มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 3 ตอนที่ 118.หนึ่งต่อหนึ่ง(2)

    ภายในห้องประชุมทุกฝ่ายต่างมีเหตุผลของตัวเอง

    ประเทศที่มีคนจากชุดแรกย่อมต้องการรักษาสิทธิ์ของตัวเอง

    ขณะที่ประเทศ ที่ไม่มีคนจากชุดแรกก็ไม่ต้องการถูกตัดออก

    จากโอกาสครั้งสำคัญที่สุดของมนุษยชาติ

    บรรยากาศภายในห้องประชุม

    เริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งจนกระทั่ง

    นัท

    ที่นั่งเงียบมานานค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน

    การเคลื่อนไหวของเขา ทำให้สายตาหลายคู่ หันมามอง

    นัทมองไปรอบห้อง ก่อนพูดขึ้น

    “ผมมีเรื่องหนึ่ง”

    “ที่คิดว่าทุกคนควรรู้ก่อน”

    ไม่มีใครพูดแทรกเพราะนัท คือหนึ่งในคน

    ที่เดินทางไปไกลกว่าคนส่วนใหญ่

    เขาไม่ได้เพียงผ่านการทดสอบ

    ไม่ได้เพียงเข้าสู่โลกที่ 1

    แต่เขา ยังเดินทางต่อไปถึงโลกที่ 2 คนแรก

    นัทสูดลมหายใจเบาๆก่อนพูดต่อ

    “จากข้อมูลที่ผมเคยสำรวจ”

    “และจากสิ่งที่ผมเดินทางไปเจอมา”

    “พวกเราไม่ได้พาคนเข้าไปได้แค่หนึ่งร้อยคน”

    คำพูดนั้นทำให้หลายคนขมวดคิ้วทันที

    นัทพูดต่อ

    “หนึ่งร้อยคน”

    “เป็นเพียงโควต้าที่มีอยู่ตอนนี้”

    “แต่มันไม่ได้หมายความว่า”

    “ในอนาคตจะเพิ่มไม่ได้”

    ภายในห้องเริ่มมีเสียงพูดคุยเบา ๆ

    ตัวแทนจากหลายประเทศหันไปมองกันเอง

    เพราะหากสิ่งที่นัทพูดเป็นจริง

    ความหมายของการประชุมครั้งนี้

    ก็เปลี่ยนไปทันทีประเทศต่าง ๆ

    ไม่ได้กำลังแย่งชิงโควต้าที่จะมีอยู่ตลอดไป

    แต่กำลังพูดถึงโควต้าในช่วงแรกเท่านั้น

    นัทมองผู้คนที่อยู่ตรงหน้าก่อนพูดคำต่อไป

    “แต่มีเรื่องหนึ่ง”

    “ที่พวกคุณต้องเข้าใจ”

    น้ำเสียงของเขา จริงจังขึ้น

    “การเพิ่มโควต้า”

    “มันไม่ได้ได้มาฟรี ๆ”

    ห้องประชุม กลับมาเงียบอีกครั้ง

    “หากต้องการเพิ่มจำนวนคน”

    “พวกเราต้องออกไปหาสิ่งที่เรียกว่า”

    นัทหยุดไปชั่วครู่

    “ศิลาเวท”

    หลายคน ที่ไม่เคยได้ยินชื่อนั้น เริ่มมีสีหน้าสงสัย

    แต่สำหรับคนหนึ่งร้อยสิบสองคน

    ที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของห้อง คำพูดนั้น

    ไม่ได้ทำให้พวกเขาประหลาดใจ

    เพราะพวกเขาต่างรู้แล้วว่า สิ่งของจากต่างโลก

    สามารถเปลี่ยนอนาคต ของมนุษย์ได้

    นัทพูดต่อ

    “และการจะได้ศิลาเวทมา”

    “ก็ไม่ได้หมายความว่า”

    “เราแค่เดินเข้าไป”

    “แล้วเก็บมันกลับมา”

    เขามองไปยังตัวแทน จากประเทศต่าง ๆ

    “พวกเราต้องไปสู้”

    “กับปีศาจ”

    คำพูดนั้นทำให้ห้องประชุมเงียบลงกว่าเดิม

    “และไม่ใช่แค่ปีศาจ”

    “ในโลกนั้น”

    “ยังมีเผ่าพันธุ์อื่น”

    “อีกนับพัน ๆ เผ่า”

    ไม่มีใครพูดอะไร

    นัทมองสีหน้าของผู้คน

    ก่อนถามขึ้นตรง ๆ

    “พวกคุณคิดว่า จะส่งใครไป?”

    คำถามนั้นทำให้หลายคนชะงักไป

    ก่อนหน้านี้พวกเขากำลังพูดถึงโควต้า

    กำลังพูดถึงสิทธิ์

    กำลังพูดถึง

    การคัดเลือกแต่แทบไม่มีใคร

    พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากก้าวผ่านจุดวาป

    นัทพูดต่อ

    “จะส่งทหารไป?”

    “นักวิทยาศาสตร์?”

    “หมอ?”

    “วิศวกร?”

    “หรือคนธรรมดา?”

    เขาหยุด

    ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักขึ้น

    “แล้วคนที่ถูกส่งไป”

    “พร้อมจะสู้จริงหรือเปล่า?”

    ไม่มีใครตอบ

    นัทกำมือแน่นเล็กน้อย

    ความทรงจำบางอย่าง

    ปรากฏขึ้นในหัวของเขา

    ไม่ใช่โลกที่ 2

    ไม่ใช่เมืองใหญ่

    และไม่ใช่กิลด์

    แต่เป็น

    จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

    วันที่มนุษย์ นับหมื่นคน

    ถูกพาออกจากโลกเดิม

    “พวกคุณกำลังคิดว่า”

    “การเข้าไปในโลกนั้น”

    “คือโอกาส”

    นัทพูดช้า ๆ

    “มันก็เป็นโอกาสจริง”

    “แต่พวกคุณกำลังลืม”

    “อีกด้านหนึ่งของมัน”

    เขาเงียบไปชั่วครู่

    ก่อนพูดขึ้น

    “พวกเรา”

    “ไปกันหนึ่งหมื่นคน”

    ภายในห้องหลายคน

    เริ่มมองเขาอย่างตั้งใจ

    “แต่ก่อนจะเข้าไปถึงโลกที่ 1”

    นัทพูดต่อ

    “มีคนตายไปแล้ว”

    “ประมาณเก้าพันแปดร้อยคน”

    ความเงียบเกิดขึ้นทันที

    ไม่มีเสียงพูดคุย

    ไม่มีใครขยับ

    แม้แต่คนหนึ่งร้อยสิบสองคน

    ที่นั่งอยู่มุมห้อง

    หลายคนก็นิ่งลงเช่นกัน

    เพราะแม้พวกเขาจะรู้ความจริงอยู่แล้ว

    แต่เมื่อจำนวนดังกล่าวถูกพูดออกมา ต่อหน้าคนทั้งโลก

    มันก็ยังคงหนักหน่วง เหมือนเดิม

    เก้าพันแปดร้อยคน ตายไป

    ก่อนจะได้ก้าวเข้าสู่โลกที่ 1

    ตัวเลขนั้น ไม่ได้เป็นเพียงสถิติ

    แต่มันคือ คนเกือบทั้งหมด

    ที่เคยเดินทางไปด้วยกัน

    นัทมองไปรอบห้อง ก่อนพูดต่อ

    “และคนพวกนั้น”

    น้ำเสียงของเขา ต่ำลง

    “ไม่มีวันกลับมาแล้ว”

    ไม่มีใครตอบกลับก่อนหน้านี้

    หลายคนอาจมองจุดวาปเป็นประตู สู่อีกโลกหนึ่ง

    บางคนอาจมองมัน เป็นโอกาส

    บางคนอาจมองมันเป็นทรัพยากร

    บางคนอาจมองเห็นอำนาจหรืออนาคต

    แต่ในวินาทีนั้นทุกคนเริ่มมองเห็นอีกด้านหนึ่ง ของประตูบานนั้น

    ความตาย

    นัทไม่ได้พูดต่อทันที

    เขาปล่อยให้ความเงียบ อยู่ภายในห้อง

    ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอีกครั้ง

    “เพราะอย่างนั้น”

    “ผมถึงไม่เห็นด้วย”

    “กับการที่พวกเราจะนั่งเถียงกัน”

    “ว่าใครควรได้คนของใคร”

    คำพูดนั้นทำให้สายตาหลายคู่

    เปลี่ยนไป

    “ในตอนนี้”

    “พวกเรามีคนจากชุดแรก”

    “อยู่หนึ่งร้อยสิบสองคน”

    “พวกเขามาจากหลายประเทศ”

    “และทุกคน”

    “ต่างรู้จักโลกนั้นดีกว่า”

    “มนุษย์ที่ยังไม่เคยเข้าไป”

    “มนุษย์เราอ่อนแอมาก”

    “ถ้าเทียบกับเผ่าอื่นๆตอนนี้”

    นัทหันมองไปยังกลุ่ม

    หนึ่งร้อยสิบสองคน

    ก่อนหันกลับมา

    “ผมเสนอว่า”

    “ในโควต้าชุดแรก”

    “แต่ละประเทศ”

    “ควรใช้คนของตัวเองก่อน”

    คำพูดนั้น

    ทำให้เกิดเสียงพูดคุยขึ้นทันที

    แต่ครั้งนี้เสียงดังกล่าว

    ไม่ได้เต็มไปด้วยการต่อต้าน

    เหมือนก่อนหน้านี้หลายคน เริ่มคิดตาม

    ประเทศที่มีคนจากชุดแรก ย่อมมีคนของตัวเอง

    ที่สามารถเป็นผู้นำพาได้

    ส่วนประเทศที่ยังไม่มี

    ก็ยังไม่ได้หมายความว่า

    พวกเขาจะไม่มีโอกาสตลอดไป

    นัทพูดต่อ

    “ถ้าพวกเราหาศิลาเวทได้”

    “โควต้าในอนาคต”

    “ก็สามารถเพิ่มขึ้นได้”

    “และเมื่อถึงตอนนั้น”

    “พวกเราค่อยเอาเรื่องนั้น”

    “มาคุยกันอีกครั้ง”

    นัทมองไปยังตัวแทน จากประเทศต่าง ๆ

    “ถ้าเราได้ศิลาเวทมา”

    “ผมไม่ได้บอกว่า”

    “ประเทศไหนควรเก็บเอาไว้คนเดียว”

    “ข้อมูล ทรัพยากร”

    “และสิ่งที่จำเป็นต่อการอยู่รอด”

    “สามารถนำมาแบ่งปันกันได้”

    คำว่า แบ่งปัน ทำให้หลายคน เริ่มมองหน้ากัน

    เพราะนั่น อาจเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด

    ในเวลานี้ไม่ใช่การแย่งชิงหนึ่งร้อยที่นั่ง

    จนเกิดความขัดแย้งแต่เป็นการให้

    คนจากชุดแรกทำหน้าที่นำทาง

    ให้ประเทศของตัวเองก่อน

    จากนั้นเมื่อมนุษย์มีความสามารถมากขึ้น

    มีข้อมูลมากขึ้น และมีทรัพยากรจากต่างโลกมากขึ้น

    โอกาส ก็จะเพิ่มขึ้นตามมา

    ชายคนหนึ่ง จากฝั่งตัวแทนประเทศ ลุกขึ้นยืน

    “ถ้าเป็นอย่างนั้น”

    เขาพูดขึ้น

    “ประเทศที่ไม่มีคนจากชุดแรก”

    “ก็ต้องรออย่างนั้นหรือ?”

    นัทหันไปมองก่อนตอบทันที

    “ใช่”

    คำตอบตรงไปตรงมา

    ทำให้หลายคนเงียบลงนัทพูดต่อ

    “เพราะผมไม่คิดว่า”

    “เราควรแก้ปัญหา”

    “ด้วยการส่งคนที่ยังไม่พร้อมเข้าไป”

    “เพียงเพราะกลัวว่า”

    “ประเทศอื่นจะได้ไปก่อน”

    ไม่มีใครโต้แย้งทันที

    เพราะหลังจากตัวเลขเก้าพันแปดร้อยคนถูกพูดออกมา

    น้ำหนักของคำว่า รีบ ก็เปลี่ยนไปแล้ว

    นัทพูดต่อ

    “คนที่ยังไม่มีโอกาส”

    “ไม่ได้แปลว่า”

    “จะไม่มีโอกาสตลอดไป”

    “แต่คนที่ตายไปแล้ว”

    “ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง”

    คำพูดนั้นทำให้คนทั้งห้องนิ่งลงอีกครั้ง 

    ภายในห้องประชุม ยังคงเงียบ

    คำพูดของนัททำให้หลายคน

    ไม่สามารถโต้แย้งได้ทันที

    เก้าพันแปดร้อยคน

    คือจำนวนที่หนักเกินไป

    สำหรับการพูดถึง

    เพียงแค่ “โอกาส” แต่ในที่สุด

    ชายคนหนึ่ง ก็ลุกขึ้นยืน

    เขามองไปทางนัท สายตา

    ไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธ

    แต่เต็มไปด้วยความสงสัย

    “คุณบอกว่า”

    “พวกคุณต้องต่อสู้กับปีศาจ”

    “และเผ่าพันธุ์อื่น”

    นัทมองไปทางเขา

    ชายคนนั้นพูดต่อ

    “แต่ไม่มีใครในห้องนี้”

    “เคยเห็นมัน”

    “ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้”

    “ว่าสิ่งที่คุณพูด”

    “เป็นความจริงทั้งหมด”

    ภายในห้องประชุม

    เริ่มมีเสียงพูดคุยเบา ๆ

    หลายคนไม่ได้เห็นด้วยแต่ก็ไม่มีใคร

    กล้าบอกว่าคำถามนั้นไม่มีเหตุผล

    ชายคนนั้นมองนัท

    “ปีศาจแบบไหน?”

    “เผ่าพันธุ์อื่นเป็นอย่างไร?”

    “พวกมันมีอยู่จริงหรือไม่?”

    เขาหยุดไปชั่วครู่

    ก่อนพูดคำถามสุดท้าย

    “หรือสิ่งที่คุณพูด”

    “เป็นเพียงเหตุผล”

    “เพื่อให้ประเทศของคุณ”

    ได้ส่งคนของตัวเองเข้าไปก่อน?”

    คำถามนั้น ทำให้บรรยากาศภายในห้อง

    เปลี่ยนไปทันที นัทนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

    กล้าที่นั่งอยู่ข้างๆ หันไปมองเขา

    คนหนึ่งร้อยสิบสองคน

    ที่นั่งอยู่มุมของห้อง หลายคน

    เริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไป เพราะพวกเขา รู้ดีว่า

    สิ่งที่นัทพูด ไม่ใช่เรื่องโกหก

    พวกเขาเอง ต่างเคยเห็นโลกนั้น

    ด้วยตาของตัวเอง แต่สำหรับคนอื่น

    มันยังเป็นเพียง คำพูด

    นัทมองชายคนนั้น

    ก่อนตอบอย่างเรียบง่าย

    “คุณพูดถูก”

    คำตอบนั้น ทำให้หลายคน ชะงัก

    “ไม่มีใครในห้องนี้”

    “จำเป็นต้องเชื่อผม”

    “เพียงเพราะผมพูด”

    นัทพูดต่อ

    “ถ้าพวกคุณต้องการหลักฐาน”

    เขายกมือขึ้น

    ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

    “ผมมี”

    ภายในห้องประชุม

    เงียบลงทันที

    นัทเปิดพื้นแหวนของตัวเอง

    สิ่งถูกเก็บเอาไว้ภายในนั้น

    ก่อนจะเรียกชื่อหนึ่ง

    นัทเงียบไปชั่วครู่ พูดขึ้นว่า

    “ออกมา รีอัล”

    แสงปรากฏขึ้นตรงหน้า

    คนจำนวนมาก หันไปมองพร้อมกัน

    จากนั้น ร่างขนาดใหญ่ 

    ก็ปรากฏขึ้นกลางพื้นที่

    ตูม

    เสียงของน้ำหนัก กระทบพื้น ดังขึ้น

    รีอัล ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน ทั้งห้อง

    เงียบลงทันที ไม่มีใครพูดอะไร ในช่วงแรก

    หลายคน เพียงแค่มอง 

    เหมือนสมอง ยังไม่สามารถเข้าใจ

    สิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ จากนั้น

    เสียงสูดหายใจ ก็ดังขึ้นจากหลายทิศทาง

    “นั่นมันอะไร?”

    “สัตว์เหรอ?”

    “เป็นไปไม่ได้...”

    “ถอยกล้องออก!”

    เสียงของเจ้าหน้าที่ดังขึ้นทันที

    “ถ่ายเอาไว้!”

    กล้องหลายตัว ที่เดิมที

    กำลังบันทึกการประชุม

    รีบหันมายังกลางห้อง

    เจ้าหน้าที่บางคน

    ขยับเข้าหาตำแหน่ง

    เพื่อเก็บภาพให้ชัดที่สุด

    เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

    ไม่ใช่ข้อมูล

    ไม่ใช่คำให้การ

    และไม่ใช่ภาพถ่าย

    มันอยู่ตรงนั้น จริง ๆ มีชีวิต

    และกำลังยืนอยู่ ต่อหน้าคนทั้งโลก

    รีอัลหันมองไปรอบห้อง สายตาของมัน

    กวาดผ่านผู้คนจำนวนมาก

    กลิ่นของคน เสียง แสง และสถานที่

    ที่แตกต่างจากโลกเดิมของมัน

    ทำให้รีอัล แสดงท่าทางระวังตัว ทันที

    นัทรีบยกมือขึ้น

    “รีอัล”

    เสียงของนัท ทำให้มันหันกลับมา

    นัทพูดต่อ

    “ไม่เป็นไร”

    รีอัลมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนจะสงบลงเล็กน้อย

    ภาพนั้น กลับทำให้หลายคน

    ตกใจยิ่งกว่าเดิม

    เพราะมันหมายความว่า

    สิ่งมีชีวิตจากต่างโลก

    เข้าใจคำพูดของนัท 

    และนัท สามารถสื่อสารกับมันได้

    ชายคนเดิม ที่ตั้งคำถามก่อนหน้านี้

    ยืนอยู่ที่เดิม โดยไม่ได้พูดอะไรอีก

    นัทมองเขา ก่อนพูดขึ้น

    “นี่คือหนึ่งในสิ่งที่ผมเจอ”

    เขาหันกลับไปมองรีอัล

    “และสิ่งที่ผมพูดก่อนหน้านี้”

    “ยังเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ”

    ของสิ่งที่อยู่ในโลกนั้น

    นัทไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงยื่นมือออกไป

    แสงปรากฏขึ้นอีกครั้ง ร่างของรีอัล

    หายกลับเข้าไป ภายในแหวน

    ทิ้งเอาไว้เพียง ความเงียบ

    ภายในห้องประชุม กล้อง ยังคงจับภาพตรงจุดเดิม

    ทั้งที่ตรงนั้น ไม่เหลืออะไรแล้ว

    แต่สิ่งที่ทุกคนเพิ่งเห็น

    ไม่มีใครสามารถลืมได้

    ชายที่เคยตั้งคำถาม ค่อย ๆ นั่งลง

    ไม่มีคำถามต่อ อย่างน้อย

    ไม่ใช่ในตอนนี้

    นัทจึงพูดขึ้นอีกครั้ง

    “ผมไม่ได้พูด”

    “เพื่อให้คนของประเทศผม ได้สิทธิ์มากกว่าคนอื่น”

    สายตาของเขา มองไปทั่วห้อง

    “ผมพูด”

    “เพราะผมรู้”

    “ว่าข้างหลังจุดวาปนั้น”

    “มันมีอะไรอยู่”

    “และผมไม่อยากเห็น”

    “มนุษย์อีกกลุ่มหนึ่ง”

    เดินเข้าไป”

    “โดยไม่รู้ด้วยซ้ำ”

    “ว่ากำลังจะเจอกับอะไร”

    ไม่มีใคร พูดแทรก ในตอนนี้

    คำพูดของนัท ไม่ใช่เพียงคำเตือนอีกต่อไป

    เพราะทุกคนเพิ่งเห็นหลักฐานด้วยตาของตัวเอง

    ชายคนหนึ่งจากกลุ่มผู้แทนค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน

    “ถ้าเป็นอย่างนั้น”

    เขาพูดขึ้นช้า ๆ

    “ผมคิดว่า”

    “เราควรหยุดพูดถึง”

    “การส่งคนจำนวนมาก”

    “ก่อน”

    หลายคนหันไปมองเขา

    “อย่างน้อย”

    “เราต้องรู้ก่อนว่า”

    “คนที่เราจะส่งไป ต้องเจอกับอะไร”

    คำพูดนั้น ทำให้เกิดเสียงตอบรับ

    จากหลายฝ่ายแต่การประชุม ยังไม่จบ

    เพราะคำถามสำคัญ ยังคงอยู่

    แล้วคนชุดแรกจะเลือกอย่างไร

    ภายในห้อง เริ่มมีการพูดคุยกันอีกครั้ง

    แต่ครั้งนี้น้ำเสียง เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้

    ทุกคนพูดถึงจำนวน คน สิทธิ์ โควต้า และประเทศ

    แต่หลังจากได้เห็นรีอัลคำถามเหล่านั้น

    เริ่มถูกแทนที่ด้วย อีกคำถามหนึ่ง

    ใครพร้อม นัทมองไปยังกล้า

    กล้าไม่ได้พูดอะไร แต่เขา เข้าใจสิ่งที่นัทกำลังทำ

    นัทไม่ได้พยายาม แย่งสิทธิ์ให้ประเทศไทย

    และไม่ได้พยายาม ตัดประเทศอื่นออก

    เขาเพียงกำลังบอก สิ่งที่คนทั้งห้อง

    ยังไม่เคยเข้าใจ โลกอีกฝั่ง

    ไม่ใช่สถานที่ ที่เดินเข้าไป 

    แล้วทุกอย่าง จะเริ่มต้นใหม่

    มันคือสถานที่ ที่ต้องแลก ด้วยชีวิต

    และในที่สุด หลังจากการหารือที่ยาวนาน

    ข้อสรุปชั่วคราว ก็เริ่มปรากฏขึ้น

    โควต้าที่มีอยู่ในตอนนี้

    จะยังไม่ถูกนำมาแบ่งแย่ง

    ระหว่างประเทศ แต่ละประเทศ

    ที่มีคนจากชุดแรก

    จะต้องเริ่มจาก คนของประเทศตัวเองก่อน

    คนที่ถูกเลือกจะต้องผ่าน การพิจารณาอย่างละเอียด

    ไม่ใช่เพราะ ตำแหน่ง ไม่ใช่เพราะ อำนาจ

    และไม่ใช่เพียง เพราะความสามารถ

    แต่ต้องเป็นคนที่รู้ว่า ตัวเองกำลังจะไปไหน

    และพร้อม จะรับผลของการตัดสินใจด้วยตัวเอง

    ส่วนประเทศ ที่ยังไม่มีคนจากชุดแรก จะยังไม่ได้ถูกตัดออก

    จากโอกาส แต่ในเวลานี้

    ก็ยังไม่มีใคร สามารถรับประกันได้ ว่าพวกเขา

    จะได้เข้าร่วม เมื่อใด นัทเคยพูดไว้แล้ว

    โควต้า สามารถเพิ่มขึ้นได้ แต่การจะเพิ่มมัน

    ต้องแลกมา ด้วยสิ่งที่มนุษย์ ยังไม่มีในตอนนี้

    ศิลาเวท

    และการจะได้มันมา

    พวกเขา ต้องกลับไปยังอีกโลกหนึ่ง

    ต้องต่อสู้ และอาจต้องสูญเสีย

    ชีวิตอีกครั้ง

    เมื่อการประชุม ใกล้จะสิ้นสุดลง

    หลายคน ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เพราะไม่มีใคร

    สามารถออกจากห้องนี้ แล้วกลับไปคิดว่า

    โลกเหมือนเดิม ได้อีกแล้ว

    จุดวาป ยังคงเปิดอยู่

    อีกโลกหนึ่ง ยังคงอยู่

    ปีศาจ และเผ่าพันธุ์ ที่มนุษย์ ยังไม่รู้จัก

    กำลังอยู่ที่ไหนสักแห่ง นอกเหนือจากโลกนี้

    และมนุษย์ กำลังจะต้องตัดสินใจ

    เป็นครั้งแรก ว่าใคร จะเป็นคน

    ก้าวผ่านประตูบานนั้น ต่อไป

    นัทค่อย ๆ นั่งลง เขามองไปยังกล้า

    ก่อนพูดเบา ๆ

    “พี่”

    กล้าหันมามอง

    “ว่าไง”

    นัทเงียบไปครู่หนึ่ง

    ก่อนถอนหายใจ

    “แม่ง”

    “คิดว่ากลับบ้านแล้ว”

    “จะได้พักจริง ๆ”

    กล้ามองหน้าเขา

    ก่อนหัวเราะเบา ๆ

    “นายคิดอะไรผิด”

    นัทเลิกคิ้ว

    “อะไร?”

    กล้าพยักหน้าไปทาง

    ห้องประชุมขนาดใหญ่

    “ตั้งแต่วันที่นายหายไป”

    “ชีวิตนาย”

    “มันไม่เคยปกติแล้ว”

    นัทเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับ

    “ฟังแล้วโคตรไม่ให้กำลังใจเลยนะ”

    กล้ายิ้มบาง ๆ

    “ก็ไม่ได้ตั้งใจให้กำลังใจ”

    นัทมองไปข้างหน้า

    ผู้คน เริ่มทยอยออกจากห้อง

    แต่เขารู้ ว่าการประชุมวันนี้

    ไม่ได้จบปัญหา ทั้งหมด

    มันเพียง กำหนดทิศทางแรก

    ให้กับมนุษยชาติ เท่านั้น

    เพราะหลังจากนี้ หนึ่งร้อยคน

    จะต้องถูกเลือก ไม่ใช่เพียง

    เพื่อเดินทางไปยังโลกใหม่

    แต่เพื่อเดินเข้าไป ยังสถานที่

    ที่ครั้งหนึ่ง มนุษย์หนึ่งหมื่นคน

    เคยก้าวเข้าไป และเหลือรอด

    กลับมา เพียงหนึ่งร้อยสี่สิบสามคน

    นัทหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนลืมตาขึ้น

    และในใจของเขา มีเพียงความคิดเดียว

    ครั้งนี้ พวกเขาต้องไม่ทำพลาดเหมือนเดิม

    เพราะโอกาสครั้งต่อไป อาจไม่ได้มี

    สำหรับทุกคน

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน