เมื่อเฟยหรงบอกถึงชื่อภรรยาเฟิงหลินเทียนสีหน้าตกใจอย่างสุดขีด หัวใจเขาเต้นแรงอย่างไม่เขยเป็นมาก่อนชื่อของหญิงสาวที่เฟยหรงกล่าวออกมานั่นไม่ใช่ใครนอกจากชื่อของลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา และแน่นอนจากความตกใจในตอนแรกกลับกลายเป็นความปิติยินดีอย่างยิ่งที่ได้ชายหนุ่มมาเป็นลูกเขย
คนที่มีหน้าตาหล่อเหลาราวเทพบุตร มีพรสวรรค์เหนือโลก ทั้งยังมีความอ้อนน้อมถอมตน นั้นนับว่าหายากมากๆเลยทีเดียว เฟิงเสวียลูกสาวของเขาช่างเลือกผู้ชายได้ดีจริงๆ
"อะแฮ่ม เฟิงเสวียงั้นหรือ นางเป็นถึงคุณหนูของตระกูลเฟิงของเรา"
"คุณหนู!!"เฟยหรงตกตะลึงในทันใด ในความคิดของเขาเฟิงเสวียอาจจะเป็นเพียงสมาชิกรุ่นเยาว์คนหนึ่งของตระกูลเฟิงหรือไม่ก็เป็นลูกของผู้อาวุโสคนใดคนหนึ่งในตระกูลเฟิงเท่านั้นไม่คิิดว่าก่อนเลยว่านางจะมีฐานะที่สูงส่งเช่นนี้อยู่
"ใช่ นางเป็นคุณหนูของตระกูลเรา แล้วยังเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของผู้นำตระกูลหรือก็คือข้าเอง ฮ่าๆๆๆ"เฟิงหลินเทียนหัวเราะร่า แต่อาการของเฟยหรงกลับยิ่งตกตะลึงและตื่นตระหนกเข้าไปใหญ่ นี่ไม่ได้หมายความว่าชายด้านหน้าคือพ่อตาของเขาหรอกหรือ แล้วนี่เขาจะทำตัวอย่างไรดี
เฟยหรงร้อนรนไปหมดพร้อมกับทำท่าทีเงอะง่ะออกมาอย่างเห็นได้ชัด เฟยเทียนที่อยู่ใกล้ๆกันสายตาของมาที่บุตรชายอย่างประหลาดใจ นี่ลูกเขามีหญิงสาวมากมายขนาดไหนกันนะ ทั้งยังฉุกคิดไปถึงเด็กหญิงผมแดงที่เป็นหลานของเฟิงหลินเทียน หากลูกชายของเขาเป็นสามีลูกสาวของเฟิงเหลินเทียนจริง เช่นนั้นเฟิงหยุนเยว่ก็เป็นหลานสาวของเขาน่ะสิ ยิ่งไม่ไปถึงตรงนี้หัวใจของผู้เป็นปู่ของเขาก็เต้นแรงขึ้นในทันที ในเวลานี้เขาเต็มไปด้วยความดีใจอย่างสุดซึ้งนี่เขามีหลานเพิ่มอีกคนแล้ว
"ฮ่าๆๆเจ้าหนูอย่าร้อนรนไป ข้าไม่ได้สั่งห้ามอะไรเจ้าเสียหน่อย ทั้งสถานะรวมไปถึงพลังของเจ้าเองก็นับว่าแข็งแกร่งและคู่ควรกับเสวัยเอ๋ออยู่แล้ว รับรองได้ว่าไม่มีใครขัดขวางให้พวกเจ้าอยู่ด้วยกันอย่างแน่นอน"เฟิงหลินเทียนเหมือนเมื่อเห็นอาการของชายหนุ่มก็กล่าวออกมาเพื่อลดความกังวลของเขาลง เฟยหรงจึงได้ประสานมือคาราวะเฟิงหลินเทียนอีกครั้ง "ขอบคุณขอรับท่านผู้อาวุ......"
"เรียกข้าว่าพ่อตา!!"
"ขอรับท่านพ่อตา"เฟยหรงกล่าวอย่างเร็วพลัน เฟิงหลินเทียนหัวเราะร่า เขาได้ลูกเขยที่ยอดเยี่ยมมาแบบไม่ทันได้รู้ตัวในทีเดียว
"ฮ่าๆๆดีๆเฟยเทียนดูเหมือนพวกเราจะเกี่ยวดองกันแบบไม่ทันรู้ตัวเสียแล้ว เอาเช่นนี้เป็นอย่างไรเจ็ดวันนี้เรามาร่ำสุรากันเสียหน่อยเป็นอย่างไรถือว่าเป็นการฉลองไปในตัว
"หากท่านต้องการเช่นนั้นข้าก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร หวังว่าท่านจะไม่เมาจนคอพับคออ่อนเสียก่อนก็แล้วกัน"เฟยเทียนยกยิ้มพร้อมกล่าว
"ฮ่าๆๆพูดอะไรเช่นนั้น จักรพรรดิเทวะเช่นข้าจะเมาง่ายๆได้อย่างไรมาเถอะเจ้าลูกเขย เจ็ดวันนี้ดืมกับข้าผู้เป็นพ่อตาเสียหน่อย ได้โอกาสอันดีเช่นนี้จะนั่งคุยกันเฉยๆได้อย่างไร
เฟยหรงถูกเฟยเทียนและเฟิงหลินเทียนลากไปนั่งก่อนที่ประมุขหอกระบี่จะนำสุราออกมาไหใหญ่เพื่อฉลองให้กับเฟยหรงที่สามารถยกระดับพลังได้ทั้งยังได้ภรรยาผู้เพรียบพร้อมมาอีกหนึ่งคน
ในขณะที่ชายชาตรีกำลังร่ำสุรากันอย่างรื่นเริงนั้นทางฝั่งของเด็กหญิงทั้งสองในตอนนี้กำลังเล่นอยู่พยัคฆ์ขาวสามเนตรตัวโตที่อยู่บริเวณเกาะลอยฟ้าเหนือหมู่เมฆกันอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะเฟิงหยุนเยว่ที่นางเล่นกับพยัคฆ์สายฟ้าอยู่บ่อยๆเมื่อเห็นพยัคฆ์ตัวโตอยู่เบื้องหน้าจะไม่ให้นางตื่นเต้นได้อย่างไรและเข้าไปนอนในขนสีขาวอันนุ่มฟูอย่างหลงไหล
ทางด้านพยัคฆ์ขาวสามเนตรไป๋หู่เมื่อได้เด็กหญิงตัวน้อยมาคลอเคลียเขาก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้มีสายเลือดพยัคฆ์แต่ดูเหมือนไป๋หู่จะชื่นชอบนางเอามากๆเลยทีเดียว
"พี่สาวหยุนเยว่เห็นเเสงเมื่อครู่หรือไม่ นั่นคือพ่อของข้าเอง"ปิงลี่อินกล่าวอย่างภูมิใจออร่ามังกรตัวใหญ่นั่นนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของบิดาของนางอย่างชัดเจนดังนั้นนางจึงกล่าวด้วยท่าทีท่ี่ภาคภูมิใจ
"เอ๋ จริงหรือสุดยอดเลย พี่สาวเองก็อยากเห็นหน้าท่านพ่อบ้างจังน้าา"เฟิงหยุนเยว่กล่าวขึ้นด้วยสายตาเหงาหงอยปิงลี่อินได้ยินถึงกับผงะก่อนจะกล่าวอย่างสำนึกผิด "พี่สาวหยุนเยว่ ข้าขอโทษข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้ท่านต้องทุกข์ใจ"
"น้องสาวตัวน้อย ข้าไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย แม้จะไม่ได้เจอท่านพ่อแต่ท่านแม่บอกเสมอว่าท่านพ่อยอดเยี่ยมที่สุดและจะมาหาข้าในเร็ววัน ดังนั้นพี่สาวไม่ได้ทุกข์ใจแต่อย่างใด"เฟิงหยุนเยว่กล่าวพร้อมลูบหัวน้องสาวตัวน้อยเบาๆอย่างเอ็นดู พวกนางพากันเล่นกับไป๋หู่กันอยู่พักใหญ่ก่อนที่ฮั่วหลิงหลิงและหมิงเย่จะมาตามพวกนางกลับไปเนื่องจากในเวลานี้ใกล้จะค่ำแล้วนั่นเอง
ตัดกลับไปทางด้านเฟยหรงในเวลานี้เขาเป็นคนเดียวที่นั่งอยู่ได้เนื่องจากกายมังกรของเขาทำให้ไม่ได้รับผลของอาการมึนเมาจากสุรา แต่เฟยเทียนและเฟิงหลินเทียนนั้นไม่ใช่ สุราหมื่นบุผผาของหอกระบี่ดาวตกนั้นฤทธิ์แรงเกินไป เพียงดื่มไม่กี่อึดใจทั้งสองก็เมามายไม่ได้สติและในตอนนี้พวกเขาก็พากันหลับไปคาโต๊ะไปแล้วนั่นเอง
"เห้อ ไหนนอกว่าจะร่ำสุราเจ็ดวันติดไงไฉนจึงได้หมดฤทธิ์เพียงไม่กี่ชั่วยาม"เฟยเทียนส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่าย ในเวลานั้นจักรพรรดิมังกรหลงเสี่ยวหยาก็ย่อขนาดของตนเองและบินมาเกาะที่ไหล่ของเฟยหรง
"เจ้าหนู ยินดีด้วยที่เลื่อนขั้นอยู่ในระดับของนิพพานแล้ว ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้าเสียหน่อย"
"เชิญท่านกล่าว หากตอบได้ข้าจะตอบ"เฟยหรงแปลกใจเล็กน้อยที่จักรพรรดิมังกรทองอย่างหลงเสี่ยวหยามีเรื่องจะกล่าวถาม แต่ก็ไม่คิดบิดบังอะไรแต่อย่างใด ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าถามหากไม่เกินกำลังเขาก็กล้าตอบเช่นกัน
"กายศักดิ์สิทธิ์และเส้นลมปราณของเจ้ามีชื่อว่าอะไร"
"ไม่บิดบังผู้อาวุโส เส้นลมปราณของข้าคือมังกรบรรพกาล ส่วนกายศักดิ์สิทธิ์ของข้าออกจะพิเศษเล็กน้อยมันมีชื่อว่ากายเทพมังกรอมตะ โดยจะแบ่งออกเป็นห้าขั้นใหญ่ตามเผ่าพันธุ์ของพวกท่านนั่นคือกายมังกรทองแดงระดับพลังกายมังกรชนชั้นต่ำ กายมังกรเงินมีระดับเท่ามังกรชนชั้นกลาง กายมังกรทองมีพลังเท่ากับมังกรชนชั้นสูง กายมังกรสวรรค์เทียบเท่าจักรพรรดิมังกรหรือมังกรชนชั้นปกครองซึ่งข้าอยู่ในระดับนี้ สุดท้ายคือกายเทพมังกรซึ่งในระดับนี้ข้าเหมือนจะติดคอขวดอยู่และไม่สามารถบรรลุมันได้ขอรับ"เฟยหรงกล่าวอธิบายอย่างละเอียดเนื่องจากเจอปัญหาใหญ่ในเรื่องนี้เหมือนกันและไม่สามารถบรรลุขั้นสูงสุดได้ ดังนั้นการที่เขาปรึกษาเรื่องนี้กับหลงเสี่ยวหยาจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
"คาดไว้ไม่มีผิด!! กายเทพมังกรอมตะคือกายศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตำนานของเผ่าพันธุ์มังกร ไม่แปลกที่เจ้าจะบรรลุขั้นสูงสุดของมันไม่ได้ ว่ากันว่าขั้นสุดท้ายจะต้องใช้เลือดของเทพมังกรในการเปิดผนึก ดังนั้นต่อให้ใช้เลือดทั้งร่างของข้าก็ไม่อาจที่จะปลดผนึกขั้นต่อไปให้กับเจ้าได้"เฟยหรงเมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจดูเหมือนเขาจะไม่มีวาสนากับกายเทพมังกรอมตะขั้นสุดท้ายนี้เสียแล้ว
"อีกอย่างข้าอยากจะเตือนเอาไว้ เจ้าต้องระวังตัวให้มากขึ้นนับจากนี้เป็นต้นไปหากยังมีพลังไม่พออย่าเข้าใกล้ตระกูลหลงและวิหารสยบมังกรโดยเด็ดขาด"หลงเสี่ยวหยากล่าวเสริม
"ตระกูลหลง?? วิหารสยบมังกร??"เฟยหรงเกิดคำถามในใจทำไมเขาต้องหลีกเลี่ยงสองขุมกำลังนี้กัน
"ตระกูลหลงคือผู้สืบทอดสายเลือดมังกรและมีจักรพรรดิมังกรเพลิงหลงฮุยอยู่เบื้องหลัง การที่ผู้มีพรสวรรค์ของมังกรปรากฏตัวขึ้นย่อมดึงดูดใจของพวกเขามากทีเดียวและพวกเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้าเข้าร่วมกับพวกเขา ส่วนทางด้านวิหารสยบมังกรเจ้าพวกนั้นคือพวกที่ดื่มกินเลือดเนื้อของมังกรทั้งยังเป็นขุมกำลังระดับสูงที่น่ากลัว มังกรตนใดหากไม่ใช่ชนชั้นปกครองอย่างข้ามักจะถูกพวกมันล่าสังหารจนหมดสิ้น แต่ถึงกระนั้นเหล่าจักรพรรดิมังกรก็ไม่สามารถลงมือกับพวกมันได้เพราะมันมีตำหนักรัตติกาลหนุนหลัง"เมื่อพูดถึงวิหารสยบมังกรและตำหนักรัตติการ น้ำเสียงของหลงเสี่ยวหยาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ขุมกำลังระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่อะไรที่เขาจะต่อต้านได้
"เป็นเช่นนั้น ข้าจะระวังตัวเอาไว้"เฟยหรงไม่กล่าวถามอีกต่อไปเพราะมันจะไปกระตุ้นความโกรธแค้นของเหล่าเสี่ยวหยามากขึ้นไปอีก
"ท่านพ่อ!!!"ในขณะที่หนึ่งคนหนึ่งมังกรกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เด็กหญิงผมสีเงินก็วิ่งเข้ามากระโดดกอดหลังของเขาเอาไว้จนหลงเสี่ยวหยาที่อยู่ที่ไหล่ถึงกับต้องกระโจนหนี
"เจ้าเด็กคนนี้ ซุกซนใหญ่แล้ว"เฟยหรงบีบจมูกบุตรสาวเล็กน้อย ต่อมาไม่นานสายตาของเขาชำเรืองไปพบกับเด็กหญิงตัวน้อยอีกหนึ่งคนที่ยืนมองเขาตาใสแป๋ว ด้านหลังมีหญิงสองคนตามมา ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านขึ้นในโดยพลันกายมังกรสวรรค์เกิดปฏิกิริยาขึ้นอย่างไม่ทันที่เขาได้ตั้งตัว
เฟยหรงยืนขึ้นอุ้มปิงลี่อินและนั่งลงต่อหน้าของเด็กหญิงผมสีแดงก่อนจะกล่าวถาม "ชื่ออะไร"
"ฟะ เฟิงหยุนเยว่ ข้าชื่อเฟิงหยุนเยว่เจ้าคะ"เมื่อได้ยินคำกล่าวของเด็กหญิงดังขั้นเฟยหรงดึงนางเข้ามากอดในอ้อมอกของเขาอีกข้างด้วยความอบอุ่น
"ลูกของเฟิงเสวียใช่หรือไม่"เฟยหรงกล่าวถามอีกครั้ง
"อ๊ะ ท่านน้ารู้จักท่านแม่ด้วยหรือเจ้าคะ"เฟงิหยุนเยว่กล่าวถาม
"เด็กโง่ ทำไมข้าจะไม่รู้จัก ข้าคือพ่อของเจ้า"เฟยหรงกล่าวออกไปดังนั้น เฟิงหยุนเยว่ที่ได้ยินพลันนิ่งค้างในทันที จะหันไปหาผู้เป็นตาก็ดูเหมือนว่ากำลังหลับอยู่
"ท่านคือท่านพ่องั้นหรือ"เฟิงหยุนเยว่มองไปที่หน้าของเฟยหรงพร้อมกล่าวขึ้นเพื่อยืนยัน ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับกล่าวยืนยันว่า"ใช่"