พวกมันนั้นทั้งหมดนั้น มีพลังถึงระดับเหยียบนภาขั้นที่ 3 ทั้งหมด ซีว่างรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย
หากเป็นระดับเหยียบนภาระดับ 3 เพียงคนเดียวหรือสองคน ซีว่างนั้นยังพอมีลุ้นอยู่บ้าง แต่นี่มีถึง 5 คน ทำให้ซีว่างถึงกับเหงื่อตกออกมา
“เจ้ามิต้องแปลกใจ..ข้ารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเจ้าจักต้องมาหาข้า , แล้วเหตุใดข้าจักต้องอยู่รอความตาย..ในเมือข้าสามารถใช้เงินออกไปเพื่อสังหารเจ้าได้ , ว๊ากก กั๊ก กั๊ก กั๊ก กั๊ก กั๊ก กั๊ก ว๊ากก กั๊ก กั๊ก กั๊ก กั๊ก กั๊ก” หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ท่าทีของนางมันน่ารังเกียจพอ ๆ กับรูปลักษณ์ของนางยิ่งนัก
แต่ตอนนี้ซีว่างมีสายตาที่นิ่งเฉยเป็นอย่างมาก ก่อนจะกล่าวต่อหญิงสาวออกไป “ใช่เจ้ากล่าวว่าจ้างพวกมันมาด้วยเงินใช่หรือไม่?”
ก่อนที่ซีว่างจะล้วงเข้าไปภายในถุงมิติของตนเอง ก่อนจะกล่าวต่อกลุ่มบุรุษที่อยู่ตรงหน้าของมัน
“หากพวกท่านกลับไปในที่ของพวกท่าน , พวกท่านสามารถรับของพวกนี้ไปได้ในทันที” ก่อนที่ซีว่างจะหยิบศิลาธาตุทองของตนออกมา ก่อนจะแบมืออวดศิลาธาตุทองที่อยู่บนฝ่ามือของตนเองด้วยใบหน้าที่อมยิ้ม
เมื่อเหล่าทหารรับจ้างเห็นเช่นนั้น ต่างตาลุกวาวขึ้นมาในทันที ก่อนจะรีบเก็บอาวุธของตนเองพร้อมกับล้วงเข้าไปในถุงมิติของพวกมัน โยนศิลาธาตุทอง ออกมาคนละหนึ่งก้อนไปทางหญิงสาว
เมื่อเห็นดังนั้นซีว่างจึงรีบ โยนศิลาธาตุทองของตนเองไปให้พวกมันคนละ 10 ก้อน ก่อนจะบอกกล่าวต่อพวกทหารรับจ้างว่า “ขอบคุณที่ร่วมทำธุรกิจกัน”
เมื่อหญิงสาวเห็นดังนั้น ต่างด่าทอออกมาด้วยเสียงที่ดังลั่น “เจ้าพวกเลี้ยงไม่เชื่อง..ไม่มีสัตย์จะ”
นางชี้นิ้วกวาดไปรอบ ๆ เหล่าทหารรับจ้างทั้ง 5 คน หน้าตาของนางแดงก่ำ ตาเบิกโพลง พร้อมกับหอบหายใจอย่างติดขัด
“ช่วยไม่ได้..มันผู้นี้ให้เงินที่สูงกว่า , หากเจ้าอยากให้ข้าทำงานต่อ เจ้าก็ต้องยื่นสิ่งที่มีข้ามากกว่าศิลาธาตุ 10 ก้อน” หนึ่งในกลุ่มนั้นกล่าวขึ้นมา
“ทำงานร่วมกันมาตั้งหลายปี..ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะต่ำช้าเช่นนี้” หญิงสาวกล่าวด้วยอารมณ์ที่เกรี้ยวกราด แต่เหล่าทหารรับจ้างไม่ได้ใส่ใจ ก่อนจะทะยานจากไป โดยไม่หันน้ากลับมาเลยแม้แต่น้อย
ซีว่างยิ้มด้วยรอยยิ้มที่เย็นเหยียด ก่อนจะจ้องมองหญิงอัปลักษณ์ด้วยสายตาดูถูก
“กิลด์นิวส์ที่ขายข่าวสาร..กลับมิทราบว่าข้ามั่งคลั่งเพียงไหน , ช่างเป็นคำกล่าวอ้างที่น่าขันยิ่งนัก”
ตอนนี้ภายในสำนักต่างเหลือเพียงมันและหญิงสาวเพียงสองคน ตอนนี้จากท่าทีที่น่าเกรงขามเมื่อครู่ของหญิงสาว แปลเปลี่ยนเป็นความเกรงกลัวที่แสดงออกมาจากอย่างจริงแท้
