แสงสว่างจากภายนอกที่สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องและตกกระทบลงบนใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างพอเหมาะนั้น ทำให้เธอรู้สึกถึงความไม่สบายตัวและขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้
แพขนตายาวงอนที่รับกับใบหน้างดงามขยับเล็กน้อยคล้ายกำลังพยายามหลีกหนีจากแสงจ้าที่ปลุกเธอจากการพักผ่อนอยู่อย่างไรอย่างนั้น ผมสีดำขลับที่ยาวสยายอยู่เองก็คลอเคลียไปบนแก้มและต้นคอของเธอจนเป็นอีกหนึ่งในความรำคาญที่เธอได้รับอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เช่นเดียวกัน
หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ พลางมองพิจารณาไปรอบ ๆ กายของตนด้วยความเงียบเชียบ
กำแพงสีขาวดูสะอาดตาเข้าชุดกับผ้าม่านอย่างเหมาะเจาะนี้นั้น ดูแปลกตาสำหรับเธอเป็นอย่างมาก หญิงสาวต้องการที่จะยันตัวเองลุกขึ้นเพื่อดูสภาพแวดล้อมตรงหน้าให้มากกว่าเดิมตามความเคยชิน แต่น่าเสียดายที่แขนเธอในตอนนี้กลับไร้เรี่ยวแรงที่จะสามารถทำตามใจนึกได้
เรื่องง่าย ๆ อย่างการลุกขึ้นจากเตียงกลายเป็นเรื่องที่เธอไม่สามารถทำได้ในทันทีอย่างที่ควรจะเป็นอย่างน่าประหลาด หญิงสาวหัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้นตามสัญชาตญาณทันที เธอมองไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง แล้วเริ่มประมวลผลในสิ่งที่กำลังพบเจออยู่อย่างช้า ๆ
“โรงพยาบาลเหรอ?” เสียงหวานที่ติดแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นจนเจ้าของเสียงเองยังต้องตกใจขึ้นมาอีกรอบ
หญิงสาวรู้สึกถึงความแห้งผากในลำคอคล้ายกับว่าตนเองไม่ได้ดื่มน้ำมาเป็นเวลานาน
ความเจ็บแปลบเล็กน้อยทำให้เธอต้องกลืนน้ำลายลงไปได้ยากลำบากมากยิ่งขึ้นอย่างไม่อาจห้าม
ในขณะที่ความสับสนยังคงเกาะกุมภายในจิตใจของหญิงสาวอยู่นั้น เสียงของพยาบาลที่เดินเข็นเครื่องมือทางการแพทย์เข้ามาในห้องก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันเข้าเสียก่อน
“คนไข้ฟื้นแล้วเหรอคะ?” พยาบาลเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี เธอดูมีท่าทีประหลาดใจและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันนั้นเธอก็กดปุ่มฉุกเฉินเพื่อแจ้งข่าวนี้ให้กับทีมแพทย์ด้านนอกรับทราบไปด้วยอย่างมืออาชีพเลยทีเดียว
+๐+๐+๐+๐+๐+๐+
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ทีมแพทย์และพยาบาลที่น่าจะเป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลหญิงสาวที่นอนอยู่ก็ได้เดินเข้ามาในห้องกันอย่างรวดเร็วจนบรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปในทันที
แพทย์หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาข้างเตียงและเริ่มทำการตรวจสอบการตอบสนองของเธออย่างชำนาญ
“สวัสดีค่ะคุณอวี๋ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างคะ” เธอถามคนไข้ขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
หญิงสาวที่ถูกเรียกว่า “คุณอวี๋” ยังคงนอนอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกสับสนที่เพิ่มมากขึ้น
คำถามของแพทย์ทำให้เธอเริ่มตั้งสติได้เล็กน้อย แต่ชื่อที่ถูกเรียกนั้นกลับเป็นชื่อที่เธอไม่ค่อยคุ้นเคยมากเท่าไหร่เสียแล้ว
ร่างงามบนเตียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่พยายามประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอีกครั้ง
ความสับสนยังคงฉายชัดในดวงตาของเธออย่างไม่ปิดบังจนเหล่าแพทย์ที่รอคอยคำตอบจากเธออยู่ถึงกับเป็นกังวลขึ้นมานิด ๆ แล้วเช่นกัน
“อวี๋... แค็ก ๆ” เธอเอ่ยไปได้เพียงคำเดียวก็ไอออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“จิบน้ำก่อนค่ะ” พยาบาลสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบยื่นแก้วน้ำพร้อมหลอดให้เธอด้วยความใส่ใจ
หญิงสาวดูดน้ำไปนิดหน่อยความชุ่มชื้นนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ความสงสัยในจิตใจกลับยังคงท่วมท้นไม่แปรเปลี่ยนไปเลยเสียอย่างนั้น
เธอมองทุกคนในห้องด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยบางอย่างออกไปท่ามกลางการรอคอยอย่างลุ้นระทึกของทีมแพทย์และพยาบาลที่กำลังเฝ้าดูการตอบสนองของเธออย่างใกล้ชิด
“อวี๋ เย่ อิง?” เธอเอ่ยชื่อนี้ออกมาอย่างช้า ๆ ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจและคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
แพทย์เจ้าของไข้ยิ้มอย่างอ่อนโยนขณะที่ยังคงทำหน้าที่ต่อไป
“ใช่ค่ะ คุณอวี๋ ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้างคะ ปวดตรงไหนหรือรู้สึกอะไร บอกฉันได้เลยค่ะ” น้ำเสียงของแพทย์ยังคงนุ่มนวลและเต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพ ขณะที่ทุกคนในห้องเองก็ต่างจับตามองหญิงสาวด้วยความหวังว่าจะได้คำตอบหรือการตอบสนองที่ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้
‘อวี๋เย่อิงจริง ๆ นี่ฉันกลับมาเป็นอวี๋เย่อิงอย่างงั้นเหรอ’ หญิงสาวคิดในใจอย่างงุนงง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ลืมที่จะหันไปตอบคำถามที่เพิ่งได้รับมาเช่นเดียวกัน
“รู้สึกเมื่อยตัว...แล้วก็ไม่มีแรงค่ะ” เธอตอบออกไปสั้น ๆ
เมื่อแพทย์ได้ยินอาการนี้ก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาเล็กน้อย ความกังวลที่สะสมมาเนิ่นนานเริ่มคลายลงในทันที เพราะตั้งแต่ที่อวี๋เย่อิงเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน ด้วยร่างกายที่ดูไม่แสดงอาการเจ็บป่วยใด ๆ ออกมาเลยแต่กลับนอนหลับสนิทและไร้สติไปเป็นเวลานานนั้น ทำให้ทีมแพทย์รู้สึกกดดันและกังวลเป็นอย่างมาก เพราะการที่ตรวจไม่พบความผิดปกติใด ๆ ในร่างกายเธอเลยเป็นสิ่งที่ทำให้เหล่าแพทย์สับสนและพยายามหาคำตอบกันมาตลอดเลยนั่นเอง
แต่ในตอนนี้คนไข้ของพวกเขาฟื้นขึ้นมาและเริ่มสื่อสารได้แล้ว ดังนั้นแพทย์ที่รับผิดชอบในการรักษาเธอจึงเริ่มหายใจกันได้ทั่วท้องมากยิ่งขึ้นไปโดยปริยาย
แพทย์เจ้าของไข้เองเมื่อได้ฟังคำตอบของหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง เธอก็พยักหน้าอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าว
“ตอนนี้คุณต้องพักฟื้นร่างกายไปก่อนนะคะ เมื่อยตัวและไม่มีแรงเป็นเรื่องปกติหลังจากที่หลับไปนานเท่านั้น ทางเราจะคอยดูแลคุณอย่างใกล้ชิดเองค่ะ”
+๐+๐+๐+๐+๐+๐+
หลังจากที่อวี๋เย่อิงฟื้นขึ้นมา ทีมแพทย์ของทางโรงพยาบาลก็เริ่มดำเนินการตรวจร่างกายของเธออีกครั้งอย่างละเอียดทันที
