กำเนิดจักรพรรดิสงคราม

    บทที่ 33  ปะทะกับหวังอู๋ 

            บทที่ 33 

            ปะทะกับหวังอู๋ 

            กระบวนท่าเดียวพิชิตศัตรูที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้เสี่ยวหงหนึ่งในอัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งสำนักพ่ายแพ้กับหวังอู๋ด้วยกระบวนท่ากระบวนท่าเดียวเท่านั้น

            มองเห็นพลังของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าตระหนักรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่ล้นเหลือลู่หมิงที่กำลังหลบซ่อนอยู่บริเวณด้านหลังต้นไม้ใหญ่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างอย่างชัดเจน

            กระบวนท่าที่แสดงออกมาความแข็งแกร่งของกระบวนท่าอันน่าเหลือเชื่อวิชากระบี่เดียวที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าสามารถกำชัยชนะได้อย่างง่ายดาย

            ในตอนนี้ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าได้รับชัยชนะกับการต่อสู้ในครั้งนี้ภายในการแข่งขันครั้งนี้เหลือเพียงแค่สองคนเท่านั้น

            ในบรรดาเหล่าผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดในวันสุดท้ายเหลือเพียงแค่ผู้เข้าแข่งขันเพียงสองคน

            ลู่หมิงเห็นกระบวนท่าการโจมตีของอัจฉริยะที่อยู่บริเวณด้านหน้าภายในใจนั้นตั้งคำถามขึ้นมากมายความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นตัวของมันจะสามารถเอาชนะได้จริงๆอย่างนั้นเหรอ

            นั่นคือคำถามที่ปรากฏขึ้นภายในใจของมันในตอนนี้ในขณะที่หลบซ่อนและก็มองภาพเหตุการณ์นั้นจากไกลๆ

            หวังอู๋หลังจากที่สามารถเอาชนะศัตรูได้เสร็จเรียบร้อยดวงตาของมันหันมองมาดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่ตัวของมัน

            ลู่หมิงรีบดึงร่างกายของตนเองหลบอยู่หลังต้นไม้อย่างรวดเร็วตัวของมันกำลังหลบซ่อนจากการมองเห็นของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            หวังอู๋ที่คือทำการพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ ออกมาได้แล้วภายในสถานที่แห่งนี้เหลือเพียงแค่ตัวของข้าและข้าเจ้าสองคนเท่านั้น”

            มันพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโทนต่ำที่ฟังดูแล้วนุ่มลึกและก็สงบนิ่งเมื่อมันทำการกล่าวออกมาแบบนั้นลู่หมิงที่หลบซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่รู้ได้ในทันทีว่าผู้ที่อยู่อาจสัมผัสได้ถึงตัวตนของมันเรียบร้อยแล้ว

            ลู่หมิงค่อยๆหันหลังออกไปก่อนที่จะก้าวเดินออกไปจากบริเวณนี้ในตอนนี้ตัวของมันก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเอง

            ลู่หมิงลงบริเวณด้านของหวังอู๋ตัวของเขาและมันยืนห่างกันเพียงแค่ประมาณสิบเมตรเท่านั้น 

            หวังอู๋รูปลักษณ์สง่างามน่าเกรงขามยามยืนเผชิญหน้ากับมันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันกดดันที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายเป็นจำนวนมากคนผู้นี้มีความแข็งแกร่งที่น่าตกตะลึงเพียงแค่อายุประมาณสิบเจ็ดย่างเข้าสิบแปดกับสามารถบรรลุขอบเขตเริ่มต้นระดับสูงสุดได้

            อีกไม่กี่ปีมันคงจะก้าวเข้าไปอยู่ในระดับขอบเขตถัดไปแล้วสำหรับคนที่สามารถบรรลุระดับนี้ได้โดยที่แกนกระดูกของตนเองยังไม่เติบโตจนเต็มวัยถือว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์

            การฝึกฝนพลังวิญญาณจำเป็นจะต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยโดยสิ่งที่มันจำเป็นจะต้องคำนึงนอกจากการฝึกฝนก็คือเกี่ยวกับแกนกระดูก

            โดยมนุษย์ผู้ที่ฝึกตนพวกเขาจะสามารถพัฒนาคุณสมบัติของตนเองได้รวดเร็วก็ต่อเมื่อร่างกายนั้นบรรลุวัยสิบแปดปี

            เมื่อบรรลุวัยสิบแปดปีมันจะทำให้พลังภายในร่างกายสามารถพัฒนาได้รวดเร็วเพราะร่างกายอยู่ในช่วงเจริญเติบโต 

            แต่ในตอนนี้คนผู้นี้แกนกระดูกยังไม่หลอมรวมเข้ากับร่างกายความสามารถของมันเองก็ถือได้ว่าก้าวเข้าไปอยู่ในขอบเขตระดับสูงเพราะแบบนั้นจึงกล่าวว่ามันเป็นอัจฉริยะ

            ยามใดที่มันบรรลุถึงอายุสิบแปดปีขอบเขตที่มันก้าวเข้าไปคงจะสูงล้ำกว่านี้

            หวังอู๋แสดงใบหน้าสงบนิ่งดวงตาของมันจ้องมองมาที่ลู่หมิงในสายตาของมันลู่หมิงเองก็เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ระดับเริ่มต้นเท่านั้น

            เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตสีม่วงพัฒนาขึ้นมาได้เพียงแค่เล็กน้อยถ้ามองถึงระดับความแข็งแกร่งตัวของมันแข็งแกร่งกว่ามาก

            ทว่าก็แข็งแกร่งที่ปรากฏให้เห็นมันกับมีบางอย่างที่ซ่อนเอาไว้หวังอู๋มีสัญชาตญาณภายในร่างกายของตนเองที่น่าจะเชื่อถือได้

            ในตอนนี้สัมผัสได้ว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้ามีหลายๆอย่างที่แตกต่างออกไปจากคนธรรมดาทั่วไป

            ลู่หมิงยืนเผชิญหน้ากับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้มองมันด้วยสายตาอันวิเคราะห์และแยกแยะพลางคิดภายในใจของตนเอง “บอกว่าเหลือสองคนแสดงว่าตอนนี้ภายในสถานที่แห่งนี้เหลือเพียงแค่สองคนแล้วสินะ ”

            “ แต่ว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันมีความแข็งแกร่งมากขนาดนี้ก็สามารถเอาชนะตัวของมันได้อย่างงั้นหรอ ”

            คำถามนั้นปรากฏภายในใจผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีความแข็งแกร่งที่อยู่ในระดับขอบเขตที่เหนือล้ำกว่าตนเอง

            ในตอนนี้ลู่หมิงเองก็ไม่มั่นใจเช่นเดียวกันว่าจะสามารถเอาชนะมันได้หวังอู๋ขยับเขยื้อนร่างกายมันยกกระบี่ภายในมือของมันขึ้นมา

            กระบี่สีขาวที่อยู่ภายในมือของมันไม่ใช่กระบี่ธรรมดาทั่วไปโดยที่กระบี่เล่มนี้มันเป็นกระบี่ระดับสูง กล่าวได้ว่าหายาก

            มันน่าจะทำมาจากหยกเนื้อดีที่มีความขมเหมือนกับเหล็กมีความเบามากกว่ากระบี่ธรรมดาทั่วไปเพราะแบบนั้นผู้ที่ใช้งานมันจึงสามารถเหวี่ยงกระบี่ไปได้อย่างรวดเร็ว

            ในตอนนี้ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังหลังจากที่มันทำการขยับเขยื้อนร่างกายเห็นว่าตัวของมันนั้นกำลังจะเข้ามาโจมตี 

            ลู่หมิงยกฝ่ามือของตนเองขึ้นห้ามผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าที่กำลังก้าวเข้ามา

            หลังจากที่เห็นว่าลู่หมิงยกฝ่ามือขึ้นมามันหยุดไปชั่วขณะแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยจ้องมองมาที่ลู่หมิง

            ลู่หมิงที่กำลังยืนอยู่จึงกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ ช้าก่อนตัวของข้าไม่คิดว่าข้าจะสามารถสู้เจ้าได้อย่างตรงๆหรอกนะ”

            ลู่หมิงออกอุบายผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความคิดคนผู้นี้ภายนอกมันดูเป็นคนที่สงบนิ่ง

            แต่ภายในใจของมันกลับดูเหมือนว่ากำลังครุ่นคิดอะไรหลายอย่างอยู่คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย “ หมายความว่าอย่างไร? ” 

            “ ตัวของเจ้าต่อให้ข้าสักหน่อยเป็นอย่างไร ”เมื่อเอ่ยออกไปแบบนั้นผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเอียงคอเล็กน้อย

            “ ต่ออย่างงั้นรึอ? ”

            “ อย่างที่มองเห็นตัวของข้าไม่มีอาวุธไม่มีกระบี่ภายในมือเพราะแบบนั้นเจ้าวางกระบี่ของเจ้าลงพวกเรามาปะทะกันด้วยหมัด”ลู่หมิงกล่าว

            ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามองรอบร่างกายของลู่หมิงเห็นว่าไม่มีกระบี่อยู่ตัวของมันจึงทำการโยนกระบี่ของตนเองไปด้านข้างเผยเจตนาอย่างเปิดเผยว่าตนเองนั้นจะปะทะด้วยหมัดตามข้อตกลง 

            ลู่หมิงมั่นใจว่าตัวเองนั้นเคยได้ยินว่าชายผู้นี้เป็นคนที่เปิดเผยและก็เป็นคนที่ยึดมั่นกับศักดิ์ศรีของตนเองเป็นที่สุดเพราะว่าตั้งแต่เด็กมันถูกกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะเพราะแบบนั้นในด้านของความสามารถมันเองคิดว่ามันไม่เป็นรองผู้ใด

            การที่จะเอาเปรียบในการเข้าปะทะกับคู่ต่อสู้ไม่ใช่ทางเลือกทีมตัวของมันนั้นจะทำ 

            เพราะแบบนั้นในตอนนี้มันจึงทำการวางอาวุธของตนเองลงตามคำขอร้องของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            ลู่หมิงแม้ว่าตนเองนั้นจะรู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถปะทะคำพูดที่อยู่ด้านหน้าได้อย่างตรงตรงแต่อย่างน้อยการเจรจาครั้งนี้ก็ทำให้ผู้ที่อยู่ด้านหน้าวางกระบี่ลง

            นี่มีความแข็งแกร่งอยู่ในขอบเขตที่เหนือกว่าถ้าตัวของมันมีกระบี่ชั้นยอดเช่นนั้นอยู่ภายในมือโอกาสชนะก็ยิ่งน้อยลง

            หวังอู๋หลังจากวางกระบี่หันมาลู่หมิงแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ เข้ามา… ”

            ลู่หมิงแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่จะพุ่งทะยานไปบริเวณด้านหน้าบนใบหน้าของหวังอู๋ไม่มีความหวาดกลัวอยู่เลยแม้แต่นิดเดียวมันไม่เห็นลุงมิ่งอยู่ภายในสายตาด้วยซ้ำ ยามที่พูดขึ้นมาก็พูดขึ้นมาอย่างไม่สะทกสะท้าน

            ลู่หมิงมองเห็นใบหน้าของผู้ที่อยู่ด้านหน้าเป็นแบบนั้นภายในใจรู้สึกหมั่นไส้ลู่หมิงพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วใช้หมัดของตนเองพุ่งตรงโจมตีใส่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            หมัดนี้แฝงเร้นพละกำลังอันมากมายของลู่หมิงเอาไว้แต่เมื่อหมัดพุ่งทะยานตรงเข้าไปผู้ที่อยู่ด้านหน้ากับยกมือของตนเองขึ้นมารับมันเอาไว้อย่างง่ายดาย

            ตรึง!!!แรงของหมัดสั่นสะเทือนยามโจมตีกระแทกเข้าไปใส่ฝ่ามือของมันที่ยกขึ้นมารับการโจมตีมันเปรียบได้ว่าหมัดของลู่หมิงกระแทกเข้ากับหินผาขนาดใหญ่ที่ไม่ขยับ

            ไม่เพียงเท่านั้นแรงการโจมตียังสะท้อนกลับสู่ร่างกายทำให้กล้ามเนื้อทั้งร่างกายนั้นสั่น

            “ บัดซบ!!!ความแตกต่างของพลังมากขนาดนี้เลยหรอ”หลังจากปล่อยหมัดไว้เพียงแค่หมัดเดียวตระหนักรู้ได้ในทันทีถึงความแตกต่างของพลังที่ห่างชั้นกัน

            หวังอู๋อยู่บริเวณด้านหน้ายกฝ่ามือของมันขึ้นมาสัมผัสเข้าไปที่หน้าอกลู่หมิง“ ฝ่ามือไร้รูป!!! ”

            ปั้ง!!!ร่วมต้านจำนวนมหาศาลอัดกระแทกเข้ามาที่หน้าอกมีก้อนหินขนาดใหญ่กระแทกใส่ 

            “ อ๊าก!! ”

            จบบท 

            
     

             

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดจักรพรรดิสงคราม ที่คุณอ่าน