[45] ความหวัง
{ภารกิจสายอาชีพ เส้นทางซุปตาร์ ความก้าวหน้าอยู่ที่ 35% ได้รับทักษะดึงดูดความสนใจขั้นต่ำ}{ภารกิจสายอาชีพย่อยประเภทนักแสดง ระดับกลางกึ่งสูง (โด่งดังในต่างประเทศด้วยฝีมือการแสดง) สำเร็จ หมายเหตุ คำนวนรางวัลจากระยะเวลา ผลสำเร็จและอื่นๆ ประเมินว่าอยู่ในเกณฑ์เกินความคาดหมาย ได้รับทักษะการแสดงขั้นสูง}{ภารกิจสายอาชีพย่อยประเภทนักร้อง ระดับกลาง (เพลงได้รับการแปลเป็นภาษาอื่น ได้รับความนิยมในต่างประเทศ) หมายเหตุ ระยะเวลา ผลสำเร็จและอื่นๆ ประเมินว่าอยู่ในเกณฑ์เกินความคาดหมาย ได้รับทักษะเสียงสวรรค์ขั้นกลาง}{ภารกิจสายอาชีพย่อยประเภทนายแบบ ระดับกลาง (ได้ขึ้นปกนิตยสารแบรนด์ชั้นนำ) หมายเหตุ ระยะเวลา ผลสำเร็จและอื่นๆ ประเมินว่าอยู่ในเกณฑ์เกินความคาดหมาย ได้รับทักษะดูดีทุกท่วงท่าขั้นกลาง}“...อ่า ทักษะไร้ประโยชน์อีกแล้ว ไอ้ระบบไร้ประโยชน์นี่คงหาประโยชน์จากมันได้แค่ไอเท็มราคาแพงหูฉี่ซะล่ะมั้งเนี่ย ให้เป็นเงินไม่ก็เป็นแต้มไว้ซื้อของยังดีกว่าอีก”เซ็ทขยี้เส้นผมบนศีรษะแล้วบ่นอุบอิบอยู่ในลำคอ ปัดหน้าจอที่เด้งมาอยู่ตรงหน้าทิ้งไป จากนั้นก็หยิบกระดาษขึ้นมาอ่านสคริปที่ต้องจำ หากระบบไร้ประโยชน์ที่โดนเซ็ทด่าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันบ่นได้ มันคงบ่นกลับจนน้ำลายท่วมตัวเซ็ทไปแล้ว{ตรวจสอบรางวัลภารกิจบ้างก็ได้นะเซ็ท มันแจ้งเตือนไว้เยอะเกินไปแล้ว}“นายดูแล้วสรุปเฉพาะอันสำคัญมาให้ฉันก็พอ”{คุณคนขี้เกียจ นอกจากเงินที่ผลาญเอาๆ ก็ไม่คิดจะดูอะไรเองเลย}“ก็มีนายอยู่จะทำเองไปทำไมล่ะ”{...}โรพูดไม่ออก หากเป็นคนก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกดีที่มีคนพึ่งพา หรือควรรู้สึกแย่ที่ทำให้คนๆ หนึ่งเสียนิสัยได้ขนาดนี้ ความจริงแล้วต่อให้ไม่มีโรเซ็ทก็สามารถทำทุกอย่างที่โรทำด้วยตัวเองได้ ซึ่งในเมื่อเป็นแบบนั้นก็ควรแบ่งเบาภาระงานจากเขาไปบ้างไม่ใช่สักแต่โยนนะ“อย่าด่าฉันในใจสิ” ...แค่สองวันที่เซ็ทบินไปทำงานแฟนมีตที่เกาหลี ข่าวเรื่องที่เซ็ทจะได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับแบรนด์น้ำหอมชื่อดังของเอเชียก็ดังไปทั่วไทย แฟนๆ ของเซ็ทเตรียมตังรอวันสินค้ามีวางจำหน่ายก็พร้อมซื้อทันที แน่นอนว่ารวมถึงบรรดาแฟนคลับของพรีเซนเตอร์น้ำหอมอีกหกคนด้วยมีกลุ่มแฟนคลับบางส่วนที่ไม่พอใจเนื่องจากคิดว่าศิลปินดารานักแสดงที่ตนชื่นชอบนั้นเหมาะสมกว่า แต่กระแสก่นด่าในโลกโซเชียลไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ตัดสินไปแล้วแต่อย่างใด อนึ่งเซ็ทนั้นไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งยังมีความสามารถ จึงไม่จำเป็นต้องคิดมากกับคำกล่าวที่บอกว่าตัวเองไม่เหมาะสมอย่างไรก็ตาม ไม่รู้ว่ารีบเบอร์ไหน เซ็ทได้กลับมาไทยวันที่สิบเอ็ดตอนเช้าตรู่ วันที่สิบสองตอนบ่ายก็ต้องร่วมงานเปิดตัวเสียแล้ว...เสียงเพลงดังกระหึ่ม เหล่าแฟนคลับยืนรอกันจนห้างใหญ่แออัดแทบเดินไม่ได้“สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล็อตแรกของแบรนด์ Scent แบรนด์ย่อยของแบรนด์น้ำหอมชั้นนำของเอเชีย Perfume สำหรับวันนี้เราจะมีสินค้าทดลองแจกและมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกลุ้นรับสินค้าใหม่กันไปฟรีๆ รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาท! และที่สำคัญยิ่งกว่าราคาของรางวัลก็คือความใกล้ชิดกับเหล่าดาราศิลปินตัวท็อปที่มาร่วมงานในฐานะพรีเซนเตอร์สินค้าล็อตแรกของ Scent นั่นเองค่ะ!!”การเล่าย้อนความอันเป็นธรรมเนียมของทุกการออกงานถูกสรุปเป็นบทความสั้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชมรู้สึกเบื่อ จากนั้นตัวแทนแบรนด์ Scent ก็เดินขึ้นมานั่งพูดคุยกับพิธีกร หากแต่คุยกันได้ไม่นานเรื่องก็วิ่งเข้าหาคนที่เตรียมตัวอยู่หลังเวที......อีกฝ่ายดูจะเล่นนอกบท จะบอกว่าไม่มีความเป็นมืออาชีพหรือโดนยัดเงิน?“เพราะวันนี้เป็นวันงานเปิดตัวและเราก็มีดาราและศิลปินมาร่วมด้วยมากมาย ถึงกระนั้นเราก็จะมองข้ามดาวหางคนใหม่ของวงการไม่ได้ เพราะเขามาในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ขอเชิญน้องเซ็ท อคิราห์ ออกมาร่วมพูดคุยกับพวกเราด้วยค่ะ!”ในเมื่อเอ่ยชื่อกันโต้งๆ ขนาดนี้ เซ็ทจึงไม่มีทางเลือกนอกจากจะเดินขึ้นไปบนเวที แม้จะเป็นวันธรรมดาตอนบ่ายๆ แต่จำนวนคนในห้างก็ดูจะมากจนล้น คนเดินซื้อของแทบไม่มีที่ให้เดิน เซ็ทยกมือสวัสดีทักทายทุกคน ก่อนจะโบกมือให้แฟนคลับที่ส่งเสียงกรีดร้องให้กำลังใจ“สวัสดีครับ เซ็ท อคิราห์ครับ ยินดีที่ได้พบนะครับทุกคน”“โหย ตัวจริงหล่อมากค่ะ แถมยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย” พิธีกรว่าพลางเขินตัวบิดเล็กๆ ก่อนจะเริ่มหาเรื่องลองเชิงเซ็ท “ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ น้องเซ็ทสามารถเล่าถึงแนวคิดความเป็นมาของแบรนด์ให้พวกเราฟังได้มั้ยคะ?”“ผมว่าเมื่อกี้คุณพิธีกรก็เล่าย่อๆ ไปแล้วนะครับ แต่ไม่มีปัญหา ผมจะพูดอีกครั้งก็ได้” เซ็ทยิ้มบางหากแต่ถ้อยคำแฝงไว้ด้วยการตำหนิอย่างชัดเจน “ก่อนจะพูดถึงแบรนด์ Scent ต้องเล่าย้อนไปถึงแบรนด์ Perfume ก่อนครับ Perfume นั้นมีการเริ่มต้นจากการศึกษาเรื่องฟีโรโมน เนื่องจากฟีโรโมนมีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม ในขณะที่เราอยู่ร่วมกัน ต่อให้เราเกลียดขี้หน้าใครเราก็เลี่ยงไม่มองได้ แต่เลี่ยงให้ไม่ได้กลิ่นไม่ได้ ยกเว้นจะอยู่ไกลกันจริงๆ คิดดูสิว่าคุณต้องอยู่ห่างคนขนาดไหนถึงจะไม่ได้กลิ่นอะไรเลย”ในขณะที่เซ็ทพูดเซ็ทก็แสร้งทำหน้าเหม็นเบื่อประกอบคำพูด ยกมือปัดไปมาราวกับกำลังปัดกลิ่นตดที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เรียกเสียงหัวเราะสนุกสนาน หากแต่พิธีกรสาวอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองถูกเปรียบเทียบกลิ่นตด“แบรนด์ Perfume สร้างความงดงามที่มองไม่เห็น เสริมสร้างความมั่นใจจากกลิ่นที่จับต้องไม่ได้ และช่วยให้ผู้ที่ฉีดน้ำหอมของแบรนด์สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยกลิ่นหอมที่ช่วยให้ผู้คนรอบข้างต้องหลงใหล เป็นน้ำหอมที่เหมาะกับวัยทำงานที่ต้องการเพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจให้ตัวเองอย่างถึงที่สุด แต่ Scent เกิดขึ้นมาด้วยแนวคิดอีกแบบครับ”ด้วยทักษะที่พึ่งได้รับมาใหม่ถึงสี่ทักษะ ‘ดึงดูดความสนใจ’ ‘เสียงสวรรค์’ ‘ดูดีทุกท่วงท่า’ ‘การแสดงขั้นสูง’ ทำให้เซ็ทที่ปกติใช้แค่หน้าหล่อๆ กับเสียงนุ่มๆ ก็เป็นที่สนใจอยู่แล้ว ยิ่งถูกจับจ้องจนตาคนฟังแทบไม่กระพริบ อีกทั้งเซ็ทกำลังจริงจังในการชักจูง คนฟังก็ยิ่งลุ่มหลงราวกับคนที่กำลังติดสารเสพติด“Scent เกิดจากแนวคิดของกลิ่นที่เป็นธรรมชาติในตัวมันเอง เพราะทุกๆ คนที่กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และเอกลักษณ์เหล่านั้นแหละที่สร้างความสวยงามในคนละรูปแบบกับรูปลักษณ์ภายนอก Scent ต้องการให้ทุกคนมั่นใจว่าตัวเองนั้นมีกลิ่นหอมอันเป็นธรรมชาติของตัวเอง ภายใต้นวัตกรรรมที่พัฒนาต่อไป น้ำหอมของ Scent จะช่วยดึงเอกลักษณ์และความเป็นตัวคุณออกมาครับ ให้คนที่คุณรักได้สัมผัสกับกลิ่นของคุณที่เป็นคุณอย่างแท้จริง”“ผมเชื่อว่าทุกคนมีใครสักคนที่อยากให้เขาได้สัมผัสกับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นธรรมชาติ และเป็นตัวของตัวเอง น้ำหอมของ Scent จะช่วยตอบโจทย์ดังกล่าวแน่นอน ...ลองสิครับ แล้วเขาจะหลงรักคุณตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า”เซ็ทยิ้มแล้วผายมือออก เป็นการบอกกลายๆ ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจบแล้ว เหล่าผู้ฟังที่ตกอยู่ในภวังค์จึงพลันได้สติ เกิดเสียงตบมือและกรีดร้องดังสนั่นยิ่งกว่าตอนที่เซ็ทก้าวขึ้นเวที หญิงสาวแต่ละคนและชายหนุ่มบางส่วนรู้สึกเหมือนโดนบอกรักผ่านสายตาและน้ำเสียงของเซ็ท ผู้ชมที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง พากันรุมล้อมที่บูธหน้างานเพื่อสั่งซื้อสินค้า ยอดจองสินค้าบ็อกซ์เซ็ตแบบลิมิเต็ดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จนพนักงานแทบจดไม่ทัน“อะ-เอ่อ จบงานนี้ฉันคงต้องไปหาซื้อมาใช้บ้างซะแล้วล่ะค่ะ” เธอยิ้มเขิน “ให้ผมอธิบายความเป็นมาแบบละเอียดตั้งแต่ปีที่ก่อตั้งเลยดีมั้ยครับ?”“มะ-ไม่ต้องค่ะ เอาเป็นว่าเราไปเตรียมพบกับ พรีเซนเตอร์น้ำหอมทั้งเจ็ดกลิ่นกันก่อนดีกว่า” พิธีกรสาวรีบขัดเพราะเกรงว่าเวลาในการดำเนินการจะไม่พอเสียก่อน เห็นเซ็ทตั้งท่าพร้อมร่ายยาวแบบนั้นเธอก็พอดูออกว่าเขาเตรียมตัวมาดีแค่ไหนเหล่าพรีเซนเตอร์น้ำหอมทั้งเจ็ดคนเดินมาเรียงแถวหน้ากระดาน แต่ละคนก็ทักทายแฟนคลับตัวเองอย่างสดใส ถ้าใครคีพคาแร็กเตอร์ก็จะแปลกแยกนิดหน่อย แต่มายืนรวมกันก็เป็นการรวมหนุ่มสาวสวยหล่อให้คนดูชื่นตานั่นแหละศิลปินดารานักแสดงต่างพูดคุยกับพิธีกร คนดูและคุยกันเองอย่างสนุกสนาน พวกเขาช่วยขายของให้แบรนด์อย่างสมราคาค่าตัวที่แพงลิบ (ก่อนหน้านี้หน้านี้ยังแทบไม่คุยกันสักคำ) สำหรับคนที่มีเพลงเป็นของตัวเองก็งัดสกิลออกมาโชว์ดึงแฟนคลับของคนอื่นเรียกกระแสให้ตนเองอย่างเต็มที่“เกมส์ที่จะได้มาเล่นกันในวันนี้คือดมกลิ่นทายศิลปินค่ะ ผู้โชคดีจะถูกปิดตาแล้วให้ดมกลิ่นจากคุณศิลปิน ถ้าทายชื่อศิลปินและกลิ่นน้ำหอมถูกมากเท่าไหร่ก็รับของรางวัลไปเลย!!”หญิงสาวห้าผู้ชายสองถูกพาขึ้นมาบนเวที เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ ความงดงามที่มองไม่เห็น ดังนั้นพวกเขาจะถูกผูกตาก่อนจะได้ดมกลิ่นน้ำหอมที่ฉีดไว้ที่ข้อมือของพรีเซนเตอร์แต่ละคน สิ่งที่ยากคือผู้โชคดีจะได้ดมน้ำหอมทั้งหมดก่อนเริ่มเกมส์เพียงครั้งเดียว...ถ้าจำกลิ่นได้ว่ากลิ่นไหนเป็นกลิ่นไหน และจำได้ว่าใครเป็นพรีเซนเตอร์ของกลิ่นไหนก็จะเดาได้ไม่ยาก“กรี๊ดดดดดดดด!!!”“ไม่เป็นไรนะครับ?”เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนเมื่อผู้โชคดีที่มองไม่เห็นสะดุดขาตัวเองจนเกือบล้มแต่ได้เซ็ทช่วยรับไว้ทัน เซ็ทประคองเธอยืนดีๆ แล้วถามเสียงนุ่ม จนหญิงสาวเขินหน้าแดงทั้งๆ ที่มองไม่เห็นเธอเชื่อแล้ว ต่อให้ไม่เห็นหน้าแต่ก็รู้สึกเหมือนตกหลุมรัก กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เสียงนุ่มๆ และอ้อมแขนแข็งแกร่ง ต่อให้เป็นสต๊าฟเธอก็คงเผลอใจเต้นไปกับเขาแน่ๆ แต่นี่...(กลั้นเสียงกรีดร้อง) ยิ่งคนที่เธอชอบเป็นคนที่ช่วยเธอไว้แบบนี้เธอก็จะยิ่งหลงรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้นน่ะสิ...อย่าถามนะว่ารู้ได้ยังไง สามีในฝันนอนฟังเสียงมาเป็นพันรอบแล้วจะจำไม่ได้ ได้ยังไงกันล่ะ!? อย่าดูถูกแฟนมโนนะ!!“มะ-ไม่ค่ะ”“งั้นมาเริ่มเกมส์กันเลยนะคะ รอบแรกจะได้ทายหนึ่งกลิ่น ถ้าทายถูกจะได้เล่นรอบต่อไปค่ะ!”ผู้โชคดีทั้งเจ็ดคนถูกจับหมุนไปหมุนมา ปรางค์เป็นคนยื่นข้อมือให้ผู้โชคดีได้ทาย กลิ่นน้ำหอมหวานๆ เป็นเอกลักษณ์จนหกในเจ็ดคนพร้อมใจกันตอบถูก มีผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่ตอบชื่อพรีเซนเตอร์ผิด“น่าสงสารจังค่ะ แต่เชิญรับของที่ระลึกที่ด้านข้างได้เลยค่ะ ขอบคุณที่มาร่วมสนุกกันในวันนี้นะคะ”หญิงสาวเดินหน้างอคอหักลงจากเวที จากนั้นเกมส์รอบต่อๆ ไปก็เริ่มขึ้น คนเริ่มทายผิดกันหลังจากให้ทายสามกลิ่น ผู้โชคดีที่เหลืออยู่ก็เหลือเพียงสองคน เป็นผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงหนึ่งคน ยิ่งดมเยอะก็ยิ่งมึนเบลอ จมูกเริ่มเพี้ยน พอทายห้ากลิ่นก็เหลือผู้หญิงเพียงคนเดียว“เจ็ดกลิ่นไม่ผิดเลย สุดยอดมากๆ ถ้ายังไงเรามาต่อกันที่รอบสุดท้าย โจทย์คือจะให้ทายกลิ่นผสมนะคะ คุณจะคว้ารางวัลใหญ่ไปได้รึเปล่า!?”“อันแรกเป็นกลิ่นแรกพบกับสกายทรี ส่วนอันที่สอง...โรแมนซ์กับคูลไอซ์ พรีเซนเตอร์คือ...”สิ้นสุดคำตอบที่ดูจะคิดนานหน่อย ลูกบอลอวยพรบนเวทีก็อ้าออก พิธีกรยิ่งเสียงดังเรียกความตื่นเต้นจากคนดูให้มีอารมณ์ร่วมตาม“แจ็กพ็อตแตก! สุดยอดค่ะ ทายถูกหมดเลยนะคะเนี่ย!!”พิธีกรสาวเข้าไปพูดคุย และได้ให้เซ็ทเป็นตัวแทนมอบของรางวัลเป็นเซ็ตน้ำหอมแบบลิมิเต็ดที่ผลิตล็อตแรก พร้อมกับนิตยสารน้ำหอมของ Scent อัลบั้มรวมภาพของเหล่าพรีเซนเตอร์ฉบับพิเศษ ซึ่งพรีเซนเตอร์ทุกคนบนเวทีรับปากกามาเซ็นต์ชื่อทีละคนบนของทุกชิ้น ทั้งผู้โชคดียังได้ส่วนลดในการซื้อสินค้าชิ้นต่อไปด้วย เรียกได้ว่ารับเละ ถ้าเอาทั้งหมดนี่ไปขายต่อรับรองว่าไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ แน่“สุดยอดมาก ยินดีด้วยนะครับ”“ขะ-ขอบคุณมากค่ะ”เธอรับสิ่งของทั้งหมดนั่นไปด้วยรอยยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ ต่อให้เอาไปขายจะเป็นราคาที่แพงแค่ไหน เธอก็จะไม่ขายเด็ดขาด จะเก็บไว้จนวันตายเลย!ยังคงมีเกมส์เกี่ยวกับกลิ่นให้เล่นกันต่อ แต่ก็ไม่มีใครทำแจ็กพ็อตแตกได้อีกหลังจากนั้นไม่นานงานก็จบลง แต่ถึงกระนั้นเซ็ทก็ต้องยืนให้สื่อสัมภาษณ์ต่ออีกพักใหญ่ จบงานนั้นก็ไปต่อที่งานถัดไป เขาต้องตะลอนไปถ่ายคลิปสัมภาษณ์กับอีกหลายช่อง ไม่เว้นแม้แต่รายการสด กว่าจะได้กลับไปพักก็เกือบห้าทุ่ม“อา...การนั่งยิ้มนี่กินพลังงานเยอะจริงแหะ”เซ็ทนอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟา ให้ร่างกายได้ชาร์จพลังที่หายไป เดินไปคุยกับโต๋เรื่องความคืบหน้าของซิงเกิ้ลใหม่แล้วค่อยให้เจ๊เจสซี่ไปส่งกลับบ้านนอน
...แต่ต่อให้ตั้งใจจะกลับมานอน เซ็ทก็ไม่ได้นอนทันทีอยู่ดี{คนที่คุณตั้งใจจะช่วยหลงทางใหญ่แล้ว คุณคิดว่าเธอจะมาทันจริงเหรอ?}“มาทันก็รอดไม่ทันก็ตาย แค่นั้นแหละจบ”{คุณคิดจะช่วยเหลือเธอ ไม่ได้แปลว่าคุณไว้ใจเธอในระดับหนึ่งเหรอ?}“ช่วยเหลือไม่ได้แปลว่าเชื่อใจ ไม่งั้นฉันจะให้นายคอยตามเธอทำไม”เซ็ทว่าพลางอ่านข้อมูลของเฮยอันซาที่แฝงตัวอยู่ในไทยต่อ แรกๆ ก็คิดว่าการจัดระเบียบบ้านเมืองข้อกฏหมายทั้งหลายแหล่หย่อนยานไม่น่าเชื่อถือสุดๆ แล้ว ...แต่พอให้โรลองเจาะเข้าไปหาข้อมูลจริงๆ จังๆ ถึงได้รู้ว่าบ้านเมืองมันเน่าเฟะเละเทะได้ยิ่งกว่าที่คิดเยอะ“ถ้าพวกนั้นก่อเรื่องทีระบบเศรษฐกิจได้พังหมดแน่”เซ็ทถอนหายใจ อยากจะมองเมินทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรเหมือนเก่า แต่ถ้าทำอย่างนั้นแล้วเกิดเรื่องเมื่อไหร่ ไทยคงเป็นประเทศที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจอีกต่อไป{จัดการเลยมั้ย?}“ป่วนเรื่องช่องทางการหาเงินพวกนั้นไปก่อน ทุกประเทศล่ะไม่ใช่แค่ที่ไทย ที่ผิดกฏหมายก็แจ้งต่อพวกองค์กรที่ไว้ใจได้ ค่อยๆ ป่วนไปทีละนิด แค่พอให้ยุ่งจนไม่ว่างทำเรื่องไร้สาระก็พอ”{รับทราบ จะทำการประมวลแผนการและดำเนินการทันทีที่เรียบร้อย}...แค่ให้โรแทรกแซง การกระทำต่างๆ ที่ต้องทำผ่านระบบอินเทอร์เน็ตก็เตรียมโดนเล่นได้เลย{แล้วจะจัดการพวกอื่นด้วยมั้ย?}“หาข้อมูลพวกนั้นไว้ให้ฉัน แล้วฉันจะบอกอีกที ถ้าตัวประมวลผลไม่พอก็ใช้คอมเครื่องอื่นแทน ไม่จำเป็นต้องจำกัดขอบเขต ฉันอนุญาตแพร่ไวรัสได้เต็มที่ ระวังอย่าให้โดนจับได้ก็พอ”{ถ้าไม่ใช่พวกหัวสมองของกองทัพหรือแพนโดร่าก็จับผมไม่ได้ง่ายๆ หรอก}แม้เสียงของโรจะเรียบๆ นิ่งๆ แต่ก็ติดหยิ่งระคนเย้ยหยันอย่างชัดเจน เซ็ทไม่ได้ขัดอะไรโรที่พัฒนาจนเริ่มเหมือนคนจริงๆ เข้าไปทุกที เพียงแต่เอ่ยตักเตือนแต่พอประมาณ“มั่นใจก็ดี แต่ระวังพวกผู้มีกิ๊ฟประเภทที่สองไว้ด้วยล่ะ เรายังไม่รู้ว่ามีคนจำพวกนี้เหลืออยู่มากแค่ไหน”{รับทราบ จะระวังเอาไว้ เพียงแต่มีพวกนี้อยู่ใกล้ตัวคุณอยู่นะ จะไปจัดการไว้ก่อนรึเปล่า}“จัดการตอนนี้เดี๋ยวก็มีโผล่มาเพิ่มอีก” เซ็ทตอบเซ็งๆ ในความเป็นจริงก็อยากจะออกไปฆ่าล้างพวกลิ่วล้อที่อยู่ไม่ไกลออกไปให้หมด แต่ถ้าฆ่าทิ้งไปแล้วฝั่งนู้นผิดสังเกตส่งพวกใหม่มาแทนจนเยอะกว่าเดิม มันก็จะวนลูบไม่จบไม่สิ้น แถมอันตรายต่อคนรอบตัวมากกว่าเดิมด้วย{มีข้อเสนอ คุณก็ขึ้นเป็นใหญ่แทนพวกนั้นซะ พวกมันจะได้ไม่กล้ากระทำอะไรเกินขอบเขต คุณเองก็จะได้คุมพวกมันได้ง่ายๆ โครงคร่างของพวกกลุ่มย่อยไม่ได้แน่นหนาอะไรอยู่แล้ว การแทรกซึมทำได้ไม่ยากหรอก}เซ็ทเงียบไปพักใหญ่ กำลังคิดประมวลผลดีผลเสีย ข้อดีมีเยอะแยะแต่ข้อเสียคือเหนื่อยแลนสิ้นเปลืองเวลา ทุกวันนี้เวลานอนยังแทบจะไม่มีอยู่แล้ว ถึงจะไม่นอนก็ได้แต่ก็ยังอยากนอนพักอยู่ดี แต่สุดท้ายภาพครอบครัวก็เด้งขึ้นมาในสมอง ‘เหนื่อยมั้ยลูก?’‘พี่จ๋า’เซ็ทตัดสินใจมองข้ามความเหนื่อยของตัวเองไปในทันที ก็แค่ไม่ได้นอนจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรนักเชียว“...ก็ได้ เตรียมข้อมูลไว้ให้พร้อม พรุ่งนี้ฉันจะไป” {รับทราบ จะเตรียมเอาไว้ให้ ว่าแต่คิวติดต่อเข้ามา ข้อความถามว่าพรุ่งนี้คุณจะไปโรงเรียนรึเปล่า?}“เช้ามีงานมั้ย?”{มีเวลามากพอสำหรับสองคาบก่อนจะไปทำงานครับ}“โอเค งั้นตอบแทนทีล่ะว่าเดี๋ยวไป”ตอบเสร็จเซ็ทก็ไล่อ่านข้อมูลของพวกนั้นต่อ ทว่าในขณะที่กำลังจะล้มตัวลงนอนลุงโชคก็ติดต่อมาซะก่อน อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองไปทำเวรทำกรรมอะไรมา พอจะนอนทีไรต้องได้โดนขัดจังหวะทุกที เซ็ทกดรับสายเสร็จก็กรอกเสียงผ่านโทรศัพท์ด้วยความไม่สบอารมณ์“ว่าไงลุงโชค นี่ดึกมากแล้วนะลุง ถ้าไม่หลับไม่นอนก็อย่ามาขัดจังหวะคนกำลังจะนอนสิ”[เออน่ะ ไม่ได้คิดจะโทรมากวนเวลานอนอะไรหรอก เพียงแต่จะถามว่าเอ็งโอเคมั้ย ฉันไม่อยู่ไม่ได้เจอเอ็งตั้งหลายวันนี่หว่า]“โอเค โอเคมากๆ แล้วจะโอเคสุดๆ ถ้าลุงให้ผมไปนอน” เซ็ทว่าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนฟังไม่ออกว่ากำลังโกรธอยู่รึเปล่า[เออได้ ไปก็ได้ชิ]แล้วลุงโชคก็ตัดสายไป จนอดคิดไม่ได้ว่าโทรมาเพราะมีเรื่องแค่นี้ เซ็ทต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อขอให้ตัวเองได้นอนสบายๆ โดยไร้คนกวนซะล่ะมั้ง“โร ตรวจสอบดูด้วยว่าลุงโชคมีเรื่องอะไรที่ไม่ได้พูดรึเปล่า”{ตามนี้ครับ}“ส่งข้อความไปสิว่าฉันตกลง”เซ็ทอ่านรายละเอียดที่โรหามาอย่างรวดเร็วแบบผ่านๆ แล้วก็จัดการสั่งง่ายๆ อดไม่ได้ที่จะหันมองจิ้งจกข้างตัวที่นอนพุงอืดหลับปุ๋ยมาแทบทั้งวี่ทั้งวัน เซ็ทดีดพุงมันเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะคว้าผ้าห่มขึ้นคลุมโปงนอน...ฝากลุงโชคที่วางสายไปมองจ้องโทรศัพท์สลับกับปึกกระดาษแล้วทำหน้าเครียด ความจริงแล้วมีค่ายหนังของไทยติดต่อเข้ามา ค่ายเกรดดีเชื่อถือได้ แถมยังเป็นภาพยนตร์ที่อ่านเรื่องย่อแล้วรู้สึกน่าสนใจ ในขณะที่บทที่เซ็ทจะได้เล่นก็ถือว่าท้าทายไม่ใช่น้อยทว่ากำหนดถ่ายทำคือกลางปีหน้า กำหนดฉายคือช่วงปลายปี แค่ตารางงานเซ็ทตอนนี้ก็ลากยาวยันกลางปี เรียกได้ว่ายุ่งสุดๆ จนไม่รู้จะยุ่งยังไง ดาราตัวท็อปบางคนยังไม่รับงานมากขนาดนี้ด้วยซ้ำไปขืนรับงานนี้มา แค่ต้องเจียดเวลาไปเวิร์กช็อปก็คงไม่ต้องกะมีเวลาว่างไว้ผ่อนคลายเลย ไม่นับรวมเรื่องที่เซ็ทกำลังเตรียมคัมแบ็กอีก มันเป็นบันไดที่ดี เพียงแต่มาผิดเวลา คงต้องตอบปฏิเสธเพียงแต่ตัดสินใจได้ไม่ถึงสามสิบวิ ข้อความในโทรศัพท์ก็เข้า ลุงโชคอดคิดไม่ได้ว่าเซ็ทนั้นมีพลังจิตอ่านใจเหมือนที่เขามีทักษะจับโกหกแบบแปลกๆ นี่รึเปล่า[งานอะไรที่ลุงกำลังคิดหนัก ผมรับทำ แค่นี้แหละ ปล.ผมมันถึก เชื่อใจคนที่ลุงคิดจะปั้นหน่อย เป็นตาแก่ก็อย่าขี้กังวลนัก เดี๋ยวหัวจะล้านเปล่าๆ]...ไอ้เด็กบ้านี้แล้วลุงโชคก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากยามคิดถึงใบหน้ากวนๆ ของเจ้าหลานตัวแสบ
เตียงจำนวนมากตั้งเรียงรายอยู่ในห้องกว้าง เส้นสายมากมายระโยงระยางไปทั่ว ภายในห้องราวกับภาพในหนังวิทยาศาสตร์ แต่อีกนัยนึงก็ไม่ต่างอะไรไปจากห้องเก็บศพนักเมื่อบนเตียงเหล่านั้นมีร่างของคนจำนวนมากหลับไหลอยู่ ในห้องกว้างนี้มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง“การวิเคราะห์เป็นยังไงบ้าง?”“เด็กคนนี้ก็เป็นเหมือนคนอื่นๆ ค่ะ ในร่างของเธอมีสสารบางอย่างที่ไม่สามารถระบุได้อยู่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามโครงสร้างมันต่างกันอยู่นิดหน่อย ในขณะที่บางคนก็เป็นโครงสร้างแบบเดียวกัน คิดว่าเป็นที่แน่นอนแล้วว่าสสารดังกล่าวจะเป็นที่มาของพลังเหนือธรรมชาติค่ะ”ร่างบางของเด็กสาวที่มีกิ๊ฟที่ใช้ในการบินถูกเข็นเข้ามานอนรวมกับคนอื่นๆ ใบหน้าของเธอซีดเซียวแทบไร้สีเลือด แต่กระนั้นเธอก็ยังมีชีวิตอยู่“เหอะ ไม่ใช่ว่าสรุปแน่นอนไปแล้วรึไงว่าในบรรดาผู้มีกิ๊ฟจะมีสสารแบบนี้อยู่ในร่างกาย สิ่งที่ฉันต้องการน่ะ ไม่ใช่ข้อมูลโบราณกระจอกงอกง่อยพรรค์นี้หรอกนะ!”ชายชราว่าพลางปาแท็บเล็ตที่อีกฝ่ายยื่นให้ลงบนพื้นจนหน้าจอของมันแตกเป็นเสี่ยงๆ มือเหี่ยวย่นชี้ไปที่หญิงสาวที่สวมชุดกาวน์สีขาวแล้วว่าด้วยเสียงดุดัน “ไขปริศนาความลับและที่มาของมันให้ได้ เราจะใช้ประโยชน์จากมัน เพื่อที่เราจะได้สร้างอาวุธมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดไว้ต่อกรกับพวกประเทศอื่นได้ เข้าใจรึเปล่า?”“...เข้าใจค่ะท่าน”“จะต้องใช้วัตถุดิบอีกมากแค่ไหนก็ใช้ไป ตัวอย่างทดลองจะตายอีกสักกี่ร่างก็ช่าง ขาดเหลืออะไรก็แจ้งพวกมัน ขอแค่เธอกับทีมของเธอทำงานนี้ได้สำเร็จก็พอ แล้วอย่าลืมสิ่งที่ฉันต้องการด้วย”“...ดิฉันไม่ได้ลืมค่ะ”หญิงสาวโค้งตัว รอให้อีกฝ่ายเดินผ่านไปจึงค่อยคลายมือที่กำแน่นออกได้ ดวงตาใต้กรอบแว่นมองไปยังคนมากมายที่ต้องตกเป็นเหยื่อความมืดของสังคมนี้โดยที่เจ้าตัวหาได้ยินยอมไม่ เธออยากที่จะช่วยปลดปล่อยพวกเขา หากแต่ถ้าเธอทำอย่างนั้นเธอก็คงเป็นคนแรกที่ต้องตาย...จะหนียังไง จะหนีไปไหน ขืนถ่วงเวลาทำงานล่าช้าต่อไป เธอก็คงถูกใช้เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่จะถูกนำไปทดลองไม่ต่างจากคนอื่นๆ“...‘อย่าลืมสิ่งที่ฉันต้องการด้วย’...งั้นเหรอ หึ”...ไอ้แก่หัวล้านอัปรีย์...ใฝ่ฝันชีวิตอมตะงั้นเรอะ คนอย่างแกตายไปนรกยังไม่อยากต้อนรับเลยเถอะ เธอหันหลังเดินกลับออกจากห้องที่เธอหวาดกลัว เดินกลับไปหน้าจอคอมพิวเตอร์รุ่นพิเศษที่อีกฝ่ายมอบให้ใช้งาน แต่แล้วน้ำตาของเธอก็ไหลพราก“นี่มัน...”...ไม่แน่ว่าเธอ ลูกทีมทุกคน และบรรดาผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดอาจจะยังมีสิทธิรอดก็เป็นได้
‘ท่ามกลางความมืด บางครั้งก็ยังมีแสงสว่างที่แทบมองไม่เห็นอยู่’
-----------------------ค่อยๆ คืบคลานเข้าบทบู๊ เริ่มเข้มข้นมากขึ้น เรื่องเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ระบบไร้ประโยชน์มีค่าแค่ไอเท็ม ส่วนทักษะก็ยังคงไม่มีที่เซ็ทอยากได้ ปกติไม่มีทักษะก็เทพพออยู่แล้ว คนมันหล่อเสียงดีแสดงเก่งโดดเด่นดึงดูดสายตา ทักษะไม่จำเป็นเลย //แต่เขียนเองก็อดคิดไม่ได้ว่าจะมีชะนีอีกแล้วเรอะ ตัวประกอบยังเยอะไม่พอใช่มั้ย? ถถถถกราบขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันมาตลอด ช่วยเปย์ค่าอาหารให้จนมาถึงตอนนี้ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ แมวบอกบ่อยมาก แต่แมวก็ยังจะบอกต่อไป ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ กราบงามๆ ค่ะ