ด้านนอกโรงเตี๊ยม หยานฉู่เดินออกมาพร้อมกับชายชราผมสีทอง ก่อนจะถามว่า “ลุงหยู เหตุใดท่านถึงได้รีบร้อนนัก?”
ชายชราที่ถูกเรียกว่าลุงหยูอดไม่ได้ที่จะกลอกตา “หากข้าปล่อยให้ท่านพูดคุยกับจางหลินไปมากกว่านี้ เกรงว่าท่านคงบอกเขาไปอย่างแน่นอนว่าท่านคือองค์ชายแห่งแคว้นฉู่”
หยานฉู่อดไม่ได้ที่จะเกาศีรษะอย่างเขินอาย “แต่อย่างน้อยพวกเราก็ได้รู้ว่าตระกูลจางไม่ได้รับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของท่านจอมฟ้า มิเช่นนั้นเกรงว่าทั่วหล้าคงจะเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่”
ลุงหยูพยักหน้าเห็นด้วย “หรือจะพูดว่าช่างเป็นโชคร้ายของตระกูลจางจริงๆ ทั้งที่มีโอกาสจะได้ขึ้นสู่สวรรค์ แต่กลับปฏิเสธโอกาสนั้นอย่างไม่เห็นค่า ดูเหมือนว่าตระกูลจางจะไม่ได้ต่างอะไรจากตระกูลเก่าแก่ของเมืองหยางโจวนี้จริงๆ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปตามเส้นทางสัญจร จู่ๆสายตาของหยานฉู่ก็สบเข้ากับบางอย่าง นั่นคือป้ายไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่ที่ถูกเขียนด้วยพู่กันว่า【ดูดวงแม่นยำที่สุดในปฐพี】
มุมปากของเขาอดไม่ได้ที่จะกระตุกอย่างหนัก และมีความคิดดังขึ้นในหัวว่า
[มีใครบางคนกล้าที่จะอ้างตนว่าดูดวงแม่นยำที่สุดในปฐพีด้วยรึ?]
[ไม่ว่าจะมองอย่างไรเขาคงเป็นเพียงแค่นักต้มตุ๋น]
หยานฉู่เพิกเฉยและกำลังจะเดินผ่านป้ายนั้น จู่ๆเขากลับสัมผัสได้ถึงเหงื่อเย็นๆที่ไหลผ่านกลางหลัง ดวงตาของเขาสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่ามีอสรพิษกำลังจับจ้องและพร้อมที่จะพรากชีวิตเขาไปได้ทุกเมื่อ!
ดวงตาที่สั่นไหวเหลือบมองไปในทิศทางของป้ายดูดวง ก่อนจะพบเข้ากับชายชราผู้หนึ่งที่กำลังนั่งบนเก้าอี้โยก ชายชราอ่านตำราอย่างเงียบๆ โดยที่ในปากของเขามีก้านไผ่คาบอยู่
เมื่อได้เห็นรูปลักษณ์ของหมอดูชรา การแสดงออกทางสีหน้าของหยานฉู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงสุดขีด “ทะ-ท่านจอม—”
แต่จู่ๆราวกับว่าร่างกายของหยานฉู่ถูกแช่แข็ง ทำให้เขาไม่สามารถพูดต่อได้
ซึ่งนั่นยังทำให้ลุงหยูที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงจนหน้าซีด!
การแสดงออกทางสีหน้าของพวกเขาเผยให้เห็นถึงความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด!
หว่อง!
ครู่ต่อมาราวกับว่าห้วงเวลาในเมืองหยางโจวได้หยุดลง เสียงที่เคยวุ่นวายก็พลันเงียบสงัด นกที่โบยบินก็ราวกับถูกแช่แข็ง ใบไม้ลอยเคว้งอยู่ในอากาศและไม่ตกถึงพื้นสักที
หมอดูชราเหลือบตามองที่คนทั้งสอง ก่อนจะพูดด้วยเสียงต่ำ “แม้ข้าจะไม่รู้ว่าพวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่ แต่ข้ามีคำเตือนแค่อย่างเดียว… อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเจ้าหนูตระกูลจาง!”
หยานฉู่และลูงหยูตัวสั่น ทั้งสองรีบถอยหลังและโค้งคำนับด้วยความเคารพ “ผู้น้อยเข้าใจ… ท่านมีอะไรจะแนะนำผู้น้อยอีกหรือไม่?”
“พวกเจ้าไปได้แล้ว” หมอดูชราโบกมือขับไล่และหาวเสียงดัง ก่อนที่เขาจะโยกเก้าอี้และอ่านตำราต่อไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ทะ-ท่านจอมฟ้า ผู้น้อยขอตัว” หยานฉู่และลุงหยูรีบกล่าวคำอำลา พวกเขาออกจากอาณาบริเวณแผงลอยอย่างรวดเร็วด้วยความกลัว
พริบตาต่อมาเสียงที่เคยเงียบงันก็ดังขึ้น ฝูงนกที่บินอยู่บนท้องฟ้าสยายปีกได้อย่างอิสระอีกครั้ง
หลังจากเดินผ่านแผงลอยมาได้ไกลกว่าสิบจั้ง บรรยากาศที่หนักอึ้งก็หายไปจากร่างของหยานฉู่และลุงหยู พวกเขาถอนหายใจยาวด้วยเหงื่อที่แตกพลั่ก
ด้วยสัญชาตญาณ ทั้งสองหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งสองต่างก็มีสีหน้าที่หวาดผวาไม่แพ้กัน
ลุงหยูที่เพิ่งจะสงบสติอารมณ์ได้ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่น “คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจอมฟ้าจะอยู่ในเมืองหยางโจว”
หยานฉู่ปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยแขนเสื้อ เขาเองก็พูดขึ้นด้วยความสงสัย “เป็นไปได้ไหมว่าท่านจอมฟ้าอยู่ที่นี่เพื่อจางหลิน?”
ลุงหยูเงียบไปครู่หนึ่ง “คงไม่มีเหตุผลอื่นอีกแล้ว โชคยังดีที่พวกเราไม่ได้ทำอะไรล้ำเส้นกับจางหลิน มิเช่นนั้น…”
หยานฉู่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก จากนั้นเขาก็พูดขึ้น “หลังจากนี้พวกเราคงต้องพยายามผูกมิตรกับจางหลินให้ได้มากที่สุด”
ทั้งสองผงกศีรษะโดยไม่มีการโต้แย้ง ก่อนที่พวกเขาจะเดินต่อไปโดยที่หยานฉู่เหลือบมองกลับไปเป็นระยะๆ
. . .
จางหลินเดินออกจากโรงเตี๊ยมหลังจากได้รับสูตรยาอายุวัฒนะจากศาลาไม่ไกลจากโรงเตี๊ยม เขากำลังเดินผ่านเส้นทางเดียวกันกับหยานฉู่และลุงหยูก่อนหน้านี้
ในขณะที่จางหลินกำลังจะเดินผ่านป้ายหมอดูขนาดใหญ่ จู่ๆหมอดูชราที่กำลังเอนหลังพิงเก้าอี้โยกก็รีบโบกมือทักทาย “นายน้อยจาง พวกเราเจอกันอีกแล้ว”
ฝีเท้าของจางหลินหยุดลงอย่างกะทันหัน เขาเหลือบมองกลับไปและพบเข้ากับหมอดูชราคนเดิมเมื่อคืนนั้น “ท่านผู้เฒ่า ท่านย้ายมาดูดวงที่นี่แล้วหรือ?”
หมอดูชรายิ้มอย่างขมขื่น “ข้าไม่มีลูกค้าเลย ข้าจึงทำได้เพียงเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆเท่านั้น”
จางหลินพยักหน้าเบาๆและกำลังจะตัดบทสนทนา เพราะเขากำลังรีบที่จะไปปรุงยาอายุวัฒนะให้แก่จางหยินเซียวโดยเร็วที่สุด
แต่ก่อนที่จางหลินกำลังจะก้าวเท้าออกไป เสียงของหมอดูชราก็ดังขึ้นอย่างเคร่งขรึม “นายน้อยจาง ดูเหมือนว่าประมุขจางกำลังประสบปัญหาบางอย่างใช่หรือไม่?”
การแสดงออกทางสีหน้าของจางหลินเปลี่ยนไป เขาหันกลับมาและเอ่ยถามด้วยเสียงเย็น “ท่านผู้เฒ่า ท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”
เขามั่นใจว่าอาการบาดเจ็บของจางหยินเซียวมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้ และคงจะเป็นไปไม่ได้ที่คนนอกอย่างหมอดูชราผู้นี้จะรับรู้ได้
หมอดูชราลูบเคราและพูดด้วยรอยยิ้มแฝงนัยยะ “ข้าเป็นหมอดู ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร?”
เขายังได้พูดต่อว่า “และข้ายังรู้อีกว่าในอีกสามวันต่อมา ในส่วนลึกของป่าอสูรร่ำไห้จะมีการปรากฏขึ้นของสมุนไพรวิเศษที่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตให้กลับคืนมาได้”
“สมุนไพรวิเศษ?” ดวงตาของจางหลินเริ่มเป็นประกาย
หมอดูชราพยักหน้า และเล่าถึงสรรพคุณของสมุนไพรวิเศษนั้น “สมุนไพรวิเศษที่ข้าพูดถึงสามารถทำให้คนที่ใกล้จะสิ้นอายุขัยสามารถอยู่ต่อได้อีกเป็นพันๆปี… หากนายน้อยอยากที่จะรักษาประมุขจางให้ถูกจุด ท่านควรจะลองเข้าไปในที่แห่งนั้นเพื่อเสี่ยงโชคดู”
คราวนี้สีหน้าของจางหลินเปลี่ยนไป เขาพยายามระงับความตื่นเต้นและถามย้ำ “ท่านแน่ใจหรือไม่ว่าที่ท่านพูดมาเป็นความจริง?”
หมอดูชรายิ้มอย่างใสซื่อ เขาหันกลับไปอ่านตำราและพูดลอยๆ “จะเชื่อหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับท่าน ท้ายที่สุดแล้วข้าก็เป็นเพียงแค่หมอดู หน้าที่ของข้ามีเพียงการชี้ทางให้แก่ผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากเท่านั้น”
จางหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอย่างตรงไปตรงมา “ท่านพอจะบอกได้หรือไม่ว่าสมุนไพรวิเศษที่ท่านพูดถึงคืออะไร?”
หมอดูชรายิ้มออกมาและกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ผลมหาโพธิสัตว์”
“ผลมหาโพธิสัตว์?” ดวงตาของจางหลินแคบลง เขาจดจำชื่อของสมุนไพรนี้ไว้ในหัวอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็ประสานมือโค้งคำนับให้แก่หมอดูชราด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณผู้เฒ่าที่คอยชี้ทาง หากสิ่งที่ท่านพูดเป็นความจริง ข้าจะกลับมาตอบแทนท่านอย่างแน่นอน”
หมอดูชรายิ้มและโบกมืออย่างไม่ใส่ “ข้าจะรอวันที่เจ้ากลับมาตอบแทนข้า”
จางหลินยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาอำลาและขอตัวจากไปเพื่อค้นหาสิ่งที่ถูกเรียกว่า【ผลมหาโพธิสัตว์】เพื่อที่จะยืนยันข้อมูลว่าสิ่งนั้นเป็นสมุนไพรวิเศษที่มีสรรพคุณอย่างที่หมอดูชราบอกมาหรือไม่
เมื่อจางหลินหายไปจากระยะสายตา หมอดูชราก็บิดขี้เกียจ เขาโบกมือไปยังป้ายดูดวง ก่อนที่มันจะสูญสลายกลายเป็นอากาศธาตุ ราวกับว่าการควบคุมพลังปราณของเขาเป็นการกระทำที่ละเอียดอ่อนและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน
เขาลุกขึ้นอย่างสบายๆ พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามด้วยความเงียบงัน “หน้าที่ของข้าสิ้นสุดแล้ว ถึงคราวแล้วที่ข้าจะต้องกลับไปที่วิหารเทพลักษณ์เสียที”
“โชคชะตากำลังจะเกิดการพลิกผันครั้งใหญ่… เจ้าหนูจาง ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้…” จากนั้นร่างของหมอดูชราก็ได้หายไปในความว่างเปล่า โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาหายไปทีไหนและหายไปได้อย่างไร