หญิงสาวเองถึงแม้จะยังสับสนและอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่เธอก็ยอมทำตามที่แพทย์แนะนำอย่างเชื่อฟัง เพราะถึงแม้เธอจะไม่เต็มใจทำตามความต้องการของพวกเขาจริง ๆ แต่ในสภาพที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอในตอนนี้ ก็ทำให้เธอไม่มีปัญญาไปขัดขืนพวกเขาเช่นเดียวกัน
หญิงสาวให้ความร่วมมือในขณะที่ทีมแพทย์ทำการตรวจอย่างรอบคอบ ทั้งการวัดสัญญาณชีพและการตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด ทุกขั้นตอนผ่านไปอย่างราบรื่นทั้งหมด แม้ว่าเธอจะยังคงมีความกังวลและคำถามมากมายเกี่ยวกับสภาพของตนเองในตอนนี้มากเพียงใด แต่อวี๋เย่อิงก็ทำได้เพียงพยายามทำใจให้สงบและเชื่อมั่นในทีมแพทย์ที่กำลังดูแลเธออยู่ต่อไปเท่านั้น
การตรวจร่างกายเกิดขึ้นตลอดทั้งเช้าไปจนถึงช่วงบ่ายโดยที่อวี๋เย่อิงแทบจะไม่มีเวลาได้พักหายใจเลยแม้แต่น้อย จนเมื่อผลการตรวจทั้งหมดออกมาแล้วได้ความว่าเธอนั้นร่างกายปกติดี มีแค่อ่อนเพลียจากการนอนอยู่เฉย ๆ นานเกินไปเท่านั้น อวี๋เย่อิงจึงได้ถูกส่งตัวกลับมานอนเปื่อยอยู่ในห้องพักอย่างสงบในเวลาต่อมา
หญิงสาวนอนมองเพดานในห้องพักฟื้นด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนที่จะมองไปยังหนังสือนิยายเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงของเธอ แล้วปล่อยให้น้ำตาเริ่มไหลลงมาตามข้างแก้มอย่างช้า ๆ โดยที่เธอไม่สามารถสะกดกั้นอารมณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว
‘อาเหวิน...ฉันคิดถึงคุณ’ เธอคิดพลางสะอื้นไห้ออกมาอย่างลืมอายด้วยท่าทีน่าสงสาร
การได้อยู่คนเดียวและได้ทบทวนเรื่องทั้งหมดที่ตนเองต้องพบเจอ ทำให้ความคิดของเธอเฉียบคมมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยก็ว่าได้ ในตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการมากกว่าเรื่องที่ต้องรักษาตัวให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ในเร็ววัน นั้นก็คือเรื่องที่ว่า หยางเหวินฮ่าว ในตอนนี้...อยู่ที่ไหนกัน...
+๐+๐+๐+๐+๐+๐+
ในขณะที่เธอกำลังอยู่ในภวังค์และต้องการที่จะหาคำตอบสำหรับเรื่องราวทั้งหมดอยู่นั่นเอง เสียงเปิดประตูอย่างแรงก็ดังขึ้นดึงความสนใจของเธอไปอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“คุณอวี๋คะ!” เสียงของหญิงสาวที่ดังออกมาจากทางด้านหน้าประตูบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ว่าเจ้าของเสียงนั้นกำลังมีอารมณ์เช่นไร
“ในที่สุดคุณก็ฟื้นสักที เป็นยังไงบ้างคะ รู้สึกยังไงบ้าง” เลขาประจำตัวของอวี๋เย่อิงเดินปรี่เข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าน่าสงสาร
หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงมองดูความวุ่นวายที่เดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้ายากที่จะอธิบาย
ความรู้สึกและความสงสัยของเธอในตอนนี้มีเยอะมากกว่าที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เนื้อหาเล่มพิเศษคุณนักอ่านสามารถโหลดอีบุ๊กเก็บไว้อ่านได้เลยนะคะ
(⁎˃ᴗ˂⁎)
ถ้าใครแวะโหลดอีบุ๊กมาเก็บแล้วอย่าลืมแวะไปรีวิวให้กันด้วยน้าาา
( ´͈ ᵕ `͈ )◞♡