมุขพรรคมารราคะผู้นี้ได้ แต่จะยอมให้มันย่ำยีง่าย ๆ ก็คงเสื่อมเสียชื่อของหนึ่งในสี่ผู้คุ้มกฎ ดังนั้นนางจึงขอสู้ตาย
ไป๋ฟู๋คำรามลั่น พร้อมโคจรลมปราณหมื่นพิษสีม่วงขั้นสูงสุด และ ชักกระบี่ออกมาพุ่งเข้าใส่หยวนซิงก้านทันที "คิดดิ้นรนขัดขืนข้ารึนังหนู ฮ่าๆๆๆๆ ถูกใจข้ายิ่งนัก เอาไว้ข้าฝึกวิชาเทพมารราคะผันแปรขั้นที่แปดสำเร็จ แล้วข้าจะถ่ายทอดอย่างอื่นที่ไม่ใช้น้ำกาม ให้เจ้าด้วยก็แล้วกัน"
"ข้าไม่ต้องการ.! ไปตายซะไอ้เฒ่าลามก..!" ไป๋ฟู่ตวาดเสียงดังก่อนที่นางจะใช้กระบี่พุ่งใส่หยวนซิงก้านด้วยความเร็วอีกครั้ง
ทว่า…หยวนซิงก้าน มิเสียทีที่เป็นอดีตประมุขพรรคมารราคะ ปฏิกิริยารวดเร็วว่องไว มันเพียงแค่ใช้สองนิ้วยกขึ้นมารับปราณกระบี่ที่พุ่งเข้าใส่ได้อย่างง่ายดาย จนไป๋ฟู๋ต้องกระโดดลอยถอยหลังไปหลายก้าว หยวนซิงก้านจึงโดดติดตาม ก่อนใช่วิชา ฝ่ามือมารราคะล่องลอย มิให้ไป๋ฟู่ตั้งตัวติด ไป๋ฟู่เองใช้ฝักกระบี่ต่อต้าน หยวนซิงก้านจึงฝ่าเท้ามารราคะท่องวายุเล่นงานอย่างต่อเนื่องไป๋ฟู่หมุนตัวหลบ แต่หยวนซิงก้านซัดอาวุธลับใส่ ไป๋ฟู่ตวาดเสียงเจื้อยแจ้ว ชักกระบี่ออกฟันอาวุธลับ
มิคาด อาวุธลับกลับแตกตัวเป็นกลุ่มควัน คลุมหน้านาง หากเป็นคนอื่น ยาสลบนี้จะทำให้สลบทันที แต่หยวนซิงก้านหาได้ต้องการเช่นนั้นไม่มันอยากเสพสมกับนางตอนตื่นหาใช่ตอนที่หลับสนิท พิษจึงแค่มึนชาลงเล็กน้อย หยวนซิงก้านเห็นดังนั้นจึงรีบฉวยโอกาส จู่โจมอีกสิบฝ่ามือ ไป๋ฟู่เองต้องถอยร่น มือไม้ปั่นป่วนไปหมด วิชาฝ่ามือมังกรตาเดียว 18 กระบวนท่า กระบวนท่าที่ 3 กรงเล็บกระตุกจิต กระชากใจ ของหยวนซิงก้านกรีดชุดขาวของไป๋ฟู่ขาดเป็นทาง เห็นเนื้อขาวในร่มผ้าของนาง
ไป๋ฟู่มิได้เขินอาย หากแต่เสียสมาธิ จนเพลงกระบี่ยิ่งหละหลวม เพราะนางหวาดกลัวที่จะพ่ายแพ้ และโดนย่ำยี หยวนซิงก้านมุ่งจู่โจมต่ออย่างรวดเร็ว ผ้ากางเกงขาดกระจุย เห็นโคนขาขาวผ่องรำไร หยวนซิงก้านตาลุกวาว เสียสมาธิ จึงโดนไป๋ฟู่เตะใส่ขาหนึ่ง หากแต่มันก็พลันกอดขานางไว้ มือล้วงผ่านผ้าที่ขาดเข้าลูบไล้ต้นขาขาว ไป๋ฟู่สะท้านวูบ บิดกายหลบ ฟาดใส่มันหนึ่งฝ่ามือ หยวนซิงก้านหงายตัวหลบเลี่ยง ลงมือจี้สกัดจุด ร่างไป๋ฟู่อ่อนระทวยลงทันที
“เจ้าแก่ลามกต่ำช้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ.!”
“ปล่อยกระนั้นรึนังหนูคนงาม? ข้าย่อมปล่อยแน่ หากแต่ปล่อยอย่างอื่นใส่ร่างของเจ้าต่างหากฮ่าๆๆๆๆๆ” หยวนซิงก้านสะบัดปลายนิ้ว แต่ละนิ้วล้วนกรีดเพียงเสื้อ มิกระทบถูกผิวไป๋ฟู่เลย เสื้อขาวของนางก็ขาดวิ่นเป็นริ้ว ๆ ไป๋ฟู่ร้อนรุ่มแทบคลั่งใจตาย “วิงวอนผู้อาวุโส ปล่อยข้าไปเถิด เห็นแก่ที่ข้าเป็นศิษย์รุ่นหลานของท่าน แล้วข้าสัญญาว่าจะช่วยท่านแก้แค้นผู้อาวุโส ไม่สิ เจ้าสารเลว เทียนยู่อี้ให้ด้วย…”
หยวนซิงก้านนั่งคร่อมร่างงามไป๋ฟู่ ยกขวดเหล้าขึ้นซดอึกหนึ่ง “ช่วยข้าแก้แค้นเจ้าสารเลวนั้นรึ? เรียกมันเช่นนั้นนับว่ารู้ใจข้ายิ่งนัก แต่เสียใจด้วยนังหนูหน้าที่นั้นข้ามอบหมายให้คนอื่นทำไปแล้ว” เมื่อหยวนซิงก้านกล่าวจบ มือของมันล้วงผ่านรอยขาดของเสื้อลูบคลำไปทั่วร่างหญิงสาวตรงหน้า ไป๋ฟู่เบือนหน้าหนีอย่างขยะแขยงแต่ก็มิอาจทำอย่างไรได้ มีเพียงปล่อยให้เจ้าเฒ่าลามกมักมากผู้นี้ลูบคลำจนพอใจ หยวนซิงก้านลูบคลำจนหนำใจแล้วยืนขึ้น แล้วค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าตัวเองออก
อาวุธของมันแข็งตัวชี้ตรงมาที่ใบหน้าของไป๋ฟู่ดูแกร่งประดุจทวนทระนง กำยำใหญ่ยาวยิ่งนัก ไป๋ฟู่ตกตะลึง ตั้งแต่เกิดมานางยังมิเคยเห็นของเช่นนี้มาก่อน มิได้หมายถึงไม่เคยเห็นเครื่องเพศของบุรุษ หากแต่ไม่เคยเห็นของบุรุษที่แก่ชรา แต่ยังมีแก่นกายที่ใหญ่โตจนน่าตกตะลึงเยี่ยงนี้นางรู้สึกหวาดกลัวระคนเสียวซ่านท้องน้อยอย่างบอกไม่ถูก หยวนซิงก้านเริ่มจับปกเสื้อนางกระชากออกอย่างรุนแรง เผยให้เห็นเนินอกขาวดังไข่มุก เป็นยองใย รูขุมขนเล็กละเอียด หยวนซิงก้านอุทานดัง เอ๊ะ เห็นมีแถบผ้าป่านมัดพันอกนางอยู่อีกชั้น หยวนซิงก้านจึงใช้พลังดรรชนีจี้ใส่ แถบผ้านั้นก็ขาดออก ทรวงอกอูมตูมตั้งขาวสะอาดขนาดใหญ่ก็ทะลักเด้งกระดอนออกมาจะงอยถันสีแดงสดใสส่ายพลิ้วราวดอกเหมย กลางหิมะ
จบบทที่ 45