“เห็นเขาบอกว่าปลูกขึ้นง่าย โตไวและให้ผลดก ตามปกติใช้เวลาสองถึงสามปีถึงจะออกผล แต่เมล็ดพันธุ์ที่เพื่อนแก้วให้มาเขาบอกว่าบางครั้งใช้เวลาแค่ครึ่งปีถึงหนึ่งปีก็ออกผลแล้ว”
ปิ่นแก้วอนุมานจากดอกไม้ที่เธอปลูกซึ่งใช้ระยะเวลาในการออกดอกเร็วกว่าปกติแบบครึ่งต่อครึ่ง ผลไม้ก็น่าจะมีลักษณะคล้ายกัน
“ดีจริง พี่ต้องเร่งเอาลงดินแล้ว ปลายปีอาจมีผลไม้ออกมาขายได้” แดนดินตั้งเป้า
“แก้วจะเสียดายหรือโกรธพี่ไหมถ้าพี่คิดนำไม้ผลของแก้วมาปลูกเป็นอาชีพ”
ปิ่นแก้วส่ายหน้า “ถ้าแก้วหวงของก็คงไม่เอาไปให้ลุงกับป้าตั้งแต่แรก อยู่กับแก้วไม่มีประโยชน์อะไร แก้วไม่คิดจะปลูกไม้ผลพวกนี้อยู่แล้ว ไม่มีเวลาดูแล ที่ตัดใจยอมปลูกดอกไม้และกาแฟพวกนี้ก็เพราะแก้วจะเปิดร้านอีกร้าน แล้วพวกดอกไม้แห้งกับกาแฟหาซื้อยากมาก เลยต้องปลูกเอาเอง”
“ว่าแต่พี่ดินคิดจะปลูกผลไม้พวกนี้แล้วจะมีเวลาดูเหรอ กำลังจะไปทำงานในตัวเมืองแล้ว”
“พี่ไม่คิดทำงานในระบบ มันไม่เหมาะกับพี่ ตอนนี้ ความตั้งใจพี่มีอยู่อย่างเดียวคือพัฒนาที่ดินที่มีอยู่ตอนนี้ให้กลายเป็นสวนผัก ไร่ผลไม้ และอนาคตหากเป็นไปได้ก็จะสร้างที่พักเล็ก ๆ แบบอิงธรรมชาติ ให้เช่าแบบรายวัน รายเดือน”
“พี่ต้องการอยู่ในที่ที่เหมาะสมกับตัวเองรวมถึงอยู่กับผู้คนที่เหมาะเจาะกับพี่ด้วย” ชายหนุ่มจ้องนิ่งไปที่หญิงสาวเมื่อพูดจบประโยค
ปิ่นแก้วใจเต้นแรงอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเห็นสายตาแปลก ๆ ที่มองมา
“แค็ก..เรารีบเก็บเมล็ดกาแฟกันดีกว่า แก้วอยากให้เสร็จก่อนเที่ยง ยังเหลืออีกหลายอย่างต้องทำ ทั้งตำเอาเปลือกออกและเอาไปผึ่งแดด” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่อง
แดนดินมองอย่างรู้ทันแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ทำเพียงแค่เดินเข้าไปช่วยทั้งสามคนเก็บเมล็ดกาแฟพร้อมรอยยิ้มอารมณ์ดีที่เจืออยู่บนใบหน้าอย่างไม่รู้คลาย
“ตกลงแก้วจะซื้อที่ตรงนี้แน่นะ” คำแปงถามขึ้น
“แน่สิลุงผู้ใหญ่”
“แล้วแก้วมีเงินพอเหรอ” ในที่สุดก็อดถามสิ่งที่สงสัยอย่างที่สุดไม่ได้
หลายวันก่อนที่คำปันเดินมาบอกเรื่องที่ปิ่นแก้วอยากซื้อที่ดินเปล่าในหมู่บ้าน คำแปงก็แปลกใจไปทีหนึ่งแล้ว เด็กสาวกำพร้าคนหนึ่งที่ต้องออกจากโรงเรียนเพราะไม่มีเงินเรียนต่อ แต่ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีเธอกลับสามารถหาเงินมาซื้อที่ดินได้ ไม่รู้ว่าเธอไปทำงานอะไรถึงได้เงินดีแบบนี้
ถึงจะคลางแคลงสงสัย แต่อย่างไรก็ตามด้วยฐานะของผู้ใหญ่บ้าน เมื่อลูกบ้านมาร้องขอความช่วยเหลือย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะปฏิเสธ เขาจึงสืบหาที่ดินเปล่าในหมู่บ้านมาให้เธอเลือกอยู่สองแปลง
ปิ่นแก้วอมยิ้มเมื่อเจอคำถามนี้จากผู้ใหญ่บ้าน ไม่แปลกที่เขาจะสงสัย เพราะเธอได้ขอร้องทั้งคำปัน วงเดือน รวมถึงไพจิตร ไม่ให้เล่าเรื่องใด ๆ ของตนเองให้คนอื่นฟัง ชาวบ้านจึงรับทราบเพียงแค่เธอไปทำงานรับจ้างในตัวเมืองเท่านั้น
“ลุงผู้ใหญ่ไม่ต้องห่วง แก้วพร้อมจ่ายเงินทั้งหมดทันทีที่โอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว” ปิ่นแก้วยืนยัน
หลังจากตระเวนดูที่ดินทั้งสองแปลง เธอได้ตัดสินใจเลือกที่ดินติดกับเชิงเขาและติดกับที่ดินที่ลุงคำปันซื้อไว้
อันที่จริงเธอไม่ได้ต้องตาที่ดินแปลงนี้นักเพราะอยู่ไกลจากบ้าน แต่แดนดินกลับเชียร์ให้ซื้อที่ดินตรงนี้อย่างออกหน้าออกตา โดยยกข้ออ้างเรื่องที่ปิ่นแก้วไม่สามารถกลับมาดูผลผลิตได้บ่อย ๆ และเขาเป็นฝ่ายรับอาสาที่จะดูแลตรงนี้ให้เป็นอย่างดี
เมื่อได้ยินข้อเสนอที่เป็นบวกกับตัวเอง เธอจึงตัดสินใจเลือกในที่สุด จู่ ๆ ผลประโยชน์ก็ตกโครมมาบนศีรษะแบบนี้ไม่รับไว้ก็โง่เต็มทน!
“พี่จะช่วยดูแลเรื่องหว่านไถให้เร็วที่สุด แก้วจะได้เริ่มปลูกดอกไม้และกาแฟได้”
หลังจากจัดการเรื่องโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย ปิ่นแก้วและแดนดินจึงพากันเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี
“ขอบคุณค่ะพี่ดิน คงต้องรบกวนพี่เยอะหน่อยนะช่วงนี้ แก้วอยู่นานกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ไหนจะร้านขนม แล้วยังขาดเรียนไปเป็นอาทิตย์อีก ถ้าหยุดนานกว่านี้คงโดนไล่ออกแน่ ๆ”
“ส่วนเรื่องค่าจ้างคนมาหว่านไถและปลูก รวมถึงคนดูแลรดน้ำ แก้วเอาไว้ที่พี่เลยนะ ถ้าไม่พอยังไงฝากน้าจิตรหรือชัยไปบอกแก้วที่ตัวเมืองได้เลย”
“รบกวนคนอื่นทำไม เอาไว้พี่จะไปหาแก้วเอง รับรองพี่จะไปหาบ่อย ๆ แก้วอย่าเพิ่งเบื่อหน้าพี่ก็พอ”
หญิงสาวแอบเหล่ตาพร้อมกับยกมือลูบหลังคอด้วยไม่รู้จะพูดตอบกลับอย่างไร
“ส่วนเรื่องเงินสามหมื่นที่ยืมแก้วไว้ ยังไงพี่ก็อยากทำสัญญาให้ชัดเจนนะ หลังจากสัญญาเรียบร้อยพี่จะเอาไปให้อ่าน”
เมื่อเห็นแววตาไม่เห็นด้วย ชายหนุ่มรีบพูดต่อ “เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใครแม้แต่กับญาติด้วยกันเอง ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรดีกว่า ถือว่าเห็นแก่พี่ ไม่อย่างนั้นพี่ก็ยังรู้สึกติดในใจคล้ายกับว่าเอาเงินแก้วมาฟรี ๆ”
“งั้นแล้วแต่พี่แล้วกันค่ะ แก้วยังไงก็ได้”
“อ้อ! สรุปที่หายหน้าไปเป็นเดือนนี่เพราะมาคั่วน้องสาวข้างบ้านจริง ๆ”
เสียงไม่พอใจของผู้หญิงที่ดังขึ้นทำให้บทสนทนาของทั้งแดนดินและปิ่นแก้วหยุดลงไปโดยปริยาย
แดนดินเงยหน้ามองหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่แข็งกร้าว
“ไงคะดิน จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ยังจะมีอะไรมาแก้ตัวอีก” แพรวพรรณตวาดแหว
“แก้วกลับบ้านไปก่อน” แดนดินพยักหน้าให้ปิ่นแก้วเร่งเดินออกไปจากตรงนี้
ปิ่นแก้วเหลียวมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่สู้ดีแต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำใดออกจากปาก หญิงสาวรีบเดินเลี่ยงชายหญิงทั้งสองคนเพื่อกลับเข้าบ้าน
“เธอจะไปไหนยายแมวขโมย มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน!”
“แพรวพรรณ ถ้าคุณอยากอยู่คุยกับผมก็ตามมา แต่ถ้าจะไปหาเรื่องคนอื่นก็เชิญคุณกลับไปได้” แดนดินเอ่ยเสียงเรียบพอ ๆ กับใบหน้าและแววตาเขาในตอนนี้
แม้จะไม่พอใจแต่แพรวพรรณก็ไม่ได้ตามไปหาเรื่องปิ่นแก้วอีก เธอหันไปมองใบหน้าชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจเนื่องจากเห็นท่าทีที่เรียบเฉยกว่าปกติของเขา
เพราะมั่นใจในตัวเองและมั่นใจในความรักที่แดนดินมีให้ แพรวพรรณจึงกล้ายื่นข้อเสนอเรื่องให้เขาไปทำงานในเมืองด้วยกันแทนที่จะมาจมปลักอยู่บ้านนอกแบบนี้
แม้จะเห็นเขาเครียดและเสียใจหนักจนหันไปพึ่งเหล้า แต่แพรวพรรณก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เธอมั่นใจว่าแดนดินต้องยอมในท้ายที่สุด
เมื่อชายหนุ่มยอมทำตามข้อเรียกร้องของเธอ เธอจึงเร่งให้เขาหาเงินห้าหมื่นมาให้ได้เพื่อซื้อตำแหน่งที่อยู่ในหน่วยงานเดียวกับเธอ หญิงสาวไม่ยอมทอดเวลาให้เขารอสอบเข้าตามระบบเด็ดขาด เพราะยิ่งรอนานวันเข้าเขาก็จะยิ่งฝังรากลึกที่บ้านนอกแห่งนี้มากขึ้น และที่สำคัญเธอไม่ไว้ในน้องสาวข้างบ้านคนนั้น
หลังจากไล่เขาไปหาเงินก้อน กลับกลายเป็นว่าเธอต้องรอแล้วรอเล่าจนนานนับเดือน แดนดินไม่เคยโผล่หน้ามาให้เธอเห็นอีก แพรวพรรณร้อนใจจนต้องให้เพื่อนขับรถพาเธอมาเหยียบที่บ้านนอกแห่งนี้อีกครั้งจนได้