Chronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ)

    ตอนที่ 42 อดทนอีกหน่อยนะ

    ตอนที่ 42 อดทนอีกหน่อยนะ



                    “มีรายงานจากหมายเลขสิบสี่ครับ”

                “ว่ามา”

                ชายผู้เป็นหัวหน้าองค์กรจันทราโลหิตหันไปตามเสียงขณะตอบและเห็นหมายเลขสิบห้าคุกเข่าอยู่

                “เขาแจ้งว่าหลังไปถึงเคเดมและหาข่าวอยู่นานก็ทราบว่าพวกทหารไปที่มหาวงกตไดดาลอสครับ”

                “มหาวงกตไดดาลอส??”

                “คิดว่าผู้กล้าน่าจะไปที่นั่นครับหมายเลขสิบสี่เลยเดินทางไปที่คาอิน แต่ปรากฏว่าที่นั่นปิดเมืองไดลอสที่เป็นต้นทางและตรวจสอบคุมเข้มมาก เขาเที่ยวหาข่าวอยู่พักใหญ่”

                “ได้ความว่าทหารของเคเดมมาทำภารกิจกันแต่ก็ไม่ได้รายละเอียดมากนี้กว่าครับ แต่นี่นั่นเหมือนจะค้นตัวและประเมินทุกคนเลยทำให้หมายเลขสิบสี่ต้องเสียเวลาเดินทางไปเข้าอีกด้านที่ทวีปอาเซียส”

                “เขาปลอมตัวเป็นนักผจญภัยรับภารกิจหาของตามใบสั่งและแฝงตัวไปกลุ่มนักผจญภัยเพื่อตามหาผู้กล้าแต่จากการแจ้งมาเมื่อวานยังไม่พบตัวผู้กล้าขอรับแต่พวกทหารของเคเดมนั้นพบเจอแทบตลอด รวมถึงทหารของคาอินด้วย”

                “ผู้กล้าไม่ได้รวมกลุ่มกับทหารหรอหรือว่าแยกไปคนเดียวกัน”

                ชายสวมหน้ากากหมายเลขศูนย์มีท่าทีครุ่นคิด

                “หมายเลขสิบสี่คิดว่าผู้กล้าไปคนเดียวขอรับซึ่งถ้าเจอตัวผู้กล้า หมายเลขสิบสี่น่าจะจัดการได้ไม่ยาก”

                “อย่าได้ประมาทไปตอนนี้เวลาก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว พวกเราไม่รู้ว่าผู้กล้าพัฒนาไปแค่ไหนบ้างเตือนหมายเลขสิบสี่ด้วย เวลาลงมืออย่าได้ประมาทเด็ดขาด”

                “รับทราบขอรับ”

                หมายเลขสิบห้ารับคำสั่งก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไป

                “แยกไปเก็บเลเวลคนเดียวผู้กล้าแกช่างประมาทเสียจริง แต่ก็ดี ไอ้ความหยิ่งผยองของแก จะทำให้แกต้องตายหึหึ”

                ชายผู้นั้นยิ้มเยาะก่อนจะเปิดมิติเพื่อเดินทางไปยังที่หนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางคือที่ไหน และเขาไปทำอะไรที่นั่น

     

     

    มหาวงกตไดดาลอสชั้นสอง นรกโลกันตร์

             

    “ผลลาโบลานี่กินกี่ทีกี่ทีก็ยังอร่อยเหมือนเดิม”

                ในมือของราดิชตอนนี้คือผลลาโบลาสีแดงส้มเปล่งประกายที่ถูกกัดไปแล้วคำหนึ่งเขากำลังลิ้มรสอร่อยหวานช่ำของมัน ขณะเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อย

            พวกม้าน้ำที่เห็นเขาดูเหมือนจะหวาดกลัวและพากันว่ายหนีไปหมดแม้แต่เจ้าปลาดุกก็ด้วย แต่เขามีหรือจะยอมให้เจ้าปลาดุกหนีได้มันต้องกลายเป็นอาหารของเขาเท่านั้น

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล อิ่มแปล้ LV 2 เพิ่มเป็น LV 3

             

            “สกิลเลเวลอัพเฉยอะไรวะ...”

            ราดิชเองก็งุนงงไม่น้อยที่สกิลนี้มันอัพขึ้นมาเสียอย่างนั้นจะว่าไปเจ้าผลลาโบลาก็ไม่ได้เพิ่มเกจ SP สีแดงเท่าใดนักมันฟื้นฟูพลังชีวิตได้

            “นี่ก็ผ่านมานานแล้วไม่รู้ว่าข้างบนเป็นยังไงกันบ้าง”

            ราดิชบ่นพึมพรำเล็กน้อยแต่ก็ไม่คิดอะไรมาก เขาเตร็ดเตร่ต่อไป เหนื่อยที่ไหนก็หยุดพักที่นั่นตอนนี้เขาพยายามมองหาตัวอย่างพวกปลาไหล กิ้งก่าเกรตเตอร์ฟร๊อกซ์และอาร์คฟร๊อกซ์เป็นหลักแต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่ได้มีจำนวนเยอะขนาดนั้น

             

             

            เบื้องหน้าเขาคือแอ่งแม็กม่าที่กว้างใหญ่ไพศาลมากมันน่าจะเรียกทะเลสาบแม็กม่ามากว่า เพราะเขามองไม่เห็นฝั่งเลยว่ามันอยู่ไกลแค่ไหนขนาดใช้สกิลส่องทางไกลส่องดูก็ยังไม่เห็น ส่องจนสกิลส่องทางไกลเลื่อนไปถึงเลเวลสี่แล้ว

            “แล้วทางข้ามมันอยู่ตรงไหนฟะเนี่ย”

            หลังหลุดจากทางเดินมาก็พบทะเลแม็กม่านี้เขามองซ้ายมองขวาก็ไม่เจอขอบทะเลสาบ เห็นเพียงแผ่นดินทางเดินเส้นอื่นที่มาที่ทะเลสาบนี้ในบันทึกของนักผจญภัยก็ไม่ได้กล่าวถึงที่นี่นั่นก็แสดงว่าทีมสำรวจมาไม่ถึงจุดนี้นั่นเองเขาอาจจะเป็นมนุษย์คนแรกในรอบหลายปีก็ได้ที่มาเยือนที่นี่

            “จะให้เคลื่อนไหวในอากาศข้ามไปมันก็ได้อยู่หรอกแต่ถ้า SP หมดได้ตกแม็กม่าแน่ถึงจะไม่เป็นไรก็เถอะ เอ๊ะ..หรือจะว่ายข้ามไปดี แต่ถ้าเดินไปซ้ายหรือขวาก็น่าจะเจอขอบถ้ำได้นะ”

            ราดิชคิดหาวิธีข้ามไปอยู่และในตอนนั้นเองสายตาของเขาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่กำลังว่ายตรงเข้ามาหาฝั่งเขาเพ่งมองด้วยสกิลส่องทางไกลก็พบว่ามันคือเจ้ากิ้งก่านั่นเองแถมมีถึงสามตัวด้วยกัน พวกมันสามตัวว่ายมาด้วยความเร็วไม่มากมักผลจากการประเมินมันมีเลเวลแค่ยี่สิบหนึ่งตัว สิบเก้าหนึ่งตัว อีกตัวเลเวลสิบแปด ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาแก่เขาแต่อย่างใด

            “อย่างน้อยก็รู้ว่ามีแผ่นดินอีกฝั่งแน่เพราะมีเจ้ากิ้งก่าว่ายข้ามมาได้”

            “ระหว่างที่หาทางข้ามไปใช้พวกมันเก็บค่าความเชี่ยวชาญดีกว่า”

            ราดิชวางแผนเสร็จสรรพเขาคะเนทิศทางที่พวกมันจะขึ้นฝั่งได้แล้ว ก็ทะยานร่างไปจุดนั้นทันทีเขาหลบซ่อนอยู่หลังโขดหินใหญ่ห่างจากฝั่งไปเล็กน้อยเก็บซ่อนกลิ่นอายทั้งหมดและจ้องมองพวกมันไม่วางตา

            กิ้งก่ายักษ์สามตัวขึ้นฝั่งอย่างไม่รีบร้อนด้วยความที่มันเป็นยักษ์ใหญ่ของชั้นนี้ มันจึงไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดเขารอให้พวกมันสามตัวขึ้นฝั่งมาครบเสียก่อน จึงเริ่มลงมือทันที

            สกิลเสริมพลังถูกเปิดใช้เพราะเขาต้องการความเด็ดขาดและไร้ข้อผิดพลาดราดิชพุ่งเข้าหากิ้งก่าเลเวลสิบแปดที่อยู่ด้านหน้าสุด ตอนนี้พวกมันเห็นและรับรู้แล้วว่ามีคนเข้ามาใกล้

            กีซ!!!!

            พวกมันคำรามลั่นและพุ่งเข้าใส่ราดิชทันทีแม้จะรู้ว่าเจ้าตัวจ้อยเบื้องหน้านั้นแผ่จิตคุกคามน่ากลัว แต่พวกมันมีสามตัวเรื่องอะไรจะกลัวอีกฝ่ายที่มีแค่คนเดียวชั่วพริบตานั้นราดิชก็ปรากฏตัวด้านหน้ามันพร้อมดาบที่ฟันขวางเต็มแรง

            ฉั่วะ!!!!

            กีซซซ!!!

            กิ้งก่าเลเวลสิบแปดร้องลั่นขาหน้าซ้ายของมันถูกราดิชฟันขาดกระเด็นในดาบเดียว ตัวมันเสียหลักล้มคำแทบจะในทันทีทว่าขาหน้าขวามันก็มีชะตากรรมเดียวกันราดิชฟันฉับตัดขาหน้าขวามันแทบจะต่อเนื่องกัน

            กีซซซ!!!

            เสียงร้องลั่นของมันทำให้อีกสองตัวถึงกับชะงักไปแต่ราดิชเคลื่อนไหวรวดเร็วเข้าประชิดตัวเจ้าตัวเลเวลยี่สิบในชั่วพริบตาเขาตัดขาหน้าทั้งสองข้างของมันอย่างไม่ปราณี มันล้มหน้าทิ่มพื้นกรีดร้องโหยหวน

            กีซซซซ!!!

            เจ้าตัวเลเวลสิบเก้าที่อยู่หลังสุดพยายามจะกลับตัวหนีลงแม็กม่าเพราะคิดว่าราดิชตามมันไม่ได้แต่แล้วมันก็ต้องคิดผิด ราดิชจับที่หางมันและออกแรงลากมันขึ้นมาจากแม็กม่าพละกำลังของเขาบวกพลังจิตหนุนเสริม ก็สามารถลากกิ้งก่าตัวยักษ์กลับขึ้นมาได้เขายกร่างมันฟาดกับพื้นอย่างแรง

            โอ๊ก!!!

            เจ้ากิ้งก่าเลเวลสิบเก้าจุกจนลิ้นถลนออกมาราดิชพลิกตัวมันและเรียกหอกออกมาใช้ปักทะลุหางตรึงมันไว้กับพื้นและขยับไปที่ด้านหน้าของมันและดึงลิ้นมันอกมาจนสุด แน่นอนว่าเขาแทงหอกปักทะลุดินตรึงโคนลิ้นของมันไว้กับพื้นอย่างแรง

            กี๊!!!!

            เจ้ากิ้งก่าเลเวลสิบเก้าร้องโหยหวนเสียงต่ำด้วยความเจ็บปวดถึงมันจะไม่โดนตัดขาแบบเพื่อนของมัน ทว่ามันก็ได้รับความเจ็บปวดอย่างมากมันไม่อาจขยับตัวหรือดิ้นรนได้เลย ทั้งหางและลิ้นของมันโดนตรึงไว้อย่างแน่นหนา

            ส่วนอีกสองตัวก็มีชะตากรรมไม่ต่างกันขณะที่พวกมันกำลังคลานหนีก็ถูกราดิชลากกลับมา ใช้หอกตรึงหางและโคนลิ้นของมันเอาไว้ถ้าตัวไหนดิ้นมาก็โดนสองเล่มต่อจุด ทำให้พวกมันไม่กล้าดิ้นอีกได้แต่ส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัว

            กี๊!!!! กี๊!!!!

            “เป้าซ้อมมือใหญ่ขนาดนี้แถมมีตั้งสามตัว ข้าก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้ว หึหึ..”

            ราดิชแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวแต่ในมุมมองของพวกมันสามตัวคือรอยยิ้มจากนรก มันไม่เคยคิดเลยแม้แต่น้อยว่าพวกมันที่กำลังจะวิวัฒนาการเป็นมังกรนั้น ต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้

            พวกมันแต่ละตัวโดนตรึงไว้ราวกับกิ้งก่ารอวันขึ้นเตาถึงพลังชีวิตจะลดลงไปไม่มาก ทว่าความหวาดกลัวก็เข้าเกาะกุมจิตใจของพวกมันแล้ว

            “เริ่มจากแกแล้วกันดื้อมากใช่ไหม หึหึ..”

            ราดิชปรายตามองเจ้ากิ้งก่าเลเวลยี่สิบที่ดิ้นไปมาหลายรอบทำให้มันโดนหอกตรึงไปถึงสี่เล่มด้วยกัน

            กี๊!!!

            มันส่งเสียงร้องน่าสงสารออกมาได้แค่นั้นก่อนที่ราดิชจะมาอยู่ข้างตัวมันและเริ่มลงมือทำบางอย่าง

            “เจ้าพวกนี้มีเกล็ดย้อนกลับทนทานเวทใช้ได้  งั้นเก็บความเชี่ยวชาญเวทมนตร์ก่อนแล้วกัน”

            ตัดสินใจได้แบบนั้นเขาก็เปิดใช้สกิลเสริมพลังและสาดเวทความมืดใส่เจ้านั่นทันทีโดยไม่เตือนล่วงหน้าแม้ความแรงของเวทมนตร์จะโดนลดทอนไปมาก จนมันแทบไม่รู้สึกอะไรทว่าก็ยิ่งทำให้มันได้รับการทรมานมากขึ้นเพราะราดิชระดมโจมตีใส่มันอย่างหนักไม่ได้พัก

            กี๊!!!

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเวทความมืด LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

             

            กี๊!!!

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเวทความมืด LV 5 เพิ่มเป็น LV 6

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเวทความมืด LV 6 เพิ่มเป็น LV 7

     

                    กี๊!!!

                    กิ้งก่าเลเวลยี่สิบได้รับความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่องแม้พลังชีวิตมันจะไม่ได้ลงไปมากก็ตาม

                “ดูเหมือนความเสียหายจะน้อยไปค่าความเชี่ยวชาญก็เริ่มไม่ขึ้นแล้ว สงสัยต้องเพิ่มความแรง”

                เพราะหลังอัดมันไปอีกพักก็ยังไม่มีทีท่าจะมีการเพิ่มเลเวลเขาเลยโจมตีมันแรงขึ้น เล่นเอาพลังชีวิตมันลดลงฮวบ กว่าจะอัพได้

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เวทความมืด LV 7 เพิ่มเป็น LV 8

     

                    “ต่อไปก็เวทแสง หึหึ”

                ราดิชแสยะยิ้มเปลี่ยนมาใช้เวทแสงบ้างถ้าถามว่าทำไมเขาไม่เพิ่มเลเวลสกิลเวทขั้นสูงกว่าเลย ก็ต้องบอกว่าการเพิ่มเลเวลของเวทขั้นแรกนั้นสำคัญมากเพราะมันจะช่วยส่งผลไปถึงเวทขั้นสูงด้วยเพราะคนทั่วไปนั้นต้องเก็บเลเวลสกิลขั้นแรกจนเต็ม ถึงได้สกิลขั้นสูงมา

                ต่างจากเขาที่ได้สกิลเวทขั้นสูงมาเลยจากฉายาถ้าใช้เวทขั้นสูงปะทะกัน คนที่มีเลเวลของเวทขั้นต้นมากกว่าจะมีพลังทำลายมากกว่าเพราะพื้นฐานดีกว่านั่นเอง นั่นคือเหตุผลที่เขาย้อนมาเก็บเลเวลสกิลเวทขั้นต้นก่อน

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เวทแสง LV 8 เพิ่มเป็น LV 9

     

                    แต่หลังจากสกิลเวทแสงขึ้นถึงเลเวลเก้าแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะพัฒนาขึ้นไปอีกซึ่งนั่นก็หมายความว่าค่าความเชี่ยวชาญที่เก็บด้วยวิธีนี้มันเต็มแล้วถ้าต้องการอัพต่อไปก็ต้องเลเวลอัพเพื่อเอาค่าโบนัสหรือไม่ก็ไปหาตัวที่เก่งกว่านี้มารับดาเมจ

                เขาเปลี่ยนเป้าไปที่เจ้าตัวเลเวลสิบเก้าคราวนี้เปลี่ยนมาใช้เวทความมืดบ้าง เขายิงมันจนเกือบตายและรักษามันทำแบบนี้วนไปหลายรอบ มันได้แต่ร้องโหยหวน

                กี๊!!!

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเวทความมืด LV 8 เพิ่มเป็น LV 9

     

                    แน่นอนว่าหลังจากอัดมันไปอีกพักใหญ่ค่าความเชี่ยวชาญก็ไม่เพิ่มขึ้นอีก ตอนนี้พวกมันสามตัวมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัว แม้เจ้าตัวเลเวลสิบแปดจะยังไม่โดนอะไรแต่มันก็รับรู้ได้ว่ามันคงมีชะตากรรมไม่ต่างจากเพื่อนของมันอีกสองตัวเท่าใดนัก

                “ต่อไปก็เก็บสายเพิ่มพลังต่อขอให้พวกแกอดทนอีกหน่อยนะ”

                ราดิชกล่าวด้วยรอยยิ้มกับพวกมันทั้งสามตัวน้ำตาไหลพราก พลางคิดไปว่าทำไมต้องมาเจอเรื่องโหดร้ายแบบนี้แต่มันคงไม่ได้รับคำตอบหรอก เพราะคนตรงหน้ายังคงลงมือทรมานมันต่อไป

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เพิ่มพลังการทุบตี LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

                    -ค่า....

     

                กี๊!!!!

                    เสียงจากพระเจ้าดังแจ้งเตือนการเลื่อนเลเวลสกิลของเขาพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของกิ้งก่ายักษ์สามตัวที่ไม่รู้ว่าฝันร้ายนี้จะจบลงเมื่อไร....

    คล้ายกับเรื่องChronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ) ที่คุณอ่าน