ขณะที่ต้าิได้สังหารสัตว์เวทระดับ 1 ดาวหลาย 10 ตัวอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดหนึ่งในนักเรียนชั้นขุนนางก็พบเจอกับต้าิ
“ในที่สุดข้าก็หาเ้าเจอวันนี้แหละข้าจะ..........อ๊ากกกกกกก” ในขณะที่ขุนนางหนุ่มกำลังกล่าวออกมาต้าิกลับไม่รอช้ายิงศรออกไปอย่างรวดเร็ว
“พูดมากปากเหม็น ในการต่อสู้ใครเขาจะมาพร่ามให้ศัตรูฟังกัน พวกขุนนางนี่ปัญญาอ่อนกันงั้นเหรอ” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย
คำกล่าวของต้าินั้นดังออกไปจากจอภาพทำให้หลายคนหลุดขำออกไปมาโดยเฉพาะเสี่ยวเตี่ยนางนั่งขำออกมาอย่างไม่เกรงใจ แม้แต่ขุนพลสาวยังต้องอมยิ้มออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั่นมันอะไร ทั้งๆที่ตัวเองเป็ฝ่ายได้เปรียบแต่กลับไปะโบอกจุดของศัตรูนี่พวกเ้าสอนกันแบบนี้งั้นเหรอ” เสี่ยวเตี่ยกุมหน้าท้องและหลุกขำออกมา
“บัดซบ พวกเ้ามันพวกชั้นต่ำไม่มีเกียรติ น่าไม่อายลอบโจมตี” อาจารย์ของชั้นเรียนขุนนางกล่าวด้วยสีหน้าโกรธแค้น
“ในสนามรบไม่มีคำว่าเกียรติหรือยุติธรรม มีเพียงชนะหรือแพ้ อยู่หรือตายเท่านั้น” จักรพรรดิหญิงที่เงียบตลอดก็กล่าวออกมาก่อนจะเหลือบมามองอาจารย์ของชั้นเรียนขุนนาง
“เฮือก!!!!!!!!” อาจารย์ของชั้นเรียนขุนนางถูกแรงกดดันที่รุนแรงทำให้หายใจไม่ออกและแสดงสีหน้าหวาดกลัว
“เป็ความผิดของทางเราเองที่สอนนักเรียนไม่ดี” หญิงชรารีบกล่าวช่วยเหลือคนของตัวเองทันที
“เด็กๆเหล่านี้คืออนาคตของอาณาจักรซึ่งถ้าทางสถาบันยังให้อาจารย์แบบนี้มาสอน ในวันข้างหน้าคงต้องทำให้ข้าผิดหวังแล้ว” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“เื่นี้จักรพรรดิหญิงไม่ต้องกังวล อย่างน้อยคนของข้าก็ทำได้ดีไม่ใช่เหรอ” ชายชราขี้เมากล่าวพร้อมกับหัวเราะ
บนจอภาพพวกเย่สุ่ยและปู้เหยียนต่างทำได้ดีอย่างมาก การผสานงานและเคลื่อนใหวเป็กลุ่มทำให้การล่าเป็ไปได้อย่างราบรื่น
ขณะนั้นเองจอภาพจอหนึ่งก็ฉายภาพที่พวกหลางเลี่ยกำลังต่อสู้กับสัตว์เวทระดับ 2 ดาวตัวหนึ่งอยู่ การต่อสู้นี้พวกหลางเลี่ยถือว่าทำได้ดี ด้วยพลังของคนในกลุ่มที่เป็จอมเวทย์ระดับ 3 เกือบทั้งหมดทำให้สามารถต่อกรกับสัตว์เวทระดับ 2 ดาวทั่วๆไปได้
แต่ว่าในเงามือ กลับมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังจ้องอยู่ด้วยสายต้าซุกซน ชายหนุ่มคนนี้ก็คือต้าิที่บังเอิญได้ยินการต่อสู้ที่รุนแรงและมุ่งหน้ามา
“สัตว์เวทระดับ 2 ดาว 50 คะแนน น่าสนใจ ตอนนี้การต่อสู้ยังสูสีกันอยู่และถ้าปล่อยไว้แบบนี้เ้าสัตว์เวทนั่นจะต้องพ่ายแพ้แน่ ไม่ได้การข้าจะปล่อยให้พวกนั้นทำสำเร็จไม่ได้” ต้าิกล่าวพร้อมกับกรอกตาไปมา
ทันใดนั้นเองต้าิก็แสยะยิ้มออกมา ต้าิหันไปเห็นด้านหลังของสัตว์เวทระดับ 2 ดาวมีรังของมันอยู่และในรังมีไข่อยู่สองใบ ต้าิไม่รอช้าค่อยๆอ้อมไปด้านหลังอย่างเงียบๆ
“ถ้าข้าขโมยไข่ของมันมามันจะต้องโกรธจนตัวสั่นและบ้าคลั่ง ถึงตอนนั้นมันจะใช้พลังทั้งหมดเพื่อสังหารพวกหลางเลี่ยแน่” ต้าิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
พวกหลางเลี่ยนั้นมีสมาธิกับการต่อสู้อย่างมากโดยไม่อาจััถึงตัวตนของต้าิได้เลย ต้าิอ้อมเข้าไปด้านหลังได้สำเร็จและขโมยไข่ของสัตว์เวทมาทันที
ไข่ของสัตว์เวทระดับ 2 ดาวถือว่ามีค่าอย่างมากต่อสำหรับผู้อัญเชิญถ้าต้าินำมันไปขายหรือประมูลจะต้องได้เงินจำนวนมากแน่
“โฮก!!!!!!!!” ในขณะนั้นเอง ด้วงปีกทองก็คำรามออกมาด้วยความโกรธ เมื่อรับรู้ได้ว่าไข่ของมันถูกมนุษย์ขโมยไป
ต้าิไม่รอช้าใช้ความเร็วของตนเองวิ่งผ่านพวกหลางเลี่ยที่กำลังต่อสู้ไป พวกหลางเลี่ยแสดงสีหน้างุนงงจากนั้นก็กลายเป็โกรธ
“ต้าิ!!!!!!!!!!!!!!” หลางเลี่ยคำรามออกมา
“โฮก!!!!!!!!” ด้องปีกทองกลายเป็บ้าคลั่งบินขึ้นฟ้าและระดมการโจมตีใส่พวกหลางเลี่ยอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจการโจมตีที่มาถึงตนเองเลย
“อ๊ากกกก” นักเรียนบางคนได้รับาเ็สาหัสทันทีและใช้แผ่นป้ายช่วยให้เคลื่อนย้ายออกไป
“บัดซบเอ้ย พวกเราถอยก่อนตอนนี้มันคลั่งไปแล้ว” หลางเลี่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“ต้าิ เ้ากับข้าไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้แล้ว ต่อจากนี้ข้าจะออกตามล่าเ้าให้ถึงที่สุด” หลางเลี่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น
ต้าิไม่สนใจและยืนยิ้มออกมา เมื่อพวกหลางเลี่ยหนีไปดวงปีกทองก็พุ่งเข้าหาต้าิ แต่ต้าิกลับไม่ได้หนี
“ด้วงปีกทองมีเกาะที่แข็งมากตัวข้าในตอนนี้ไม่สามารถเจาะทะลุเกาะของมันได้แน่ ถ้างั้นก็มีแค่ทางเลือกเดียว” ต้าิกล่าวพร้อมกับหลับตา
ในตอนนั้นเองตำราสีดำก็ปรากฏออกมาจากหน้าผากของต้าิ ต้าิอัญเชิญอสูรสายฟ้าคลั่งอกอมาทันที
อสูรสายฟ้าคลั่งมองไปยังด้องปีกทองที่พุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าดุร้ายพร้อมกับกลายเป็ลำแสงสายฟ้าพุ่งตรงไปเหมือนกับหอก
“ตูม!!!!!!!!!!!” สายฟ้าสีทองพุ่งผ่านทะลุเกาะแข็งของด้วงปีกทองไปอย่างง่ายดาย ต้าิยิ้มออกมาก่อนจะเรียกอสูรสายฟ้าคลั่งกลับมาและเก็บศพของด้องปีกทองไปด้วย
“นั่นหนะเหรอ เ้าสัตว์เวทที่ว่า” จักรพรรดิหญิงกล่าวกับขุนพลสาว
“ใช่แล้วท่านจักรพรรดิหญิง” ขุนพลสาวกล่าว
“มันแปลกมากจริงๆ ความแข็งแกร่งกับรูปร่างนั่นข้าไม่เคยเห็นมาก่อน” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยสีหน้าสงสัยแต่ในใจของนางกลับยิ่งคิดว่าความลับของต้าินับวันยิ่งล้ำลึกมากขึ้น
“นั่นมันอะไร หรือว่าเป็อุปกรณ์เวทย์ระดับส้มกัน” ผู้าุโตระกูลจวิ้นกล่าวด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“เสียของ เสียของจริงๆที่อุปกรณ์นั่นไปอยู่กับสามัญชนแบบนั้น” ผู้าุโตระกูลหลางกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าโลภออกมา
“พวกเ้าเก็บอาการกันหน่อยพวกเ้าอย่าลืมว่าต้าิมีสถานะเป็อะไร” ชายชราขี้เมาเห็นว่าเหล่าขุนนางแสดงความโลภออกมาจึงกล่าวขึ้น
เหล่าขุนนางต่างพากันหันไปทางจักรพรรดิหญิงทันที จักรพรรดิหญิงไม่สนใจและยังคงรักษาสีหน้าสงบเอาไว้
ต้าิจงใจที่จะเปิดเผยพลังเล็กน้อยออกมาเพื่อที่จะทดสอบดูว่าจักรพรรดิหญิงนั้นจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ถ้าวันหนึ่งขุนนาง้าแย่งชิงตำรานี้จากเขาจักรพรรดิหญิงจะเข้าข้างเขาหรือเปล่าตอนนี้ต้าิ้าที่จะดูว่าจักรพรรดิหญิงนั้นมีขีดจำกัดที่จะช่วยตนเองได้มากแค่ใหน
“อสูรสายฟ้าคลั่งแม้จะยังเป็สัตว์เวทระดับ 2 ดาวแต่ความแข็งแกร่งของมันเทียบเท่ากับ 3 ดาวแล้ว เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของมันจะขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ของข้า” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าสงบก่อนจะรีบกลับไปยังฐานของตนเอง
หลังจากที่ต้าิกลับมาถึงพวกปู้เหยียนก็มาถึงก่อนแล้ว พวกต้าินำผลงานที่ตนเองล่าออกมาได้มารวมกันทันที พวกเย่สุ่ยตกตะลึงต้าิที่สามารถสังหารสัตว์เวท ด้วงปีกทองได้เพราะมันมีพลังป้องกันที่สูงมาก ต้าิยังได้เล่าถึงการก่อกวนที่ต้าิทำกับพวกหลางเลี่ยให้พวกปู้เหยียนฟังอีกด้วย เมื่อได้ฟังพวกปู้เหยียนยิ่งคันไม้คันมืออย่างจะลองทำบ้าง