ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    ภารกิจของสถาบัน

            เสี่ยวเตี่ยฝึกฝนการต่อสู้กับมนุษย์ด้วยกันให้กับต้าหมิงอย่างต่อเนื่องเพราะเสี่ยวเตี่ยรู้ว่าในอนาคตต้าหมิงจะต้องพบเจอกับอันตรายมากมายและการต่อสู้กับจอมเวทย์ด้วยกันอันตรายกว่าต่อสู้กับสัตว์เวท

            “วันนี้อาจารย์สุดสวยลงมือหนักจริงๆร่างกายของข้าไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อนเลย” ต้าหมิงกล่าวและนอนอยู่ในห้องของตน

            “จิ๊บ จิ๊บ” ในตอนนั้นเองลวี่น้อยที่อยู่ด้านนอกก็ร้องออกมาทำให้ต้าหมิงแปลกใจและเดินออกไป

            “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้างั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับเข้าไปลูบหัวของลวี่น้อย

            “หืม นี่มันทำไมพลังเวทย์ในร่างของเจ้าถึงปั่นป่วนแบบนี้” ต้าหมิงสัมผัสได้ว่าพลังเวทย์ในร่างของลวี่น้อยเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงไม่แน่นอน

            “ไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะมันเป็นเรื่องดี” ในตอนนั้นเองชายชราขี้เมาก็กล่าวขึ้น

            “ผู้อาวุโส” ต้าหมิงตื่นตระหนกที่อยู่ๆชายชราก็ปรากฏตัวขึ้นมา

            “อย่างที่ข้าคิด เด็กคนนี้หลังจากที่ฟักออกจากไข่ตอนนี้เวลาก็ผ่านได้ไม่กี่เดือนซึ่งตามจริงมันควรจะใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปีในการพัฒนาไปอีกระดับ แต่เพราะเจ้า ตัวเจ้านั้นได้มอบอาหารให้กับมันอย่างต่อเนื่องและยังเป็นเนื้อของสัตว์เวทระดับ 2 ดาวอีกทำให้เงื่อนไขในการยกระดับครบถ้วนแล้ว” ชายชราขี้เมากล่าว

            “แล้วข้าควรจะทำยังไง” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น

            “รอ หาที่สงบๆและไม่ให้ใครรบกวนมันสักระยะก็พอ แต่น่าเสียดายที่เจ้าไม่มีเวลาที่จะอยู่ดีแลมัน” ชายชราขี้เมากล่าว

            “ท่านผู้อาวุโสหลายความว่ายังไง” ต้าหมิงแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ

            “ตอนนี้จอมพลของอาณาจักรของพวกเราได้บุกโจมตีดินแดนของสัตว์เวทซึ่งแต่เดิมพื้นที่ส่วนนั้นเคยเป็นพื้นที่ของอาณาจักรอัคคีมาก่อน เรียกได้ว่าครั้วนี้เป็นการทวงคืนเท่านั้นเอง แต่เพราะการโจมตีครั้งนี้ทำให้สัตว์เวทระดับ 1-2 ดาวที่อ่อนแอกระจัดกระจายหนีออกไปยังหมู่บ้านเล็กๆตามป่าเขาดังนั้นทางสถาบันของพวกเราจึงได้วางแผนจะส่งนักเรียนตั้งแต่ชั้นปีที่ 1-3 ออกไปคอยช่วยเหลือหมู่บ้านครั้งนั้น” ชายชราขี้เมากล่าว

            “แต่แบบนั้นแล้วลวี่น้อยของข้าจะทำอย่างไร” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้ากังวล

            “เอามาฝากไว้ที่ข้าก่อน ในที่พักของข้าไม่มีใครกล้าเข้ามาก่อกวนแน่” ชายชราขี้เมากล่าว

            “ถ้างั้นข้าก็ต้องของรบกวนผู้อาวุโสช่วยดูแลลวี่น้อยด้วย” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าขอบคุณและโค้งตัวลง

            “เจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสัตว์เวทตัวนี้และตั้งใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ดีเพราะครั้งนี้พวกเจ้าอาจจะได้เจอกับคนของสองอาณาจักรก็ได้” ชายชราขี้เมากล่าว

            “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ” ต้าหมิงกล่าว

            หลังจากนั้นต้าหมิงก็มอบลวี่น้อยให้กับชายชราขี้เมาดูแล และวันต่อมาสิ่งที่ชายชราได้กล่าวกับต้าหมิงเอาไว้ก็ถูกแจ้งโดยเสี่ยวเตี่ย ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในภารกิจที่ทางสถาบันมอบให้และผลงานทั้งหมดไม่จำเป็นต้องมอบให้กับสถาบันแต่สามารถเก็บไว้กับตัวเองได้ทั้งหมดและเหตุผลที่สถาบันทำแบบนี้ก็เพราะภารกิจครั้งนี้มันมีอันตรายสูงเช่นกัน

            “อย่างที่ข้ากล่าวเอาไว้ ภารกิจครั้งนี้อันตรายกว่าการทดสอบที่ผ่านมามากเพราะงั้นพวกเจ้าจะต้องเตรียมตัวให้ดีอย่าได้ประมาทอย่างเด็ดขาด” เสี่ยวเตี่ยกล่าว

            “อาจารย์สุดสวย มันมีโอกาสที่สัตว์เวทระดับสามดาวจะปรากฎหรือไม่” ต้าหมิงกล่าว

            “ใครให้เจ้าเรียกข้าแบบนั้น....เอาเถอะแน่นอนว่ามี” เสี่ยวเตี่ยกล่าว

            “แบบนั้นมันไม่อันตรายไปหน่อยงั้นเหรอ” ปู้เหยียนกล่าวพร้อมกับหน้าซีดลง

            “ก็จริง แต่ถ้าพวกเราผ่านมันไปได้ไม่เพียงแต่ตัวของพวกเราจะแข็งแกร่งขึ้นชื่อเสียงของพวกเราก็จะแพร่กระจายออกไป” เย่สุ่ยกล่าว

            “อย่างที่เย่สุ่ยกล่าว ถึงแม้ตอนนี้ทางสถาบันตอนนี้จะคอยสนับสนุนพวกเจ้าหลังจากการทดสอบจบลง แต่ว่ามันก็มีขีดจำกัดอยู่เพราะถ้าพวกเจ้าไม่สร้างผลงานขึ้นเรื่อยๆวันหนึ่งทางสถาบันก็จะเลิกสนับสนุนพวกเจ้า” เสี่ยวเตี่ยกล่าว

            “เรื่องนั้นข้าจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาดจนกว่าข้าจะแข็งแกร่งมากพอ” เย่สุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว

            หลังจากการทดสอบจบลงอาจารย์หลายท่านก็ได้ลงความเห็นที่จะให้การสนับสนุนเย่สุ่ยและเพราะแบบนั้นขุนนางที่คอยกดขี่และใช้อำนาจเพื่อให้เย่สุ่ยหมั้นหมายกับตัวเองถึงยอมถอยออกไปเพราะกลัวว่าสถาบันจะลงมือกับตัวเอง

            และเย่สุ่ยรู้ดีว่าตัวเองจะต้องตอบแทนสถาบันในสักวันหนึ่งและเวลานี้ก็มาถึงรวดเร็วอย่างมาก

            “แล้วชั้นเรียนขุนนางต้องไปหรือไม่” ต้าหมิงกล่าว

            “แน่นอน แต่ว่าพวกเขาจะต่างจากพวกเจ้านิดหน่อย” เสี่ยวเตี่ยกล่าวด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

            “พวกเขาคงจะนำคนในตระกูลตามไปปกป้องสินะ ก็คิดเอาไว้แล้วไม่มีทางที่พวกขุนนางหรือตระกูลใหญ่จะปล่อยให้ลูกหลานของตนไปพบกับอันตรายได้หรอก” ต้าหมิงกล่าว

            “เจ้าพูดเหมือนกับตัวเองไม่เหมือนพวกนั้น” เสี่ยวเตี่ยอดที่จะคำรามในใจ

            “แล้วอาจารย์สุดสวยจะไปกับพวกเราหรือไม่” ต้าหมิงกล่าว

            “แน่นอน แต่ข้าเองก็มีภารกิจของข้าเพราะงั้นคงอยู่ช่วยพวกเจ้ามากไม่ได้” เสี่ยวเตี่ยกล่าว

            “งั้นเหรอ” ต้าหมิงแสดงสีหน้าจริงจังออกมา

            ครั้งนั้นต้าหมิงต้องเผชิญกับนักฆ่าที่แข็งแกร่งซึ่งต้าหมิงรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญและครั้งนี้ต้าหมิงก็รู้ดีว่าพวกนักฆ่าจะต้องปรากฎออกมาอีกแน่

            “แข็งแกร่ง ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้” ต้าหมิงกำหมัดพร้อมกับกล่าวขึ้น

            “อีก สองวันพวกเราจะออกเดินทางเพราะงั้นเวลาที่เหลือให้เตรียมพร้อมให้ดี” เสี่ยวเตี่ยกล่าว

            อีกด้านหนึ่งจักรพรรดิหญิงนั่งอยู่บนบัลลังก์และมองไปยังจอมพลทั้งสามคนที่สวมชุดเกาะเวทย์ด้วยสายตาทรงอำนาจ

            “ตอนนี้พวกเรายึดพื้นที่ได้สำเร็จแล้ว แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้สิ่งก่อสร้างทั้งหมดได้ถูกทำลายลงแล้ว” จอมพลคนหนึ่งกล่าว

            “แต่น่าเสียดายที่พวกเราไม่สามารถหยุดการแตกตื่นของสัตว์เวทได้ทำให้หมู่บ้ารอบๆมีโอกาสได้รับความเสียหาย” จอมพลอีกคนกล่าว

            “ข้าได้สั่งการลงไปแล้ว ตอนนี้เหล่าตระกูลต่างๆและทางสถาบันน่าจะกำลังส่งกำลังเสริมลงไปช่วยเหลือชาวบ้าน” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “ถ้าเป็นแบบนั้นพวกเราก็เบาใจเพราะถ้าหมู่บ้านหลายแห่งต้องถูกทำลายไปเพราะเรื่องนี้พวกข้าคงจะต้องรู้สึกผิด” ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            “พวกเจ้าเหนื่อยมามากแล้วเพราะงั้นในช่วงนี้พวกเจ้าควรจะพักผ่อนเสีเถอะ” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “เอ่อ ท่านจักรพรรดิ ข้าได้ข่าวมาว่าท่านรับชายหนุ่มจากชาวบ้านธรรมดามาเป็นคู้หมั้นหรือว่านั่นจะเกี่ยวกับท่านจอมปราชญ์คนนั้น” ชายวัยกลางคนที่เป็นจอมพลที่แข็งแกร่งที่สุดกล่าว จอมพลอีกสองคนกลายเป็นสนใจทันทีเพราะในที่แห่งนี้มีเพียงจักรพรรดิหญิงและจอมพลคนนี้เท่านั้นที่เคยพบกับจอมปราชญ์

            “ใช่แล้ว เขาคือเด็กที่จอมปราชญ์ทำนายเอาไว้” จักรพรรดิหญิงกล่าว