วันที่ 29 เดือน 7 ปี 2134
ในเมืองที่แสงสว่างธรรมชาติส่องลงมาไม่ถึง แต่ทดแทนด้วยแสงไฟจำลองจากเทคโนโลยีเมืองใต้ดิน ทว่ายามนี้ แสงไฟเ่าั้ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้สว่างนวลเหมือนแสงจันทร์ในยามค่ำคืนของโลกภายนอก
Zector Karamurus | Zone C ณ ท่าเรืออันเงียบสงบ มีแม่น้ำใต้ดินสายยาวที่เชื่อมต่อเมือง A, B, C และ D เข้าด้วยกัน ทว่าในเวลานี้ แม่น้ำสายนั้นกลับกลายเป็จุดยุทธศาสตร์สำคัญของกลุ่มต่อต้านไปเสียแล้ว หุ่น DEP หลายเครื่องเริ่มโผล่หัวพ้นผิวน้ำขึ้นมาในยามดึกของเมืองอย่างเงียบเชียบ โดยที่ไม่มีใครทันได้รู้ตัว
ผู้นำการโจมตีครั้งนี้คือ DEP เครื่องสีเทา ด้านหลังติดตั้งกระเป๋าเป้ปืนใหญ่พลังงานโฟตอน แขนและขามีสีเขียวเข้ม ดวงตาส่องแสงสีแดงสว่างออกมา ท่อนบนบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้างคลุมด้วยผ้าคลุมพิเศษ ซึ่งเป็ระบบสร้างเกราะพลังงานบาเรียสำหรับป้องกันการโจมตี บริเวณหน้าอกสลักชื่อไว้ชัดเจนโดยไม่มีรหัสรุ่นระบุ: Linbert Hunter (ซึ่งมีความหมายว่า "นักล่ากฎหมาย" ในภาษาของ Zainan) เมื่อหุ่นทุกตัวย่างเท้าขึ้นสู่พื้นดิน พวกมันก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าและระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวนความเงียบสงบ
“จำเอาไว้ให้ดี พวกเราไม่ได้มาเพื่อก่อา ถ้าหากถูกพบตัว ให้เน้นสร้างความเสียหายต่อเมืองและประชาชนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้” เสียงของชายวัยกลางคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและสงบนิ่ง
“เข้าใจแล้วครับลูกพี่... ทุกคนได้ยินที่หัวหน้าเรลีนสั่งแล้วใช่ไหม พยายามเข้าล่ะ!” เสียงของชายผู้เป็รองหัวหน้าเอ่ยตอบรับและกระจายคำสั่งต่อ
ณ บริเวณนอกเมืองตรงข้ามแม่น้ำ มียานเกราะที่ติดตั้งปืนใหญ่ลำแสงทำลายระบบไฟฟ้าอีกประมาณ 5-7 เครื่อง จอดประจำการเตรียมพร้อมรอสัญญาณอยู่
เรลีน แมนเดรส หัวหน้ากลุ่มต่อต้านเขต 2 ได้เริ่มเปิดฉากแผนการยึดเมือง C อย่างเป็ทางการ ด้านประชาชนในเมืองที่พบเห็นหุ่นั์เดินเข้ามา บางคนเลือกที่จะเก็บข้าวของแล้วหนีออกไปอย่างเงียบๆ ในขณะที่บางกลุ่มก็ทำใจยอมรับสถานการณ์ พาคนรู้จักเดินผ่านเหล่าหุ่นรบเพื่อมุ่งหน้าไปขอเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้าน
ในเวลานี้ ประชาชนของ The Unbash จำนวนมากไม่สามารถทนอยู่ภายใต้ระบบการปกครองอันกดขี่นี้ได้อีกต่อไป พวกเขาจึงเลือกที่จะเมินเฉยต่อรัฐบาล หรือยอมรับความเปลี่ยนแปลงเพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่กำลังจะเกิดา และถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกเดินในเส้นทางที่มีเพียง 3 ทางเลือกเท่านั้น
“ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปถึงหรือยังครับ คุณเซริ?” รองหัวหน้าหน่วยพาหุ่น DEP ของตนไปหลบซ่อนอยู่หลังตึก ก่อนจะเอ่ยถามเซริผ่านช่องสัญญาณ
“พวกเขากระซิบตอบกลับมาแล้วค่ะว่าจะมาถึงที่นี่ภายในไม่เกิน 45 นาที” เซริเอ่ยยืนยันความถูกต้อง “เมือง B ที่พึ่งจะถูกปลดปล่อยไป ยอดความเสียหายยังมีหลายอย่างให้ต้องตามจัดการ ทางนั้นเลยไม่สามารถส่งเ้าหน้าที่ของ Arcus ทั้งหมดมาช่วยเราได้”
เซริยกมือขึ้นจับไมโครโฟนสื่อสารที่แนบอยู่ตรงข้างหูให้ขยับเข้าใกล้ริมฝีปากมากขึ้น
“เปิดเครื่องส่งสัญญาณรบกวนได้เลย หลังจากนี้เราจะขาดการติดต่อกับเมืองอื่นชั่วคราว เพราะงั้นก็หวังว่าพวกนั้นจะมาตามสัญญาจริงๆ นะคะ”
“ถ้าอย่างนั้น DEP ทุกเครื่อง แยกย้ายไปทำตามภารกิจของตัวเองซะ Linbert ตัดสาย” เรลีนสั่งการทิ้งท้ายเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสัญญาณสื่อสารแล้วนำหุ่นหายลับเข้าไปในตัวเมือง
ยานเกราะทุกคันทำการเล็งะุปืนใหญ่ไปยังจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ของเมือง ก่อนจะกระหน่ำยิงะุแสงสีเขียวพุ่งไปตกตามมุมเมืองทันที เกิดประกายแสงวาบขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ระบบการติดต่อสื่อสารทั้งหมดภายในเมืองจะถูกตัดขาดลงอย่างสมบูรณ์
หุ่น DEP ตำรวจที่ประจำการอยู่ในเมืองต่างเกิดความสับสนและตั้งรับไม่ทัน เปิดโอกาสให้กลุ่มต่อต้านที่มีจำนวนคนน้อยกว่า สามารถลอบซุ่มโจมตีและกำจัดพวกมันทีละเครื่องได้อย่างง่ายดาย ทว่าเื่ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้
หญิงสาวที่นั่งจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊กอยู่ กวาดสายตามองเห็นความผิดปกติบางอย่างบนหน้าจอ “หืม?... นี่มัน... แย่แล้วค่ะคุณเซริ!”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้รายงานรายละเอียด เมืองทั้งเมืองกลับถูกปรับเปลี่ยนระบบแสงสว่างจากยามค่ำคืนให้กลายเป็ตอนกลางวันในทันที! แสงสว่างจ้าสาดส่องไปทั่วทุกมุมเมือง เผยให้เห็นประชาชนที่กำลังอพยพ กลุ่มต่อต้าน และหุ่น DEP ในเมืองได้อย่างชัดเจนทุกตารางนิ้ว
“กับดักงั้นเหรอ!!” รองหัวหน้าหน่วยะโออกมาอย่างใ
บนท้องฟ้า ปรากฏหุ่น DEP จำนวนมหาศาลเผยตัวออกมาจากเทคโนโลยีพรางตัว พวกมันไม่รอช้า เริ่มเปิดฉากกระหน่ำยิงเข้าใส่กลุ่มต่อต้านในเมืองทันที โดยไม่สนเลยว่าจะไปโดนหุ่นตำรวจฝ่ายเดียวกันหรือประชาชนผู้บริสุทธิ์หรือไม่
Linbert Hunter รีบยกโล่ขึ้นมาป้องกัน แต่ะุพลังงานนั้นกลับทะลุโล่แล้วพุ่งเฉียดหัวหุ่นไปอย่างน่ากลัว 'พรางตัวงั้นเหรอ!? แถมยังซ่อนแสง เสียง และไอพ่นได้มิดชิดขนาดนี้ นี่มัน...!' เรลีนคิดในใจด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะรีบบังคับ Linbert พุ่งหลบตามมุมตึกแล้วยิงสวนกลับไป ซึ่งเขาสามารถกำจัดศัตรูไปได้บางส่วน
“เธนท์ต้องเป็คนที่อยู่เื้ัเื่นี้แน่ๆ!” เซริเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
“รถถังทุกคัน เล็งไปที่พวก DEP บนฟ้าพวกนั้นเร็วเข้าค่ะ!” เธอรีบออกคำสั่งสั่งการ ก่อนจะสั่งให้ถอยรถออกไปตั้งหลักด้านหลัง
ทั้งหุ่น DEP และทหารภาคพื้นดินของกลุ่มต่อต้าน ต่างต้องวิ่งหนีตายกันวุ่นวายจากห่าะุปืนใหญ่ที่หักโหมสาดลงมาราวกับดาวตก
“ะุปืนใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้ยิงได้เหมือนไรเฟิล! เทคโนโลยีระดับสูงขนาดนี้ ต้องเป็ฝีมือพวก Kryo Tech ไม่ผิดแน่!” รองหัวหน้าหน่วยวิเคราะห์สถานการณ์
ทันใดนั้น มีะุนัดหนึ่งพุ่งตรงไปยังกลุ่มประชาชนที่กำลังวิ่งหนีตาย ซึ่งในกลุ่มนั้นมีเด็กเล็กอยู่ด้วย! รองหัวหน้าหน่วยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว เขาตัดสินใจบังคับหุ่น DEP ของตนพุ่งเข้ามารับะุแทน และยกโล่ขึ้นมาป้องกันตามสัญชาตญาณ!
ตึง!!-
เกิดการะเิอย่างรุนแรงขึ้นที่ตัวหุ่น DEP แรงอัดอากาศและคลื่นความร้อนทำลายกระจกตึกข้างเคียงแตกกระจายเป็วงกว้างหลายกิโลเมตร
“คุณโฮเบิล!!”
เซริยืนมองภาพการะเินั้นด้วยใบหน้าที่ฉายแววเสียขวัญ
เสียงะเิดังกึกก้องตามมาอีกหลายมุมเมือง มีทั้งประชาชนที่ต้องพลอยได้รับลูกหลง และอาคารบ้านเรือนที่พังทลายลงมาอย่างย่อยยับ ก่อนที่หุ่น DEP ของพวก Unbash จะค่อยๆ ลดระดับความสูงลงมาคุมพื้นที่ด้านล่างทันที
ทว่าพวกมันกลับต้องเผชิญหน้ากับ Linbert ที่บุกเข้าโจมตีแบบกองโจร เรลีนอาศัยมุมอับตึกโผล่ออกมาส่องยิงเข้าที่แกนพลังงานของพวกมันได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะเร้นกายหายไปกับควันะเิ เขาพยายามเร่งกำจัดศัตรูให้ไวที่สุด เพื่อล่อพวกมันให้ออกห่างจากตำแหน่งที่พวกเซริอยู่
“เซริ! พาทุกคนถอยออกไปหาจุดอับสายตาก่อน! ผมจะหาทางล่อพวกตำรวจกับทหารพวกนี้ให้ออกห่างจากพวกคุณเอง!” เรลีนวิทยุติดต่อกลับมาหาเซริ
ในตอนนี้ แผนการทุกอย่างพังทลายลงจนเสียขบวนไปหมด และเหตุการณ์ครั้งนี้จะต้องมีใครสักคนออกมารับผิดชอบ
เซริพากลุ่มของเธอถอยร่นออกไป พร้อมกับครุ่นคิดอยู่ในใจอย่างหนัก 'เป็ไปไม่ได้... พวกเราประชุมวางแผนกันในเขตที่ Arcus ควบคุมอยู่นะ... พวกมันไม่น่าจะดักฟังได้ นอกจากว่า...'
ทันใดนั้น มีเสียงหวานแฝงความเ้าเล็ดเ้ากลดังแทรกเข้ามาในสายของเซริ “กำลังมองหาใคร หรือกำลังมองหาผู้ทรยศอยู่หรือเปล่าจ๊ะ?” เสียงของเพวเน่เอ่ยทักทายขึ้นมา
หุ่น DEP ที่กำลังไล่ล่าเรลีน ถูกะุสไนเปอร์ปริศนายิงะเิจากระยะไกลในพริบตาเดียว 1 นัดสามารถทะลวงทำลายไปได้ถึง 4 เครื่อง! เมื่อ Linbert หันกลับไปมองยังต้นทางของะุ ก็พบกับหุ่น Breakerz นั่งคุกเข่าอยู่ในท่าสไนเปอร์ พร้อมกับมีควันลอยออกจากปากกระบอกปืนไรเฟิล
ทางด้านจุดที่มีซากหุ่น DEP ของกลุ่มต่อต้านซบอยู่ ปรากฏว่าโฮเบิลยังไม่ตาย! ทว่ามีหุ่น DEP ของ Unbash ตัวหนึ่งเดินมาพบเขาและกลุ่มประชาชนที่เขาช่วยไว้พอดี มันยกปืนขึ้นเตรียมจะสังหารมนุษย์กลุ่มนี้ทิ้ง ทว่าเมื่อนักบินเหนี่ยวไก คันบังคับกลับไม่ทำงาน
เมื่อเพ่งมองดูดีๆ แขนของหุ่นตัวนั้นได้ขาดสะบั้นไปแล้ว และข้างๆ กันนั้นมีหุ่น Aeronic ยืนตระหง่านอยู่ในระยะประชิต! ก่อนที่ทหาร Unbash คนนั้นจะได้ทันโต้ตอบ Aeronic ก็ใช้มือเปล่าบดขยี้และกระชากหัวหุ่นออกมา จากนั้นก็ชกทะลวงเข้าห้องนักบิน แล้วกระชากเอาห้องนักบินทั้งห้องออกมาไว้ในกำมือ ก่อนจะหันไปมองโฮเบิล
“ไม่เป็อะไรแล้วนะครับ” เสียงของฮิมารุดังขึ้นผ่านลำโพง
“ฆ่าพวกมันซะสิ! จะปล่อยมันไว้ทำไมกัน!?”
หัวหน้าหน่วย Unbash ที่ถูกจับะโถามด้วยความสับสน
“พวกเขาก็มีครอบครัวเหมือนกันนะครับ ไม่ว่าจะทำผิดพลาดมามากแค่ไหน เราก็ควรจะให้โอกาสที่สองกับเขานะ” ฮิมารุวางห้องนักบินลงกับพื้นอย่างนุ่มนวล เพื่อให้โฮเบิลเข้าไปจับกุมนักบินคนนั้น
แทว่าทางด้านของเซริในยามนี้ พวกเธอถูกกลุ่มทหารภาคพื้นดินของ Unbash ต้อนจนมุมและปิดล้อมเอาไว้ทั้งหมด อีกทั้งยังอยู่ในระยะที่ยานเกราะฝั่งตัวเองไม่สามารถยิงสนับสนุนได้เพราะกลัวลูกหลง พวกเธอถูกจับปลดอาวุธและกำลังจะถูกคุมตัว ทว่ายังไม่ทันจะได้สวมกุญแจมือ ก็มีคนอีกกลุ่มพุ่งพรวดออกมา จนเกิดการยิงปะทะกันอย่างวุ่นวาย
“ฉันไม่ยอมให้พวกแกได้ตัวพี่เซริไปหรอก!”
เคย์ะโลั่นพร้อมกับโผล่ออกมา ใช้มีดสั้นติดข้อมือพุ่งแทงเข้าใส่จุดสำคัญของทหารพวกนั้นอย่างแม่นยำ โดยหลีกเลี่ยงจุดตายเพื่อไม่ให้ถึงชีวิต
“เคย์... พวกเธอมาช้าไปนะ รู้ไหมว่าพวกเราเกือบจะไม่รอดขนาดไหน!”
เซริดุเคย์ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกที่ยังคงไม่หายดี
กองกำลัง Arcus บุกเข้าควบคุมพื้นที่เอาไว้ได้ทั้งหมด ส่งผลให้การต่อสู้ภายในเมืองเริ่มสงบลง ด้วยความร่วมมือจากหุ่น DEP ที่เหลืออยู่ของกลุ่มต่อต้านและพวกของฮิมารุที่เพิ่งมาถึง ทหาร Unbash จำนวนมากถูกจับกุมเป็เชลย และนายกรัฐมนตรีของเมือง C ก็ถูกจับกุมตัวไปดำเนินคดี
สถานการณ์อันวุ่นวายคลี่คลายลงจนสงบสมบูรณ์ภายในเวลา 3 ชั่วโมง
Aeronic, Breakerz และ Linbert เดินตามกันมาเพื่อรวมตัว ณ จุดที่เซริอยู่ ในระหว่างทาง เรลีนที่สังเกตเห็นความผิดปกติเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “ทำไมพวกนายถึงเอา DEP มาเสริมแค่ 2 เครื่องล่ะ? คนอื่นๆ หายไปไหนกันหมด?”
ฮิมารุตอบกลับไปว่า “กำลังอยู่ใน่ปรับปรุงครั้งใหญ่ไงครับ... ในขณะที่ Zainan กำลังเกิดาระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง Kairyu ก็ยังคงเป็ภัยคุกคามอยู่ พวกเราเลยจำเป็ต้องพัฒนาอาวุธให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ใหม่ๆ ครับ”
“หัวหน้าครับ พวกเราใกล้จะถึงแล้ว” เสียงของนักบินชายที่ขับ Breakerz พูดขึ้นกับฮิมารุ
“หัวหน้าเหรอ? เกิดอะไรขึ้น ทำไม นายถึงกลายเป็หัวหน้าไปได้ล่ะ?” เรลีนถามฮิมารุด้วยน้ำเสียงอึ้งปนประหลาดใจ
“เื่มันยาวครับ... แต่สรุปสั้นๆ คือ คุณฮอร์นเสียชีวิตในหน้าที่ไปเมื่อไม่นานมานี้แล้วครับ” ฮิมารุตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง
เดินต่ออีกไม่นานก็ถึงจุดนัดพบ ทุกคนลงมาจากหุ่น DEP และเริ่มพูดคุยกันหลังจากที่ไม่ได้พบกันมานาน
“มิรุ!” เซริวิ่งเข้าหาน้องชายแล้วะโกอดทันที
ฮิมารุยืนรับอ้อมกอดของเธอเอาไว้ “พี่ครับ ไม่อายคนอื่นเขาบ้างเหรอ... พี่จะอายุสามสิบแล้วนะ ทำตัวเป็เด็กไปได้”
ทันทีที่ฮิมารุพูดจบ เขาก็ถูกหมัดของเคย์พุ่งเข้าใส่หน้าจนล้มตึงลงไปกองกับพื้น “อย่าพูดเื่อายุต่อหน้าสาวๆ จะได้ไหม!!”
เรลีนกับเซริยืนหัวเราะกันอย่างขำขัน ก่อนที่เรลีนจะเดินเข้ามาหาฮิมารุ
“อ้อ จริงสิ ฮิมารุ ขอบใจที่ช่วยโฮเบิลเอาไว้ด้วยนะ” เรลีนเอ่ยขอบคุณจากใจจริง
ฮิมารุลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอามือถูหน้าปอยๆ “ผมเข้าใจความสูญเสียดีครับ พวกคุณเองก็คงจะอยู่ร่วมกันมานานพอที่จะสนิทกันขนาดนี้” เขาเดินไปหาโฮเบิลแล้วยื่นมือออกไป “คุณคงจะรู้จักผมอยู่แล้ว ถ้างั้นผมขอทำความรู้จักกับคุณบ้างนะครับ”
โฮเบิลยิ้มให้เขาแล้วจับมือตอบ “ผมหัวหน้าหน่วย 2 ของกลุ่มต่อต้าน โฮเบิล ริโอดัส ครับ... เป็เกียรติอย่างมากเลยครับที่ได้เจอกับฮีโร่ตัวจริง” เขาพูดตะกุกตะกักเล็กน้อยด้วยความเกร็ง
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ... แฮะๆ” ฮิมารุขำแห้งๆ ก่อนจะผายมือไปทางชายอีกคน “ส่วนคนนี้คือ เดริโอ้ ครุสิโอ้ ครับ นักบินระดับสูงของเรา เขาเคยเป็คนของ Unbash มาก่อน”
เหล่ากลุ่มต่อต้านในบริเวณนั้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ต่างก็หันมาจ้องมองเดริโอ้เป็ตาเดียวด้วยความระแวงและไม่ไว้วางใจ
“ใจเย็นๆ กันก่อนครับ... เขาไว้ใจได้แน่นอน ผมเอาหัวเป็ประกันเลย...”
ฮิมารุยกมือขึ้นห้ามทุกคนไว้พร้อมกับยิ้มแห้งๆ
“พูดถึงคนจาก Unbash แล้ว ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่าพวกเธนท์มันรู้ได้ยังไงว่าพวกเราจะโจมตีเมือง C ตอนไหน” เซริเอ่ยขึ้นกลางวง
เสียงก้าวเท้าดังขึ้น ดำเนินฝ่าฝูงทหาร Arcus ตรงเข้ามาหาพวกเขาทันที “ไส้ศึกไงล่ะ มุกตื้นๆ ถ้าเกิดดักฟังไม่ได้ ก็แค่ยัดเยียดให้มนุษย์กลายเป็เครื่องดักฟังแบบอานาล็อกยังไงล่ะ” เพวเน่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“แต่ไม่ใช่เดริโอ้แน่นอน เื่นี้ฉันยืนยันได้อีกเสียง แต่ฉันคิดว่ามันต้องเป็คนที่อยู่เื้ัของพวกเธอ หรือก็คือคนที่ไม่จำเป็ต้องออกไปเป็กองหน้าต่างหาก”
“แล้วพวกเธอรู้ได้ยังไงเหรอว่าพวกเราถูกจัดฉากให้เข้ามาติดกับดัก?” โฮเบิลถาม
“พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันครับ พอมาถึงมันก็วุ่นวายไปหมดแล้ว คนที่ดูเหมือนจะรู้เื่มากเกินไปก็มีแค่เพวเน่นี่แหละครับ” ฮิมารุตอบ
ทุกคนใช้เวลาที่เหลือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่ออัปเดตสถานการณ์ให้แก่กัน ก่อนที่ Arcus จะมอบยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีใหม่บางส่วนให้กลุ่มต่อต้าน แล้วจึงยกทัพถอยกลับไป
“ฮิมารุ รอเดี๋ยว” เรลีนเอ่ยรั้งฮิมารุไว้ก่อน “อีกไม่กี่วันพวกเราจะบุกเมือง D กันต่อเลย ถ้าเกิดวางแผนมากเกินไป มันจะกลายเป็การเปิดโอกาสให้พวกเธนท์มีเวลาตั้งตัว หวังว่าจะมาช่วยนะ”
ฮิมารุพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินกลับขึ้นหุ่น Aeronic แล้วขับออกจากเมือง C มุ่งหน้ากลับฐานทัพ
ภายในห้องนักบินของ Breakerz ที่เดริโอ้เป็ผู้ขับ เขาได้เปิดเครื่องมือสื่อสารลับขึ้นมา
“ท่านครับ ตอนนี้กลุ่มต่อต้านกำลังเสียแผน พวกเราจะทำยังไงกันต่อดีครับ” เดริโอ้พูดผ่านเครื่องสื่อสาร
เสียงตอบกลับจากผู้ติดต่อปริศนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น... “เดี๋ยวที่เหลือ ฉันจะเป็คนจัดการต่อเอง...”
