นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 78 งานประมูลประจำปี

            ตอนที่ 78 งานประมูลประจำปี

             

             

            นิทานได้ยินเช่นนั้นก็ใจเต้นรัว เขาคิดถึงความเป็นไปได้เรื่องเขาควรเปิดเผยที่มาของมันดีหรือไม่ จะอย่างไรมันก็ไม่ใช่ความลับใหญ่หลวงขนาดนั้น หน่วยสามทุกคนแม้จะไม่ได้พูดออกมาแต่พวกเขาย่อมรับรู้ว่าองค์หญิงไพลินมีผู้คุ้มกันลับอีกท่านหนึ่ง

             

            นิทานชั่งใจอยู่สักครู่แล้วจึงตอบ

             

            “ขอโทษด้วยครับ” นิทานกัดฟันพูด เขานึกถึงเงิน1ล้านไกอาที่บินหายไปแล้วก็ปวดใจ หากเขายังคงเลือกที่จะเก็บเรื่องของอริยะแปลงเพลิงไว้เป็นความลับ

             

            ในเมื่อเธอใจดีมอบสมบัติให้เขารวมถึงจะมอบความช่วยเหลือหนึ่งครั้ง นิทานจึงไม่อยากทำอะไรที่อาจทำให้อริยะแปลงเพลิงไม่สบายใจ ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เธออาจไม่คิดมากอะไร แต่ในเมื่อเธอไม่เอ่ยปากเอง เขาก็ไม่ขอเสี่ยง

             

            อินจันทร์พยักหน้าแผ่วเบา ขมวดคิ้วเล็กน้อย อินจันทร์ก้มหน้าลงครุ่นคิด

             

            นิทานเห็นดังนั้นก็ใจแป้ว คิดว่าอินจันทร์คงจะไม่พอใจ เขาจึงรีบพูดต่ออย่างลนลาน

             

            “ผมไม่ได้รับมันมาจากช่องทางผิดกฎหมายจริง ๆ นะครับ มันเป็นสมบัติของเป้าหมายรายหนึ่ง เพียงแต่ผมเล่ารายละเอียดไม่ได้ แต่ผมไม่ได้เอาไปทำอะไรไม่ดีจริง ๆ นะ” นิทานตอบอย่างรวดเร็ว เขารีบพูดราวกับกลัวว่าอินจันทร์จะปฏิเสธการซื้อขายครั้งนี้

             

            อินจันทร์เลิกคิ้ว เขาเห็นสภาพลุกลี้ลุกลนของนิทานแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ เขาสังเกตมาสักพักแล้วว่านิทานดูจะเป็นคนชอบเงินมากทีเดียว

             

            “ผมเชื่อพี่นิทานอยู่แล้วครับ เพียงแต่ผมคิดว่าจะนำมันไปทำลายแล้วหลอมสร้างเป็นสมบัติชิ้นใหม่ เลยอยากรู้ที่มาเฉย ๆ ไม่ต้องกังวลไปครับ เรายังคงตกลงกันที่ราคาเดิม 2ล้านไกอา” อินจันทร์หัวเราะ

             

            นิทานได้ยินดังนั้นก็เป่าปากอย่างโล่งอกพร้อมยิ้มอย่างดีใจ อินจันทร์เห็นดังนั้นจึงแอบคิดไม่ได้ว่าจริง ๆ แล้วการซื้อตัวนิทานอาจจะง่ายกว่าที่คิด

             

            อินจันทร์หันไปพูดกับตาไกรเล็กน้อย ตาไกรก็หยิบศิลาส่งสัญญาณออกมาส่งข่าว เพียงไม่นาน หญิงรับใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมถ้วยถาดสีเงินหรูหรา บนถาดนั้นมีกระเป๋าบรรจุวังขนาดเล็กใบหนึ่งอยู่

             

            อินจันทร์รับกระเป๋าบรรจุวังนั้นมาตรวจสอบ ก่อนยื่นให้นิทาน

             

            “2ล้านไกอาไม่ขาดไม่เกินครับ”

             

            นิทานรับกระเป๋าบรรจุวังนั้นมาพร้อมกับส่งพลังจิตวิญญาณเข้าไปตรวจสอบภายใน เพียงแค่เห็นสิ่งที่อยู่ภายในนั้นก็ทำให้นิทานหายใจไม่ทั่วท้อง กระดาษสีเขียววางซ้อนกันเป็นตั้ง ๆ อยู่ภายในนั้น บนหน้ากระดาษมีรูปหนังสือและปากกาสลักไว้อย่างงดงาม ด้านบนของธนบัตรตราเลขหนึ่งหมื่นไว้อย่างเด่นชัด

             

            นิทานนับแล้วนับอีกจนมั่นใจว่ามีสองร้อยใบ สิบใบยี่สิบตั้ง เขาพลันตาเป็นประกาย

             

            ไม่ได้จับธนบัตรหมื่นมานานแค่ไหนแล้วนะ นิทานน้ำตาซึม

             

            ธนบัตรหมื่นเป็นของมีค่าและเป็นหน่วยเงินที่มากที่สุดที่คนทั่วไปจะหามาใช้ได้ เวลาเขาได้รับเงินเดือนเขามักได้รับเป็นธนบัตรหลาย แบบรวม ๆ กัน นานทีจึงจะได้ธนบัตรหมื่นมาให้เชยชมเช่นนี้ เนื่องจากระบบสังคมปัจจุบันเพียงธนบัตรหมื่นก็เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพครอบครัวทั่วไปตลอดทั้งเดือน ดังนั้นหากใช้ธนบัตรหมื่นในร้านค้าทั่ว ๆ ไป ร้านค้าเหล่านั้นย่อมลำบากในการรวบรวมเงินทอน 

             

            คีตา ขากลับไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันดีกว่า!

             

            เมื่อคีตาได้ยินเสียงทางจิตเช่นนั้น มันก็กระดิกหางอย่างร่าเริง พลางเห่าเสียงดัง

             

            “โฮ่ง!”

            ของอร่อย! ของอร่อย!

             

            เมื่อเห็นสีหน้าพอใจของนิทาน อินจันทร์จึงวางลูกบาศก์คำสาปฝังห้วงลึกใส่ถาดให้หญิงรับใช้นำออกไป

             

            “อาจจะเป็นการเสียมารยาท แต่พี่นิทานต้องการเงินไปใช้ทำอะไรด่วนเหรอครับ ว่ากันตามตรง สมบัติชิ้นนั้นก็แข็งแกร่งมากพอให้ใช้งานไปได้ระยะยาวเลยนะครับ” อินจันทร์ถามขึ้น แม้อินจันทร์จะสังเกตได้ว่านิทานนั้นค่อนข้างขี้งก แต่หากเขาไม่มีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินอะไร การได้จับเงินก้อนทีเดียว2ล้านไกอานั้นก็ดูแปลกตาทีเดียว

             

            นิทานได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาจากกระเป๋าบรรจุวัง สีหน้ายังคงแดงซ่านจากความตื่นเต้น

             

            “ผมต้องการหาซื้อสมบัติวิเศษน่ะครับ น้องอินทร์มีคำแนะนำบ้างมั้ยครับ” นิทานเอ่ยขึ้น

             

            นี่คือเป้าหมายหลักของการมาหาอินจันทร์ของเขาในครั้งนี้ หลังจากการต่อสู้กับศิลาและสัตว์อสูรเมื่อครั้งก่อน นิทานได้เห็นถึงความสำคัญของสมบัติวิเศษ ด้วยสมบัติวิเศษดี ๆ สักชิ้น เขาอาจสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้เลย

             

            แม้ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสมบัติวิเศษกองเป็นภูเขาเช่นองค์หญิงไพลิน แต่วันใดที่นิทานดันพบกับศัตรูที่มีสมบัติวิเศษเขาก็อาจเพลี่ยงพล้ำได้ เขาจึงต้องการสมบัติวิเศษเพื่อปกป้องชีวิตน้อย ๆ ของตนและคีตา

             

            ยังไม่รวมเรื่องที่สมบัติวิเศษสามารถพัฒนาความหลากหลายในรูปแบบการต่อสู้ของเขาได้อีกด้วย ยิ่งช่วงหลังเขารู้สึกว่าตนได้เจอแต่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตลอด การมีไม้ตายเพิ่มก็ทำให้เขาอุ่นใจมากขึ้น

             

            เขาจึงเลือกที่จะขายลูกบาศก์คำสาปฝังห้วงลึก แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะใช้มันตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแค่คิดถึงจุดกำเนิดของมันก็ทำเอาเขาสะอิดสะเอียนไปหมด หากจะขายโดยไม่คิดหรือขายให้ฟาง หมิง จะอย่างไรเธอก็ต้องนำไปขายต่อ เขากลัวว่าสมบัติชิ้นนี้จะถูกนำไปใช้ก่อกรรมทำเข็ญอีก

             

            อินจันทร์จึงกลายเป็นตัวเลือกของเขา เขามั่นใจว่าอินจันทร์ย่อมมีวิธีจัดการกับสมบัติชิ้นนี้ได้ดีกว่าเขา ในตอนแรกเขาต้องการขายโอสถฟื้นจิตด้วย แต่สรรพคุณของมันนั้นยอดเยี่ยมเกินไป มันอาจสามารถช่วยเขาได้ในเวลาคับขัน นิทานจึงตัดสินใจเก็บมันไว้

             

            เขาสามารถเลือกขายมันให้ผู้พันลาลันตาหรือองค์หญิงไพลินก็ได้ แต่การที่เขาเลือกมาหาอินจันทร์ก่อนนั้นก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เขาเพียงแค่นึกถึงอินจันทร์ขึ้นมาเป็นคนแรกก็เท่านั้น

             

            “ก็พอมีช่างฝีมือที่ไว้ใจได้อยู่นะครับ ผมจะเขียนจดหมายแนะนำให้” อินจันทร์ตอบ

             

            นิทานได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้าง การหาช่างฝีมือนั้นไม่ง่ายเลย หลาย ๆ ครั้งที่ช่างฝีมือที่ความสามารถอ่อนหัดเกินไปจะล้มเหลวในการรังสรรค์สมบัติ ยังไม่นับรวมราคาค่าสร้างของและวัตถุดิบที่จำเป็นหากต้องการคำแห่งพลังอันเฉพาะเจาะจงอีก

             

            หากมีอินจันทร์ช่วยแนะนำ เขาย่อมสามารถประหยัดไปได้มาก

             

            “แต่ผมมีอีกข้อเสนอครับ” อินจันทร์พูดขึ้น นัยน์ตาของเขาปรากฏรอยยิ้มสนุกสนาน

             

            “พี่นิทานเคยไปงานประมูลมั้ยครับ?” 

             

            นิทานได้ยินเช่นนั้นก็เอียงคอสงสัย เขาย่อมรู้ว่างานประมูลคืออะไร แต่การเข้าร่วมนั้นเขายังไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว

             

            “ไม่เคยเลยครับ งานประมูลใหญ่ ๆ ปกติต้องมีบัตรเชิญ ผมเข้าไม่ได้หรอกครับ” นิทานส่ายหน้า

             

            “ก็จริงครับ แต่อย่างน้อย ๆ งานนี้ก็น่าสนใจนะครับ กลุ่มการค้าอิสึกะเป็นผู้จัดขึ้น เป็นงานประมูลใหญ่ที่พวกเขาจัดขึ้นทุกปี และในปีนี้ สถานที่จัดงานก็คือนครรัตนะครับ อีกแค่หนึ่งสัปดาห์นี้เอง” อินจันทร์ยิ้มพลางอธิบาย

             

            นิทานได้ยินเช่นนั้นก็อดหูผึ่งไม่ได้ ชื่อเสียงของงานประมูลของกลุ่มการค้าอิสึกะนั้นโด่งดังไปไกลถึงความหรูหราและหลากหลายของสินค้าประมูล แม้แต่งานประมูลของกลุ่มการค้าเชียนเป่าก็ดูจะด้อยกว่าระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นกลุ่มการค้ายักษ์ใหญ่อันเป็นคู่แข่งกับกลุ่มการค้าเชียนเป่า กลุ่มการค้าอิสึกะจึงย่อมไม่ยินยอมให้งานประมูลของตนดูด้อยกว่าอีกฝ่าย

             

            ยิ่งการที่กลุ่มการค้าเชียนเป่าครองส่วนแบ่งการตลาดด้านการขนส่งและการเดินทางแล้ว กลุ่มการค้าอิสึกะที่มุ่งเน้นด้านการค้าขายจึงมักชิงดีชิงเด่นกันเสมอ แม้จะเป็นเช่นนั้นหากตำแหน่งกลุ่มการค้าอันดับหนึ่งก็ยังเป็นของกลุ่มการค้าเชียนเป่า

             

            เพราะเหตุนี้สิ่งของต่าง ๆ ในงานจึงสูงค่าและหายากเป็นอย่างยิ่ง มีตั้งแต่สมบัตินานาชนิด วัตถุสลักคำ วัตถุเสริมอาคม สมบัติตามธรรมชาติ มีวัตถุดิบหายากต่าง ๆ จากทั่วโลก สัตว์อสูรเป็น ๆ ตัวอ่อนสัตว์อสูร ผลงานของช่างฝีมือลือชื่อ โบราณวัตถุ รวมถึงศิลปะหายากต่าง ๆ

             

            "งานประจำปีครั้งนี้สายข่าวของผมรายงานว่าจะมีสมบัติน่าสนใจมาก ๆ หลายชิ้นเลยครับ และถ้าผมคิดไม่ผิด งานประมูลครั้งนี้สมควรมีตัวแทนจากหลากหลายขุมอำนาจมาเข้าร่วมด้วย เป็นโอกาสดีเลยนะครับ"

             

            “งั้นผมยิ่งไม่มีทางเข้าไปได้ใหญ่เลยครับ งานระดับนั้นบัตรเชิญผมหาไม่ได้หรอก” นิทานส่ายหน้าถอนใจ

             

            งานประมูลนี้ไม่ใช่ว่าลูกค้าเป็นคนเลือกสินค้าได้ตามใจ กลุ่มการค้าอิสึกะจะคัดกรองคนอย่างเข้มงวดว่าคนใดบ้างที่มีศักยภาพในการเข้าร่วมประมูลแล้วจึงเชื้อเชิญ หากยังคงมีวิธีอื่น ๆ อีกมากเช่นติดต่อกลุ่มการค้าอิสึกะด้วยตนเอง เป็นผู้ส่งสินค้าเข้าประมูล และ อื่น ๆ

             

            “พี่นิทานลืมเพื่อนสนิทของพี่ไปแล้วเหรอครับ” อินจันทร์ฉีกยิ้ม

             

            นิทานได้ยินดังนั้นก็พลันอยากตบหน้าผากตัวเอง

             

            เขาลืมไพลินเสียสนิท!

             

            นั่นสิ เธอเป็นองค์หญิงนี่หว่า! นิทานลืมไปเสียสนิทว่าเธอนั้นมีตำแหน่งสูงส่งเพียงใด เพียงบัตรเชิญใบเดียวย่อมไม่เหลือบ่ากว่าแรง

             

            เขาลองคิดถึงสมบัติคุณภาพสูงต่าง ๆ ในงานแล้วก็รู้สึกว่าตนน่าไปลองดู เงิน2ล้านที่เขาได้มาสมควรมากพอให้เขาซื้อวัตถุสลักคำดี ๆ สักชิ้น ถึงเขาจะไม่เจออันที่ถูกใจก็ถือว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาไปในตัว

             

            “ถ้าไม่ได้จริง ๆ ผมก็พอจะหาบัตรเชิญให้ได้ แม้จะไม่ยืนยันแต่จะลองพยายามดูครับ” อินจันทร์เสริม

             

            “ว่ายังไงครับ ตกลงสนใจอยากไปมั้ยเอ่ย” อินจันทร์กล่าวเย้า

             

            นิทานพยักหน้ารัวเร็ว กล่าวขอบคุณท่ามกลางเสียงหัวเราะของอินจันทร์

             

            นิทานก้มมองเงิน2ล้านที่พึ่งได้มาของตนแล้วพลันคิดไปถึงว่าตนจะเก็บเงินก้อนนี้ไว้ได้อีกเพียงสัปดาห์เดียวก็อดปวดใจไม่ได้

             

            หรือเราจะขายโอสถฟื้นจิตด้วยดี นิทานพึมพำ