สายตาของหญิงสาวหกเล็กลง ใบหน้าที่แดงก่ำเมื่อครู่พลันซีดลงทันตาเห็น ตอนนี้หญิงสาวไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยืนต่อ นางล้มตัวลงไปอยู่กับพื้นพร้อมรับชะตากรรมของตนเองอย่ามิอาจหลีกเลี่ยงได้
ซีว่างค่อย ๆ เดินช้า ๆ เข้าไปหาหญิงสาวพร้อมกับใบหน้าที่แข็งกระด้าง จิตสังหารที่แผ่ออกมาทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงความตายที่ค่อย ๆ คืบคลานมาอย่างช้า ๆ
ตอนนี้นางมิได้มองบุรุษหนุ่มตรงหน้าเป็นแค่เด็กน้อยอีกต่อไป ตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้านางเปรียบดังยมทูตที่มารับชีวิตที่บาปหนาของนางกลับไป
“ได้โปรดนายท่าน..ข้าผิดไปแล้ว..ยกโทษให้ข้าด้วยเถิด” หญิงสาวกล่าวอ้อนวอนออกมาพร้อมกับน้ำตาที่รินไหล
“ยกโทษ...? , หากเจ้ามิได้บอกเรื่องข้าต่อกิลด์วิญญาณ..หากแต่เป็นเรื่องอื่น , ข้าก็สามารถปล่อยผ่านไปได้ , แต่เจ้ากล้าลูบคมของข้า..อย่าหวังว่าจะรอดไปได้”
มันง้างกระบี่ของตนเองขึ้น ‘ฉึบ..’ ส่วนหัวหลุดออกมาจากลำตัวอยู่นิ่งค้างไว้บนกระบี่ ดั่งกับมีคนเอากาวมาทาไว้ ใบหน้าของหญิงสาวนิ่งค้างอยู่ แสดงถึงความกลัวที่ไม่อาจพรรณนาได้
ลำตัวที่ไร้หัว จึงล้มลงไปกองที่พื้นอย่างสิ้นสภาพ
ซีว่างหยิบหัวของหญิงสาวเดินออกมาภายนอกกิลด์นิวส์ ก่อนจะใช้ผมของนาง ผูกให้ศีรษะของนางห้อยค้างไว้หน้าประตูทางเข้า เป็นการกล่าวเตือนต่อผู้คนที่คิดจะเป็นปรปักษ์ต่อตัวมัน
“ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก..ข้าชอบเจ้าจริง ๆ ..หนุ่มน้อย” เสียงดังมาจากบนท้องนภา ซีว่างรีบหันหน้าขึ้นไปมองในทันที
“วันนั้นโดนข้าสังสอนไปเจ้าคงยังมิสำนึก..” ผู้ที่กล่าวออกมาก็คือ ‘แอรีส’ ผู้ที่กำราบชายหนุ่ม เมื่อครั้งที่อยู่ในกิลด์วิญญาณ ระดับพลังของมันยังคงอยู่ที่ ระดับ 5 เหยียบนภาเช่นเดิม
‘แย่แล้ว!!’ ซีว่างตอนนี้เหมือนกำลังเห็นภาพเดจาวูกับสิ่งที่มันทำต่อหญิงสาวไปเมื่อครู่
มันมิได้ห่วงตนเองเลยแม้แต่น้อย มันห่วงเหล่าสหายของมันที่อยู่ภายในคฤหาสน์ของนายกมากกว่า
“เจ้าสุนัขรับใช้ของเคดิฟ..ตามวอแวไม่เลิกราเสียที , ข้าชักจะรำคาญพวกเจ้าเต็มทนแล้ว!!” ซีว่างกล่าวออกไปด้วยวาจาที่อาจดูห้าวหาญ
แต่สำหรับแอรีสนั้น มันเหมือนคำพูดของเด็กน้อย ที่ไม่รู้จักกาลเทศะเท่านั้น
“คราก่อนถ้าไม่มีนายหญิงแม่..เจ้าคงไม่มีโอกาส..ได้มายืนปากดีใส่ข้าอยู่เช่นนี้ , ครั้งนี้เจ้าอย่าหวังจะรอดไปได้ , หากเจ้าตามข้ากลับไปโดยดี..ข้าจักได้ไม่เหนื่อย” แอรีสพูดออกมาด้วยวาจาที่นิ่งเฉย มันมิได้เห็นซีว่างอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ก่อนที่ซีว่างจะตวัดกระบี่ที่ชุ่มด้วยเลือดของหญิงสาวออกไปข้างบนฟ้า “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!”
ก่อนที่มันจะออกตัววิ่งสุดฝีเท้า เพื่อหลบหนีต่อชายที่มันมิอาจต่อกรได้
แอรีสเพียงแต่ใช้มือเปล่าของตนเองโบกปัดพลังที่พุ่งเข้าหาตัวเท่านั้น ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามไปอย่างว่องไว
ทางที่ซีว่างวิ่งตรงไปนั้น มิได้วิ่งกลับไปทางคฤหาสน์ของนายกแฮร์รี่ มันเพียงแต่วิ่งออกไปทางประตูเมือง มันไม่ต้องการให้สหายของตนเองต้องเดือดร้อน และตัวมันนั้นก็ทำภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้ว มันจึงรีบเร่งออกไปทางประตูเมืองแกร์รี่
ผู้ที่ไล่ตามชายหนุ่มมานั้น มันมีความเร็วที่เหนือกว่าชายหนุ่มเล็กน้อย หากมันยังคงความเร็วเช่นนี้ได้ ไม่นานมันจะสามารถถึงตัวของชายหนุ่มได้ในที่สุด
ซีว่างวิ่งมาถึงประตูเมือง ก่อนที่จะมีกลุ่มคนกิลด์วิญญาณดาหน้าเจ้ามาขัดขวางชายหนุ่ม
‘โถ่เว้ย!!’ ซีว่างออกดาบของตนเองออกไป เพื่อปัดป้องและโจมตีสวนผู้ที่หมายจะเอาชีวิตมัน
การทำเช่นนี้ยิ่งทำให้ความเร็วของชายหนุ่ม ที่ช้ากว่าแอรีสอยู่แล้ว ยิ่งช้าเข้าไปอีก
ก่อนที่แอรีสจะพุ่งเข้ามาจับไปที่หลังคอเสื้อของซีว่าง ก่อนจะเหวี่ยงชายหนุ่มพุ่งไปชนกับร้านค้าที่อยู่แถวนั้น จนพังระเนนระนาด
ผู้คนต่างวิ่งหนีตายอย่างจ้าละหวั่น ด้วยความที่พวกมันกลัวโดนลูกหลงของเหล่าจอมยุทธ์ อีกด้วยตอนนี้ ผู้ที่อยู่ตรงหน้าของพวกมันคือคนกิลด์วิญญาณ
“ยอมแต่แรกก็ดีอยู่แล้ว..เหตุใดถึงต้องให้ข้าเสียงเหงื่อด้วย , ข้ามิเข้าใจเจ้าจริง ๆ ” แอรีสกล่าวออกมาด้วยท่าทีสุขุม ก่อนจะกล้าวเดินเข้าหาชายหนุ่มช้า ๆ
ซีว่างยันตนเองขึ้นด้วยแรงที่อ่อนล้า ก่อนจะถือกระบี่ยื่นออกมา แล้วมองไปที่บุรุษชายที่อยู่ตรงหน้า
“แรมที่ 7 เขตแดนภพจันทรา!!” ดวงตาของซีว่างส่องแสงออกมา หน้าผากของซีว่างมีรูปจันทร์เสี้ยวส่องแสงออกมา ก่อนที่ซีว่างจะยื่นมือออกไปข้างหน้า พร้อมกับกระทืบเท้าออกไป เกิดวงกลมขึ้นล้อมรอบบุรุษที่อยู่ตรงหน้าตน
ด้านแอรีสนั้นรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับพลังที่ซีว่างส่งออกมา แต่พลังของซีว่างนั้นไม่อาจหยุดยั้งตัวของแอรีสได้เหมือนตอนของซูจินยี่
พลังที่ปล่อยออกมาเพียงหยุด และตรึงชายตรงหน้าเพียงเท่านั้น ไม่อาจทำอันตรายใด ๆ ได้เลยแม้แต่น้อย
ด้านแอรีสนั้น ยืนด้วยท่าทีสบาย ๆ จ้องมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเฉยเมย
“ย๊ากกกกกกกกกกก” ซีว่างเพิ่มพลังใส่ลงไป แต่พลังนั้นกลับสูญเปล่า ไม่มีผลอะไรเพิ่มเติมต่อแอรีสเลยแม้แต่น้อย
“พลังหมดเมื่อใดบอกข้า..ข้าจะยืนรออยู่ตรงนี้” แอรีสกล่าวออกมาขณะที่ยืนนิ่งอยู่ภายในเขตรแดนของซีว่าง
ตอนนี้ซีว่างรู้สึกกดดันอย่างถึงที่สุด หยาดเหงื่อไหลผุดออกมาเต็มใบหน้า มือของชายหนุ่มเริ่มสั่นเทาจากอาการเหนื่อยล้า พลังของชายหนุ่มคงจะเหือดแห้งในไม่ช้า
ด้านแอรีสนั้น..ยืนนิ่งไม่ไหวติง จ้องมองไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เฉยชา รอเวลาที่ชายหนุ่มจะหมดกำลังลงไป มันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยออกแรงไล่ตามชายหนุ่มอีก
เขตแดงภพจันทราเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ซีว่างได้แต่กัดฟันพลันคิดหาวิธี ที่จะหลบหนีต่อไป
“ข้าไม่อาจเข้าใจเจ้าได้..ว่าเหตุใดถึงดื้อรั้นนัก , ไปกับข้าโดยดีแต่แรก..ก็มิลำบากแล้วแท้ ๆ , กลับหาวิธีสิ้นคิดเพื่อประวิงเวลา..ยื้อต่อชีวิตอย่างไร้ความหมาย” มันกล่าวออกมาด้วยวาจาที่นิ่งเฉย พร้อมแสดงสีหน้าที่สังเวชชายหนุ่มผู้นี้อย่างเด่นชัด
“ผู้ใดว่าไร้ความหมาย..” สิ้นเสียงนี้ พลันมีพลังที่แข็งแกร่งพุ่งเข้าหาแอรีสโดยที่มันมิได้ตั้งตัว
มันรีบหยิบอาวุธของตนเองขึ้นมาต้านทานพลังสายนั้นในทันที แต่พลังนั้นรุนแรงมากเสียจน มันถลาหลุดออกนอกเขตแดนภพจันทราไปไกลนัก มันปล่อยพลังออกมาเต็มกำลัง ฟาดคลื่นพลังขึ้นฟ้าอย่างฝืนทน ก่อนที่จะมองไปยังผู้ที่อยู่ตรงหน้ามันด้วยหน้าตาที่ตื่นตระหนก “เจ้า..!?”
สีหน้าของแอรีสตอนนี้ ทั้งแปลกใจและกังขาต่อผู้ที่ออกหน้าช่วยเหลือต่อชายหนุ่มอย่างมาก
“ทอรัส..เจ้าทำอะไรของเจ้า!!” มันตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยโทสะ
“ทอรัส? …ไม่ ไม่ ไม่ , ข้ามีนามว่าไอเดน , ฉายาที่ไอ้ชั่วพันธุ์นั้นมอบให้..ข้าเอียนจะแย่อยู่แล้ว” ไอเดนกล่าวออกมาพร้อมกับย่นจมูกของตนเอง สีหน้าที่แสดงความถึงรังเกียจออกมาอย่างไม่ปกปิด
“ข้าปล่อยให้เจ้าสังหารมันมิได้..อดีตสหาย..” ก่อนที่ไอเดนจะพุ่งตรงเข้าไปพร้อมวาดดาบเล่มโตฟาดฟันเข้าใส่ แอรีสโดยมิได้ออมแรงไว้เลยแม้แต่น้อย
ด้านแอรีสรีบหยิบโล่ของตนเองขึ้นมา พร้อมกับจับดาบไว้แน่น ก่อนที่จะพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามเช่นเดียวกัน
ทั้งสองคนนั้นมีระดับพลังที่เท่ากันคือ เหยียบนภาขั้นที่ 5
ต่างฝ่ายต่างฟาดฟันกันโดยมิมีผู้ใดออมมือแม้แต่น้อย ต่างงัดวิชาของตนและพลังของตนเอง ออกมาใช้อย่างสุดความสามารถ
ทั้งคู่ฟาดฟันกัน ดั่งกับเป็นศัตรูกันมาแต่ชาติปางก่อน พลังและเรี่ยวแรงที่แสดงออกมานั้น น่ากลัวเป็นอย่างมาก ต่างคนต่างหมายเอาชีวิตของกันและกัน
ไอเด็นตวัดดาบเข้าไปที่คอขอแอรีสทันทีที่มีโอกาส ด้านแอรีสรีบยกโล่ของตนเองขึ้นมาปัดป้อง ก่อนจะจ้วงดาบของตนเอง พุ่งแทงเข้าไปที่ลำตัวของอีกฝ่าย
แต่ไอเด็นสามารถเอี้ยวตัวหลบก่อนจะสะบัดดาบเป็นแนวขวาง หวังที่จะเด็ดหัวฝ่ายตรงข้ามในจังหวะที่อีกฝ่ายเปิดช่องว่าง
เอรีสเบนศีรษะหลบเล็กน้อย ก่อนจะใช้ศอกฟันเข้าหน้าไอเด็นอย่างเต็มแรง และเข้าเป้าเสียด้วย
ไอเด็นหน้าสะบัดตามแรงของอีกฝ่าย พร้อมกับมีโลหิตไหลออกมาจากโพรงจมูกของตนเอง พร้อมกับดั้งที่หักจนบี้แบนลงไป แต่ในจังหวะนั้นเองมันก็ได้ง้างเท้า เตะเข้าไปที่ชายโครงของอีกฝ่ายเต็มฝ่าเท้า
แอรีสโดนฝ่าเท้าเตะเข้าเต็มชายโครง ถึงกับกระเด็นไปด้านข้างอย่างมิอาจเหนี่ยวรั้งตนเองไว้ได้ จนตกลงมาจากฝากฟ้าก่อนที่มันจะรีบลุกขึ้นอย่างว่องไว ใช่มือจับไปที่บริเวณที่โดนเตะ พร้อมกับประเมินสภาพร่างกายของตนเอง ถึงได้ทราบว่าซี่โครงของตนนั้น หักอย่างน้อยสองถึงสามซี่
มันกัดฟันแน่นเพื่อรักษาสีหน้าของตนเองไว้ มิได้แสดงความอ่อนแอของตนออกมา สายตาแข็งกร้าวจ้องมองกลับไปที่ไอเด็นอย่างอาฆาตแค้น
ไอเด็นตอนนี้หายใจลำบากยิ่งนัก จากบาดแผลที่เกิดขึ้น มันได้แต่หายใจปล่อยลมเข้าออกทางปาก พร้อมกับพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรีบเร่ง เพราะตอนนี้ถือว่ามันได้เปรียบด้านร่างกายอย่างมาก
ซีว่างมองดูสถานการณ์อยู่ด้านล่าง พร้อมกับแผ่นหลังนั่งพิงกล่องลังที่อยู่แถวนั้น อย่างหมดสภาพ
สภาพมันตอนนี้ดังปลาที่ขาดน้ำ นั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วงพร้อมจับจ้องไปที่การต่อสู้บนท้องนภา
จากที่มันสังเกต..ไอเดนถึงแม้จะดูได้เปรียบกว่าด้านร่างกาย แต่แอรีสนั้นกลับดูผ่อนคลายกว่าเล็กน้อย ทั้ง ๆ ที่ร่างกายมันดูโทรมกว่ามาก “ทำไมเจ้านั้น..ถึงยังต่อสู้ด้วยสีหน้าที่มั่นใจเช่นนั้นได้..”
แอรีสตอนนี้มันได้แต่ใช้ดาบและโล่ปัดป้องการโจมตีของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ มิได้โจมตีโต้ตอบเลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้ร่างกายจะบาดเจ็บ แต่ความเร็วของมันมิได้ตกลงเลยแม้แต่น้อย แตกต่างกับไอเดน ที่ยิ่งโจมตียิ่งช้าลง ยิ่งออกดาบยิ่งอ่อนล้า
" เหตุใดกัน.. , ฝ่ายมัน..ถึงรับการโจมตีเช่นนั้นอย่างสบายอารมณ์ , ไม่แสดงอาการเหน็ดเหนื่อยออกมาแม้แต่น้อย , เพราะเหตุใดกัน.. " ซีว่างพยายามจะหาคำตอบจนฉุกคิดบางอย่างออกมาได้ แผ่พลังของตนเองที่มีอยู่น้อยนิดออกไปทั่วบริเวณนั้น
ก่อนที่ซีว่างจะค้นพบบางสิ่งบางอย่าง ก่อนจะออกปากตะโกนออกไปอย่างสุดเสียง " เร่งถอยกลับออกมา , หากยื้อไปมากกว่านี้..เจ้าจักเสียท่าต่อพวกมัน!! , มีคนใช้พลังสนับสนุนมันอยู่ตรงประตูเมือง!! "
เมื่อได้ยินสิ่งที่ซีว่างบอกเตือนต่อมัน ไอเด็นรีบถอยหลังออกมาให้ไกลห่างจากจุดเมื่อครู่ ก่อนที่จะสังเกตคู่ต่อสู้ของมันอย่างละเอียด
เป็นดั่งที่ซีว่างกล่าว ตอนนี้ดูเหมือนบาดแผลของแอรีสนั้น มันเริ่มสมานกันอย่างช้า ๆ พร้อมกับมีไอพลังสีเขียวบางเบาห่อหุ้มร่างกายของแอรีสอยู่
“แคนเสอร์..เสือกหัวของเจ้าออกมา!!” ไอเดนตะโกนออกมาก่อนที่ ตวัดดาบไปที่กำแพงเมืองในทันที
ก่อนที่คลื่นพลังนั้น จะปะทะเข้ากับรั่วของกำแพง ก็ได้มีหญิงสตรีผู้หนึ่งพุ่งกายออกมา ก่อนที่จะโดนไอพลังนั้นเข้าจัง ๆ
หญิงสตรีรีบคลื่นกายของตนเองไปอยู่ข้างกายของแอรีส พร้อมกับยกคิ้วขึ้นแล้วจ้องมองซีว่างด้วยสายตาประหลาดใจ
“สมแล้วที่สามารถปั่นหัวของท่านเคทิฟได้..เจ้าสามารถรับรู้ถึงตัวตนของข้าได้ , ไม่เลวจริง ๆ ” ถึงแม้นหญิงสตรีกล่าวชื่นชมต่อชายหนุ่ม แต่น้ำเสียงและสายตาปล่อยจิตสังหารออกมาอ่อน ๆ
“ซีว่าง..เจ้ารีบหนีออกไป , ตรงนี้ข้ารับมือไหว , หากเจ้ายังอยู่..มีแต่จะรั้งให้ขาไม่มีสมาธิต่อสู้” ไอเด็นกล่าวออกมาพร้อมกับโยนขวดบางอย่าง ก่อนที่มันจะเข้ามือของซีว่างอย่างพอดิบพอดี
ซีว่างเปิดดมเล็กน้อย ก็สามารถรับรู้ได้ มันคือโอสถสำหรับรักษา ชายหนุ่มรีบยกขึ้นดื่มในทันที พละกำลังทยอยกลับคืนมาทีละนิด
เมื่อเห็นซีว่างได้ดื่มโอสถไปแล้วนั้น ไอเด็นจึงกล่าวต่อ “ได้โปรดช่วยเหลือคนบนทวีปนี้ด้วย” ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าไปโรมรันต่อบุรุษสตรีผู้ที่อยู่ตรงหน้ามันในทันที
ซีว่างมองมันเล็กน้อย ก่อนที่จะเร่งฝีเท้าวิ่งตรงออกไปทางประตูเมืองในทันที ทิ้งไอเดนให้รับมืออยู่ผู้เดียวที่เบื้องหลัง
ถึงแม้จะได้ดื่มโอสถไป แต่มันก็ทำได้เพียงเยียวยาร่างกายและพลังปราณของชายหนุ่มเพียงเล็กน้อย ไม่อาจฟื้นฟูให้กลับมาเต็มส่วนได้เลย
ซีว่างรีบวิ่งตรงเข้าไปภายในป่าร้อยอสูร ความเร็วของมันเมื่อเทียบกับเมื่อชั่วยามก่อนแล้ว ช่างแต่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด มันช้าลงไปมาก จากอาการบาดเจ็บและพลังปราณของมันตอนนี้เรียกได้ว่า แทบจะเหือดแห้งก็ว่าได้
ก่อนที่ซีว่างจะตวัดกระบี่ออกมา “แรมที่ 2 เสี้ยวจันทราผ่าดารา!!” แสงพลังสีเหลืองทองของซีว่าง พุ่งไปยังด้านหลังของมัน ตลอดทางที่คลื่นพลังวิ่งผ่านไป ต้นไม้และก้อนหินต่างถูกตัดแยกออกในทันที จนไปชนกับบางสิ่งบางอย่างจนเกิดการระเบิดขึ้น “ตูม!!”
ฝุ่นควันฟุ้งกระจายเต็มไปทั่วบริเวณที่พลังของชายหนุ่มระเบิดออกมา แต่ซีว่างมิได้อยู่รั้งรอ มันยิ่งเร่งกายของตนเองมากยิ่งขึ้นไปอีก
ภายในฝุ่นควันนั้น ก็ได้มีสตรีหญิงพุ่งออกมา วิ่งไปตามทางที่ซีว่างไปติด ๆ
“หนีไปก็เท่านั้น!! , สภาพดั่งปลาขึ้นบกอย่างเจ้า..ไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือข้าไปได้” หญิงสตรีที่ตามมานั้น ก็คือแคนเสอร์ผู้มีพลังระดับเหยียบนภาขั้นที่ 4 ในมือนางถือคทาเวทย์ อาวุธของคนทวีปนี้ ที่ด้านบนของหัวคทามีอัญมณีสีเขียวอยู่ก้อนหนึ่ง ตัวคทายาวเพียง 1 เมตรพอดิบพอดี
นางควงคทาในมือของตนเอง ก่อนที่จะมีหมองสีเขียวจาง ๆ แผ่ตรงเข้าไปในกลุ่มพฤกษา เหล่าพืชพรรณแถวนั้นต่างพุ่งออกไปดั่งอสรพิษที่ดุร้ายเข้าหาชายหนุ่มทั่วทิศทาง
ซีว่างยกกระบี่ของตนเองขึ้น ก่อนจะแกว่งอาวุธของตน ปัด,ป้อง,จ้วง,แทง,ตัด,ฟาด,ฟัน เหล่าพืชพรรณที่เข้ามาจู่โจมตนเองเรื่อย ๆ ยิ่งออกแรง..กระบี่ของตนยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งใช้พลังกาย..ทุกย่างก้าวยิ่งช้าลงเรื่อย ๆ
ด้านหญิงวัยกลางคนที่ตามมาทางด้านหลังนั้น นางก็มิได้เข้าใกล้ชายหนุ่มแม้แต่น้อย สมาธิของนางส่วนใหญ่จดจ่ออยู่ที่การบงการเหล่าพฤกษา ให้ทำตามคำสั่งของตนเอง
ซีว่างจากวิ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นเดิน จากเดินเป็นยืนนิ่ง ตอนนี้เรี่ยวแรงแทบจะเฮือกสุดท้ายของตนเอง เหลืออยู่เพียงสองอย่าง ยกกระบี่กับยืนเพียงแค่นั้น
มันไม่สามารถก้าวขาของตนเองออกไปได้เลยแม้แต่น้อย ดั่งยื่นอยู่บนทรายดูด ที่ไม่สามารถจะยกเท้าออกจากผืนทรายเหล่านั้นเพื่อหนีจากอันตรายได้เลย
ตอนนี้เหล่าพืชพรรณต่างมิได้พุ่งเข้าหาชายหนุ่ม มันเพียงแต่ปิดกั้นหนทางไม่เหลือทางให้ซีว่างได้สามารถหนีออกไปจากตรงนั้นได้
ด้านหญิงสตรีตอนนี้ เดินเข้ามาใกล้ ๆ กับชายหนุ่ม ปากยกขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับสายตาที่เป็นประกาย จากความพึงพอใจของตนเอง ที่ตอนนี้สามารถไล่ต้อนชายหนุ่มให้จนมุมได้
“ในที่สุดเจ้าก็ไร้น้ำยาเสียที..ข้าสูญพลังในการตามล่าเจ้าไปมากมายนัก” ก่อนที่นางจะมองจิกไปที่ซีว่าง พร้อมกับแสยะยิ้มออกมา
“จะทำไร...รีบทำ...” (จะทำอันใด..ก็รีบทำ) ตอนนี้ซีว่างเหนื่อยหอบอย่างมาก มันทั้งหายใจออกทางปากและหายใจเข้าทางจมูก ตอนนี่มันพร้อมที่จะเป็นลมล้มพับได้ทุกเมื่อ
“จะจับ..ให้รีบจับ , มัวรีรอด้วยเหตุใด” แม้แต่จะพูดให้เต็มประโยคยังไม่สามารถทำได้ มันได้แต่บอกใจความของประโยคมันต่อสตรี
“จับ? , โอ้วข้าไม่ได้มาเพื่อจับเจ้า..ข้ามาทรมานเจ้า..เพื่อชำระแค้น!!” นางกล่าวพร้อมกับปากที่แสดงรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา สายตาของนางดุจนกเหยี่ยวที่พร้อมจะเข้าจิกกัดชายหนุ่มได้ทุกเมื่อ
“??? , แค้น? ..แค้นใด” ชายหนุ่มตอนนี้มึนงงสงสัยอย่างมาก มันเพิ่งพบเจอกับสตรีนางนี้ครั้งแรก มันไปมีความแค้นกับนางตั้งแต่เมื่อใด
ก่อนที่นางจะปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างหนักหน่วง จ้องเข้าไปนัยตาของซีว่าง
“สคอร์ปิอัสหรือที่เจ้าเรียกมันว่าซูจินยี่..มันคือสามีของข้า!! , เจ้าทำให้มันลืมข้าไปหมดสิ้น..” นางกล่าวออกมาด้วยวาจาที่เปรี่ยมไปด้วยโทษะ จ้องมองไปที่ซีว่าง เหมือนจะฆ่ามันด้วยสายตาคู่นั้นให้ได้ ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั้งสถานที่แห่งนี้ “เพราะเจ้าทำให้มันตกลงไปในแม่น้ำนั้น , เมื่อมันพบเจอข้า..มันกลับมองเหมือนข้าเป็นคนแปลกหน้า!! , ทั้งหมดก็เพราะเจ้า!!”
“เพราะเจ้าผู้เดียว!! , เพราะเจ้า..เพราะเจ้า..เพราะเจ้า!!” ตอนนี้สตรีหญิงกลับแสดงกิริยาดังคนวิกล น้ำเสียงเดี๋ยวเศร้าเดี๋ยวโกรธ สายตาที่จับจ้องมันเบิกโพลงจนลูกตานางแทบจะออกมาจากเบ้า
ซีว่างได้แต่ยืนนิ่งมองไปที่หญิงสาวด้วยสายตาที่เวทนา
เมื่อหญิงสตรีเห็นสายตาที่ชายหนุ่มมองมาที่นางด้วยความสังเวช นางพลันพุ่งกายของตนเองไป เตะเข้าไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม ก่อนจะกระโดดตามไปแล้วใช้ฝ่าเท้าของตนเองเหยียบอกของชายหนุ่มไว้
“เจ้ากล้าใช้สายตาเช่นนั้นมองมาที่ข้า!! , เงาหัวเจ้า..มันจะขาดยังไม่รู้จักสำเหนียกตนเอง!!” โทสะของนางพลั่งพูลออกมา พร้อมกับออกแรงกดฝ่าเท้าลงไป เพิ่มแรงขึ้นทีละนิด
ซีว่างยิ้มก่อนที่จะเอ่ยวาจาออกไป “สตรีเช่นเจ้า..อาจเป็นมันตั้งใจลืมเองก็เป็นได้ , กริยาพิกล..วาจาที่เอ่ยหาความไพเราะมิได้ , มิได้รวม..รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของเจ้า , เป็นข้า..ข้าก็แกล้งที่จะลืมเจ้าเช่นกัน” ซีว่างกล่าวออกมาพร้อมกับแสดงสีหน้าที่เห็นใจก่อนที่จะแสยะยิ้มออก
“เจ้า!!” แคนเสอร์ง้างเท้าเตะเข้าไปเต็มแรง ไปที่ลำตัวของซีว่างจนมันไถลไปไกลถึงชายป่า
ตอนนี้อวัยวะภายในของชายหนุ่ม ไม่ว่าจะเป็น ตับ,ม้ามหรือปอด ต่างยุบรวมกันเป็นก้อนเลือดที่ตกค้างอยู่ภายในร่างกายของซีว่าง สภาพของมันตอนนี้ดั่งคนที่ตายไปแล้ว ลมหายใจของมันตอนนี้รวยรินอย่างมาก หากทิ้งมันไว้เช่นนี้เพียงไม่ถึงชั่วยามมันก็จะตายลง
แคนเสอร์กระโดดตามชายหนุ่มมาในทันที ที่นางออกแรงเตะไป ก่อนที่จะมาหยุดตรงร่างของชายหนุ่ม พร้อมกับยกเท้าขึ้นมาเหยียบตรงหน้าของมัน และจงใจเหยียบที่บริเวณปากของซีว่างอย่างเต็มแรง ชายหนุ่มได้แต่ร้องโอดโอยออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา
หญิงสาวมองผู้ที่อยู่ใต้เท้าของนางอย่างเย็นชา ก่อนจะถ่มน้ำลายใส่ใบหน้าของชายหนุ่ม “ถุ้ย!!”
“ให้เจ้าตายมันง่ายไป , แต่ต่อให้ปล่อยเจ้าไว้..เจ้าก็ตายอยู่ดี” ก่อนที่นางจะมองไปยังทางที่อยู่ด้านหน้า ก่อนจะยิ้มด้วยท่าทีที่ชั่วร้ายออกมา
“ชดใช้เวรกรรมของเจ้าเสียเถิด..” ก่อนที่นางจะใช้เท้าของนางยันไปที่ใบหน้าของซีว่าง ออกแรงดีดข้อเท้าเล็กน้อย ส่งร่างของซีว่างตกลงไปใน ‘สูญสิ้นคงคา’