เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เล่มที่ 2 บทที่ 57 ต่างคนต่างมีโชควาสนา

            ม่านตาของเซียวเฉินหดวูบเพิ่งเข้ามาก็เจอกับสัตว์ปิศาจที่แข็งแกร่ง

            ดวงซวยจริงๆ!

            วานรยักษ์ค้ำยันฟ้า ตอนเล็กๆ ร่างสูงได้ถึงสองเมตร ส่วนตอนโตเต็มวัยเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์สูงได้ถึงห้าเมตรมันมีนิสัยดุร้าย ชอบเข่นฆ่าเป็นอาจิณ แขนทั้งสองข้างมีพลังเบิกภูผาผิวหนังและกระดูกแข็งแกร่งทนทาน พลังป้องกันสุดยอด กล่าวได้ว่าวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าเป็นสัตว์ปิศาจที่แข็งแกร่งทั้งรุกและรับ

            โฮก!

            วานรยักษ์ค้ำยันฟ้าคำราม สายตาที่มองเซียวเฉินแฝงรังสีฆ่าฟัน ดวงตาสีแดงสดเปล่งประกายเย็นเยียบทำให้คนตัวสั่นเทา

            ยามนี้ เซียวเฉินมีสีหน้าหนักใจ เขาปะทะกับวานรยักษ์ค้ำยันฟ้า จะประมาทไม่ได้เป็นอันขาดไม่เช่นนั้นต้องตายอย่างอนาถด้วยกรงเล็บของเจ้าเดรัจฉานนี้แน่

            ตึง!

            เคร้ง!

            กระบี่หนักเบิกฟ้าปรากฏขึ้นในมือของเซียวเฉินและเปล่งเสียงคำรามกระบี่!

            วานรยักษ์ค้ำยันฟ้าทะยานเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งราวกับไม่เห็นการระวังป้องกันของเซียวเฉินแต่ละย่างก้าวทำเอาพื้นดินสั่นสะเทือน

            ความเร็วสูงสุด

            คร่อกคร่อก!

            วานรยักษ์ค้ำยันฟ้าพ่นแสงวิญญาณให้กลายเป็นแสงกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนโจมตีใส่เซียวเฉินเซียวเฉินก้าวยาวๆ ทะเลเพลิงในมือพวยพุ่งยกมือขึ้นโจมตีด้วยประทับเทพหงสาเข้าปะทะกับแสงกระบี่ของวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าพริบตาก็ก่อให้เกิดวายุคลั่ง คลื่นพลังเสวียนโหมกระหน่ำ

            เซียวเฉินล่าถอยหลายก้าว

            “อย่างน้อยความสามารถของเจ้าเดรัจฉานนี่ต้องอยู่ขั้นเสวียนฟ้าห้าชั้นฟ้า!” เซียวเฉินแอบบ่นในใจ ตนเองมีความสามารถขั้นเสวียนฟ้าสามชั้นฟ้าแม้ต่ำกว่าอีกฝ่ายสองขั้นแต่ตนเองมีคัมภีร์หงสาบรรพกาลนิรวาณเคล็ดวิชาขั้นศักดิ์สิทธิ์อยู่กับตัวและฝึกวิชาร่างเทพอัสนีสำเร็จแล้ว ปะทะกับมันก็ไม่แน่ว่าจะแพ้!

            คิดถึงตรงนี้ แววตาของเซียวเฉินก็เป็นประกาย กระบี่หนักวาดผ่านรังสีกระบี่นับพันนับหมื่นกรีดนภา

            ในรังสีกระบี่ซ่อนอานุภาพรุนแรง

            นั่นคือวิชากระบี่ทัณฑ์สวรรค์!

            กระบวนท่าที่หนึ่ง ใบไม้ร่วงพันสารท ประกายวาบห่านป่าตื่น!

            คัมภีร์กระบี่ทัณฑ์สวรรค์กระบวนท่าที่หนึ่งทำให้เกิดแสงจ้าเสียดแทงนัยน์ตาซ่อนกระบวนสังหาร จากนั้นเป็นกระบวนท่าที่สอง มังกรตระหนกพิโรธเก้าชั้นฟ้าเปี่ยมวายุคลั่งและอสนีบาต ยกระดับอานุภาพของคัมภีร์กระบี่ทัณฑ์สวรรค์ให้แข็งแกร่งทรงพลังถึงขีดสุดใช้ความรุนแรงสยบความรุนแรง และกระบวนท่าที่สาม สิบปีเป็นตายไร้ขอบเขตจักรวาลทอดแสงทอง

            ออกสามกระบวนท่าอย่างต่อเนื่องเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในวิธีจู่โจมที่แข็งแกร่งที่สุดของเซียวเฉิน!

            แนวทางกระบี่สองกระบวนท่าแรกสามารถล่อลวงศัตรูได้ในเวลาเดียวกัน เพิ่มอานุภาพของคัมภีร์กระบี่ขึ้นพรวดพราดส่วนกระบวนท่าสุดท้ายสามารถสังหารเป็นวงกว้าง ขยายรัศมีของพลังทำลายล้างถึงขีดสุด ศัตรูไร้หนทางหลบหนีออกจากรัศมีการเข่นฆ่าภายในระยะเวลาสั้นๆได้แต่รับรังสีกระบี่ดุจพายุฝนทั่วฟ้า!

            ตูม!

            รังสีกระบี่ทั่วนภาร่วงลงมาดุจดาวตก พริบตาก็กลืนกืนวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าการจู่โจมกระหน่ำลงมาราวกับพิรุณดอกหลี ฟันลงบนร่างอย่างหนักหน่วง ทำให้ร้องเจ็บปวดเป็นระลอกทำเอาฝีเท้าของวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าสับสน สีหน้าของเซียวเฉินเป็นประกายขยับเงาร่างในพริบตา

            โอกาสดี!

            ฟุ่บ!

            เงาร่างของเซียวเฉินระเบิดออก เงามายาหงสาปรากฏ ทะเลเพลิงปิดฟ้าบังตะวัน

            คลื่นความร้อนพวยพุ่ง ดุจอัคคีสวรรค์เผาเมือง

            วิ้งวิ้ง!

            “ประทับเทพหงสา!”

            เซียวเฉินตวาดลั่น หงสาด้านหลังสยายปีก ปกคลุมเซียวเฉินไว้ภายใน ยามนี้ ทั่วร่างของเซียวเฉินอาบเปลวเพลิงเหมือนรวมกับสัตว์เทพหงสาโดยสมบูรณ์ ทุกความเคลื่อนไหวเปี่ยมด้วยอานุภาพกดดันของสัตว์เทพเสียงหงส์ทรงพลังดังกังวานจนเปลวอัคคีศักดิ์สิทธิ์หงสารวมตัวเป็นประทับเทพขนาดยักษ์อยู่บนท้องนภาเซียวเฉินจิ้มดัชนี โจมตีด้วยประทับเทพ

            เปลวอัคคีศักดิ์สิทธิ์หงสา ทรงอานุภาพ เผาไหม้ทุกสิ่ง

            ไม่หมดสิ้นไม่ดับสูญ

            ฟู่ฟู่!

            ตูม!

            ประทับเทพหงสาจู่โจมลงบนร่างของวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าอย่างหนักหน่วงอานุภาพแข็งแกร่งทำลายการป้องกันและทะลุเนื้อหนังของมันในพริบตา ร่างของมันซึ่งมีโลหิตอาบลอยกระเด็นไปกระแทกพื้นอย่างแรงพื้นดินถูกชนเป็นหลุมยักษ์ ดวงตากระหายโลหิตของมันฉายแววหวาดกลัว

            มีสติปัญญาเหมือนสัตว์ปิศาจ ยามนี้ วานรยักษ์ค้ำยันฟ้ามีเจตนาล่าถอยแล้ว

            เซียวเฉินหัวร่อหยัน เขาย่อมไม่ให้โอกาสมันหลบหนีไม่เช่นนั้นจะเป็นภัยภายหลัง

            ฉับฉับ!

            เซียวเฉินสืบเท้าออกมา พริบตาก็มาถึงข้างหลุมครู่ต่อมา สายฟ้าขนาดปากชามก็ผ่าเปรี้ยงลงมา อัสนีร้อยรัดวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าไว้อย่างแน่นหนาดุจงูเหลือมยักษ์ไม่มีเสียงกระแสไฟ วานรยักษ์ค้ำยันฟ้าถูกกระแสไฟช็อต มันเจ็บปวดจนร้องคร่ำครวญเซียวเฉินไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง

            “ระเบิด!”

            เซียวเฉินเอ่ยช้าๆ ครู่ต่อมา สายฟ้าที่รัดบนร่างของวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าก็ระเบิดออกมาจนเสียงดังสะท้านฟ้าเมฆรูปดอกเห็ดลอยขึ้น ควันพวยพุ่งเสียงระเบิดยักษ์กลบเสียงร้องโหยหวนของวานรยักษ์ค้ำยันฟ้า หลังควันจางหายวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าก็ตายจนมิอาจตายได้อีก

            วานรยักษ์ค้ำยันฟ้าสัตว์ปิศาจขั้นเสวียนฟ้าห้าชั้นฟ้าก็ถูกเซียวเฉินฝังทั้งเป็นเช่นนี้เอง

            ร่างของวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าถูกระเบิดจนเป็นธุลีในหลุมยักษ์แต่กลับมีดวงแสงมารวมตัวกันช้าๆ พลังงานรุนแรงท่วมท้นบนดวงแสงยังมีแก่นโลหิตหนึ่งหยด ฉากนี้และความรู้สึกนี้ทำให้เซียวเฉินอึ้งงันจากนั้นใบหน้าก็ปรากฏแววลิงโลดยินดี

            นี่คือแก่นโลหิตและพลังเสวียนที่บริสุทธิ์ที่สุดของวานรยักษ์ค้ำยันฟ้า

            “หากข้าสามารถผนวกแก่นโลหิตของวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าและหลอมแก่นชีวิตของมัน...”พลังต่อสู้มิเพิ่มขึ้นพรวดพราดหรือ?

            คิดถึงตรงนี้ ดวงตาของเซียวเฉินก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นสุดๆ

            วานรยักษ์ค้ำยันฟ้ามีพละกำลังและการป้องกันไร้เทียมทานหากตนเองหล่อหลอมแก่นโลหิตของมันก็สามารถปะทุพลังอันแข็งแกร่งยิ่งขึ้นออกมาในบางครั้งส่วนการป้องกันของมันสามารถสนับสนุนร่างเทพอัสนีได้พอดีการป้องกันของตนเองก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น?

            อีกทั้งหลังจากสัตว์ปิศาจที่นี่ถูกสังหารจะสามารถหล่อหลอมให้ตนเองใช้ทั้งหมดใช่หรือไม่

            หากใช่ เช่นนั้น...

            คิดถึงตรงนี้ ดวงตาของเซียวเฉินก็เปล่งประกายแหลมคม

            หากเป็นเช่นนี้จริง ก็ไม่ต้องให้มันมาหาตนเอง แต่ตนเองจะไปค้นหาพวกมันแทน!

            เซียวเฉินสะบัดมือเก็บแก่นชีวิตและแก่นโลหิตของวานรยักษ์ค้ำยันฟ้าลงในกระเป๋า จากนั้นก็หายตัวไปในเมื่อต้องหล่อหลอมฝึกวิชา แน่นอนว่าทำที่นี่ไม่ได้ ต้องมีสัตว์ปิศาจมาอีกตัวแน่ตนเองคงต้องตายแหงๆ!

            ฟุ่บ!

            เงาร่างของเซียวเฉินหายลับ

            ...

            ที่นี่คือพื้นที่กระบี่ ลึกลงไปในดินมีกระบี่นับล้านเล่มบอกว่าเป็นพื้นที่กระบี่ แต่กลับเหมือนสุสานกระบี่!

            สถานที่ฝังกระบี่!

            หลังจากเสิ่นเล่ยเข้าประตูสวรรค์สามสิบหกบานก็มาถึงที่นี่ นางรู้สึกได้ถึงปราณกระบี่อันแข็งแกร่งแม้เสิ่นเล่ยจะมีสีหน้าหนักใจ แต่กลับมีแววยินดี นางฝึกมรรคากระบี่เป็นหลักตัวนางเองรู้แจ้งและมีพรสวรรค์เป็นเยี่ยมเรื่องเจตจำนงกระบี่ ดังนั้น ที่นี่จึงเหมาะกับนางอย่างยิ่ง

            วิ้งวิ้ง!

            ปราณกระบี่ตัดสลับ หมื่นกระบี่คร่ำครวญ!

            พริบตา เจตจำนงกระบี่ก็ทะยานฟ้าพุ่งเสียบเมฆา พลุ่งขึ้นมา!

            เจตจำนงกระบี่ชนิดนั้นน่ากลัวมาก แสงและเงากระบี่วูบวาบพร้อมกันแต่ความจริงแสงกระบี่เป็นสุญตา เงากระบี่กลับจับต้องได้หากสามารถรู้แจ้งเจตจำนงกระบี่อันแข็งแกร่งชนิดนี้ได้เกรงว่าความสามารถจะเพิ่มขึ้นถึงขั้นน่าสะพรึง ใช้กระบี่จู่โจม มีแสงกระบี่และเงากระบี่ตามติดยามผู้อื่นตั้งใจป้องกัน แสงกระบี่ก็ใช้การป้องกันหลอกลวงและคงตายใต้เงากระบี่ของเจ้าแล้วนี่จึงเป็นมรรคากระบี่ที่แท้จริง สามารถฆ่าคนได้โดยไร้ลักษณ์

            หลังเสิ่นเล่ยสืบเท้ามา สีหน้าก็แปรเปลี่ยนทันควัน

            เพราะนางเพิ่งก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวก็รู้สึกว่าเงากระบี่สายหนึ่งกรีดผ่านข้างกายของตนเองไป จากนั้น นางรู้สึกว่าลำคอเย็นวาบจึงยกมือขึ้นลูบพบว่ามีรอยโลหิตสายหนึ่ง เสิ่นเล่ยเห็นรอยโลหิตในมือก็รู้สึกหวาดกลัวนางไม่สงสัยเลยสักนิดว่า หากตนเองก้าวไปอีกก้าว ต้องถูกปราณกระบี่บั่นศีรษะแน่

            “เจตจำนงกระบี่อันแกร่งกร้าวนัก...”

            เสิ่นเล่ยเอ่ยอย่างหวาดหวั่น จากนั้นสีหน้าแปรเปลี่ยน

            ทรุดนั่งขัดสมาธิทันที เจตจำนงกระบี่แข็งแกร่งปานนี้หากสามารถรู้แจ้งได้เล็กน้อยก็จะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกวิชาของตนเองอย่างมาก

            ในเมื่อรุดหน้าไม่ได้ เช่นนั้นก็ฝึกวิชาอยู่ที่เดิม

            รู้ว่าสามารถรุดหน้าเพราะมันได้

            เสิ่นเล่ยจมลงสู่สมาธิท่ามกลางปราณกระบี่และเสียงคำรามกระบี่เกลื่อนฟ้าพลังเสวียนบนร่างและเจตจำนงกระบี่นับพันนับหมื่นในเขตกระบี่รับรู้และดูแลกันเปล่งรัศมีบาดตา ดุจนางถือกำเนิดมาเป็นคู่หูกับกระบี่ และเกิดมาเพื่อกระบี่...

    คล้ายกับเรื่องเหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน