บทที่ 2
นักเขียนมือใหม่
พากรแซ่ง้วน หรือไผ่ อายุ 25 ปีเป็ลูกชายคนโตของที่บ้าน ครอบครัวของไผ่เป็ครอบครัวฐานะปานกลางพ่อกับแม่รับราชการเป็ครูสอนในโรงเรียนแถวบ้าน ไผ่มีน้องชาย 1 คน อายุห่างกัน 8 ปี ไผ่กับน้องชายสนิทกันมากเนื่องจากพ่อกับแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับพวกเขา ไผ่จึงรับหน้าที่เป็พี่เลี้ยงเด็กั้แ่วันที่น้องชายเขาเกิด
เมื่อไผ่อายุครบ19 ปีได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับชีวิตของเขา เขาได้สูญเสียทั้งพ่อ แม่และน้องชายไปพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ญาติพี่น้องที่เคยมีก็ขาดการติดต่อ ไร้ซึ่งการเหลียวแลปล่อยให้ไผ่ต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง
ไผ่เริ่มต้นการใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวโดยอาศัยเงินประกันที่พ่อกับแม่ได้ทำทิ้งเอาไว้ให้กับเขาพร้อมกันนั้นไผ่ก็เริ่มออกไปหางานพาร์ทไทม์ทำ...จนเขาสามารถส่งเสียตัวเองเรียนจนจบได้และโชคดีที่เมื่อไผ่เรียนจบ...เขาก็ได้เข้าไปทำงานเป็พนักงานบัญชีที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
หลังจากที่ไผ่สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์การสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตมาได้เขาก็ได้กลายเป็คนเก็บตัว ไม่ชอบสุงสิงกับคนอื่น ใช้ชีวิตเรียบง่ายเช้าตื่นไปทำงานเย็นเลิกงานกลับบ้าน วันไหนไม่ได้ไปทำงานเขาก็มักจะเก็บตัวอยู่บ้านดูหนังฟังเพลง และอ่านนิยาย ไผ่อ่านนิยายได้ทุกแนวแต่นิยายแนวที่ไผ่ชอบมากที่สุดก็คือนิยายแนวจีนโบราณ
ไผ่ชื่นชอบนิยายแนวนี้มากจนนึกอยากจะลองแต่งนิยายแนวนี้ดูสักเื่...
และด้วยความคิดนั้นของไผ่‘ลิขิตรักของท่านแม่ทัพไร้ใจ’จึงเป็นิยายเื่แรกในชีวิตของไผ่ซึ่งตอนนี้ไผ่ก็ได้แต่งนิยายเื่นี้มาจนถึง่ท้ายของเื่แล้ว และตอนนี้ไผ่ก็กำลังแต่งถึงบทที่เป็จุดจบ...ของตัวร้ายในนิยายของไผ่
..............................................
ณกระท่อมร้างกลางป่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ‘หยางิเซียน’ กำลังนั่งขดตัวอยู่ที่มุมหนึ่งในกระท่อมร้างหลังนั้น ด้วยสภาพที่ทั้งอ่อนล้าอ่อนแรง และอิดโรย ร่างกายของหยางิเซียนยามนี้เต็มไปด้วยาแฉกรรจ์จากการถูกฟันและถูกแทงหลายแห่งซึ่งาแฉกรรจ์ที่น่าจะรุนแรงที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นาแจากการถูกแทงที่หน้าท้อง...ซึ่งยามนี้ก็ยังคงมีเืไหลซึมออกมาไม่หยุดจนทำให้อาภรณ์ที่เขากำลังสวมใส่อยู่ตอนนี้ชุ่มโชกไปด้วยเืของเขา แต่เขาก็หาได้สนใจาแเ่าั้ไม่
หลังจากที่หยางิเซียนได้รู้ความจริงจากปากของมารดาเขาก็พาตัวเองวิ่งเตลิดเข้ามาป่า ยามนี้เขา้าที่จะหนี... ใช่! เขา้าหนีจากผู้คน หนีจากความเป็จริงหนีจากสิ่งที่ได้รับรู้
จนหยางิเซียนมาเจอเข้ากับกระท่อมร้างหลังนี้
หยางิเซียนนั่งจมอยู่กับตัวเองมาได้สักพักความเ็ปจากาแทางกายที่เขาได้รับ มันเทียบไม่ได้เลยกับความเ็ปทางใจที่เขากำลังเผชิญอยู่...
‘พี่ชาย...ชีวิตท่านที่สละให้ข้ามา ข้ากลับใช้มันไปทำร้ายคนที่ท่านรักคนในครอบครัวของท่าน’
‘ข้าขออภัยท่าน’
‘ฮุ่ยหลิง...แม้ข้าจะทุ่มเทมากมายเพียงใดสุดท้ายเ้าก็คงไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตาเ้าเลยใช่ไหม?’
‘ท่านแม่...ท่านเคยรักข้าจริงๆ สักครั้งบ้างหรือไม่ ท่านเคย้าหรือเคยเห็นข้าเป็ลูกของท่านบ้างหรือเปล่า?’
‘์...ท่านคงเกลียดข้ามากใช่ไหม? ถึงได้ลิขิตชีวิตข้าให้เป็เช่นนี้ท่านจะให้ข้ามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ในเมื่อไม่มีใคร้าข้าเลย’
‘ข้าเหนื่อยล้าเหลือเกินแล้ว...’
ความหนาวเย็นของหิมะไม่อาจช่วยเยียวยาาแทางกายและทางใจของหยางิเซียนได้เลย
และในคืนนั้นหยางิเซียนก็ได้ทิ้งร่างอันไร้ิญญาของตนเองไว้ที่กระท่อมร้างกลางป่าหลังนั้น
...............................................
“โอ้ย! เศร้าจัง!!”
‘เขียนเอง...เศร้าเอง นักเลงพอ!’
‘ทำไมถึงได้เขียนบทของตัวร้ายออกมาได้น่าสงสารขนาดนี้นะ’
‘เขียนบทนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ขอไปคิดบทอื่นก่อนแล้วกัน ไม่งั้นหดหู่จนนอนไม่หลับแน่คืนนี้’
และนี่คือความทรงจำสุดท้ายของไผ่ก่อนมาโผล่ณ. ที่แปลกๆ แห่งนี้...