เปลวเพลิงจากคำสาปที่หลั่งออกมาจากเงาเทวะทมิฬยังคงแผดเผาทุกสิ่ง
เสียงคำรามของเงานั้นแทรกเข้าในจิตใจของทุกคน—แม้แต่ชาลีที่บินอยู่บนฟ้า ก็ทรุดร่วงลงมาเพราะพลังที่มองไม่เห็น
> “นี่มัน…ไม่ใช่พลังที่พวกเราจะสู้ได้อีกแล้ว…”
ทศพลกัดฟันแน่น หอบกล้าซึ่งาเ็สาหัสไว้บนหลัง
ออรพิณ พยายามยันตัวขึ้นด้วยไม้เท้าเวทที่แตกหัก
> “แก่นเวทในตัวข้า…กำลังจะถูกดูดออกไปหมด…”
—ทุกคนล้มแล้ว
เหลือเพียงทศพล ที่ยังลุกขึ้นยืนอย่างเซ
เขาหันไปมองเงาทมิฬที่ค่อย ๆ พ้นจากผนึกแสงอักขระเื
ขนาดร่างนั้นสูงเกินสิบเมตร แขนั์กวัดแกว่งด้วยแรงที่บดขยี้ต้นไม้ทั้งแถบได้ในพริบตา
> “ถ้าข้ายังหนีไม่ทัน…พวกเราจะตายหมดตรงนี้…”
ทศพลสูดหายใจลึก ใช้พลังเฮือกสุดท้าย ะเิฝ่าเท้าออก
ท่าก้าวของเขา—ไม่ใช่ท่าเดินธรรมดา
มันคือท่ามวยโบราณที่ครูสุริยาเคยสอน “ย่างสามขุมฝ่าแดนภพ”
เขาเหวี่ยงร่างกล้าขึ้นขี่หลัง ช้อนตัวออรพิณที่หมดสติไว้ในแขน และะโ
> “ชาลี! พาฉันไปทางทิศเหนือ!”
ชาลีที่แม้จะาเ็ยังตอบรับทันที
ขนนกของเขาสั่นสะท้าน แต่เขาฝืนใช้พลังสุดท้ายเปิดม่านลมหมุนขึ้นพาทุกคนหายลับไปจากพื้นที่การล่มสลาย
—และในวินาทีที่พวกเขาหายไป
ผนึกแตกหมดแล้ว
เงานั้นยืดตัวขึ้นจนแตะเมฆ
เสียงหัวเราะของมันดังกึกก้องไปทั่วอาณาจักรทั้งแผ่นดิน
> “หลบหนีไปเถิด…เด็กน้อยทั้งหลาย…”
“แต่ตำนานนี้ จะจบลงตรงที่ข้า้าเท่านั้น…”
—
ตัดไปยังเงามืดในถ้ำทางเหนือ
ทศพลทรุดตัวลง ร่างกายเต็มไปด้วยาแ
กล้าหลับไปอย่างไร้สติ ขณะหัวใจยังเต้นช้า ๆ
มือของเขากำแน่น…เหมือนยังไม่ปล่อยหมัดสุดท้ายออกไป
> “เ้าเป็คนเดียว…ที่ยังไม่ได้ปล่อยหมัดของเ้าเอง”
เสียงหนึ่งดังมาจากในความมืด
—ครูสุริยา เดินออกมาจากเงา
> “เ้าผ่านมาไกลแล้ว กล้า”
“แต่นี่คือบททดสอบสุดท้าย…หมัดที่เ้าต้องสร้างขึ้นด้วยตัวเอง เพื่อจบตำนานนี้ด้วยมือเ้า”
—
จบตอนที่ 16: บทเริ่มแห่งหมัดสุดท้าย
> ตำนานไม่ได้จบลงที่ชัยชนะ แต่เริ่มจากการยืนหยัดแม้รู้ว่าแพ้
หมัดของกล้ายังไม่ถูกปล่อย—และมันอาจเป็หมัดสุดท้ายของมนุษย์ก่อนรุ่งอรุณแห่งเทพา