พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 4 บทที่ 116 โม่เสวี่ยถงเริ่มสืบถามข้อสงสัย

            เฟิงเจวี๋ยหร่านมิได้อยู่นานนัก เพียงมาพบหน้านางแล้วก็หมุนตัวจากไป ทิ้งความงวยงงไว้ให้โม่เสวี่ยถง นางกะพริบตาปริบๆ พยายามทบทวนว่าตนเองกับท่านอ๋องเซวียนคุ้นเคยกันถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไร แม้ว่าตลอดมานางจะยกเขาไว้บนหิ้งมีแต่ความเคารพไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ก็ต้องยอมรับว่านางรู้สึกขอบคุณเขาด้วยใจจริง

            คาดไม่ถึงเลยว่าครานี้เขาจะช่วยนางไว้อีกแล้ว เดิมทีคิดจะทำตัวห่างเหินจากเขา แต่บุญคุณที่ช่วยชีวิตสองครั้งติดๆ กันเช่นนี้ แม้นางคิดจะห่างไปก็คงไม่อาจทำได้แล้ว

            เฟิงเจวี๋ยหร่านเพิ่งออกไป ฉินอวี้เซวียนก็เข้ามา

            ฉินอวี้เซวียนมาบอกนางว่าอีกสักครู่จะเดินทางออกจากวัดชิงเหลียง เกิดเรื่องขึ้นมากมายที่นี่ เป็นใครก็คงไม่มีอารมณ์อยากอยู่ต่อ ได้ยินว่าพวกสกุลอวี้กลับไปนานแล้ว ดีที่สัมภาระของโม่เสวี่ยถงมีไม่มาก เมื่อโม่เยี่ยจัดเก็บเรียบร้อย ฉินอวี้เซวียนจึงให้บ่าวช่วยขนออกไป

            เห็นคนอื่นๆ ต่างยุ่งอยู่กับการเก็บสิ่งของที่นอกห้อง ฉินอวี้เซวียนก็เดินมาหาโม่เสวี่ยถง สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความรู้สึกละอายใจ “น้องหญิงถง... พี่ขอโทษ”

            เมื่อนึกถึงเรื่องอวี้ซือหรงคิดทำร้ายถงเอ๋อร์เขาก็อึดอัดกลัดกลุ้มอยู่ในอก อยากจะระบายความในใจ เรื่องบางอย่างใช่ว่าเขาไม่รู้ เพียงแค่ตรวจสอบอย่างละเอียดความจริงก็จะกระจ่างออกมาได้ สตรีต่ำช้าอย่างอวี้ซือหรงบังอาจลงมือกับถงเอ๋อร์ของเขา หากไม่ใช่ฮูหยินผู้เฒ่าฉินออกคำสั่งยั้งไว้ ป่านนี้เขาคงไปเอาเรื่องกับสกุลอวี้นานแล้ว

            รู้อยู่เต็มอกว่าถงเอ๋อร์ไม่ได้รับความยุติธรรม แต่เขากลับไม่อาจออกหน้าเพื่อนาง แล้วจะให้อารมณ์ดีได้อย่างไร จึงได้แต่ก้มหน้าทอดถอนใจอย่างรู้สึกผิด

            “พี่ชายเซวียนพูดอะไรแบบนั้น มีสิ่งใดต้องขอโทษถงเอ๋อร์ นี่ไม่ใช่ความผิดของท่านเสียหน่อย ไปเถอะ เดี๋ยวท่านยายคอยนานจะพานร้อนใจ คิดว่าพวกเราพี่น้องมัวแต่ทำอะไรโอ้เอ้เสียเวลา ไป... ไปกันเถิดเจ้าค่ะ” โม่เสวี่ยถงตีสีหน้าใสซื่อ ทำเหมือนฟังคำพูดของเขาไม่เข้าใจเยี่ยงนั้น ยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้มแล้วก็ดึงแขนเสื้อของเขาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

            นางตัดสินใจกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับฉินอวี้เซวียนไว้เป็นเพียงพี่ชายน้องสาว เมื่อก่อนนางไม่รู้ว่าเหตุใดอวี้ซือหรงจึงเกลียดชังนางถึงขั้นทำลายชื่อเสียงและทำให้เสียโฉม เมื่อมาเกิดใหม่อีกครั้งถึงเข้าใจแจ่มแจ้ง ที่แท้เพราะฉินอวี้เซวียนมีใจให้นางนี่เอง

            นับจากได้กลับมามีชีวิตใหม่ นางก็มักสังเกตศัตรูคู่แค้นของตนเองจนละเลยปฏิกิริยาของพี่ชายเซวียน ความรู้สึกส่วนนั้นตอนนี้อาจยังไม่ซึมลึก นางต้องตัดไฟแต่ต้นลม อย่าให้เขาถลำลึกไปมากกว่านี้

            ท้ายที่สุดในชาติก่อน ฉินอวี้เซวียนกับอวี้ซือหรงก็ลงเอยกัน แต่ชาตินี้เกรงว่าพวกเขาคงสิ้นวาสนากันแล้ว เกิดเรื่องฉาวโฉ่ขนาดนั้น อวี้ซือหรงคงถูกส่งไปเฝ้าสุสานบรรพชนเป็นแน่แท้ ลองใคร่ครวญดูเล่นๆ ใครบ้างจะอยากยกบุตรสาวของตนให้กับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ในตระกูลยังมีคุณหนูคนอื่นๆ อีกมากมาย จะยอมให้คนผู้เดียวทำลายความหวังของทุกคนได้อย่างไร

            จะให้คุณหนูคนอื่นๆ แบกรับความเสื่อมเสีย จนไม่อาจมีโอกาสแต่งเข้าตระกูลดีได้อีกกระนั้นหรือ

            ตามรอยวิถีของชาติภพก่อน หลังจากพี่ชายเซวียนแต่งงานกับอวี้ซือหรงแล้วก็ซึมเศร้าเหมือนคนไร้จิตวิญญาณ ดูจากตอนนี้แม้ว่าเขาจะเสียใจ แต่ยังไม่ถึงกับหมดอาลัยตายอยาก เขายังหนุ่มแน่นทั้งหล่อเหลาและมีความสามารถ วันเวลาที่ดีย่อมมีอีกยาวไกล โม่เสวี่ยถงมองในแง่ดีเช่นนั้น

            เพื่อเป็นการบอกกล่าวฉินอวี้เซวียนให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของตนอย่างชัดเจน นางจึงยกความรู้สึกแบบพี่น้องขึ้นมากล่าวถึง

            พี่น้อง? รู้สึกแค่พี่น้องเองหรือ? ฉินอวี้เซวียนรู้สึกเหมือนถูกก้อนหินหนักอึ้งถ่วงอยู่ในอก ถ้อยคำนับหมื่นพันที่เตรียมไว้ถูกสกัดกั้น ไม่อาจเอื้อนเอ่ยเผยความในใจออกมา ความรู้สึกหนักหน่วงทับถมจนแทบหายใจไม่ออก แต่กลับไม่อาจผลักมันออกไปได้

            เขาจะพูดอันใดได้เล่า ยังบอกรักนางได้อีกหรือ นับตั้งแต่อวี้ซื่อทำเรื่องแบบนั้นกับน้องหญิงถง เขาก็หมดโอกาสแล้ว คลื่นความขมขื่นม้วนเกลียวซัดสาด เมื่อรู้ว่าตนเองไม่อาจช่วงชิงหัวใจของนางได้อีกต่อไป ความสัมพันธ์ของเขาและนางเป็นได้เพียงญาติผู้พี่กับญาติผู้น้องเท่านั้น ยิ่งเติบโตขึ้นความสัมพันธ์ก็ยิ่งจืดจางลงไปทุกที สุดท้ายก็อาจไม่เหลือแม้แต่สายสัมพันธ์

            ความคิดแบบนี้ทำให้เขาปวดใจยิ่ง ฝ่ามือกำหมัดแน่น ข่มความรู้สึกไว้ในส่วนลึกของหัวใจ ริมฝีปากทอยิ้มพลางพยักหน้า “งั้นน้องหญิงถงก็ไปเถิด เดี๋ยวท่านย่าไม่เห็นเจ้าจะมาตำหนิพี่”

            เขาจะพูดอันใดได้ ไม่มีคำใดสามารถพูดได้เลยแม้กระทั่งความในใจของตนเอง ได้แต่เก็บงำความรักซ่อนไว้ให้ลึกที่สุด และทำได้เพียงมองใบหน้าเล็กจ้อยที่น่ารักสดใสภายใต้แสงตะวันอยู่ห่างๆ ด้วยความเจ็บปวด อวี้ซื่อเป็นคนร้ายกาจดั่งงูพิษ แต่พี่ใหญ่ก็เป็นคนที่เขาเคารพรัก เขาไม่อาจต่อต้านอวี้ซื่ออย่างออกหน้า หรือแม้แต่แก้แค้นแทนน้องหญิงถง ทำให้เขารู้สึกละอายใจนัก

            “เจ้าค่ะ พี่ชายเซวียนช่างดีกับถงเอ๋อร์เป็นที่สุด ต่อไปหากไม่มีธุระอันใดต้องมาเที่ยวบ้านข้าบ้าง ขนาดพี่ชายเฟิงก็ยังมาอยู่บ่อยๆ เลย” โม่เสวี่ยถงเห็นสีหน้าของเขาผิดปรกติจึงเปลี่ยนเรื่องคุย ตอนนี้เขากำลังเสียใจ แต่นางเชื่อว่าพี่ชายผู้สดใสดั่งแสงตะวันจะดีขึ้นในไม่ช้า เขาจะต้องได้พบกับความสุขของตนเองอย่างแน่นอน ความรู้สึกส่วนนี้หากนางไม่ตอบกลับ แม้ว่าเขาจะมีใจให้นางอย่างแท้จริง ก็คงไม่ลึกซึ้งมากนัก

            “พี่ใหญ่ไปจวนของพวกเจ้าด้วยหรือ” เมื่อได้ยินโม่เสวี่ยถงพูดถึงเรื่องนี้ ฉินอวี้เซวียนก็ตกใจไม่น้อย เขานับถือและเลื่อมใสพี่ชายของตนผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง

            “พี่ชายเฟิงไปหาอยู่เสมอ เมื่อก่อนตอนที่ข้าไม่อยู่ก็ได้ยินว่ามาบ่อย คราวหน้าพี่ชายเซวียนก็ไปด้วยกันสิเจ้าคะ” ดวงตาใสกระจ่างเป็นประกายดูอ่อนหวานบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

            ฉินอวี้เซวียนมองด้วยแววตาสงบนิ่ง แล้วหันหน้าหลบ ก่อนตอบรับเสียงต่ำ “ได้”

            ต่อจากนั้นรถม้าของโม่เสวี่ยถงก็ตามรถม้าจวนฉินลงเขาไปพร้อมกัน

            รถม้าของโม่เสวี่ยถงแยกทางกับรถม้าของจวนฉิน เลี้ยวกลับไปทางจวนโม่ ออกมาครานี้มีกำหนดวันเวลา จึงควรกลับไปเร็วหน่อย

            เมื่อเดินทางมาถึงครึ่งทาง โม่เสวี่ยถงนึกใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ก็ตัดสินใจมุ่งไปทางทิศใต้ของเมืองหลวง นางจำได้ชัดเจนว่าที่นั่นมีร้านค้าแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสินเดิมของมารดา ดูเหมือนว่าจะเป็นร้านขายอุปกรณ์ปักเย็บ น่าแปลกที่ร้านค้าแห่งนี้เมื่อชาติที่แล้วตกมาถึงมือนางได้ หนำซ้ำยังทำเงินได้มากที่สุด โชคดีที่มีร้านค้าแห่งนี้ ภายใต้สถานการณ์ที่สินเดิมมีน้อยยิ่ง นางจึงยังมีเงินทองใช้สอยภายในจวนเจิ้นกั๋วโหวไม่ถึงกับขาดมือ

            แต่ร้านค้าที่มีกำไรดีขนาดนี้ เหตุใดฟางอี๋เหนียงจึงไม่ยักยอกเอาไป สินเดิมของมารดามีอะไรบ้างฟางอี๋เหนียงย่อมรู้ชัดแจ้งทุกอย่าง ที่เหลือทิ้งไว้ให้นางล้วนมีแต่ของไม่ดีหรือไม่ก็กิจการที่ไม่ทำเงิน มีเพียงร้านค้าอุปกรณ์ตัดเย็บแห่งนี้ที่ตกมาถึงมือนาง ทุกเดือนจะมีเงินมากกว่าร้อยตำลึงเงินเข้าบัญชี

            แต่ต่อมาร้านค้าของนางไม่ว่าจะทำเงินหรือไม่ล้วนตกอยู่ในมือของซือหม่าหลิงอวิ๋น มีเพียงร้านนี้ร้านเดียวที่ยังคงอยู่ในมือของตนเองมาโดยตลอด แม้แต่ซือหม่าหลิงอวิ๋นก็ไม่เคยถามถึง ชาติที่แล้วหัวใจและสายตาของนางอยู่ที่เขา จึงมิได้นำพาต่อสิ่งของนอกกายเหล่านี้ แต่เมื่อได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ใจนางกลับเต็มไปด้วยความสงสัย

            ไฉนฟางอี๋เหนียงจึงปล่อยร้านค้าที่ทำเงินร้านนี้ให้ตกมาถึงมือของนางได้

            ผ่านชีวิตมาชาติภพหนึ่ง นางกระจ่างใจแล้วว่าฟางอี๋เหนียงกับซือหม่าหลิงอวิ๋นเป็นคนใจคอโหดเหี้ยมแค่ไหน แล้วจะเหลือทางรอดไว้ให้นางได้อย่างไร มีเพียงคำตอบเดียวคือพวกเขาไม่มีปัญญาจะยึดมาอยู่ในมือได้ ไม่แน่ว่าอาจถูกบางอย่างหรือใครบางคนข่มขวัญจนไม่กล้าลงมือ หากเป็นเช่นนั้น ร้านค้าที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้แท้จริงแล้วมีสิ่งใดแตกต่างจากที่อื่นกันแน่...

            ร้านซิ่วหนิงอยู่ทางทิศใต้ของเมืองหลวง ค้าขายอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยของสตรีโดยเฉพาะ หลงจู๊แซ่สิงผู้ดูแลที่นี่มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อโม่เสวี่ยถงเป็นที่สุด เขาจัดการบัญชีและนำเงินมาส่งให้ถึงจวนเจิ้นกั๋วโหวตรงเวลาทุกเดือน ไม่เคยยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตนเองแม้แต่แดงเดียว เมื่อได้เห็นใบหน้าแห้งตอบแต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของเขาอีกครั้ง ความรู้สึกเศร้าสลดก็เอ่อท้นออกมาจากภายใน

            คนที่ผ่านโลกมาถึงสองครั้งเช่นนาง ย่อมมองการณ์ทะลุปรุโปร่งและเห็นความผูกพันทางใจเป็นสิ่งสำคัญ

            นางพาโม่หลันและโม่เยี่ยเข้ามาด้านใน หลังจากแสดงสถานะของตนเองแล้ว ก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “หลงจู๊สิงต้องลำบากแล้ว กิจการที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ดีหรือไม่”

            ขณะที่เดินเข้ามา นางก็เห็นแล้วว่าลูกค้าของที่นี่มีไม่น้อย กิจการคึกคักไม่เลวทีเดียว อุปกรณ์ปักเย็บที่จำหน่ายในร้านจะเป็นสินค้าระดับกลางถึงบนเป็นหลัก ระดับล่างถึงกลางก็พอมีอยู่บ้างประปราย

            “คุณหนูสามเกรงใจไปแล้ว การค้าพอไปได้ขอรับ ขายดีกว่าร้านประเภทเดียวกันเล็กน้อย ยามฮูหยินไปอยู่ที่เมืองอวิ๋นเฉิง ข้าน้อยก็ดูแลจัดการที่นี่มาโดยตลอด ตอนนี้ก็เข้าจวนไปรายงานให้นายท่านรับทราบเดือนละครั้งทุกเดือน เวลาที่เหลือก็ล้วนแต่อยู่ดูแลกิจการค้าขายนี่แหละขอรับ” หลงจู๊สิงกล่าวอย่างนอบน้อม ไม่รอให้โม่เสวี่ยถงซักไซ้ไล่เลียงก็เล่าทุกอย่างที่นางต้องการทราบอย่างชัดเจน

            “สามารถดูแลกิจการได้ดีขนาดนี้ ย่อมเป็นผลงานของหลงจู๊สิง เมื่อก่อนอยู่เมืองอวิ๋นเฉิง เมื่อมีเหตุอันใดท่านก็ต้องตัดสินใจด้วยตนเอง บัดนี้ท่านพ่อและข้าต่างก็กลับมาเมืองหลวงแล้ว หากหลงจู๊มีสิ่งใดขัดข้องหรือลำบากใจก็ส่งคนไปแจ้งได้เลย”

            แม้ว่านางจะดูเยาว์วัยอยู่มาก แต่คำพูดคำจากลับเปิดเผยใจกว้างและเหมาะสมอย่างยิ่ง วางตัวไม่อ่อนน้อมไม่เย่อหยิ่ง ทำให้คนรู้สึกดี

            หลงจู๊สิงนึกชื่นชมอยู่ในใจ และยิ่งเคารพยกย่องมากขึ้นเรื่อยๆ

            “คุณหนูสามเกรงใจไปแล้ว แม้ว่าฮูหยินจะไปอวิ๋นเฉิง แต่ยามมีปัญหาฮูหยินก็ยังคงสอบถามด้วยความใส่ใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาหากเจอเรื่องยากรับมือคราใด... ก็ล้วนแต่พึ่งพาความช่วยเหลือจากฮูหยินทั้งสิ้น”

            คำกล่าวนี้ยิ่งทำให้โม่เสวี่ยถงทั้งประหลาดใจและสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกเหมือนมีเมฆหนาบดบังไม่อาจเข้าใจได้ ยามที่อยู่เมืองอวิ๋นเฉิงท่านแม่มิได้เป็นผู้จัดการควบคุมภายในครัวเรือน เพราะสุขภาพไม่ดี ป่วยกระเสาะกระแสะ ต้องดื่มยาตลอดมา แล้วจะมีใจมาจัดการเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร กิจการทุกอย่างในเมืองอวิ๋นเฉิงล้วนอยู่ในความดูแลของท่านพ่อ แล้วท่านแม่จะมีความสามารถในการจัดการร้านค้าในเมืองหลวงแห่งนี้ได้อย่างไร ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการแก้ไขปัญหาที่ยากรับมือ

            “หลงจู๊สิง เมื่อก่อนท่านแม่เป็นคนดูแลจัดการบัญชีมาโดยตลอดเลยหรือ”

            “ฮูหยินมิได้มาจัดการอะไรมากมายหรอกขอรับ ทุกครึ่งปีโดยประมาณฮูหยินจะส่งคนมาจากอวิ๋นเฉิงครั้งหนึ่ง เวลาที่เหลือก็ล้วนแล้วแต่ให้ข้าน้อยเป็นผู้จัดการขอรับ”

            เดินทางจากอวิ๋นเฉิงมาเมืองหลวงไกลนับพันลี้ มาเพื่อตรวจสอบบัญชีร้านค้าแห่งหนึ่ง ที่จริงแล้วก็สามารถไหว้วานให้บ้านท่านยายช่วยเหลือก็ได้มิใช่หรือ

            “คนที่ท่านแม่ส่งมาย่อมต้องมีความสามารถสูงส่งและเป็นผู้รอบรู้เป็นแน่ มิทราบว่าคนผู้นี้บัดนี้ยังอยู่ในจวนหรือไม่” นางแสร้งถามไปเรื่อยๆ เพียงแต่มือที่กำผ้าเช็ดหน้าอยู่ภายใต้แขนเสื้อสั่นเล็กน้อยอย่างตื่นเต้น

            “เป็นสาวใช้รุ่นใหญ่จากจวนฝู่กั๋วกงที่ติดตามฮูหยินไปด้วยยามที่ออกเรือน บางครั้งก็มาคนเดียว บางครั้งก็มาสองคน มาทีหนึ่งก็พักอยู่ในเมืองหลวงสี่ห้าวัน ตรวจสอบบัญชีครึ่งปีอย่างละเอียดยิบเลยขอรับ” หลงจู๊สิงยิ้มตอบอย่างตรงไปตรงมา

            สาวใช้รุ่นใหญ่สี่คนของท่านแม่?

            โม่เสวี่ยถงตะลึงพรึงเพริด สาวใช้เหล่านั้นมีทั้งตายจาก ได้รับบาดเจ็บ ไม่ก็หายสาบสูญ มีแม้กระทั่งกลายเป็นคนสติวิปลาส จนถึงบัดนี้ยังไม่อาจถามถึงใครได้สักคน เมื่อไตร่ตรองอย่างละเอียด ตอนนั้นในบรรดาสาวใช้ทั้งสี่ก็มีคนสองคนที่ไม่อยู่จริงๆ เมื่อนางถามถึง ท่านแม่ก็มักตอบว่าทางบ้านของพวกนางมีปัญหาต้องไปจัดการ ยามนั้นตนเองยังเล็กอยู่จึงมิได้ใส่ใจ

            ยามนี้เมื่อมาตรองดูก็พบว่ามีข้อน่าสงสัยมากมาย ท่านแม่แต่งออกมาจากจวนฝู่กั๋วกง ร้านค้าแห่งนี้ที่นับอยู่ในสินเดิมก็มิใช่กิจการที่ใหญ่ที่สุด และมิได้ทำเงินสูงสุด แต่เหตุใดท่านแม่จึงให้ความใส่ใจนัก ทั้งส่งสาวใช้ประจำตัวมาตรวจสอบบัญชี พวกนางมาตรวจบัญชีครั้งหนึ่งต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับมากมายเพียงใด

            โม่เสวี่ยถงไม่คิดว่ามารดาจะทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์ แท้จริงแล้วท่านแม่ปกปิดสิ่งใดอยู่กันแน่ นางคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก

            ระหว่างที่หลงจู๊อยู่คุยเป็นเพื่อน โม่เสวี่ยถงก็สอดส่ายสายตามองพิจารณาไปรอบๆ ก็ไม่พบว่ามีสิ่งใดแตกต่างจากที่อื่น นอกจากกิจการที่คล่องตัวดีก็ไม่มีสิ่งใดโดดเด่นเป็นพิเศษ แม้แต่ป้ายต้อนรับที่ประตูก็ดูเหมือนจะใช้งานมานานแล้ว ลายมือตัวอักษรที่เขียนบนแผ่นป้าย แม้จะงดงามดั่งหงส์ฟ้อนมังกรเหิน แต่ตัวอักษรดูพร่าเลือนไปตามกาลเวลา

            หลังออกมาจากร้านซิ่วหนิง ขึ้นรถมาเรียบร้อยแล้ว โม่เสวี่ยถงก็หลับตาตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน แต่กลับรู้สึกว่าเรื่องนี้มีสิ่งน่าสงสัยเต็มไปหมด และดูเหมือนว่าจะหาหนทางตรวจสอบไม่ได้เลย

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808