ท่าทางหงอยๆ ของกลุ่มนายตำรวจที่ยกกันไปเกือบครึ่งสถานีและกลับมาจากปฏิบัติการโดยไม่มีการจับกุมคนขายหรือได้ของกลางกลับมาด้วยทำให้คนที่อยู่โยงเฝ้าสถานีตำรวจประจำอำเภอเล็ก ๆ แห่งนั้นอดแปลกใจไม่ได้เพราะก่อนออกไปทุกคนยังคึกคักกระชุ่มกระชวยที่จะได้ ‘ทำงานใหญ่’และจับผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในการค้ายาเสพติดที่ระบาดหนักในละแวกอำเภอนี้และอำเภอใกล้เคียง
“เป็ไงบ้างได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง” คนที่รอลุ้นอยู่ข้างหลังถามด้วยความอยากรู้แต่คนออกพื้นที่กลับส่ายหน้าไปตาม ๆ กัน ตามด้วยเสียงบ่นกระปอดกระแปด
“สายข่าวคนนี้เป็ใครวะอยากรู้จริง ๆ”
“เออข้าก็อยากรู้” พอมีคนหนึ่งเริ่ม อีกคนก็สำทับ
“เหลวไม่ได้อะไรสักอย่าง”
“ของกลางก็ไม่ได้เลยหรือ”คนไม่ได้ออกร่วมปฏิบัติการยังถามไม่หยุดด้วยความสงสัยว่ามันจะเป็ไปได้อย่างไรกันเพราะแม้จะจับตัวผู้ต้องหาไม่ได้อย่างน้อยก็ต้องมีของกลางทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าบ้าง
“ของกลางก็ไม่มีไม่มีอะไรสักอย่าง”
“มันไหวตัวทันขนของหนีไปกันหมดเลยเรอะ”คนที่ยังไม่ได้ความกระจ่างซักไซ้
“เปล่าเจอทั้งคนเจอทั้งของ แต่ไม่ใช่ของที่เรา้า” คนไปตอบตามความจริง
“ข่าวกรองผิดพลาดเราไม่ได้ไปจับยาแต่ว่าไปจับหนังสือ”
“หา!”คนรอฟังข่าวอุทานใยกมือเกาหัวไม่ต่างจากคนที่ถูกสั่งให้ชูมือขึ้นโดยมั่นใจว่าตัวเองไม่มีความผิด
ขณะที่ด้านนอกกำลังซักถามพูดคุยกันอย่างออกรสเทพทัตก็พาตัวเองเข้าไปภายในห้องของผู้มีอำนาจสูงสุดในสถานีตำรวจแห่งนั้นชายหนุ่มถูกคนในห้องซึ่งรู้จักกันเป็พิเศษเรียกตัวขึ้นมาช่วยงานด้านนี้โดยเฉพาะั้แ่มีการค้ายาเสพติดระบาดในพื้นที่อย่างหนักใน่ปีที่ผ่านมาและตำรวจรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างเทพทัตก็มีผลงานให้เห็นจนเป็ที่ประจักษ์แก่คนอื่น ๆมาตลอด ไม่ว่าจะเป็การจับกุมผู้ค้าหรือผู้เสพรายเล็กรายน้อยจนกระทั่งการทำงานครั้งล่าสุดนี้...
“เป็ยังไงบ้างผู้กอง”สารวัตรธนูถามนายตำรวจรุ่นน้องที่เดินผ่านประตูเข้ามาด้วยท่าทางเนือย ๆ และเดาว่าอีกฝ่ายคงเหนื่อยจากการบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหามานั่นเอง
“ผมอยากทราบว่าใครเป็สายข่าวแจ้งเบาะแสของผู้ค้ารายนี้ให้เราครับ”แทนที่เทพทัตจะตอบ ชายหนุ่มกลับย้อนถามแทน
“เท่าที่ได้ยินมาก็คนในพื้นที่นั่นแหละ”สารวัตรธนูแบ่งรับแบ่งสู้ การปกป้องสายข่าวหรือผู้แจ้งเบาะแสถือเป็เื่สำคัญอย่างยิ่ง
“เป็คนในพื้นที่ยังไงถึงให้ข่าวมั่วแบบนั้นได้”ชายหนุ่มโพล่งออกมาอย่างเหลืออด
“มั่วยังไงหรือ”เ้าของห้องสงสัยภารกิจนี้แม้จะถูกกำหนดขึ้นอย่างเร่งด่วนแต่ก็ได้รับการยืนยันจากหน่วยข่าวเป็ที่แน่นอน
จากการติดตามและเก็บข้อมูลของผู้ต้องสงสัยอยู่หลายเดือนนับั้แ่การเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ กิจวัตรประจำวันการใช้ชีวิตอย่างคนมีอันจะกินแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องทำการทำงานเป็เื่เป็ราวของเป้าหมายทั้งหมดล้วนมีความเป็ไปได้และ่เวลาก็สอดคล้องกันอย่างพอเหมาะพอดี
มีอย่างที่ไหนหญิงสาวผู้พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ห่างไกลผู้คน ทว่ามีรายได้มีรถมาส่งของในห่อกระดาษล็อตใหญ่ชนิดเดือนเว้นเดือนส่วนตัวเธอเองก็ผลักดันส่งต่อออกไปจนเกือบหมดเกลี้ยงแทบทุกครั้ง
“สารวัตรรู้ไหมว่าผู้ต้องสงสัยที่เขาแจ้งให้เราไปจับคือนักเขียน”เทพทัตเฉลย
การสืบคดีครั้งนี้มีช่องโหว่และหละหลวมจนเกินจะให้อภัยในความคิดของเขาเสียดายที่แหล่งข่าวไม่ใช่คนของเขาเช่นกัน
“นักเขียนเหรอ...รายได้นักเขียนมันมากขนาดนั้นเชียว” สารวัตรธนูพึมพำเหมือนไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรส่วนตอนท้ายน้ำเสียงนั้นบอกว่าคาดไม่ถึงมากกว่า
ใครจะไปคิดว่ารายได้ของนักเขียนคนหนึ่งจะมากมายมากกว่าเงินเดือนข้าราชการอย่างเขาเสียอีกที่เคยได้ยินว่านักเขียนไส้แห้งนั้นเห็นท่าจะไม่จริงเสียแล้ว
“ครับตอนกรีดห่อออกดูจนหนังสือขาดเธอร้องไห้จะเป็จะตาย” ชายหนุ่มเล่าภาพดวงตาฉ่ำน้ำที่มองเขาเป็เชิงตัดพ้อยังติดอยู่ในความทรงจำ
“พวกมันไหวตัวทันแล้วตบตาเราหรือเปล่า”ภาพของเหล่าทรชนที่อาจจะแอบหัวเราะและบอกเล่าต่อกันอย่างสนุกสนานผุดขึ้นมาในความคิดให้เจ็บใจเล่น
“ไม่น่าจะใช่ครับถ้าจริงก็ถือว่าแเีมาก ไม่มีร่องรอย ไม่มีพิรุธอะไรให้จับได้เลย” ดวงตาของเทพทัตมีแววครุ่นคิดทบทวนหากก็นึกไม่ออกว่ามีจุดไหนที่เขามองข้ามหรือไม่ทันได้สังเกต
“ไม่มีอะไรผิดปกติสักนิดเลยหรือ”ไม่ใช่การย้ำคิดย้ำทำ แต่เป็การถามเพื่อกระตุ้นอีกฝ่าย
“ไม่มีเลยครับ”ชายหนุ่มยืนยัน
“เขาจะทำเื่ร้องเรียนให้เราชดใช้ทีหลังหรือเปล่า”น้ำเสียงคนถามมีแววกังวล ไหนจะชื่อเสียงของทางราชการอีกคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
“ไม่ครับเธอไม่พูดถึงสักคำบาทเดียวก็ไม่เอาเธอบอกว่าเราควรเก็บไว้เพื่อจ้างสายข่าวที่เป็มืออาชีพและเชื่อถือได้มากกว่านี้”
เทพทัตถ่ายทอดถ้อยคำของหญิงสาวผู้นั้นให้ผู้บังคับบัญชาฟังโดยไม่ผิดเพี้ยนแม้เพียงคำเดียวเพราะตัวเขาเองก็รู้สึกเห็นด้วยกับคำพูดของอีกฝ่าย
...หากคนได้ฟังกลับหัวเราะร่วนอย่างถูกใจ
“ไม่เลวเลยนี่คงโดนไปเยอะสิท่าถึงได้ทำสีหน้าซังกะตายกลับมาแบบนี้”
“ครับก็หลายดอกอยู่” ทว่าแต่ละดอกที่โดนไปนั้นไม่สำคัญเท่าตอนใกล้จบเลย
“สรุปว่างานนี้ก็คว้าน้ำเหลวอีกตามเคยทำไมสาวถึงตัวการใหญ่ไม่ได้สักทีก็ไม่รู้”คนเป็ผู้ใหญ่กว่าทั้งอำนาจและอายุบ่นอย่างหัวเสียก่อนจะทอดถอนใจยืดยาวเห็นทีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของเขาจะมาหยุดอยู่ที่อำเภอเล็กๆ นี้
“เราคงต้องเข้มงวดเื่การหาข่าวและเอาจริงเอาจังกว่านี้อีกเป็เท่าตัว”เทพทัตพูดเหมือนเปรยกับตัวเองเสียมากกว่าั้แ่ถูกย้ายมาชายหนุ่มก็หายใจเข้าหายใจออกเป็งานอยู่ทุกวินาที
“อย่าหักโหมจนเกินไปก็แล้วกันรู้จักพักผ่อนเสียบ้างเอาละยังไงก็เขียนรายงานมาให้ผมที่เหลือค่อยคิดค่อยวางแผนอีกที”สารวัตรธนูพูดแล้วลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาตบบ่าเทพทัตเบา ๆ
“ครับผม”
“ไปได้แล้ว”
เทพทัตลุกขึ้นยืนก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องแต่ยังไม่ทันถึงประตูเสียงถามของสารวัตรใหญ่ก็ดังไล่หลังมา
“คุณรู้ไหมผู้กองว่านักเขียนคนนั้นเขียนหนังสือเกี่ยวกับอะไร”
“นิยายครับแต่ไม่รู้ว่าเป็นิยายประเภทไหน”
แม้จะตอบไปแบบนั้นแต่เทพทัตคิดว่าเขามีคำตอบอยู่ในใจแล้ว จากภาพหน้าปกที่เห็น ชื่อเื่คำโปรยหลังปกที่แอบอ่าน ชวนให้คิดเป็อย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากนิยายติดเรท
สิ่งเสพติดที่หญิงสาวผู้นั้นบรรจงสร้างขึ้นมาและดูจากจำนวนที่พิมพ์แล้วน่าจะขายดีเสียด้วยเห็นหน้าใส ๆแบบนั้นเอาประสบการณ์ที่ไหนมาเขียนเื่อย่างว่าจนคนอ่านติดอกติดใจกันได้มากมายขนาดนั้น
“ยังไงผมก็ยังไม่วางใจเป้าหมายรายนี้นะให้คนของเราตามประกบอีกสักระยะก็แล้วกัน” คำสั่งสุดท้ายถูกแจ้งออกมาบ่งบอกให้รู้ว่าสารวัตรธนูยังไม่ละความสนใจและให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง
“ครับผม”
แม้เทพทัตจะออกจากห้องไปแล้วแต่คนภายในห้องยังมีสีหน้าครุ่นคิดริ้วรอยระหว่างคิ้วกดลงลึกชี้ให้เป็ว่าเ้าของชอบขมวดคิ้วเพื่อขบคิดปัญหาต่าง ๆอยู่เสมอ
แม้อำเภอเล็กๆนี้จะอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่ถึงสามสิบกิโลเมตรแต่กลับเหมือนอยู่ห่างไกลจนบางอย่างรอดหูรอดตาของทางการไปเพราะค่าที่อยู่ใกล้จนถูกมองข้ามและไม่คิดว่าจะมีปัญหา นี่เองที่เป็ช่องโหว่ให้คนบางกลุ่มจัดเก็บซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายนำมาเก็บกักพักเอาไว้โดยไม่มีใครเอะใจสงสัยด้วยมีเส้นทางที่ตัดผ่านหลายสายง่ายต่อการลำเลียงทั้งเข้าไปในพื้นที่และนำออกนอกพื้นที่เช่นกัน
ส่วนคนในพื้นที่บางคนนั้นก็เหมือนอยู่หลังเขาเสียเหลือเกิน...