สายฝนเปลี่ยนฤดูตกกระหน่ำมาั้แ่เมื่อคืนจนถึงเช้าวันนี้ไม่มีวี่แววว่าจะหยุด ฟู่หนิงหนิงนั่งมองประตูที่ปิดสนิทเพื่อรอว่าตอนไหนหย่งซื่อจะมาเปิดประตูให้นาง นี่หย่งซื่อถึงขนาดกล้าขัดคำสั่งฮ่องเต้โดยการละเลยนางเชียวหรือ เห็นนางเป็เพียงจิ้งจอกธรรมดาไร้พิษสงใช่หรือไม่?
ในยามนี้ห้องทั้งห้องอับชื้น น้ำฝนที่รั่วลงมาจากหลังคาทำให้น้ำเจิ่งนองไปทั่วบริเวณ เสียงสาดซัดของฝนทำให้ฟู่หนิงหนิงขดกายเข้าหากันอย่างหวาดกลัว จริงๆ แล้วปีศาจจิ้งจอกหาได้เกิดมามีมนต์ตราหรือพลังวิเศษอันใดอย่างในตำนาน พวกพลังเหนือธรรมชาติต่างที่เล่าขานกันมาล้วนได้จากการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรด้วยกันทั้งนั้น
แม้แต่นางเองยังต้องใช้เวลานับร้อยปีเพื่อที่จะแปลงกายเป็มนุษย์เช่นมารดา ฟู่หนิงหนิงละวางจิตใจให้สงบ นางเลิกคิดถึงเื่ที่ตนแค้นหย่งซื่อ ดวงตาคู่สวยหลับลงก่อนจะฝึกตามที่มารดาของนางเคยสอน
เสียงฝนด้านนอกเป็ตัวช่วยชั้นดีทำให้นางมีสมาธิจดจ่อกับการบำเพ็ญเพียรมากขึ้น นางใช้เวลาอยู่กับตนเองจนกระทั่งฝนซาลง เมื่อฝนหยุดแล้ว ร่างเล็กจึงผุดลุกขึ้น นางตรงไปยังประตูก่อนจะใช้เท้าเขี่ยเบาๆ
เงียบ ไร้ซึ่งวี่แววว่าประตูจะเปิดเลยสักนิด ฟู่หนิงหนิงถอนหายใจ นางกลับไปนั่งลงที่เดิมก่อนจะนอนลงเพื่อรอให้หย่งซื่อนำอาหารมาให้ดังเดิม
ไม่ว่าอย่างไรนางก็จดชื่อของหย่งซื่อไว้ในบัญชีแค้นรองลงมาจากชื่อของฮ่องเต้ผู้นั้น!!
จากคิมหันต์สู่เหมันตฤดู หลายวันแล้วที่หมู่บ้านแห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยละอองหิมะอันหนาวเหน็บ บ้านเรือนทุกหลังต่างปกคลุมไปด้วยปุยหิมะสีขาว แม้แต่หย่งซื่อเองยังเก็บตัวอยู่ในบ้านไม่ออกไปไหน
แต่สำหรับฟู่หนิงหนิงแล้วฤดูนี้คือ์ของนาง เนื่องจากแรกเริ่มนางเองก็เป็จิ้งจอกหิมะขนสีขาวบริสุทธิ์ ดังนั้นนางจึงแอบออกมาวิ่งเล่นด้านนอก
หย่งซื่อหลังจากเริ่มแรกที่มึนตึงกับนาง หลังจากผ่านไปก็ทนลูกอ้อนของจิ้งจอกน้อยเช่นนางไม่ไหว ความน่ารักและแสนซุกซนของนางทำให้หญิงวัยกลางคนหลงนางหัวปักหัวปำ
"ไป๋ไป๋ เ้าแอบออกไปอีกแล้วหรือ กลับมาเมื่อไหร่ข้าจะตีเ้าให้ขนหลุด" นางะโลั่นบ้าน เห็นไหมล่ะว่านางหลงจิ้งจอกน้อยเช่นนางแค่ไหน…
ฟู่หนิงหนิงที่กำลังกลิ้งเกลือกกองหิมะอยู่สะดุ้ง นางรีบซุกตัวลงไปในกองหิมะเพื่อหลบทันที
"ไหนๆ เ้าอยู่ไหน ฮึ่ม ไป๋ไป๋ หากเ้าไม่ออกมาคืนนี้ข้าจะให้เ้าอด!" หย่งซื่อจะโกนลั่น นางนั้นเหนื่อยจะเช็ดขนอันเปียกปอนให้เ้าสุนัขแสนซนนั่นแล้ว หิมะตกทีไรเ้าตัวซนก็รีบวิ่งออกมาด้านนอกทุกที
เมื่อได้ยินดังนั้นฟู่หนิงหนิงจึงรีบะโขึ้นมาจากกองหิมะ นางรีบวิ่งเข้าไปหาหย่งซื่ออย่างรวดเร็วด้วยหวั่นเกรงว่าคืนนี้จะไร้ซึ่งอาหารอันโอชะ นางชอบฝีมือย่างเนื้อของหย่งซื่อที่สุด รสชาติช่างกลมกล่อมทั้งเนื้อััยังนุ่มละมุนลิ้น
"มาแล้วหรือเ้าตัวแสบ มาให้ข้าตีดีๆ " นางเงื้อไม้ขึ้นมาเตรียมจะหวดเข้าที่ก้นน้อยๆ ของนาง หากทว่าฟู่หนิงหนิงไหวตัวทัน นางใช้ความน่ารักของตนพิฆาตความโกรธเกรี้ยวของหญิงสูงวัย
ฟู่หนิงหนิงใช้ศีรษะพิงขานางพร้อมกับส่งสายตาให้หย่งซื่ออย่างออดอ้อน หึ นางน่ารักถึงเพียงนี้จะตีนางลงเชียวหรือ…
หย่งซื่อถอนหายใจ "เ้านี่นะ…" นางส่งสัญญาณให้จิ้งจอกน้อยเดินตามนางไปซึ่งฟู่หนิงหนิงเองก็เดินตามอย่างไม่เกี่ยงงอน
"นั่งลง" น้ำเสียงเข้มเอ่ยสั่ง
จิ้งจอกน้อยนั่งลงตามคำสั่งแต่โดยดี หย่งซื่อมองนางก่อนจะส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ร่างอวบเดินไปหยิบผ้าก่อนจะเช็ดขนให้นางอย่างเบามือ
"เ้าน่ะ รู้ความยิ่งกว่ามนุษย์ ทีแรกข้าก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดข้าต้องมาดูแลจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่ง แต่มองๆ ไป เ้าก็งดงามทีเดียวบางทีฮ่องเต้อาจจะให้ข้าเลี้ยงเ้าไว้เพื่อรอเก็บขนเ้าไว้ตัดชุด ดังนั้นข้าจึงดูแลขนนุ่มๆ เ้าให้เป็อย่างดี" นางเอ่ยอย่างหยอกล้อก่อนจะเช็ดเบาๆ ที่ขนสีขาวบริสุทธิ์ หลังจากได้อยู่ร่วมกันมาปีกว่าแล้วจึงเกิดความผูกพันกับนางโดยไม่รู้ตัว
ฟู่หนิงหนิงใช้ศีรษะน้อยออดอ้อนหย่งซื่อ คราแรกฟู่หนิงหนิงลอบก่นด่านางอยู่หลายครั้ง ใครจะนึกว่าวันหนึ่งทั้งสองกลับสนิทสนมกัน หากนับอายุรวมๆ แล้วนางอายุมากกว่าหย่งซื่อเป็ไหนๆ
"เอาล่ะ ห้ามแอบหนีออกไปอีกเข้าใจหรือไม่"
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย เอาเถอะวันนี้นางเองก็เหนื่อยแล้ว เอาไว้วันหลังนางค่อยออกไปซุกซนต่อ หลังจากที่บำเพ็ญเพียรมานานนับปี นางก็ไร้วี่แววที่จะกลายร่างเป็มนุษย์ ดังนั้นในยามนี้ฟู่หนิงหนิงจึงทำเพียงยอมรับชะตากรรมเท่านั้น
หลังจากทานอาหารค่ำ ทั้งหย่งซื่อและนางต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน สายลมในยามค่ำคืนช่างหนาวเย็นนัก ละอองหิมะยังตกหนักไม่มีวี่แววว่าจะหยุดเลยสักนิด
ฟู่หนิงหนิงเดินไปเปิดหน้าต่าง สายลมเย็นวูบหนึ่งพัดพาเอาละอองสีขาวปลิวมาติดที่จมูกน้อย นางหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะใช้ขาหน้าปัดออก ดวงตาสีฟ้ามองออกไปนอกหน้าต่างในยามค่ำคืน ได้ยินเพียงเสียงเสียดสีของต้นไม้และเสียงเอะอะแว่วมาเบาๆ เท่านั้น
เสียงโลหะกระทบกันทำให้ฟู่หนิงหนิงเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ปกติในชนบทแห่งนี้ยามดึกดื่นจะไร้ซึ่งสรรพเสียง เช่นนั้นก็แปลกแล้ว…
ฟู่หนิงหนิงลังเลเล็กน้อยว่าตนเองจะออกไปดูหรือไม่ หากทว่าเสียงเรียกขอความช่วยเหลือทำให้นางไม่อาจอยู่เฉยได้ ดังนั้นร่างเล็กของฟู่หนิงหนิงจึงะโลงมาจากโต๊ะ นางมองรอบด้านก่อนจะค่อยๆ ย่องออกจากประตูอย่างเงียบเชียบ
ในค่ำคืนอันเหน็บหนาว เสียงดาบปะทะกันยังดังอย่างต่อเนื่อง ร่างของหญิงวัยกลางคนสวมชุดอย่างมิดชิดอุ้มเด็กชายวัยประมาณสิบกว่าหนาวลงมาจากรถม้า นางรีบวิ่งฝ่าวงล้อมของชายชุดดำนับสิบไปอย่างไม่คิดชีวิต ใบหน้าที่เปรอะไปด้วยเืของทหารที่เพิ่งสังเวยชีวิตไปฉายแววตระหนก ที่สำคัญคือนางเป็ห่วงเ้านายสุดหัวใจ
เสียงโหยหวนของผู้าเ็ดังก้องในหูของเด็กน้อย ดวงหน้าที่โผล่พ้นมาจากชุดคลุมฉายแววหวาดกลัว "แม่นม ท่านหนีไป พวกมัน้าชีวิตข้า" แม้จะหวาดกลัวแค่ไหน แต่เด็กน้อยยังฉายแววกล้าหาญ เขาดิ้นลงจากอ้อมแขนของแม่นมเพื่อไม่ให้ตนเป็ภาระของนาง
"คุณชาย ข้าไม่ไปเ้าค่ะ ข้าจะพาท่านหนี" นางกุมมือของเขาไว้ก่อนจะพาเขาวิ่งออกไป เนื่องจากหิมะที่สูงเกินครึ่งแข้งทำให้การวิ่งเต็มไปด้วยความยากลำบาก ในคืนที่ไร้ด้วยแสงจันทร์นำทางทำให้ยากจะมองเห็นสิ่งกีดขวาง
"โอ๊ย!" นางอุทานเบาๆ ก่อนจะใช้มือกุมแผลที่เกิดจากการถูกกิ่งไม้เกี่ยวไว้ นางพยายามรวบรวมกำลังพาคุณชายน้อยวิ่งหนีไป
ด้านหลังของพวกเขามีชายสามคนวิ่งตามมาติดๆ หลีฮัวเห็นว่าคงยากที่ตนเองและคุณชายจะหลบหนีแล้วดังนั้นนางจึงตัดใจผลักคุณชายน้อยออกไปอีกทาง
"คุณชาย หากพวกเรายังหนีไปทางเดียวกันอาจจะถูกพวกมันจับตัวได้ ดังนั้นพวกเราแยกกันหลบหนีเถิดเ้าค่ะ" ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องปกป้องคุณชายด้วยชีวิต
"แม่นม ท่านสัญญานะขอรับว่าท่านจะตามข้ามา" เขาเอ่ยขึ้นเพราะเขาเองคิดว่าหากแม่นมพาเขาหนีนางอาจจะถูกจับตัวไปพร้อมกับเขา หากไม่มีเขาแล้วนางคงจะหลบหนีได้ทันกาล
หลีฮัวพยักหน้า นางกอดเด็กชายก่อนจะถอดชุดคลุมของตนสวมให้กับเขา "ข้าสัญญา" นางยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนเช่นเคย
เมื่อได้ยินดังนั้นเด็กน้อยจึงพยักหน้ารับ เขาหันหลังก่อนจะวิ่งสุดแรงที่มี ดวงตาดำขลับหันไปมองแม่นมของตน เขาคิดว่านางจะหลบหนีไปอีกทาง แต่ทว่านางกลับพุ่งตรงไปยังคนร้าย
ดวงตาของเขาเบิกโพลง "แม่นม ท่านหนีไป!!!" เสียงของเขาะโลั่นป่า เด็กน้อยตั้งท่าจะวิ่งไปห้ามนางแต่ทว่านางกลับเอ่ยห้ามเขาไว้
"ท่านหนีไป คุณชาย ท่านต้องแก้แค้นให้ข้า…" น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอันอ่อนโยนหลีฮัวเดินเข้าไปขวางคนร้าย นางกอดขาของเขาไม่ให้วิ่งตามคุณชายของนาง นับจากนี้นางคงไม่มีโอกาสได้เห็นคุณชายน้อยของนางเติบใหญ่อีกแล้ว นางวาดหวังว่าสักวันคุณชายของนางจะเติบโตเป็บุรุษที่เก่งกาจที่สุด
ชายคนนั้นเมื่อเห็นว่านางขัดขวางเขาจึงเงื้อดาบขึ้นก่อนจะฟันลงบนคอของหลีฮัวจนขาดกระเด็น ศีรษะของนางหล่นลงแทบเท้าของเขา แต่ทว่าชายคนนั้นกลับหาได้รู้สึกผิดอันใดไม่ เขาเตะศีรษะที่ขวางทางทิ้งอย่างไม่ไยดีก่อนจะวิ่งไล่ตามเด็กชายไป
ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความโกรธ ดวงตาของเขาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เขาตัดสินใจหันหลังก่อนจะวิ่งออกมาสุดกำลัง ภาพของแม่นมที่เปรียบเสมือนมารดาแท้ๆ ของเขาตายต่อหน้าต่อตาสร้างความเ็ปให้เขาเป็อย่างยิ่ง แม้แต่ความหนาวเหน็บที่ผ่านร่างกายของเขามาก็ไม่อาจทำให้จิตใจของเขาสงบลงได้
เท้าของเขาหยุดลงตรงแม่น้ำที่ขวางกั้นเส้นทางข้างหน้าไว้ ทะเลสาบเบื้องหน้าจะกลายเป็น้ำแข็งแต่ทว่ากลับดูเปราะบางเกินไปที่จะข้ามผ่าน
"หึ ในที่สุดก็หนีไม่รอด" เขาเดินตรงเข้ามาบังเด็กน้อย ดวงตาอันลึกล้ำจ้องมองเขาราวกับเหยื่ออันโอชะ
ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเขาอย่างเคียดแค้น เด็กน้อยมองรอบด้านก่อนจะคว้าท่อนไม้พุ่งตรงไปยังชายผู้นั้นหมายจะต่อสู้เพื่อแก้แค้น
แกร็ก! ท่อนไม้ในมือของเขาถูกหักสะบั้นเพียงไม่ถึงเสี้ยวอึดใจเท่านั้น
"ฮ่าๆๆๆ แค่ท่อนไม้กระจอกๆ จะทำอะไรข้าได้หรือ? " ชายผู้นั้นเอ่ยก่อนจะเงื้อดาบขึ้น เขาแทงไปยังร่างของเด็กชายก่อนจะดึงออก เืสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากาแ ดวงตาดำขลับเบิกกว้างขึ้นก่อนที่ร่างของเขาจะหงายลงสู่แม่น้ำ
ตู้ม! น้ำแข็งบางๆ ได้แตกออกพร้อมกับร่างเล็กจมลงสู่แม่น้ำอันเหน็บหนาว ดวงตาของเขาหลับลงความหนาวทำให้ร่างกายของเขาชาจนไร้ความรู้สึก มือเล็กกุมเสื้อคลุมของแม่นมไว้แน่น มุมปากของเขายกขึ้นอย่างเย้ยหยัน เขาคงจะไม่มีโอกาสที่จะได้แก้แค้นอีกแล้ว...
ร่างสูงเดินตรงไปสำรวจก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจเมื่องานที่ได้รับสำเร็จลุล่วงลง เขาหันหลังกลับก่อนจะเดินหายไปในความมืด
ฟู่หนิงหนิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเบิกตากว้างด้วยความใ นางมาทันเวลาพอดีที่จะเห็นฉากที่เด็กคนหนึ่งถูกชายชุดดำใช้ดาบจ้วงแทงแล้วร่างของเขาก็ร่วงลงสู่ทะเลสาบ
นางมองร่างที่ค่อยๆ จมลงไปด้วยความตระหนก เมื่อเห็นว่าชายผู้นั้นเดินจากไปแล้วนางจึงรีบไปยังที่เกิดเหตุทันที
ฟู่หนิงหนิงก้มลงมองเบื้องล่าง ความมืดมิดทำให้นางไม่อาจเห็นเบื้องล่างได้ นางชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจะโลงไปช่วยเขา
ตู้ม! เสียงน้ำกระเซ็นซัดไปทั่วพร้อมกับร่างของจิ้งจอกน้อยที่ดำผุดดำว่ายตามหาร่างของเด็กคนนั้น นางดำลงไปให้ลึกขึ้นพร้อมทั้งข่มกลั้นความหนาวเย็นมองลงไปยังห้วงน้ำอันมืดมิด
ฟู่หนิงหนิงโผล่ขึ้นเหนือน้ำเพื่อหายใจครู่หนึ่งก่อนจะดำน้ำลงไปอีกรอบตามหาเขา นางภาวนาขอให้เขายังมีชีวิตรอด
'นั่น เขาอยู่นั่น' นางตามกลิ่นเืไปก็พบร่างของเขาที่แน่นิ่งอยู่
เซียวอู๋ซวนปรือตาขึ้นมองแสงสว่าง เขาเห็นว่าสตรีผู้หนึ่งกำลังว่ายตรงมายังเขา ดวงตาของเขาหลับลงอีกครั้งพร้อมกับภาพของนางเลือนหายไป เขาคงกำลังจะตายสินะถึงได้พบกับเทพธิดาผู้งดงาม…
ฟู่หนิงหนิงพาร่างของเขาขึ้นมาเหนือน้ำอย่างยากลำบาก นางอุ้มเขาขึ้นฝั่งก่อนจะตบใบหน้าเขาเบาๆ เพื่อเรียกสติ "เ้าหนู ตื่น"
คิ้วสวยขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อนางได้ยินเสียงของตน ฟู่หนิงหนิงก้มลงมองนิ้วมืออันเรียวยาวดุจลำเทียนของตนอย่างตกตะลึง นางยกมือขึ้นสำรวจใบหน้าด้วยความดีใจเมื่อในที่สุดนางก็สามารถกลายร่างเป็มนุษย์ได้ แต่ว่า...ในยามนี้หาใช่เวลามาดีใจ ฟู่หนิงหนิงก้มลงมองเด็กชาย นางแกะชุดคลุมที่เปียกน้ำของเขาออกก่อนจะใช้คลุมร่างอันเปลือยเปล่าของตน
"ยืมก่อนนะหนูน้อย" นางเอ่ยพร้อมทั้งรวบรวมความรู้ที่เคยได้ร่ำเรียนมาเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนทำการปั๊มหัวใจให้เขา
"กี่ครั้งนะ...10 ไม่สิ 20 โอ๊ะ ต้อง 30 เ้านี่ขี้ลืมเป็ยายแก่จริงๆ " ฟู่หนิงหนิงสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะวางมือลงบนอกของเขาแล้วเริ่มทำการ CPR นางไม่แน่ใจว่าจะได้ผลหรือไม่แต่ก็ต้องลองก่อน เมื่อเห็นว่าการปั๊มหัวใจไม่ได้ผล ฟู่หนิงหนิงจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะบีบจมูกน้อยๆ หลังจากนั้นนางจึงก้มลงเตรียมจะผายปอดให้เขา แต่ทว่า…
"แค่กๆ " ในที่สุดเด็กน้อยก็สำลักน้ำออกมา แต่ทว่าอุณหภูมิในร่างกายของเขากลับลดต่ำลง ฟู่หนิงหนิงลูบผมเขาเบาๆ ก่อนจะเอ่ย "แข็งใจไว้นะเด็กน้อย"
นางอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมกอดก่อนจะวิ่งเท้าเปล่ากลับไปยังบ้านของนาง ความเหน็บหนาวที่ฟู่หนิงหนิงได้รับแตกต่างจากการเป็สุนัขจิ้งจอกยิ่งนัก แม้จะหนาวเพียงไรแต่นางก็กัดฟันวิ่งมาจนในที่สุดก็ถึงบ้านที่นางและหย่งซื่ออาศัยอยู่
ฟู่หนิงหนิงรีบจัดการถอดเสื้อที่เปียกชื้นของเขาออกก่อนจะเดินไปหยิบผ้าห่มผืนหนามาคลุมกายให้เขา
นางวางเขาลงที่หน้าเตาไฟ ฟู่หนิงหนิงจัดการเติมถ่านลงไปเพิ่มเพื่อให้ความอบอุ่นแก่เด็กชาย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จนางจึงย่องเข้าไปในห้องของหย่งซื่อก่อนจะหยิบชุดของหย่งซื่อมาผลัดเปลี่ยนชั่วคราว
ฟู่หนิงหนิงมองหย่งซื่ออย่างชั่งใจ นางเม้มปากน้อยๆ อย่างครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจหาเชือกมามัดนางไว้ "เดี๋ยวเด็กคนนั้นหายดีข้าจะมาปล่อยท่าน" เอ่ยจบฟู่หนิงหนิงก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ ตอนนี้นางเป็มนุษย์ได้แล้ว นางจะไม่มีวันยอมถูกหย่งซื่อเอาเปรียบอีกแล้ว
ร่างบางของหญิงสาวเดินออกไปด้านนอก นางนั่งลงด้านข้างเด็กน้อยก่อนจะแตะเบาๆ ที่หน้าผากของเขา ตัวของเขาอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดดังนั้นฟู่หนิงหนิงจึงลงมือทำแผลให้เขา
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จนางจึงนั่งลงข้างกายของเขาก่อนจะลูบผมเด็กน้อยเบาๆ "หลับให้สบายเถอะเด็กน้อย เ้าปลอดภัยแล้ว" นางกระชับผ้าห่มของเขาให้แน่นขึ้นก่อนจะล้มลงนอนข้างกายเขา ฟู่หนิงหนิงหลับตาลงอย่างอ่อนล้า นางไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้ใช้พลังงานมากมายขนาดนี้
ท่ามกลางหิมะที่เหน็บหนาวด้านนอก แม้ภายในบ้านจะหนาวเย็นแต่ก็ยังมีไออุ่นของถ่านที่จุดให้ความอบอุ่น ฟู่หนิงหนิงขยับกายสองสามทีก่อนจะกลายร่างเป็สุนัขจิ้งจอกดังเดิม ดวงตานางหลับพริ้มลงเมื่อพบว่าตอนนี้ตนเองอบอุ่นขึ้น
ฟู่หนิงหนิงขยับกายเข้าหาเด็กน้อยก่อนจะซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มเพื่อแบ่งความอบอุ่นให้กับเขา...