เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 4 บทที่ 106 ปะทะราชันย์จิ้งจอกทมิฬ

            ปัง!

            ประตูพระราชวังเปิดออก

            หวังเฉินพาปิงชิงและซูซูเดินก้าวเข้าไปด้านใน

            ขณะนี้ภายในพระราชวังขนาดมหึมาตะเกียงน้ำมันที่แขวนอยู่ตามผนังก็สว่างวาบขึ้นเมื่อแขกไม่ได้รับเชิญทั้งสามก้าวเข้ามาทำให้แสงสว่างภายในพระราชวังเจิดจ้าขึ้นอย่างมาก

            “โฮก โฮก โฮก!”

            ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พระราชวังเสียงคำรามที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธก็ดังขึ้นข้างหูของหวังเฉิน

            จิ้งจอกทมิฬกล้ามโตแปดตัวที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก รูปร่างกำยำล่ำสันราวกับบานประตูก็กรูกันเข้ามาจากรอบด้านด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

            ร่างกายของพวกมันบึกบึนไปด้วยมัดกล้ามเมื่อเปรียบเทียบกับก็อบลินนักรบ ก็ไม่เป็นรองเลยแม้แต่น้อย

            [สัตว์อสูร: องครักษ์จิ้งจอกทมิฬ]

            [เลเวล: 70]

            [รูปแบบการต่อสู้: โจมตีระยะประชิด]

            [ทักษะ: ขย้ำ, พุ่งชน, เพิ่มพลังกาย…]

            [ประเภท: สามัญ]

            …

            ทว่าหลังจากใช้ทักษะสำรวจมองดูข้อมูลขององครักษ์จิ้งจอกทมิฬเหล่านี้แล้วหวังเฉินก็ละสายตาจากพวกมันทันที

            แค่แข็งแกร่งกว่าผู้คุ้มกันจิ้งจอกทมิฬเพียงสิบเลเวลสำหรับหวังเฉินแล้วพวกมันยังไม่คู่ควรแก่การใส่ใจ!

            ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังใจกลางพระราชวังเงาร่างสูงใหญ่ที่เปี่ยมด้วยอำนาจ กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ศิลา

            นี่คือสัตว์อสูรขนาดมหึมาที่มีความสูงถึงหกเมตรรูปร่างของมันไม่แพ้ปิงชิงที่อยู่ในร่างต่อสู้เลยแม้แต่น้อย

            ใบหน้าของมันคล้ายกับองครักษ์จิ้งจอกทมิฬทุกประการแต่ดุดันกว่ามาก

            เขี้ยวที่งอกออกมามีความยาวถึงครึ่งเมตรปลายแหลมของเขี้ยวเปล่งประกายคมกริบ ดวงตาสีแดงฉานขนาดเท่าจานหินกะพริบแสงสีแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความดุร้ายและอำมหิตอยู่ตลอดเวลา

            นอกจากนี้ข้างเก้าอี้หินยังวางค้อนหัวหมุดขนาดมหึมา ที่มีด้ามจับหนาพอๆกับเอวของหวังเฉินเลยทีเดียว

            ราชันย์จิ้งจอกทมิฬ!

            หวังเฉินไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยทันทีที่เห็นราชันย์จิ้งจอกทมิฬ เขาก็ใช้งานทักษะสำรวจออกไปในทันที

            [สัตว์อสูร: ราชันย์จิ้งจอกทมิฬ]

            [เลเวล: 80]

            [รูปแบบการต่อสู้: โจมตีระยะประชิด]

            [ทักษะ: ขย้ำ, พุ่งชน, เพิ่มพลังกาย,ระบำค้อนพิฆาต, ล่อลวงจิต…]

            [ประเภท: ราชันย์]

            …

            เมื่อข้อมูลของราชันย์จิ้งจอกทมิฬปรากฏขึ้นในสายตาหวังเฉินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

            สมกับเป็นราชันย์พลังของมันแข็งแกร่งอย่างยิ่ง!

            “วันนี้ ได้สู้กันอย่างสะใจแน่!”

            ขณะที่คิดในใจกระบี่ฟันเลื่อยในมือเขาก็ชี้ตรงไปยังราชันย์จิ้งจอกทมิฬที่อยู่เบื้องหน้า

            “โฮก!”

            “มนุษย์สารเลว!”

            “เจ้ากล้าดียังไงมาขัดขวางการพักผ่อนของข้า? สมควรตาย!”

            เมื่อเห็นมนุษย์ตัวเล็กๆตรงหน้าชี้อาวุธมาที่ตน ราชันย์จิ้งจอกทมิฬก็คำรามออกมาอย่างดุร้ายดวงตาสีแดงฉานเปล่งประกายอำมหิตรุนแรง

            เสียงคำรามอันบ้าคลั่งสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งพระราชวังจนฝุ่นผงจำนวนมากร่วงหล่นลงมา

            เมื่อได้ยินราชันย์จิ้งจอกทมิฬพูดภาษามนุษย์หวังเฉินก็ไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อย

            นอกเหนือจากสัตว์อสูรระดับต่ำแล้วอสูรที่มีเลเวลสูงขึ้น ก็จะมีสติปัญญาที่สูงขึ้นตามไปด้วยบางตัวที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง มีสติปัญญาไม่ต่างจากมนุษย์เลย

            ในฐานะอสูรราชันย์เลเวล80การที่ราชันย์จิ้งจอกทมิฬจะพูดได้นั้น ถือเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง

            “เสียงดังแล้วไง?”

            ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อปิงชิงที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่พอใจกับเสียงคำรามของราชันย์จิ้งจอกทมิฬมันจึงเปิดใช้งานร่างโหมดต่อสู้ในทันที พร้อมกับเบียดเขาออกไปด้านข้าง

            “โฮก!”

            เสียงคำรามมังกรที่กึกก้องกังวานดังก้องไปทั่วพระราชวังคลื่นเสียงอันบ้าคลั่งแผ่ปกคลุมราชันย์จิ้งจอกทมิฬและองครักษ์จิ้งจอกทมิฬที่อยู่บริเวณนั้นทันที

            ชั่วพริบตาดวงตาสีแดงก่ำของราชันย์จิ้งจอกทมิฬก็หดเล็กลงโดยไม่รู้ตัวมันรู้สึกหวาดกลัวอย่างอธิบายไม่ถูก

            แรงกดดันที่มาจากจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารทำให้ร่างกายของมันราวกับถูกพันธนาการไว้ ทำให้พลังของมันอ่อนแอลงกว่าปกติอย่างมาก

            “กรร!”

            “ไอ้กิ้งก่าสารเลว!”

            “ข้าจะจับเจ้าย่างกินซะ!”

            วินาทีต่อมาราชันย์จิ้งจอกทมิฬที่รู้สึกว่าตนถูกเหยียดหยามก็พลันลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับคว้าค้อนหัวหมุดขนาดยักษ์ข้างตัวมาถือ แล้วคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง

            เจตนาฆ่าอันเย็นยะเยือกพุ่งตรงไปที่ปิงชิงทันที

            “ไอ้บ้า!”

            “กล้าว่าข้าเป็นกิ้งก่าสารเลวเหรอ?”

            “เจ้าตายแน่!”

            เมื่อถูกเจตนาฆ่าอันเย็นยะเยือกพุ่งใส่ปิงชิงก็ไม่แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกันดวงตาสีแดงดุจทับทิมกลับเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

            ตูม!

            ปิงชิงใช้ขาหลังที่แข็งแรงกระแทกพื้นดินอย่างแรงร่างกายอันมหึมาของมันกลายเป็นเงาสีน้ำเงินเข้มพุ่งเข้าใส่ราชันย์จิ้งจอกทมิฬอย่างรวดเร็ว

            มันต้องการฉีกเศษสวะที่กล้าท้าทายพญามังกรเหมันต์ตนนี้ให้เป็นชิ้นๆ!

            “เฮ้อ!”

            เมื่อเห็นฉากนี้หวังเฉินก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

            ดีจริง!

            ราชันย์จิ้งจอกทมิฬนี่มันกล้าหาญจริงๆ!

            ไม่หาเรื่องใครอื่นกลับมาหาเรื่องปิงชิง!

            “ดูท่า คงไม่ต้องให้ฉันลงมือแล้วล่ะ!”

            หวังเฉินบ่นพึมพำกับตัวเองเขาไว้อาลัยให้กับราชันย์จิ้งจอกทมิฬเป็นเวลาหนึ่งวินาทีก่อนจะหันไปมององครักษ์จิ้งจอกทมิฬทั้งแปดตัวที่อยู่ในพระราชวัง

            ตัวใหญ่ไม่ได้กินงั้นขอตัวเล็กบ้างก็ยังดี!

            ขณะที่คิดในใจเขาก็เผยรอยยิ้ม ‘ใจดี’ ให้กับองครักษ์จิ้งจอกทมิฬเหล่านั้น

            ทว่า…

            องครักษ์จิ้งจอกทมิฬเหล่านั้นกลับไม่สนใจเขาแม้แต่น้อยสายตาของพวกมันจับจ้องไปที่จิ้งจอกเก้าหางสีขาวตัวหนึ่งที่ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าดวงตาสีแดงก่ำของแต่ละตัวเปล่งประกายสีชมพูระเรื่อ

            “กรร กรร กรร!”

            วินาทีต่อมาเจ้าพวกนี้ก็ไม่ลังเลที่จะหวดอาวุธใส่พวกพ้องของตนเอง

            เมื่อเห็นฉากนี้สีหน้าของหวังเฉินก็แข็งค้าง

            “ดีจริง พวกแกไม่คิดจะเหลือไว้ให้ฉันเลยสักตัวใช่ไหม?!”

            เขาบ่นพึมพำกับซูซูที่อยู่ท่ามกลางองครักษ์จิ้งจอกทมิฬ

            “หงิงๆ!”

            เมื่อได้ยินคำพูดของเขาจิ้งจอกเก้าหางเทวะซูซูก็หันมาส่ายหางอย่างภาคภูมิใจ

            ราวกับจะบอกว่าสัตว์อสูรป่าด้านนอกข้าทิ้งไว้ให้ท่านแล้วพวกที่อยู่ข้างในนี้ก็เป็นของพวกข้าก็แล้วกัน

            เมื่อสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ส่งมาจากพันธสัญญาหวังเฉินก็ลูบจมูกอย่างหงุดหงิด

            รู้อย่างนี้น่าจะรีบลงมือตั้งแต่ก่อนหน้านี้!

            ขณะที่คิดในใจเขาก็เดินไปด้านข้างอย่าง ‘คนว่างงาน’ และเริ่มดูการต่อสู้

            ในเวลาเดียวกัน

            ตูม!

            ราชันย์จิ้งจอกทมิฬเมื่อเห็นปิงชิงพุ่งเข้ามาก็ใช้ขาที่แข็งแรงทั้งสองข้างพุ่งเข้าชนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

            ชิ้ง!

            ค้อนหัวหมุดในมือของมันฟาดลงอย่างรุนแรงพุ่งเข้าใส่สิ่งมีชีวิตที่กล้าท้าทายอำนาจของมัน

            ชิ้งชิ้ง ชิ้ง!

            พลังเวทอันบ้าคลั่งพวยพุ่งออกมาพร้อมกับการฟาดค้อนหัวหมุดของราชันย์จิ้งจอกทมิฬค้อนหัวหมุดขนาดยักษ์ก็แยกออกเป็นสอง และจากสองก็แยกเป็นสี่

            การโจมตีสี่สายที่ดูเหมือนจับต้องได้พุ่งเข้าใส่ปิงชิงพร้อมกับเสียงคำรามอันดุเดือด

            ระบำค้อนพิฆาต!!

            เพื่อล้างแค้นความอัปยศของตนเองราชันย์จิ้งจอกทมิฬจึงใช้ทักษะทันทีโดยไม่ลังเล

            ครืน!

            วินาทีต่อมาภายในพระราชวังราวกับเกิดฟ้าผ่า คลื่นพลังอันบ้าคลั่งกระจายออกไปทุกทิศทุกทางพัดพาให้ทุกสิ่งที่สัมผัสกระจัดกระจาย

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้กิ้งก่าสารเลว ถูกข้าทุบจนแหลกเป็นชิ้นๆ แล้วใช่ไหม!”

            หลังจากโจมตีเสร็จราชันย์จิ้งจอกทมิฬก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าอัปลักษณ์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

            ทว่า…

            “โฮก!”

            วินาทีต่อมาเมื่อเสียงคำรามของมังกรอันกึกก้องกังวานดังขึ้นสีหน้าของมันพลันแปรเปลี่ยนเป็นความตะลึงงัน

            เมื่อฝุ่นควันจางลงร่างกายมังกรสีน้ำเงินเข้มของปิงชิงก็ปรากฏขึ้นต่อหน้ามันอย่างสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน

            ทักษะระบำค้อนพิฆาตไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆให้กับปิงชิงเลยแม้แต่น้อย กระทั่งรอยขีดข่วนบนตัวของมันก็ยังไม่มี

            “นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน?”

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน