เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 89 จ้าวอัศวินแดนใต้

    จ้าวสหพันธรัฐ ในเวลานี้เริ่มพลุ่งพล่านใจเป็นที่สุด เขาเป็นถึง ผู้นำประชาชนเกือบร้อยล้านคนทั้งหมด 100 เขต ในทวีปแดนใต้ แต่ว่าคนในปกครองของเมืองศูนย์กลางบัดนี้ ไม่มีชาวบ้านเหลืออยู่เลย  หากใครรู้เรื่องนี้ เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ความชอบธรรม ความเป็นผู้นำกลับถูกลดทอนไป โดยที่ไม่มีใครมั่นใจในตัวของเขาเลย ว่าจะสามารถให้การดูแล และคุ้มครองพวกเขาได้ นี่เป็นเพราะเฉินเสี่ยวเทียน แต่เพียงผู้เดียว  จ้าวสหพันธรัฐโยนความผิดให้กับเสี่ยวเทียน

    จนหลงลืมนึกถึงไปว่า สาเหตุนั้น มาจากตัวของเขาเอง ที่ไปเข้าข้างกลุ่มหมาป่าโลกันต์ แล้วรับเงินมา สองหมื่นล้านเหรียญทอง ในการใช้อำนาจโดยมิชอบเอง

    เสี่ยวเทียน พอมาถึงเมืองศูนย์กลางของทวีปใต้ ก็ตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเมืองร้างเช่นนี้ สงสัย คงเตรียมตัวจัดการกับเขาอย่างเต็มที่แน่ๆ เลย !

    เสี่ยวเทียนส่งจิตสัมผัสไปโดยรอบ ๆ พบทหารรักษาเมือง หมื่นคนลาดตระเวณ รอบ ๆ เมืองหลวง แต่เสี่ยวเทียนตอนนี้ ต้องไปช่วยคนก่อนเป็นอันดับแรก จึงมุ่งหน้าไปที่เรือนจำก่อน

    พอมาถึงเจ้าหน้าที่เรือนจำ เห็นเสี่ยวเทียนมาก็ รีบเปิดเรือนจำ  เรียกคนของตระกูลจวงออกมา หาทันทีโดยที่เสี่ยวเทียนไม่ต้องออกแรงอันใดเลย

    “ เชิญท่านเฉินเสี่ยวเทียน พาคนของท่านกลับไปได้เลย พวกเราให้การดูแลพวกเขาอย่างดีที่สุด” ผบ.เรือนจำกล่าวด้วยความนอบน้อม

    พอคนของตระกูลจวงขึ้นเรือครบ เสี่ยวเทียนก็บอกกับ  ท่านผบ. เรือนจำว่า

    “ พวกท่าน รีบออกจากที่เมืองศูนย์กลางไปให้หมด อีกไม่เกิน 1 ชั่วยามเมืองศูนย์กลางแห่งนี้จะเหลือแต่ ซากแล้ว” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ทุกคนก็รีบย้ายกันออกไปทันที จนลืมแม้กระทั่ง นักโทษที่เหลือ เสี่ยวเทียนจึงทำการปลดปล่อยนักโทษออกไปจนหมดสิ้น

    “ พาพวกเขาไปห่างจากเมืองศูนย์กลางก่อน ต่อจากนี้ข้าจะจัดการเอง” เสี่ยวเทียนสั่งคนตระกูลจวงเสร็จ ก็ลอยตัวขึ้นฟ้า เหยียบเมฆขาวลอยไป ดึงปราสาทเทพเซียน และ เทพอินทรีบูรพาออกมา แล้วก็เริ่มตะโกนก้องออกไปทั่วเมืองศูนย์กลางว่า

    “ ประชาชนเมืองศูนย์กลางแดนใต้ ทหาร ข้าราชการทุกท่านที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจ้าวสหพันธรัฐ และ หน่วยรบหมาป่าโลกันต์ ให้รีบหนีออกไปจากที่เมืองศูนย์กลางแห่งนี้ โดยด่วน เพราะหลังจากนี้อีก 1 ชั่วยาม จะไม่มีสิ่งชีวิตและ สิ่งก่อสร้างหลงเหลือที่เมืองศูนย์กลางนี้อีกเลย” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็เรียกพายุอัสนีสายฟ้าออกมา ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มทันที แสงของอัสนี แลบแปร๊บ ๆไปทั่วทั้งเมือง ทหารเริ่มวางอาวุธ แล้วรีบพาครอบครัว หลบหนีออกไปเป็นจำนวนมาก ข้าราชการทั้งหลาย ต่างเห็นพายุอัสนีกันอย่างจะจะ ต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ก็อยู่ไม่ได้แล้ว รีบหนีกันจ้าละหวั่น  ในรัฐสภา วุฒิสภาสูงแต่ละคนได้ยินเช่นนั้น แล้วมองเห็น พายุสายฟ้ามากันเป็นร้อย ๆ สาย ! ก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน ทิ้งทุกอย่างเอาไว้หนีเอาตัวรอดกันหมด 

    ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม สิ่งมีชีวิตที่เหลือในเมืองศูนย์กลาง ก็เหลือเพียงแค่ หน่วยรบหมาป่าโลกันต์ สามพันคน ที่ยืนถือปืน กระสับกระส่าย มองหน้ากัน คิดว่าตนเองกำลังต่อสู้กับอะไรกันแน่วะเนี่ย ถ้าเป็นคน ก็ใช้ปืนยิงๆ มันเข้าไปก็จบ แต่นี่เป็นพายุสายฟ้า จะยิงใส่มันอย่างไรดี ! ส่วนวุฒสภาสูงเหลือแค่เพียงสี่คนกับ จ้าวสหพันธรัฐ แล้วตุลาการมือปราบอีก 100 คน ที่คอยอารักขาจ้าวสหพันธรัฐเอาไว้

    เสี่ยวเทียนขี่เมฆวนไปรอบๆ เมืองเห็นโรงพยาบาลกำลังเคลื่อนย้ายคนป่วยออกไปเพื่อหนีภัยสงครามครั้งนี้ เสี่ยวเทียนเอ่ยถามอาจารย์ลู่เอินทันที

    “ ช่วยพวกเขาอย่างไรดี ท่านอาจารย์”

    อาจารย์ลู่เอิน อยู่ในร่างของเสี่ยวเทียนแล้ว ก็ทำการย้ายโรงพยาบาลทั้งโรงโดยใช้การเคลื่อนย้ายผ่านมิติ โดยใช้มือสะบัดทีเดียว โรงพยาบาล ทั้งหมดก็เคลื่อนย้ายไปอยู่นอกเมืองทันที โดยที่ใส่หินพลังงานให้พลังงานไฟฟ้าของโรงพยาบาลทำงานให้เป็นปกติทั้งหมด

    และแล้วก็ได้เวลาครบกำหนด เสียงฟ้าคำรามลั่นไปทั่วเมือง สายอัสนีเส้นใหญ่ๆ  นับร้อยสาย ก็เริ่มปฏิบัติการ เสียงดัง เปรี้ยง ๆ ๆ โครม ๆๆ  ตูม ๆๆๆๆ !! เสียงทำลายล้าง ตึกรามบ้านช่องถูกทำลายไปจนหมดไม่มีเหลือ ทหารของประจำเมืองหนีตายออกมาข้างนอกกันหมดแล้ว  เหลือแต่ ทหารสามพันคนที่ถูกนายพลฟ๊อกซ์บังคับให้เฝ้าฐาน แล้วในที่สุดทหารสามพันคนก็ตายอนาถทั้งกองพันไม่มีเหลือ ผู้พันฟิวส์ กุนซือที่ปรึกษา และนายพลฟ็อกซ์ หนีตายจากพายุสายฟ้ากัน ทุลักทุเล

    แต่ว่า บัดนี้เสี่ยวเทียนมายืนรออยู่ตรงหน้าแล้ว

    “ เจ้าคงเป็นนายใหญ่ของ หมาป่าโลกันต์ซินะ”  เสี่ยวเทียนมองหน้า นายพลฟ็อกซ์ ก็รู้สึกได้ถึงไออัมหิตที่มันมองมา

    “ แกมาก็ดีครั้งนี้ ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”  นายพลฟ็อกซ์เอ่ยเหมือนมั่นใจมากเตรียมออกคำสั่งให้ใช้ป้อมปืนทะลุฟ้าทันที

    “ คิดหรือว่าจะมีปัญญาทำอะไรข้าได้” เสี่ยวเทียนปล่อยพลังสายฟ้าเข้าใส่คนทั้งสามทันที เปรี้ยง !  มีแสงจากท้องฟ้าส่งลงมาป้องกันสายฟ้าของเสี่ยวเทียนเอาไว้

    เสี่ยวเทียนมองไปบนท้องฟ้า  เห็นปลากระแบนยักษ์ ลอยอยู่เหนือหัว ปิดบังท้องฟ้าจนมืดมิด ได้ยินเสียง นายพันฟิวส์ตะโกนร้อยออกมาอย่างดีใจว่า

    “กระเบนแปดคาบสมุทร !  ท่านจ้าวอัศวินแดนใต้ ซ่งจือเต้ามาแล้ว!”

    ที่แท้ ปลากระแบนยักษ์ตัวนี้มีชื่อว่า กระเบนแปดคาบสมุทร เป็นพาหนะประจำตัว ของ จ้าวอัศวิน ซ่งจือเต้า เจ้าสำนัก แปดคาบสมุทรหนันไห่นี่เอง

    “ ไอ้หนู เจ้ายังเป็นเด็กแต่ นิสัยโหดเหี้ยมยิ่งกว่าผู้ใหญ่ยิ่งนัก คงจะมีมารสนับสนุนเจ้าอยู่  วันนี้ ข้าในฐานะตัวแทนของ แดนใต้ ขอเบิกม่านฟ้า เพื่อปราบมารร้ายตนนี้ ให้หมดสิ้นไป”  จ้าวอัศวินซ่งจือเต้า ยังไม่ปรากฏร่างออกมา มีแต่เสียงก้องกังวานไปทั่วเมือง แสดงว่าพลังเสียงนั้นต้องไม่ด้อยไปกว่าระดับเทียนจุนอย่างแน่นอน  จ้าวสหพันธรัฐ กับคนสนิท ถึงกับเป่าปากอย่างโล่งใจที่ได้ยิน จ้าวอัศวินแดนใต้ ซ่งจือเต้ามาแล้ว

    “ ปล่อยให้ ตงตงออกมา จัดการเจ้าปลากระเบนยักษ์ไปก่อน” อาจารย์ลู่เอินสั่งทันที ตงตง โผล่หน้าออกมาเห็น  ปลากระเบนยักษ์ ก็แลบลิ้น ขู่ฟ่อฟ่อ 

    ทันใดนั้น  ทุกสรรพสิ่งรอบกายของเสี่ยวเทียน เหมือนถูกมนตร์สะกด ทุกสิ่งทุกอย่าง หยุดการเคลื่อนไหว บนท้องฟ้า ปรากฏร่างชายวัย 45 ปี ผู้หนึ่งสวมชุดหนังปลาวาฬ มีเครื่องประดับ เพชรพลอยรอบตัว สวมมงกุฏถือคทามังกรสีทอง กำลังลอยมาจาก กระแบนแปดคาบสมุทร พอเข้ามาใกล้ ก็ใช้คทามังกรสีทอง ชี้เข้าใส่เสี่ยวเทียน เกิดประกายแสงวาบขึ้นมา เป็นวงกลม ส่งออกมาเป็นชั้น ๆ 

    อาจารย์ลู่เอิน สัมผัสได้ว่า วงแหวนวงกลมที่ปล่อยออกมา จากคทามังกรสีทองเป็นเพียงวงแหวนเวทย์ ที่ใช้พลังจาก คทามังกร ซึ่งหากเป็นผู้อื่น คงโดนวงแหวนเวทย์นี้ ทำร้ายจนกระอักเลือดออกมาแล้ว   

    “ แค่ของเล่นพวกจอมเวทย์”  อาจารย์ลู่เอินปล่อยแสงออกมาจากนัยน์ตาพุ่งออกมา โดนเข้ากับ คทามังกร  เปรี้ยง ! คทามังกรสีทองหักสะบั้นกลายเป็นเศษไม้ไปในทันที  พลังของจ้าวอัศวินซ่งจือเต้า ที่ได้สร้างเขตแดนเอาไว้ ก็ถูกทำลายตามไปด้วย 

    ท้องฟ้าที่หยุดนิ่ง กลับมีเมฆลอย บรรยากาศโดยรอบเคลื่อนไหวเป็นปกติอีกครั้ง  ปลากระเบนยักษ์ที่ลอยบนฟ้า ถูก ตงตง ไล่งับ จนแผงปีกหายไปกว่าครึ่ง ร่างกลายเป็นกระแบนปีกหัก ร่อนถลาลม ร่วงไปกับพื้น ตงตงไม่ปล่อยโอกาสให้หายไป เข้าไป กลืนงับๆ ต่อ   

    ซ่งจือเต้า ตกใจที่ถูกทำลายพลังเขตแดน และคทายังถูกทำลายทิ้ง แล้วยิ่งเห็นสัตว์พาหนะสุดที่รักกำลังถูกกลืนกิน เช่นนี้ก็แค้นใจยิ่งนัก รีบหันมาหาเสี่ยวเทียน ยกมือทั้งสองข้างขึ้น เตรียมปล่อยพลังที่คาดว่าน่าจะเหนือกว่า แสงจากคทามากนัก สองมือ ที่ยกขึ้นมากลายเป็นพลังที่เรียกคลื่นทะเลมาจากมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ มวลน้ำอันมหาศาลถูกเรียกออกมาเป็นจำนวนมาก สัตว์ทะเลที่อยู่ในทะเล คล้ายถูกปลุกให้ตื่น มีสัตว์ร้ายอย่างฉลาม ลอยตัวมาบนคลื่นสมุทรมาเป็นจำนวนมาก คลื่นที่โหมกระหน่ำเข้ามายิ่งกว่าคลื่นสึนามิ ทั้งหมดถูกบีบอัดกลายเป็นคลื่นสมุทรขนาดกว้างกว่า ห้าสิบเมตร รูปร่างคล้ายหัวมังกรยักษ์มหาสมุทร พุ่งเข้าใส่ร่างของเสี่ยวเทียน่ที่ยืนมองอย่างสงบ พร้อมกับเสียงตะโกนว่า

    “ พลังคลื่นมังกรสึนามิถล่มโลกกกกกก  ย้ากกกกกกก !!!!!!”

    อาจารย์ลู่เอินมองแล้ว หากปล่อยให้คลื่นมังกรสึนามิถล่มโลก ขึ้นมาบนบก คาดว่าน้าในมหาสมุทร นอกจากจะท่วม ทำลายเมืองแห่งนี้ทั้งหมดแล้ว คงต้องกระจายไปทั่วเมืองชายแดนรอบๆ เมืองหลวงอีกแน่ คิดถึงโรงพยาบาลที่อุตส่าห์ เคลื่อนย้ายหลบภัย จากในเมืองไปแล้ว ยังเจอมหันตภัย จากมหาสมุทรเช่นนี้อีกไม่รู้ว่า จ้าวมังกรหนันไห่ ผู้นี้ ไปเอาวิชา เรียกคลื่นที่น่ากลัวนี้มาจากไหน แต่ขืนปล่อยเอาไว้ ผู้บริสุทธิ์ อาจต้องตายด้วยพลังมหาศาลนี้ก็เป็นได้  ฉับพลันที่ตัดสินใจได้ จึงหลับตารวบรวมพลังธาตุฟ้าเข้ามากับธาตุดิน  แผ่นดินทั่วศูนย์กลางแดนใตเกิดสั่นสะเทือนเลือนลั่นลั่น ซากปรักหักพัง ทรุดตัวลงไปอีก

    แผ่นดินเริ่มแตกแยกเป็นเป็นแนวยาว แล้วเศษซากปรักหักพัง ก็ลอยขึ้นมาบนอากาศอย่างช้าๆ พลังทั้งหลายรอบตัว คล้ายพุ่งเข้าสู่ร่างของเสี่ยวเทียนไม่มีวันจบสิ้น  แล้วอาจารย์ลู่เอินก็ท่องมหาเวทย์ออกมา แล้วต่อยหมัดลงไปที่พื้นดิน

    ตูม !  แล้วก็ตะโกนกลับออกไปเช่นกันว่า

    “ พลังฝ่ามือเทพผานกู่ พลิกฟ้าเฉือนพสุธา ย๊ากกกกก !!!!!!”

    แล้วแผ่นดินที่มีรอยแยก ก็ม้วนกันเป็นแผ่นๆ กลายเป็นกลายเป็นกำแพงยักษ์ม้วนกระแทกกับคลื่นสึนามิถล่มโลก  มวลน้ำยักษ์ เจอกับ ผืนพสุธายักษ์กว่า ทำให้มวลน้ำยักษ์แตกสลายหายไป สร้างความแตกตื่นให้กับ จ้าวอัศวิน ซ่งจือเต้ายิ่งนัก

    ที่คิดว่า วิชาลับที่กว่าเขาจะฝึกได้ต้องใช้เวลามาทั้งชีวิต กลับถูกทำลายไปเยี่ยงนี้

    เกิดความรู้สึกไม่ยินยอมเป็นอย่างยิ่ง  จึงนำถุงมือเขี้ยวฉลามออกมาสวมแล้วอัดพลังทั้งหมดเท่าที่มีในร่าง กลายเป็นร่างฉลามร้าย พุ่งควงสว่านเข้าใส่เสี่ยวเทียนอย่างรวดเร็ว

    อาจารย์ลู่เอินยกมือขึ้นฟ้า มีเงาสีดำคล้ายฆ้อนยักษ์ พอเห็นประกายสีเงินพุ่งเข้ามา ฆ้อนพลังจิตที่สร้างเอาไว้ ก็กระแทกลงมา เข้ากลางหลังอย่างจัง โครม !

    ทีเดียวฟุบไปที่พื้น  กระดูกภายในร่างแตกละเอียด นอนพังพาบ เงยหน้ามองเสี่ยวเทียนด้วยสายตาเคียดแค้น ไม่คิดว่าตนเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่อันดับ สองของแผ่นดิน จะถูกเด็กน้อยวัย 10 ปีทำให้หมดสภาพเช่นนี้   ตูม !! อาจารย์ลู่เอินใช้ฆ้อนยักษ์พลังจิดตีเข้าใส่อีกครั้ง ไม่เหลือเศษซากเลยแม้แต่น้อย ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงคล้ายกับการเคลื่อนไหวของจักรกลบางอย่าง ป้อมปืนกลยักษ์ป้อมละ เกือบร้อยกระบอก มีอยู่ทั้งหมด 10 ป้อม เลื่อนขึ้นมาจากใต้ดิน รอบเขตค่ายของหน่วยรบหมาป่า เป็นปืนกลพลังอานุภาพสามารถทำลายร่างเซียนได้ ทั้งหมด พันกว่ากระบอก ปรากฏขึ้นมา แล้วทุกกระบอกก็ระดมยิงเข้าใส่เสี่ยวเทียน ในทันที

    เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!!!!!! เกิดกลุ่มควันคลุ้งกระจายไปหมด แต่ไม่เห็นร่างของเสี่ยวเทียนเลย หรือว่า จะถูกยิงระเบิด ร่างระเบิดไปแล้ว ?

    ปรากฏว่า ร่างของเสี่ยวเทียนยังอยู่บนท้องฟ้า ซี่งรอบๆ มีพายุอัสนีอยู่รายรอบเอาไว้

    “ ทำลายมันซะ”  เสียงอาจารย์ลู่เอินสั่งการ อัสนีสายฟ้าเส้นใหญ่กว่าที่เคยเห็นฝ่าทำลายล้างรวดเดียว เปรี้ยง !!! ป้อมปืนทะลุฟ้า กลายเป็นผุยผล ภายในพริบตา สามคนที่ยืนมองอยู่อ้าปากตาค้าง มีนายพลฟ็อกซ์ ผู้พันฟิวส์ เสนาธิการ ทั้งสามคนเตรียมขยับหนี แต่ไม่ทันแล้ว สายฟ้าเส้นมหึมา ผ่าเข้ากลางวงทั้งสาม  เปรี้ยง !!  กลายเป็นผงธุลี หายไปกับอากาศทันที

    อาจารย์ลู่เอินกวาดสายตาไปรอบๆ เมืองล้วนราบเรียบไปจนหมด เหลือแต่เพียงแค่ จ้าวสหพันธรัฐกับวุฒิสภาอีก ห้าคน และตุลาการมือปราบอีก 50 คนยืนอยู่กับพื้นท่ามกลางซากปรักหักพัง เวลานี้ ทั้งหมดถูกล้อมไปด้วย ปราสาทเทพเซียน เทพอินทรีบูรพา พายุสายฟ้า

    “  เจ้าไปจัดการที่เหลือก็แล้วกัน” อาจารย์ลู่เอินบอกกับเสี่ยวเทียน

    เสี่ยวเทียนลอยตัวเข้ามาใกล้ๆ คนทั้งหมด แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า

    “ ใครที่เป็นคนสั่งให้ ยึดทรัพย์และจับคนของตระกูลจวง?”

    ตุลาการมือปราบบางคนเห็นเสี่ยวเทียนเป็นแค่เด็ก เลยใช้ปืนกล ยิงใส่ทันทีเพราะคิดว่า ใกล้แค่นี้ไม่น่าพลาด  เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!! คนแรกยิงออกมาที่เหลือก็กระหน่ำใส่ไม่เลี้ยง แต่เสี่ยวเทียนปล่อยพลังเทพเจ้าผสมกับพลังเซียนออกไปกั้นขวางเอาไว้ ลูกกระสุนสะท้อนกลับไปถูกคนที่ยิงเข้ามา ล้วนตายหมดสิ้น

    ส่วนที่เหลือ ชี้ไปที่จ้าวสหพันธรัฐแต่ผู้เดียวที่ทำเรื่องนี้

    “ นี่พวกเจ้า คิดทรยศข้า แล้วจะเอาตัวรอดกันทั้งหมดเลยหรือ?”

    จ้าวสหพันธรัฐโกรธยิ่งนัก

    “ เรื่องนี้เป็นเพราะท่านรับเงินมา สองหมื่นล้านเหรียญ แล้วจะให้ผู้อื่นรับผิดชอบใดอย่างไร” วุฒิสภาหวางมู่เฉิน ส่งเสียงออกมาเป็นคนแรก

    “ ไอ้พวกทรยศ”  จ้าวสหพันธรัฐโมหามาก ใช้ฝ่ามือ ตบหัววุฒิสภาหวางมู่เฉินจนระเบิดตายไปเป็นคนแรก ส่วนที่เหลือก็วิ่งหนีไม่คิดชีวิต ก็ถูกจ้าวสหพันธรัฐชักปืนพกออกมายิงตายจนหมด แล้วหันมายิงเสี่ยวเทียนอีกจนหมดกระสุน แต่กระสุนก็ไม่สามารถทำอะไร เสี่ยวเทียนได้แลย

    “ ชั่วช้าจนหยดสุดท้ายจริงๆ นะแก” เสี่ยวเทียนสาวท้าวก็เข้าไปหาอย่างช้าๆ

    “ หยุดก่อน แกต้องการอะไร ข้ามีเงินชดใช้ให้แกได้ เอาไปหมื่นล้าน พอไหม  ไม่พอหรือ  เอาไปอีก แสนล้าน เงินคงคลังของแดนใต้เจ้าเอาไปให้หมดเลยก็ได้” จ้าวสหพันธรัฐ ขอซื้อชีวิตของตนด้วยเงินมหาศาล

    มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เอาเงินทองมากองท่วมฟ้า เสี่ยวเทียนก็ไม่สนใจอีกแล้ว คนชั่วช้าเห็นแก่ได้ เป็นถึงประมุขแดนใต้ กลับเห็นแก่ลาภยศมากขนาดนี้ รู้ว่าใกล้ตาย จึงคิดยอมจะแลกทุกสิ่งเพื่อหวังให้ตนมีชีวิตอยู่ เสี่ยวเทียนยกมือ แล้วทำสัญญาณ ลำแสงจากปราสาทเทพเซียน  ลำแสงจากเทพอินทรี  พลังอัสนีสายฟ้า

    ก็ปล่อยเข้าสู่ร่างของจ้าวสหพันธรัฐพร้อมๆ กัน แต่พลังทั้งหลายก็ไม่สามารถทำให้มันตายได้ มันสวมเสื้อเกราะเต่าดำสะท้านฟ้า อาจารย์ลู่เอินเห็นเช่นนั้น ก็ปล่อยฝ่ามือยูไลสยบโลกา ออกมา  แล้วฟาดลงมาทีเดียว  ตูม ! ร่างและวิญญาณกลายเป็นผงธุลีหายไปในพริบตา 

    “ จบสิ้นเสียที !   หากมีผู้นำชั่วช้าเช่นนี้ ชาวบ้านคงต้องอยู่อย่างไร้ซึ่งอนาคตแน่”....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน