ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 46 : ผลมหาโพธิสัตว์

    ด้านนอกโรงเตี๊ยม หยานฉู่เดินออกมาพร้อมกับชายชราผมสีทอง ก่อนจะถามว่า “ลุงหยู เหตุใดท่านถึงได้รีบร้อนนัก?” 


    ชายชราที่ถูกเรียกว่าลุงหยูอดไม่ได้ที่จะกลอกตา “หากข้าปล่อยให้ท่านพูดคุยกับจางหลินไปมากกว่านี้ เกรงว่าท่านคงบอกเขาไปอย่างแน่นอนว่าท่านคือองค์ชายแห่งแคว้นฉู่”


    หยานฉู่อดไม่ได้ที่จะเกาศีรษะอย่างเขินอาย “แต่อย่างน้อยพวกเราก็ได้รู้ว่าตระกูลจางไม่ได้รับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของท่านจอมฟ้า มิเช่นนั้นเกรงว่าทั่วหล้าคงจะเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่”


    ลุงหยูพยักหน้าเห็นด้วย “หรือจะพูดว่าช่างเป็นโชคร้ายของตระกูลจางจริงๆ ทั้งที่มีโอกาสจะได้ขึ้นสู่สวรรค์ แต่กลับปฏิเสธโอกาสนั้นอย่างไม่เห็นค่า ดูเหมือนว่าตระกูลจางจะไม่ได้ต่างอะไรจากตระกูลเก่าแก่ของเมืองหยางโจวนี้จริงๆ”


    ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปตามเส้นทางสัญจร จู่ๆสายตาของหยานฉู่ก็สบเข้ากับบางอย่าง นั่นคือป้ายไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่ที่ถูกเขียนด้วยพู่กันว่า【ดูดวงแม่นยำที่สุดในปฐพี】


    มุมปากของเขาอดไม่ได้ที่จะกระตุกอย่างหนัก และมีความคิดดังขึ้นในหัวว่า 


    [มีใครบางคนกล้าที่จะอ้างตนว่าดูดวงแม่นยำที่สุดในปฐพีด้วยรึ?]


    [ไม่ว่าจะมองอย่างไรเขาคงเป็นเพียงแค่นักต้มตุ๋น]


    หยานฉู่เพิกเฉยและกำลังจะเดินผ่านป้ายนั้น จู่ๆเขากลับสัมผัสได้ถึงเหงื่อเย็นๆที่ไหลผ่านกลางหลัง ดวงตาของเขาสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่ามีอสรพิษกำลังจับจ้องและพร้อมที่จะพรากชีวิตเขาไปได้ทุกเมื่อ!


    ดวงตาที่สั่นไหวเหลือบมองไปในทิศทางของป้ายดูดวง ก่อนจะพบเข้ากับชายชราผู้หนึ่งที่กำลังนั่งบนเก้าอี้โยก ชายชราอ่านตำราอย่างเงียบๆ โดยที่ในปากของเขามีก้านไผ่คาบอยู่


    เมื่อได้เห็นรูปลักษณ์ของหมอดูชรา การแสดงออกทางสีหน้าของหยานฉู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงสุดขีด “ทะ-ท่านจอม—”


    แต่จู่ๆราวกับว่าร่างกายของหยานฉู่ถูกแช่แข็ง ทำให้เขาไม่สามารถพูดต่อได้ 


    ซึ่งนั่นยังทำให้ลุงหยูที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงจนหน้าซีด!


    การแสดงออกทางสีหน้าของพวกเขาเผยให้เห็นถึงความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด!


    หว่อง!


    ครู่ต่อมาราวกับว่าห้วงเวลาในเมืองหยางโจวได้หยุดลง เสียงที่เคยวุ่นวายก็พลันเงียบสงัด นกที่โบยบินก็ราวกับถูกแช่แข็ง ใบไม้ลอยเคว้งอยู่ในอากาศและไม่ตกถึงพื้นสักที


    หมอดูชราเหลือบตามองที่คนทั้งสอง ก่อนจะพูดด้วยเสียงต่ำ “แม้ข้าจะไม่รู้ว่าพวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่ แต่ข้ามีคำเตือนแค่อย่างเดียว… อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเจ้าหนูตระกูลจาง!”


    หยานฉู่และลูงหยูตัวสั่น ทั้งสองรีบถอยหลังและโค้งคำนับด้วยความเคารพ “ผู้น้อยเข้าใจ… ท่านมีอะไรจะแนะนำผู้น้อยอีกหรือไม่?”


    “พวกเจ้าไปได้แล้ว” หมอดูชราโบกมือขับไล่และหาวเสียงดัง ก่อนที่เขาจะโยกเก้าอี้และอ่านตำราต่อไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    “ทะ-ท่านจอมฟ้า ผู้น้อยขอตัว” หยานฉู่และลุงหยูรีบกล่าวคำอำลา พวกเขาออกจากอาณาบริเวณแผงลอยอย่างรวดเร็วด้วยความกลัว


    พริบตาต่อมาเสียงที่เคยเงียบงันก็ดังขึ้น ฝูงนกที่บินอยู่บนท้องฟ้าสยายปีกได้อย่างอิสระอีกครั้ง


    หลังจากเดินผ่านแผงลอยมาได้ไกลกว่าสิบจั้ง บรรยากาศที่หนักอึ้งก็หายไปจากร่างของหยานฉู่และลุงหยู พวกเขาถอนหายใจยาวด้วยเหงื่อที่แตกพลั่ก


    ด้วยสัญชาตญาณ ทั้งสองหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งสองต่างก็มีสีหน้าที่หวาดผวาไม่แพ้กัน


    ลุงหยูที่เพิ่งจะสงบสติอารมณ์ได้ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่น “คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจอมฟ้าจะอยู่ในเมืองหยางโจว”


    หยานฉู่ปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยแขนเสื้อ เขาเองก็พูดขึ้นด้วยความสงสัย “เป็นไปได้ไหมว่าท่านจอมฟ้าอยู่ที่นี่เพื่อจางหลิน?”


    ลุงหยูเงียบไปครู่หนึ่ง “คงไม่มีเหตุผลอื่นอีกแล้ว โชคยังดีที่พวกเราไม่ได้ทำอะไรล้ำเส้นกับจางหลิน มิเช่นนั้น…”


    หยานฉู่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก จากนั้นเขาก็พูดขึ้น “หลังจากนี้พวกเราคงต้องพยายามผูกมิตรกับจางหลินให้ได้มากที่สุด”


    ทั้งสองผงกศีรษะโดยไม่มีการโต้แย้ง ก่อนที่พวกเขาจะเดินต่อไปโดยที่หยานฉู่เหลือบมองกลับไปเป็นระยะๆ


    . . .


    จางหลินเดินออกจากโรงเตี๊ยมหลังจากได้รับสูตรยาอายุวัฒนะจากศาลาไม่ไกลจากโรงเตี๊ยม เขากำลังเดินผ่านเส้นทางเดียวกันกับหยานฉู่และลุงหยูก่อนหน้านี้


    ในขณะที่จางหลินกำลังจะเดินผ่านป้ายหมอดูขนาดใหญ่ จู่ๆหมอดูชราที่กำลังเอนหลังพิงเก้าอี้โยกก็รีบโบกมือทักทาย “นายน้อยจาง พวกเราเจอกันอีกแล้ว”


    ฝีเท้าของจางหลินหยุดลงอย่างกะทันหัน เขาเหลือบมองกลับไปและพบเข้ากับหมอดูชราคนเดิมเมื่อคืนนั้น “ท่านผู้เฒ่า ท่านย้ายมาดูดวงที่นี่แล้วหรือ?”


    หมอดูชรายิ้มอย่างขมขื่น “ข้าไม่มีลูกค้าเลย ข้าจึงทำได้เพียงเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆเท่านั้น”


    จางหลินพยักหน้าเบาๆและกำลังจะตัดบทสนทนา เพราะเขากำลังรีบที่จะไปปรุงยาอายุวัฒนะให้แก่จางหยินเซียวโดยเร็วที่สุด


    แต่ก่อนที่จางหลินกำลังจะก้าวเท้าออกไป เสียงของหมอดูชราก็ดังขึ้นอย่างเคร่งขรึม “นายน้อยจาง ดูเหมือนว่าประมุขจางกำลังประสบปัญหาบางอย่างใช่หรือไม่?”


    การแสดงออกทางสีหน้าของจางหลินเปลี่ยนไป เขาหันกลับมาและเอ่ยถามด้วยเสียงเย็น “ท่านผู้เฒ่า ท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”


    เขามั่นใจว่าอาการบาดเจ็บของจางหยินเซียวมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้ และคงจะเป็นไปไม่ได้ที่คนนอกอย่างหมอดูชราผู้นี้จะรับรู้ได้


    หมอดูชราลูบเคราและพูดด้วยรอยยิ้มแฝงนัยยะ “ข้าเป็นหมอดู ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร?”


    เขายังได้พูดต่อว่า “และข้ายังรู้อีกว่าในอีกสามวันต่อมา ในส่วนลึกของป่าอสูรร่ำไห้จะมีการปรากฏขึ้นของสมุนไพรวิเศษที่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตให้กลับคืนมาได้”


    “สมุนไพรวิเศษ?” ดวงตาของจางหลินเริ่มเป็นประกาย


    หมอดูชราพยักหน้า และเล่าถึงสรรพคุณของสมุนไพรวิเศษนั้น “สมุนไพรวิเศษที่ข้าพูดถึงสามารถทำให้คนที่ใกล้จะสิ้นอายุขัยสามารถอยู่ต่อได้อีกเป็นพันๆปี… หากนายน้อยอยากที่จะรักษาประมุขจางให้ถูกจุด ท่านควรจะลองเข้าไปในที่แห่งนั้นเพื่อเสี่ยงโชคดู”


    คราวนี้สีหน้าของจางหลินเปลี่ยนไป เขาพยายามระงับความตื่นเต้นและถามย้ำ “ท่านแน่ใจหรือไม่ว่าที่ท่านพูดมาเป็นความจริง?”


    หมอดูชรายิ้มอย่างใสซื่อ เขาหันกลับไปอ่านตำราและพูดลอยๆ “จะเชื่อหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับท่าน ท้ายที่สุดแล้วข้าก็เป็นเพียงแค่หมอดู หน้าที่ของข้ามีเพียงการชี้ทางให้แก่ผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากเท่านั้น”


    จางหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอย่างตรงไปตรงมา “ท่านพอจะบอกได้หรือไม่ว่าสมุนไพรวิเศษที่ท่านพูดถึงคืออะไร?”


    หมอดูชรายิ้มออกมาและกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ผลมหาโพธิสัตว์”


    “ผลมหาโพธิสัตว์?” ดวงตาของจางหลินแคบลง เขาจดจำชื่อของสมุนไพรนี้ไว้ในหัวอย่างรวดเร็ว


    จากนั้นเขาก็ประสานมือโค้งคำนับให้แก่หมอดูชราด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณผู้เฒ่าที่คอยชี้ทาง หากสิ่งที่ท่านพูดเป็นความจริง ข้าจะกลับมาตอบแทนท่านอย่างแน่นอน”


    หมอดูชรายิ้มและโบกมืออย่างไม่ใส่ “ข้าจะรอวันที่เจ้ากลับมาตอบแทนข้า”


    จางหลินยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาอำลาและขอตัวจากไปเพื่อค้นหาสิ่งที่ถูกเรียกว่า【ผลมหาโพธิสัตว์】เพื่อที่จะยืนยันข้อมูลว่าสิ่งนั้นเป็นสมุนไพรวิเศษที่มีสรรพคุณอย่างที่หมอดูชราบอกมาหรือไม่


    เมื่อจางหลินหายไปจากระยะสายตา หมอดูชราก็บิดขี้เกียจ เขาโบกมือไปยังป้ายดูดวง ก่อนที่มันจะสูญสลายกลายเป็นอากาศธาตุ ราวกับว่าการควบคุมพลังปราณของเขาเป็นการกระทำที่ละเอียดอ่อนและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน


    เขาลุกขึ้นอย่างสบายๆ พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามด้วยความเงียบงัน “หน้าที่ของข้าสิ้นสุดแล้ว ถึงคราวแล้วที่ข้าจะต้องกลับไปที่วิหารเทพลักษณ์เสียที”


    “โชคชะตากำลังจะเกิดการพลิกผันครั้งใหญ่… เจ้าหนูจาง ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้…” จากนั้นร่างของหมอดูชราก็ได้หายไปในความว่างเปล่า โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาหายไปทีไหนและหายไปได้อย่างไร

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน