เนื่องจากบาดแผลของสวี่เยว่อักเสบจนเป็นไข้หมอจึงฉีดยาเพนิซิลลินเพื่อลดการอักเสบและลดไข้ให้เธอ
หลังจากที่สวี่เยว่ฉีดยาแล้วทั้งสามคนก็ไปที่สถานีตำรวจด้วยกันต่อ
เมื่อไปถึงสถานีตำรวจสวี่ต้าซานก็ดำเนินการประกันตัวกู่ซิ่วชั่วคราวและไม่นานกู่ซิ่วก็ได้รับการปล่อยตัว
สวี่เยว่วิ่งเข้าไปหาเป็นคนแรกพร้อมกับเอ่ยปนสะอื้น“แม่ ลำบากแม่แล้ว!”
แม้กู่ซิ่วจะถูกคุมขังเพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนแต่เธอก็ดูโทรมและมีท่าทางเหม่อลอยเล็กน้อย
พอได้ยินเสียงเรียกของสวี่เยว่สีหน้าเธอค่อยกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
กู่ซิ่วเงยหน้าขึ้นเห็นผ้าพันแผลที่ศีรษะของสวี่เยว่ ก็รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างมาก
เธอดึงสวี่เยว่เข้ามาใกล้จ้องมองผ้าพันแผลสีขาวบนศีรษะของเธอแล้วถามด้วยความตกใจ “หัวลูกเจ็บเหรอ?เกิดอะไรขึ้น?”
สวี่เยว่หัวเราะแห้งๆ “คือ...หนูล้มเองค่ะ...”
กู่ซิ่วมีสีหน้าเคลือบแคลง“ล้มเอง? ล้มยังไง?”
สวี่รั่วเฉินเห็นน้องสาวโกหกเพื่อเขารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมากจึงพูดขึ้นว่า “แม่ ไม่เกี่ยวกับน้องหรอกน้องบาดเจ็บก็เพราะผมเอง”
จากนั้นก็เล่าเหตุการณ์ที่สวี่เยว่ได้รับบาดเจ็บให้ฟังก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด
เมื่อกู่ซิ่วเห็นดังนั้นเลยไม่คิดตำหนิเขาอีก
ทุกคนกำลังเดินออกไป
ทันใดนั้นก็มีเสียงตำรวจลอยมาจากด้านหลัง“คดีของคุณต้องใช้เวลาสองสัปดาห์กว่าจะตัดสินได้”
“หลังจากออกไปแล้วห้ามหนีไปไหน ต้องมาตามนัด ไม่อย่างนั้นถ้าถูกจับเพราะหนีคดีจะไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวอีก”
สวี่เยว่หันกลับไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นเธอเห็นจูฉีเจี้ยนเดินตามหลังตำรวจต้อย ๆ เหมือนหมาที่ถูกตี “ผมไม่หนีไปไหนหรอกครับอย่างมากก็แค่ไปที่มหาลัย”
ช่วงสองสามวันที่ถูกคุมขังจูฉีเจี้ยนกังวลเรื่องการจัดสรรงาน
ถ้าไม่ได้รับการจัดสรรงานเขาก็จะไม่มีงานทำ แล้วอนาคตเขาจะแต่งงานกับเยว่เยว่ที่รักของเขาได้อย่างไร?
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยากไปมหาลัยนัก
ตำรวจคนนั้นพยักหน้า“คุณอาศัยช่วงประกันตัวรีบไปที่เมืองเอกมณฑลเพื่อจัดการเรื่องที่ควรจัดการให้เรียบร้อย”
“เมื่อศาลตัดสินให้คุณถูกควบคุมตัวในระหว่างที่รับโทษ คุณจะไปไหนไม่ได้อีกแล้ว”
สวี่เยว่เห็นว่าจูฉีเจี้ยนไม่ได้สังเกตเห็นครอบครัวของเธอเธอจึงไม่ได้ทักทายเขา และจากไปอย่างเงียบ ๆ กับพวกสวี่ต้าซาน
การที่จูฉีเจี้ยนถูกจับย่อมเกี่ยวข้องกับเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้สวี่เยว่จะรู้ว่าจูฉีเจี้ยนจะโทษแค่ยัยงั่งสวี่ฮุ่ย
แต่ตอนนี้จูฉีเจี้ยนกลายเป็นอาชญากรไปแล้วเธอเลยไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอสนิทสนมกับจูฉีเจี้ยน
อย่างไรก็ตามถึงจูฉีเจี้ยนจะไม่ใช่อาชญากรสวี่เยว่ก็ไม่อยากให้ใครรู้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนอยู่ดี
จูฉีเจี้ยนเป็นแค่หมาที่คอยเลียแข้งเลียขาเธอเท่านั้นการที่เธอสนิทสนมกับเขาจะส่งผลต่อการเลือกคู่ครองของเธอในอนาคต
ผู้ที่มาประกันตัวจูฉีเจี้ยนคือผู้ใหญ่บ้านจู
ที่เขามาประกันตัวจูฉีเจี้ยนเป็นเพราะว่าหลังจากที่คณะกรรมการหมู่บ้านผลัดกันดูแลย่าจูมาหลายวันแล้วก็ไม่มีใครอยากดูแลเธออีกต่อไป
การดูแลคนแก่ที่เป็นอัมพาตครึ่งซีกไม่เพียงแต่ต้องหาข้าวหาน้ำให้เท่านั้น
สิ่งสำคัญคือต้องเช็ดอุจจาระปัสสาวะ ซักเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอนที่เปื้อนด้วย ซึ่งมันน่าขยะแขยงมาก ใคร ๆก็ไม่อยากทำ
แต่ไม่ทำก็ไม่ได้
อากาศร้อนขนาดนี้ปล่อยให้ยายแก่จูนอนแช่อยู่ในอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้หรอกหากติดเชื้ออะไรขึ้นมาจะยิ่งลำบาก
กรรมการหมู่บ้านคนหนึ่งได้ยินมาว่าคดีเล็กๆ น้อย ๆ แบบจูฉีเจี้ยนสามารถประกันตัวได้
ดังนั้นเขาจึงปรึกษากับกรรมการหมู่บ้านคนอื่นๆ ให้ผู้ใหญ่บ้านนำเงินกองกลางไปประกันตัวจูฉีเจี้ยน เพื่อให้เขาดูแลย่าของตัวเอง
เมื่อจูฉีเจี้ยนกลับมาถึงบ้านเขาก็เกือบจะเป็นลมเพราะกลิ่นเหม็นที่โชยมา
ถึงแม้จูฉีเจี้ยนจะเป็นคนเลวแต่เขายังกตัญญูต่อย่าของเขามาก
พ่อแม่ของเขาไม่เอาไหนขี้เกียจสันหลังยาว มีลูกแล้วก็แทบจะไม่เคยสนใจลูกเลย นับประสาอะไรการเลี้ยงดูเขา
พูดง่ายๆ ก็คือเหมือนสัตว์เดรัจฉาน สักแต่จะให้กำเนิด ไม่คิดดูดำดูดี
ขนาดสัตว์เดรัจฉานยังดีกว่าพวกเขาเลยด้วยซ้ำแม่ไก่มันยังรู้จักหาหนอนให้ลูกไก่กิน เลี้ยงลูกไก่ให้โต
จูฉีเจี้ยนถูกย่าเลี้ยงดูมาด้วยความยากลำบากเขาจึงมีความผูกพันกับย่าเป็นพิเศษ
จูฉีเจี้ยนไม่เพียงแต่ต้องทนกับกลิ่นเหม็นเพื่อทำความสะอาดห้องของยายแก่จูเท่านั้นแต่ยังถูกย่าซักถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสวี่เยว่อีกด้วย
แต่เขาก็โกหกผ่านไปได้ทั้งหมด
ทว่ายายแก่จูไม่ได้ถูกหลอกง่ายๆ เธอเตือนจูฉีเจี้ยนว่าห้ามคบค้าสมาคมกับสวี่เยว่ ยัยเด็กขี้โรคนั่นอีก
ยัยเด็กขี้โรคนั่นนอกจากจะมีแต่ความคิดร้ายกาจช่างออดอ้อน ชอบใช้เงินแล้วจะมีประโยชน์อะไรอีก?
ไม่เหมือนสวี่ฮุ่ยไม่เพียงแต่ยอมเสียเปรียบแล้วยังรับใช้เธออย่างดีอีกด้วย
ยายแก่จูสั่งให้จูฉีเจี้ยนไปง้อสวี่ฮุ่ยกลับมาแบบนั้นสวี่ฮุ่ยถึงจะยอมรับใช้เธออย่างเต็มใจ
จูฉีเจี้ยนมองผ้าปูที่นอนเปื้อนอุจจาระปัสสาวะที่เพิ่งเปลี่ยนออกมา เขาก็อยากง้อยัยโง่สวี่ฮุ่ยกลับมาเช่นกัน
เขาพูดว่า“ผมจะไปง้อสวี่ฮุ่ยให้มารับใช้คุณย่าเดี๋ยวนี้แหละ”
ยายแก่จูนอนโบกมืออยู่บนเตียง“ไปเร็ว ๆ เข้า!”
จูฉีเจี้ยนรีบไปที่สถานีขนส่งตำบลเถาฮวาบังเอิญเห็นสวี่ฮุ่ยที่เพิ่งขายปลาไหลในอำเภอเสร็จแล้วกำลังถือถังเปล่าลงมาจากรถโดยสารประจำทางพอดี
เขารีบเข้าไปหาแล้วเรียกด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความรัก “ฮุ่ยฮุ่ย!”
สวี่ฮุ่ยรู้สึกขยะแขยงเมื่อเห็นเขาพูดอย่างเย็นชา “สถานีตำรวจตัดสินโทษเบาไปนายเลยอยากเข้าไปอยู่อีกสองสามวันใช่ไหม?”
จูฉีเจี้ยนได้ยินแล้วก็รีบถอยหลังสองก้าวกลัวว่าสวี่ฮุ่ยจะกล่าวหาเขาว่าลวนลามอีก
สวี่ฮุ่ยเห็นดังนั้นค่อยเดินกลับบ้านไปอย่างไม่สนใจ
เธอทิ้งจูฉีเจี้ยนไอ้หมาเน่าตัวนี้ไปแล้ว เธอไม่อยากติดต่อกับมันแม้แต่นิดเดียวไม่งั้นคงได้อาเจียนออกมา
จูฉีเจี้ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามหลังสวี่ฮุ่ยไปห่าง ๆ แล้วพูดว่า “ฉันรู้ว่าเธอโกรธฉันเพราะหึงเยว่เยว่ฉันกับเยว่เยว่ไม่ได้เป็นอะไรกันจริง ๆ”
ตั้งแต่หลายเดือนก่อนที่สวี่ฮุ่ยทวงเงินที่เธอจ่ายให้เขาและแตกหักกับเขาเขาก็ยังคงงุนงงอยู่เสมอ
ยัยงั่งนี่รักเขามากเหมือนหมาที่คอยเลียแข้งเลียขาตีเท่าไหร่ก็ไม่ไป ทำไมจู่ ๆ ถึงเลิกรักเขาขึ้นมา
จนกระทั่งเมื่อกี้นี้ที่เขาทำความสะอาดห้องเหม็นๆ ของย่า ได้ยินย่าเล่าว่าสวี่ฮุ่ยมาที่บ้านเขาในระหว่างที่เขาถูกคุมขัง
ยัยงั่งบอกย่าของเขาว่าเขารักสวี่เยว่
เขาถึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไมสวี่ฮุ่ยถึงเปลี่ยนไปกะทันหัน
ไม่ใช่ว่ายัยงั่งนี่ไม่รักเขาแล้วแต่เป็นเพราะเธอรู้ความสัมพันธ์ลับ ๆ ระหว่างเขากับสวี่เยว่ เลยหึงต่างหาก
จูฉีเจี้ยนกลอกตาอย่างดูถูกในใจยัยงั่งนี่ไม่รู้จักส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างหรือไงถึงกล้ามาแย่งชิงความรักกับเยว่เยว่!
การที่เขาใช้ประโยชน์จากเธอถือเป็นความกรุณาอย่างหนึ่งแล้ว!
เขาแค่ต้องหลอกให้ยัยโง่นี่เชื่อว่าเขากับสวี่เยว่บริสุทธิ์ใจต่อกันยัยโง่ก็จะกลับมาหาเขา ยอมกลับมาเป็นคนรับใช้ให้ย่าของเขาฟรี ๆแล้วยังยอมให้เงินเขาอีกแน่นอน
เขามั่นใจในเรื่องนี้
สวี่ฮุ่ยหัวเราะเยาะในใจเขาไม่ได้เป็นอะไรกับสวี่เยว่งั้นเหรอ?
เธอกับสวี่เยว่เกิดวันเดียวกันทำไมไอ้สารเลวนี่ถึงให้ของขวัญวันเกิดแค่สวี่เยว่ทุกปี?
ยังกล้าพูดอีกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน!คิดว่าเธอโง่นักหรือไง!
แต่สวี่ฮุ่ยไม่อยากพูดเรื่องพวกนี้เธอกลัวว่าจูฉีเจี้ยนจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอกำลังหึงหวงอยู่
จูฉีเจี้ยนเห็นสวี่ฮุ่ยไม่มีปฏิกิริยาอะไรนึกว่าเธอเริ่มใจอ่อนแล้ว อยากหวนกลับมาหาเขา แต่กลับไม่มีทางลงจากสถานการณ์นี้ได้
ไม่อย่างนั้นด้วยท่าทางของเธอที่เกลียดเขาเหมือนเจอศัตรูคู่อาฆาตที่ผ่านมาทั้งทั้งสองครั้งเธอคงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปนานแล้ว
จูฉีเจี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม“ฮุ่ยฮุ่ย อย่าโกรธเลยนะ ไปเยี่ยมคุณย่ากับฉันเถอะ ท่านคิดถึงเธอมาก”
สวี่ฮุ่ยอดพูดประชดประชันไม่ได้“ท่านคิดถึงฉัน? ท่านคงอยากให้ฉันคอยรับใช้มากกว่ามั้ง!”
จูฉีเจี้ยนพูดอย่างมีเหตุมีผล“เธอเป็นแฟนของฉันคอยดูแลรับใช้ย่าของฉันก็เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
สวี่ฮุ่ยโกรธขึ้นมาทันทีไอ้สารเลวนี่ไม่เคยให้ผลประโยชน์อะไรกับเธอเลยสักนิด เอาแต่ให้สวี่เยว่ทุกอย่างแต่พอต้องการใช้ประโยชน์จากเธอ กลับเรียกใช้เต็มปากเต็มคำ
ถึงแม้สวี่ฮุ่ยจะเกิดใหม่แล้วก็ยังอดโมโหไม่ได้
ไอ้สารเลวนี่กล้าดูถูกเธอขนาดนี้เชียวเหรอ!
สวี่ฮุ่ยหันหลังกลับกะทันหันจูฉีเจี้ยนไม่ทันระวังตัวยังคงเดินต่อไปข้างหน้าอีกสองก้าวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าสวี่ฮุ่ย
ระยะนี้กำลังพอดีเลย
สวี่ฮุ่ยยกมือขึ้นตบหน้าเขาเพี๊ยะ ๆ ๆ ฉาดใหญ่หลายครั้ง
ก่อนที่จูฉีเจี้ยนจะทันได้ตั้งตัวเธอก็รัวหมัดและเท้าใส่เขา พร้อมกับตะโกนว่า “นายคุกคามฉัน!”
จูฉีเจี้ยนร้องโหยหวนในใจแย่แล้ว โดนยัยงั่งนี่แบล็กเมล์อีกแล้ว
เขาพยายามดิ้นรนจนในที่สุดก็หลุดพ้นจากกรงเล็บของสวี่ฮุ่ยแล้ววิ่งแจ้นหนีไป
สวี่ฮุ่ยมองดูท่าวิ่งตาลีตาเหลือกของเขาแล้วก็แค่นเสียงก่อนจะหันไปหาโทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรหาลู่ฉี่เสียน
ครั้งนี้โชคดีมากคนที่รับสายคือลู่ฉี่เสียน
ลู่ฉี่เสียนได้ยินเสียงหวานๆ ของสวี่ฮุ่ยผ่านทางโทรศัพท์ ก็รู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูกเขาถามว่าเธอมีธุระอะไรกับเขา
สวี่ฮุ่ยเล่าเรื่องที่จูฉีเจี้ยนคุกคามเธอให้เขาฟังอย่างละเอียดพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนปนน้อยใจ “ก็เพราะพี่ไม่ยอมเป็นแฟนฉันนั่นแหละฉันถึงโดนคนเลวนั่นตามตื๊อไม่เลิกรา”
เด็กน้อยคนนี้ยังบังคับให้คบกันอีก
ลู่ฉี่เสียนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก“โอเค ฉันรู้แล้ว ฉันจะจัดการเรื่องนี้เดี๋ยวนี้แหละ”
สวี่ฮุ่ยวางสายด้วยความผิดหวังเล็กน้อยล้มเหลวครั้งนี้ก็ค่อยเริ่มใหม่ครั้งหน้า
ตราบใดที่พี่ลู่ยังไม่มีแฟนเธอก็พยายามต่อไป
ก่อนวางสายลู่ฉี่เสียนถามด้วยความเป็นห่วงว่าแผลที่หัวของเธอเป็นอย่างไรบ้าง?
สวี่ฮุ่ยพยักหน้า“ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วค่ะ”
ลู่ฉี่เสียนส่ายหัวยิ้มๆ เป็นเด็กสาวที่ซื่อตรงจริง ๆ
ถ้าเธอเจ้าเล่ห์กว่านี้อีกนิดเธอคงไม่ตอบแบบนี้
หลังทั้งสองคุยกันเสร็จลู่ฉี่เสียนก็โทรหาหลี่ไห่
เล่าเรื่องที่สวี่ฮุ่ยถูกจูฉีเจี้ยนคุกคามให้เขาฟังแล้วให้เขาไปสั่งสอนจูฉีเจี้ยน