ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน

    บทที่ 36 คลั่งไคล้คอสเพลย์

    บทที่ 36 

    คลั่งไคล้คอสเพลย์


    ในตอนนี้ปิงปิงและหลิงหลิงพากันงุนงงไปเลย 


    พวกเธอไม่ได้คาดคิดเรื่องนี้มาก่อน แม้จะคิดและวางแผนมาอย่างดีแล้ว แต่ท้ายสุดคนที่อยู่ในแผนกลับกลายเป็นพวกเธอเสียเอง 


    เมื่อคิดได้ว่าทั้งสองสาวนั้นยังเป็นสาวมหาลัยสุดสวยแล้ว พวกเขาต่างเหี้ยนกระหายในกามารมณ์กับพวกเธอจนออกนอกหน้า ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆแล้วล่ะก็ ภาพคงไม่น่าดูซักเท่าไหร่เลยเชียว 


    รถคันหรูใกล้จะถึงชานเมืองเข้าเต็มที จนในที่สุดมันก็มาจอดตรงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังเดียว 


    และเพราะมันเป็นชานเมือง คฤหาสน์หลังนี้จึงค่อนข้างปลีกวิเวกสุด รอบๆนั้นก็ไม่มีบ้านเรือนอื่นๆอยู่ใกล้ๆในระยะหลายไมล์ด้วย


    เมื่อประตูรถเปิด เอ้อฮั่วและเหล่าเซียงก็ออกมาจากรถและยืนอยู่ที่ประตูด้านหลังรถทั้งสองข้าง


    ประตูไฟฟ้าที่ด้านหลังนั้นค่อยๆเปิดออก เย่เหลียงไม่รอช้าที่จะพาเอ้อซีซีลงมาและเดินตรงไปยังทางเดินที่พาเข้าคฤหาสน์หลังนั้น


    แม้เอ้อซีซีจะไม่ได้อยากจะไป แต่เขาก็ยังพยายามลากสาวน้อยเข้าคฤหาสน์ไปให้ได้ 


    ซูหลี่เหยา ปิงปิงและหลิงหลิงเองก็โดนชายหนุ่ม 2 คนเดินตามด้วย เอ้อฮั่วและเหล่าเซียงนั้นรอให้ทั้งหมดเดินเข้าไปก่อน พวกเขาจึงเดินตามเข้าไปทีหลัง 


    ด้วยการที่คฤหาสน์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นท่ามกลางป่าใหญ่นั้น ก็แสดงให้เห็นมากพอแล้วว่าสถานะของตระกูลและเงินทองที่พวกเขามีนั้นมากมายขนาดนั้น เพราะการกระทำเช่นนี้นั้นไม่ใช่ว่าแค่มีเงินก็ทำได้ หากแต่ต้อง “มีอำนาจ” ด้วย ไม่งั้นแล้วกฎหมายเองก็จะสามารถเล่นงานได้หากมาสร้างอะไรในที่แบบนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต


    พ่อของเย่เหลียงอย่าง เย่เฉิน นั้นเกิดขึ้นที่ข้างถนน หลังจากที่เขาพยายามทำธุรกิจต่างๆนานาในท้ายสุดก็ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทั้งธุรกิจที่มันถูกและผิดกฎหมายปนๆกันไป


    ภายในเมืองตงหลิงแห่งนี้ ตระกูลเย่ถูกนับว่าเป็น 1 ในตระกูลที่มีอำนาจระดับสูง เพราะงั้นมันเลยทำให้เย่เหลียงกล้าที่จะทำตัวหยิ่งผยองไม่ว่าจะกับอะไรก็ตาม 


    ด้วยความที่เป็นตระกูลระดับสูงของเมืองนี้นั้น เขาไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น และเมื่อไหร่ที่เขาเจอผู้หญิงที่ถูกใจ เขาก็จะฉุดเธอและพามายังคฤหาสน์แห่งนี้


    ไม่ว่าจะเป็นสาวบริสุทธิ์หรือผู้หญิงดีๆ พวกเธอล้วนถูกพามายังที่แห่งนี้ เมื่ออยู่ใต้อาณัติของเย่เหลียงแล้ว สาวๆเหล่านั้นจะถูกเรียกตัวมาทุกๆวัน โดยไม่สนว่าเธอจะต้องทำงานหรือไม่ พวกเธอทำได้แค่เชื่อฟังคำสั่งของเขาเท่านั้น 


    ยิ่งไปกว่านั้นครั้งหนึ่งเย่เหลียงเคยตกหลุมรักภรรยาของเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ซึ่งแม้จะอายุกว่า 30 ปีแล้วแต่เธอก็ยังคงไว้ซึ่งความงามอันไร้ที่ติไว้อยู่ 


    ตอนนั้นเขารู้สึกได้เลยว่าหัวใจเขามันสปาร์คกับเธอแล้ว เขานั้นพยายามมัดเธอและจับเธอโยนขึ้นรถไปเพื่อพามายังคฤหาสน์แห่งนี้เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน


    หลังจากที่เขาปล่อยตัวภรรยาของเจ้าของร้านไป เธอก็ร้องไห้ฟูมฟาย ทางด้านเจ้าของร้านอาหารนั้นก็ไม่ยอมและแจ้งตำรวจ 


    แต่ในท้ายสุด เมื่อเย่เฉินและเย่เหลียงไปยังสถานีตำรวจครู่หนึ่ง คดีนี้ก็ถูกปิดไป หนำซ้ำเจ้าของร้านอาหารและภรรยาก็ยังต้องหนีออกไปจากเมืองตงหลินแห่งนี้เงียบๆโดยไม่กลับมาอีกเลยด้วย 


    เพราะงั้นแล้วจึงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ภายในเมืองตงหลิงแห่งนี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะกล้ามีเรื่องกับตระกูลเย่นี้ แต่คนเหล่านั้นก็ไม่อยากจะมีเรื่องกับตระกูลเย่เสียเท่าไหร่ นั่นเพราะว่าถึงจะกล้าหากแต่ตระกูลเย่ก็มีกำลังพอที่จะฝังคนเหล่านี้ได้เช่นกัน ดังนั้นถ้ารักชีวิตพวกเขาก็จะไม่พยายามมีเรื่องกันตราบที่เป็นมาตลอด 


    และนี่เองที่เป็นสิ่งที่หล่อหลอมนิสัยที่ชอบทำตัวเหนือกฎหมายของเย่เหลียง ตราบใดที่เขานั้นยังอยู่ภายในคฤหาสน์แห่งนี้ เขานั้นจะมีอำนาจเต็มที่ รวมถึงไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่กล้าเข้ามารบกวนเขา เพราะทุกคนล้วนรู้อยู่แล้วว่าที่นี่เป็นคฤหาสน์ของเขา


    “มานี่ๆ ทางนี้เลยทูนหัว มาห้องนี้”


    เย่เหลียงลากเอ้อซีซีเข้ามายังห้องนอนที่อยู่บริเวณกลางชั้นที่ 3 เลย เขาล็อกประตูก่อนจะหันและเดินไปทางเอ้อซีซีช้าๆด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า 


    “น-นาย...อย่าเข้ามานะ! ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะ...”

    เอ้อซีซีถอยหนีด้วยความกลัวพร้อมกับร้องขอความเมตตา ใบหน้าสวยของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เธอปลอดภัยขึ้นเลย เพราะยิ่งเธอกลัว มันก็ยิ่งกระตุ้นให้คนซาดิสท์อย่างเย่เหลียงนั้นมีความสุขและตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก 


    “อ๊า!”


    เสียงร้องนั้นเป็นของเอ้อซีซี เธอหนีหัวซุกหัวซุนไปยังมุมหนึ่งของห้องก่อนจะสะดุดขาตัวเองและเสียสมดุลก่อนจะล้มไปบนเตียงนั้น 


    “ฮ่าๆๆๆ ทูนหัว ฉันกำลังจะพาไปที่เตียงพอดี ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ฮ่าๆๆๆ”


    เย่เหลียงส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้นพร้อมพุ่งตัวไปยังเตียงทันที


    ในตอนนั้นเอง ทางฝั่งถนนใกล้ๆมหาวิทยาลัยตงหลิง 


    “เห้ย ดูนั่น ใช่คอสเพลย์ปะ? อะไรล่ะนั่น?”


    “มีไอ้พวกบ้าคอสเพลย์ที่ไหนกล้าแต่งคอสมาในที่แบบนี้ด้วยเหรอ?”


    “โห้ย! ดูเกราะนั่นดิ ดูร้อนแรงสุดๆไปเลยนี่หว่า เหมือนไฟจริงๆเลย!”


    “ให้ตายเถอะ หน้ากากนั่นดูน่ากลัวชะมัดเลย ถ่ายวิดีโอสั้นๆแล้วโพสต์ลงเน็ตไปได้กลายเป็นกระแสแหงๆ”


    ….


    เหล่าคนเดินเท้าข้างถนนนั้นต่างมองไปยังทางเดียวกัน พวกเขามองไปยังชายผู้สวมชุดเกราะสีแดงดั่งไฟพร้อมๆกันโดยไม่ได้นัดหมาย


    ชายคนนั้นก็คืออู๋ตี้นั่นเอง เขานั้นเดินมาทั้งมหาลัยแล้วแต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของเย่เหลียงและเอ้อซีซีเลย เพราะงั้นมันเลยทำให้เขาต้องออกมาหาต่อนอกมหาลัยแบบไร้จุดหมายราวกับแมลงวันไร้หัวที่คาดหวังจะเจอแนวทางให้ไปต่อ


    ที่สวนด้านหลังมหาวิทยาลัยนั้น อู๋ตี้เริ่มต้นจากลองบินขึ้นไปสูงกว่า 10 เมตร เขาเริ่มควบคุมพลังของตนและเริ่มเดินได้แบบปกติบ้างแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ตัวเขาเองต้องเป็นข่าวในวันรุ่งขึ้น 


    แต่หลังจากตามหามาครึ่งค่อนชั่วโมง โดยเริ่มจากภายในมหาวิทยาลัยจากนั้นก็มาถนนด้านนอก เขาก็ยังไม่เจอทั้งเอ้อซีซีและเย่เหลียงเลย


    ตอนนี้หัวใจของเขามันกระวนกระวายไปหมด ถึงแม้เขาจะมีเกราะแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเธออยู่ไหนมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร 


    ขณะนั้นเอง กลุ่มอันธพาลกลุ่มหนึ่งก็ผ่านเข้ามา ผมของพวกเขานั้นมีทั้งสีเหลืองสีแดง พวกเขาผ่านหน้าอู๋ตี้ก่อนจะหยุดลง 


    “อย่ามาขวางทางน่า ฉันกำลังรีบ!” อู๋ตี้พูดด้วยเสียงดัง เขานั้นไม่มีเวลามายุ่งกับอันธพาลพวกนี้หรอก 


    “โอ้ ไอ้หมอนี่ดุแฮะ” ชายผมสีเหลืองที่สูบบุหรี่อยู่ในปากนั้นมองไปยังอู๋ตี้ด้วยความสงสัย


    “ไอ้หนุ่ม ชุดสวยนี่หว่า เอาล่ะ รีบๆถอดแล้วคลานออกไปได้แล้ว!”


    กลายเป็นว่าพวกอันธพาลพวกนี้ดันสนใจชุดอู๋ตี้ซะงั้น


    อู๋ตี้ขมวดคิ้วภายใต้หน้ากาก เขายังไม่อยากจะมีปัญหาอะไร ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือหาเอ้อซีซีให้เจอ ยิ่งเร็วยิ่งดี 


    “ฉันไม่มีเวลามาเสียกับพวกแกหรอกนะ รีบๆหลบไปได้แล้ว!”


    “ไอ้หนุ่ม แกไม่รู้เหรอว่าพวกเราเป็นใคร หือ?” 1 ในชายผมแดงมองเหยียด 


    “แกรู้หรือเปล่าว่าพวกเราน่ะขึ้นตรงกับใคร? พูดไปแล้วเดี๋ยวจะหาว่าขู่ พวกเราน่ะ ขึ้นตรงกับเย่เหลียงแห่งตระกูลเย่ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในเมืองตงหลิงนี้เลยนะเว้ย! ลูกพี่เย่น่ะชื่นชอบชุดคอสเพลย์มากๆ ถ้าแกไม่ให้พวกเรามาล่ะก็ มันก็เหมือนแกปฏิเสธพี่เย่ จากนั้นก็ลองคิดดูเองละกันว่าแกกับครอบครัวจะทำยังไงถ้าไม่มีที่ให้อยู่ในเมืองนี้!”


    ตระกูลเย่? เย่เหลียง?


    น่าตกใจจริงๆ กำลังคิดอยู่เลยว่าจะหาตัวเย่เหลียงยังไงดี ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอลูกน้องเย่เหลียงบนท้องถนนแบบนี้ 


    อู๋ตี้รีบยกมือขึ้นไปจับไหลอันธพาลหัวแดงทันทีพร้อมกับถามอย่างเร่งรีบ 


    “นายรู้หรือเปล่าว่าเย่เหลียงอยู่ที่ไหนตอนนี้? บอกฉันที”


    “อั่ก! โอ๊ยยยยย พระเจ้าาาา มันเจ็บนะเว้ยเฮ้ย!”


    ชายผมแดงร้องโอดครวญ ความรู้สึกที่เหมือนไหล่ทั้งสองข้างจะแตกเป็นเสี่ยงๆนั้นมันหนักหนาเอาการเลย 


    เมื่ออู๋ตี้รู้สึกได้ว่าตัวเขาเองลืมที่จะควบคุมความแข็งแกร่ง เขาก็รีบปล่อยมือออกมาและเอ่ย “ขอโทษที พอดีว่าฉันกำลังตามหาตัวเย่เหลียงอยู่ พอดีว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเขาน่ะ เพราะงั้นช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหม?”


    อันธพาลหลายคนนั้นต่างมองอู๋ตี้ด้วยความประหลาดใจบนใบหน้า ส่วนภายในใจนั้นก็พากันสงสัย พวกเขาไม่เชื่อว่าชายตรงหน้านี้คือเพื่อนของลูกพี่เย่แน่ๆ 


    มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมากๆถ้าจะบอกว่าลูกพี่เย่ของพวกเขาจะไปงานคอสเพลย์ ถึงแม้ปกติเขาน่าจะชอบไปแต๊ะอั๋งสาวๆคอสเพลย์ก็ตาม แต่น้อยครั้งมากที่จะมีเพื่อนเป็นคอสเพลเยอร์แบบนี้ 


    เพราะงั้นแล้วเหล่าอันธพาลจึงเริ่มที่จะจองหองขึ้นมาทีละนิดแล้ว ทันใดนั้นอันธพาลผมสีเหลืองก็เอ่ยถามอย่างรอบคอบ “นายรู้จักลูกพี่เย่งั้นเหรอ? แล้วนายจะบอกอะไรกับลูกพี่ล่ะ?”

    อู๋ตี้รีบหันไปมองและตอบกลับทันที “ใช่ๆ ฉันรู้จักลูกพี่เย่ เขาและฉันนั้นเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน การที่ฉันมาหาเขาในวันนี้นั้นก็เพราะว่ามีเรื่องสำคัญมากๆ เพราะงั้นช่วยบอกฉันหน่อยว่าเขาอยู่ไหนตอนนี้”


    เขาพูดด้วยความจริงใจ นั่นก็เพราะว่าในสายตาเขา วิธีนี้อาจจะเป็นทางเดียวที่จะทำให้หาตัวเย่เหลียงได้


    แต่ทำไปทำมาพวกอันธพาลพวกนั้นกลับเชื่อขึ้นมาซะอย่างงั้น นั่นก็เพราะว่าลูกพี่เย่ของพวกเขานั้นค่อนข้างจะเป็นที่รู้จักในวงกว้างบนถนนสายนี้ ดังนั้นเป็นไปได้ว่าเขาจะมีเพื่อนเป็นคอสเพลเยอร์เช่นนี้ด้วย 


    ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงไม่กล้าทำตัวหยิ่งยโสไปมากกว่านี้ ท่ามกลางพวกเขา ชายคนหนึ่งผู้มีหัวหลิมก็เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ดูหยาบคาย “ลูกพี่เย่บอกพวกเราไว้เมื่อเช้าว่า ห้ามให้ใครรบกวนตั้งแต่หลังบ่าย 3 เป็นต้นไป ดูเหมือนว่าพี่เย่จะไปได้สาวสวยมาแล้วกำลังไปเสพสุขกันอยู่ที่คฤหาสน์ทางใต้นอกชานเมืองนู่น ในเมื่อเขาบอกมางั้น เราก็ต้องเชื่อฟัง”


    “แล้วคฤหาสน์นั่นอยู่ที่ไหนน่ะ?” อู๋ตี้ถามต่อด้วยความตื่นเต้นทันที


    จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง? นั่นก็เพราะสาวที่เย่เหลียงพาไปก็คือเอ้อซีซี ซึ่งพอคิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว อู๋ตี้ก็กำหมัดแน่นเลย 


    ความตื่นเต้นของอู๋ตี้นั้นทำเอาอันธพาลหลายคนเกิดหวาดกลัวขึ้นมา ชายหัวหลิมเห็นดังนั้นก็เตรียมจะพูดต่อหากแต่อันธพาลหัวแดงเข้ามาห้ามเขาไว้ก่อน


    อู๋ตี้เห็นดังนั้นก็คิดในใจขึ้นมา ‘ม-ไม่เนียนเหรอ? นี่ต้องเปิดเผยตัวจริงแล้วเหรอเนี่ย!?’


    ชายหัวแดงมองไปยังเขาก่อนจะพูดขึ้นช้าๆ “น้องชาย ฉันแนะนำให้นายไม่ไปหาลูกพี่เย่ตอนนี้จะดีกว่านะ เพราะใครก็ตามที่เข้าไปยุ่งกับลูกพี่เย่ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพาตัวเองไปหาความตายนั่นแหละ” กลับกลายเป็นว่าอันธพาลคนนี้มาเตือนเขาด้วยความหวังดีซะงั้น 


    อู๋ตี้โล่งอกก่อนจะพูดต่อ “ไม่เป็นไร จริงๆลูกพี่เย่บอกให้ฉันไปหาเขาที่คฤหาสน์น่ะ แต่โทรศัพท์ฉันดันมาพังไปก่อนก็เลยไม่รู้ว่าจะหาที่นั่นจากไหน เอาเป็นว่าแค่รีบๆบอกที่ตั้งของคฤหาสน์นั่นมาก็พอ ขืนไปช้าเดี๋ยวฉันจะโดนลูกพี่เย่โกรธเอา”


    หัวแดงยังคงมองอู๋ตี้ด้วยความสงสัยอยู่ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะพูดขึ้น “งั้นถ้ายังไงเดี๋ยวฉันโทรไปบอกลูกพี่เย่ให้ชัวร์ก่อนละกัน”


    ภายใต้หน้ากากนั้น บนหน้าผากของอู๋ตี้มีเหงื่อไหลเต็มไปหมดขณะที่มองอันธพาลหัวแดงที่กำลังกดเบอร์ของเย่เหลียงอยู่