ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    ทำลายนิกายราชสีห์

    เมื่อเห็นว่าสหายของตนถูกสังหารต่อหน้าต่อตาเหล่าเซียนขั้นสูงสุดและประมุขของนิกายราชสีห์ต่างเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมาพวกเขาเริ่มขบคิดอย่างรวดเร็วถึงคำกล่าวของฟางเฉิน“เจ้า...ที่แท้เจ้าคือเซียนที่ปรากฏในสถานที่แห่งนั้นงั้นเหรอ” ประมุขนิกายราชสีห์กล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ใช่แล้ว และหมู่บ้านที่พวกเจ้าพยายามจะโจมตีนั่นก็เป็นหมู่บ้านของข้าเอง และข้าก็เคยเตือนเอาไว้แล้วถ้าใครกล้าโจมตีหรือคิดร้ายต่อหมู่บ้านแห่งนั้นข้าจะทำลายพวกมันให้สิ้นซากและวันนี้ข้าก็มาทำตามคำกล่าวที่ข้ากล่าวเอาไว้” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา“แย่แล้ว เปิดค่ายกลนิกายเร็วเข้า!!!!!!!!!!!!” ประมุขนิกายราชสีห์คำรามออกมา“ช้าไป” ฟางเฉินกล่าวเสียงเย็นเส้นด้ายพุ่งออกจากตัวของฟางเฉินและกระจายออกไปเป็นวงกว้างก่อนจะเริ่มการสังหารหมู่ที่โหดเหี้ยม ฟางเฉินต้องการที่จะทำลายนิกายราชสีห์เพื่อเป็นคำเตือนถึงกองกำลังอื่น ๆที่ต้องการจะไปยังหมู่บ้านของพวกปู่โจว“หยุดเดี๋ยวนี้ เจ้าต้องการอะไรกันแน่ พวกเราเองก็ยังไม่ได้แตะต้องคนในหมู่บ้านแห่งนั้นไม่ใช่หรือ” ประมุขนิกายราชสีห์คำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อมองเห็นศากศพของศิษย์ในนิกายจมกองเลือดอยู่เขาก็อดไม่ได้ที่จะต้องรู้สึกเจ็บปวด“หยุดงั้นเหรอ ถ้าถามเจ้าถ้าที่หมู่บ้านแห่งนั้นไม่มีค่ายกลและคนของเจ้าเข้าไปในหมู่บ้านได้ เจ้าคิดว่าคนของเจ้าจะทำอะไรกับคนในหมู่บ้านแห่งนั้นกัน” ฟางเฉินกล่าว“เรื่องนั้นมัน!!!!!” ประมุขนิกายราชสีห์และผู้อาวุโสต่างสบตากัน แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางไปสนใจชีวิตของชาวบ้านธรรมดาอยู่แล้วต่อให้ต้องสังหารอีกฝ่ายเพื่อให้ได้ความลับของเมฆมงคลมาพวกเขาก็ทำได้อย่างหน้าตาเฉย“หึ คำตอบของข้าก็เหมือนพวกเจ้า ชีวิตของคนเหล่านี้ไม่ได้มีค่าในสายตาของข้าขอเพียงเป้าหมายของข้าสำเร็จข้าก็พร้อมที่จะหลั่งเลือดทั้งหมดในนิกายแห่งนี้” ฟางเฉินกล่าว“บัดซบถ้างั้นข้าขอสู้ตายกับเจ้า!!!!!!!” ประมุขนิกายระเบิดพลังพร้อมกับพวกผู้อาวุโสและโจมตีฟางเฉินทันที“นั่นแหละพวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันนั่นแหละดี” ฟางเฉินยิ้มพริบตานั้นเองดวงตาที่สามของฟางเฉินก็เปิดออกมา จิตวิญญาณเนตรบรรพชนที่ซ่อนอยู่ในดวงตาที่สามปลดปล่อยกลิ่นอายเทวะออกมา“นี่มัน...เป็นไปไม่ได้.... จิตวิญญาณเทวะ” ประมุขนิกายราชสีห์กล่าวด้วยใบหน้าซีดเผือดในตอนนี้บนท้องฟ้าเหนือนิกายราชสีห์ปรากฏดวงเนตรขนาดใหญ่ ดวงเนตรที่น่าสะพรึงกลัวทำให้เหล่าศิษย์ทุกคนที่จ้องมองดวงตาเหม่อลอยและยืนหยุดนิ่ง แม้แต่ประมุขนิกายราชสีห์ที่เป็นถึงเซียนขั้นสูงสุดก็ยังไม่สามารถยับตัวได้เมื่อจิตวิญญาณบรรพชนปรากฎ“จงเผาผลาญให้สิ้น เพลิงผลาญสวรรค์!!!!!!!!!” ฟางเฉินคำรามทันทีเปลวเพลิงก็ถูกบีบอัดด้วยความเร็วสูงและระเบิดออกมา ร่างของพวกประมุขนิกายราชสีห์ถูกเปลวเพลิงของฟางเฉินแผดเผาจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก ความโลภรีบทำหน้าที่เก็บรวบรวมของมีค่าในนิกายมาจนหมดและพวกฟางเฉินก็จากไปทันทีก่อนจากไปฟางเฉินได้ใช้ศากศพของเหล่าศิษย์เรียงเป็นอักษรเตือนให้เหล่านิกายและสำนักได้รู้ว่าหากไปโจมตีหมู่บ้านของพวกปู่โจวแล้วจะต้องพบเจอกับชะตากรรมแบบใหนพริบตานั้นทวีปขนาดเล็กและขนาดกลางมากมายก็สั่นสะเทือนอย่างมาก พวกเขาไม่คิดส่าจะมีคนกล้าทำลายล้างนิกายราชสีห์แบบนี้และจากที่ผู้คนเห็น คนที่ทำลายล้างนิกายราชสีห์นั้นมาแค่คนเดียวและใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ้ำนี่ทำให้ขุมอำนาจมากมายไม่คิดจะเสี่ยงไปโจมตีหมู้บ้านในข่าวลืออีกเพราะมันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงและข่างลือของฟางเฉินยังโด่งดังไปทั่วดินแดนโบราณในพริบตา ไม่นานมันก็ไปถึงหูของทวีปโบราณที่เป็นศูนย์กลางของดินแดนโบราณ ในทวีปโบราณนั้นมีกองกำลังที่แข็งแกร่งมากมายและยังมีครึ่งเทพอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกันซึ่งถ้าเทียบกับดินแดนเซียนแล้วดินแดนโบราณเหนือกว่าดินแดนเซียนและอาจจะเทียบเท่ากับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เลยก็ได้“จากข้อมูลที่เราได้มาดินแดนโบราณเคยเป็นแนวหน้าในการทำสงครามกับพวกอสูรและหลังจากที่สงครามจบลงมรดกจำนวนมากได้สูญหายไปทำให้อำนาจในดินแอดนโบราณค่อยๆลดลง” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับขบคิด“เรื่องนั้นไม่น่าแปลก เพราะถ้าดินแดนโบราณเคยเป็นทัพหน้าจริงย่อมได้รับความสูญเสียหนักอยู่แล้ว แต่ที่ข้าได้ยินมาดูเหมือนว่าแดนศักดิ์สิทธิ์จะมีความทะเยอทะยานหมายจะยึดครองดินแดนโบราณแห่งนี้ด้วย” ความโลภกล่าว“เจ้ากำลังหมายถึง....” ฟางเฉินพร้อมกับขมวดคิ้ว“ใช่ หอคอยศักดิ์สิทธิ์ พวกมนั้นเริ่มส่งกำลังคนมาก่อสร้างรากฐานในดินแดนแห่งนี้แล้วและยังมีตระกูลหยูอีก” ความโลภกล่าว“เจ้ารู้ได้อย่างไร” ฟางเฉินกล่าวในแหวนมิติของประมุขนิกายนั่นมีข้อความที่บันทึกเกี่ยวกับการติดต่อค้าขายระหว่างนิกายราชสีห์หอคอยศักดิ์สิทธิ์อยู่ และยังมีป้ายหยกของตระกูลหยูอีกด้วย ความโลภกล่าวพร้อมกับส่งกระดาษหนึ่งแผ่นและป้ายหยกให้กับฟางเฉินดู ซึ่งเมื่อฟางเฉินได้อ่านก็แสดงสีหน้าแปลกใจเพราะสิ่งที่ความโลภกล่าวมานั้นเป็นความจริง“พวกนั้นน่าจะครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในแดนศักดิ์สิทธิ์แล้วนี่ ทำไมถึงต้องคิดจะเข้ามายึดครองแดนโบราณที่มีขุมอำนาจโบราณอยู่ด้วย” ฟางเฉินกล่าว“เพราะมีขุมอำนาจโบราณอยู่หนะสิพวกมันถึงได้ต้องการยึดครอง ในนิกายและขุมอำนาจโบราณเหล่านี้ถึงแม้จะตกต่ำลงแต่มารดกที่เหลืออยู่ก็เป็นสิ่งล้ำค่าที่ครึ่งเทพเห็นแล้วยังใจสั่นยังไงละ” ความโลภกล่าว“ขนาดนั้นเลยเหรอ” ฟางเฉินกล่าว“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้เราน่าจะมาคุยว่าเราจะไปยังทวีปโบราณได้อย่างไรในเมื่อเส้นทางทั้งหมดถูกพวกอสุรและพวกหอคอยศักดิ์สิทธิ์ปิดหมดแล้ว และถ้าให้ข้าแนะนำอย่าไปยังเส้นทางของพวกหอคอยศักดิ์สิทธิ์จะดีกว่าไม่งั้นเจ้าได้ถูกกลั่นเป็นเม็ดยาแน่” ความโลภกล่าว“ถ้างั้นก็ไปยังเส้นทางของอสูรงั้นเหรอ จากแผนที่เราต้องเดินทางข้ามทะเลและ 1 ทวีปขนาดกลาง ซึ่งทวีปแห่งนั้นในตอนนี้ถูกปกครองโดยราชาอสูรแมงมุมเนตรมาร ซึ่งระดับของมันอยู่ระดับ 9 หรือเทียบเท่ากับราชาเซียน” ฟางเฉินกล่าว“ก็ถือว่าไปฝึกฝนด้วยเลยแล้วกันเพราะข้าเองก็คิดว่าเนื้อของอสูรเหล่านั้นจะต้องอร่อยมากแน่” ความโลภกล่าวพร้อมกับน้ำลายสอทันที“นี่สินะคือเป้าหมายของเจ้า ตลอดทางมาเจ้าจงใจให้ข้าปะทะกับพวกอสูรเพื่อที่เจ้าจะได้เอาเนื้อของพวกมันมาปรุงอาหารกินสินะ แถมเจ้ายังใช้สมุนไพรของข้าไปเป็นเครื่องเทศอีก” ฟางเฉินคำรามออกมาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวเรียกได้ว่าตั้งแต่ความโลภได้ร่างกายใหม่มันก็เอาแต่เผาผลาญทรัพยากรของเขาอย่างต่อเนื่องจนทรัพยากรที่เก็บมาจากนิกายราชสีห์แทบจะหมดแล้ว

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน