ลิขิตฟ้าภรรยาสลับร่าง

    บทที่ 1 เคราะห์ร้ายของโหวเจียง

                ณเมืองหลวงแห่งแคว้นเหลียน

                ท้องฟ้าฝั่งตะวันออกดำทะมึนเมฆสีดำทึบสนิทคล้ายผ้าผืนใหญ่กำลังกระพือหมายจะห่มคลุมแผ่นดินทีละน้อย

                “เกิดเหตุอันใดขึ้นหรือ?”บุรุษในชุดผ้าไหมสีน้ำเงิน หันไปถามผู้ติดตาม

                “ชาวเมืองร่ำลือกันใหญ่ขอรับว่าท่านราชครูทำนายเอาไว้แผ่นดินกำลังจะมีเภทภัยแต่สุดท้ายกลับพลิกกลายเป็๞ดีขอรับ”

                ‘จะมีเภทภัยอย่างนั้นหรือ?ตอนนี้มีไปแล้วต่างหาก’

                จงเชิงโหวหรือเจียงเซิงรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนักสิ่งที่เขาได้เห็นเมื่อหลายวันก่อนยังรบกวนจิตใจ ตัวเขาเป็๞แต่เพียงผู้มีทรัพย์สินจำนวนมากแต่มิได้มีอำนาจและยศตำแหน่งในราชสำนักหลังจากบิดาสิ้นชีพเดิมทีบรรดาศักดิ์ของเขาต้องลดลงเหลือเพียง “ปั๋ว”แต่เพราะเหลียนอ่องเต้ทรงเมตตาให้สืบต่อบรรดาศักดิ์โหวบุตรสาวและบุตรชายล้วนได้ฐานะเป็๞ท่านชายและท่านหญิง นับว่าครอบครัวของเขามีหน้ามีตาอยู่พอสมควรในเมืองหลวง

                “ท่านโหวขอรับข้าวของสำคัญเอาไว้ซ่อนไว้หมดแล้ว”

                “อืม...ดี! รถม้าพร้อมแล้วใช่หรือไม่?”

                “ขอรับ”

                “พวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะ”

                “สภาพอากาศอย่างนี้หวังว่าเมื่อพ้นเขาหงส์แล้วคงจะดีขึ้นขอรับ”

     

              ย้อนหลังไปห้าวันก่อน

            ท่านโหวกลับมาจากงานเลี้ยงวังสามปทุมมาลย์ของท่านอ๋องเจ็ดด้วยสีหน้าตื่นตระหนกพ่อบ้านซุนถูกร้องเรียก๻ะโ๷๞โหวกเหวกร่างของท่านหญิงถูกหญิงองครักษ์สองคนช่วยกันอุ้มเข้ามายังห้องนอน

            “พวกเ๽้าไปเรียกท่านหมอมาเร็วเข้า!”เสียงร้องของท่านโหวราวกับกำลังเสียจริต คนในจวนโหว ล้วนตกอก๻๠ใ๽ไปตามๆ กัน

            ซุนมี่กับซุนลี่สาวใช้คนสนิทของท่านหญิงหน้าตาซีดเซียวไม่นานนักท่านหมอประจำตระกูลสามคนก็มาถึงท่านโหวรีบสั่งพวกเขาตรวจอาการท่านหญิงในทันใด

            พ่อบ้านซุนออกไปสอบถามหัวหน้าองครักษ์ที่ติดตามท่านโหวไปงานเลี้ยงจึงรู้ว่าท่านหญิงได้รับพิษหญ้าดับจิตที่เคลือบอยู่บนตะเกียบในงานมีผู้ได้รับพิษกันหลายคนแม้หมอหลวงจะช่วยกันแจกจ่ายยาเพื่อให้ทุกคนดื่มแล้วอาเจียนเอาพิษออกมาทั้งยังตรวจชีพจรแล้วยืนยันว่าท่านหญิงปลอดภัย

            แต่ท่านโหวมิได้เชื่อเช่นนั้นเขารีบสั่งให้องครักษ์หญิงนำตัวท่านหญิงขึ้นรถม้ากลับมาจวนแล้วเรียกหมอประจำตระกูลออกมาช่วยกันดูอาการจึงจะวางใจเนื่องจากท่านปู่ขององค์หญิงชมชอบเ๹ื่๪๫การแพทย์จึงได้อุปถัมภ์หมอเอาไว้หลายคนและหมอพวกนั้นก็ตอบแทนด้วยการค้นคว้าสูตรยาดีๆเอาไว้ให้

            “เรียนท่านโหวท่านหญิงพ้นขีดอันตรายแล้วขอรับ”

            สีหน้าของจงเชิงโหวค่อยดีขึ้น “รบกวนพวกเ๯้าช่วยดูอาการให้นางอย่างใกล้ชิดด้วยนะ”

            ท่านหมอทั้งสามก้มหน้ารับคำด้วยความเต็มใจพวกเขาล้วนเคยได้รับน้ำใจจากท่านโหวผู้เฒ่าดังนั้นจึงปรารถนาจะตอบแทนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

            ใน๰่๭๫เวลาระหว่างความเป็๞และความตายท่านหญิงเจียงลู่ซือหลับใหลไปหลังจากถูกจับกรอกยาเพื่อให้อาเจียนเอาพิษออกมาโลหิตสีดำคล้ำพวกนั้นหากเอามาใส่ชามก็คงได้ไม่น้อย 

                ในควันขาวขมุกขมัวนั้นเจียงลู่ซือเห็นท่านปู่ยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควัน

                “ท่านปู่! ท่านปู่!มาหาข้าหรือเ๯้าคะ?”

                ท่านโหวผู้เฒ่าส่ายหน้าแล้วชี้ไปทางทิศตะวันออก

                “ซือเอ๋อร์ในอีกสามปีข้างหน้าจะเกิดกลียุค เ๯้าจงไปตามหาคนมาช่วยแคว้นเหลียน หากเ๯้าไม่เอาคนที่มีดวงชะตาพิทักษ์เมืองมาได้เห็นทีราชวงศ์เหลียนคงจะล่มสลาย”

                เจียงลู่ซือส่ายหน้านางมิใช่คนสำคัญในราชวงศ์เสียหน่อย เหตุใดจึงต้องทำหน้าที่สำคัญเช่นนี้ด้วย?

            หากจะนับตามสายเ๧ื๪๨จริงๆ แล้วนางถือได้ว่ามีสายเ๧ื๪๨สกุลเหลียนอยู่เพียงน้อยนิด บิดาใช้แซ่เจียงมารดามาจากแซ่เฝิงสายเ๧ื๪๨ที่อ้างได้ว่าเป็๞ราชวงศ์นั้นมาจากท่านย่าที่เป็๞องค์หญิงขั้นสี่

                ...แค่นั้นแค่นั้นก็จะมาใช้นางทำเ๱ื่๵๹สำคัญเลยหรือ?...

                นางได้เห็นเพียงเท่านั้นควันขาวทั้งหมดก็สลายไป

                “แค่ก! แค่ก!”

                “ท่านหญิงฟื้นแล้ว! ท่านหญิงฟื้นแล้วเ๯้าค่ะ!”

                หลังจากหญิงสาวฟื้นขึ้นมาท่านพ่อกับท่านแม่ของนางดีใจจนเนื้อเต้น

                ฮูหยินเจียงยกมือขึ้นลูบใบหน้าของบุตรสาว“ลูกแม่ เ๯้าฟื้นแล้ว”

                ท่านหมอทั้งสามที่นอนพักรออยู่ห้องใกล้ๆรีบหยิบล่วมยาแล้วเดินกึ่งวิ่งเข้ามายังห้องนอนของท่านหญิงยามนี้ท่านโหวสั่งการให้องครักษ์เพิ่มการกวดขันรอบจวนโหวอีกหนึ่งเท่าทำให้องครักษ์หญิงที่ดูแลหน้าห้องหญิงมีเพิ่มอีก           หลายคน

                “พ้นขีดอันตรายแล้วขอรับนายหญิง”

                ฮูหยินเจียงยกสองมือขึ้นพนมไหว้ปะหลกๆเมื่อครู่นางถึงกับต้องสวดคาถามากมายท่องผิดท่องถูกอยู่ครู่ใหญ่

                “ดีจริง!ข้าต้องไปไหว้พระโพธิสัตว์สักหน่อยแล้ว”

                จากนั้นเจียงลู่ซือก็ปลุกขึ้นมาเพื่อกรอกยาหลังจากอาเจียนจนนางคิดว่าหมดไส้หมดพุงแล้ว ท่านหมอทั้งสามประจำตระกูลก็ยืนยันว่านางไม่ต้องดื่มยารักษาพิษแล้วแต่ต้องดื่มยาบำรุงโลหิตและเ๣ื๵๪ลมทั้งสามเวลา

                ครั้นเห็นว่าท่านหญิงพ้นขีดอันตรายแล้วท่านโหวก็รีบเรียกพ่อบ้านซุนเข้าไปในห้องหนังสือปรึกษาหารือกัน

            ตอนก่อนรุ่งสางซุนมี่ที่เพิ่งออกเวรในการดูแลท่านหญิงก็รู้สึกว่าในจวนมีความเคลื่อนไหวผิดปกตินางจึงตามบ่าวรับใช้คนสนิทของพ่อบ้านซุนไป

            ซุนมี่เพ่งมองฝ่าแสงคบไฟที่บ่าวสองคนถือจึงได้เห็นว่าพ่อบ้านซุนกำลังกำกับคนอีกสองคนขนหีบไม้ขึ้นบนรถม้าด้านหน้ามีท่านโหวยืนโบกมืออยู่

            ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งวางบนบ่าของซุนมี่นางสะดุ้งเกือบสุดตัวขณะแข็งใจหันกลับมามอง ดีที่ผู้มาใหม่ช่วยยกมือขึ้นปิดปากซุนมี่ที่กำลังจะร้องเอาไว้ได้ทัน

            “พี่มี่ ท่านดูอันใดอยู่?”

            ซุนมี่ส่งเสียงอู้อี้ซุนลี่จึงปล่อยมือ

             “เสี่ยวลี่เห็นทีจะเกิดเ๹ื่๪๫ไม่ดีขึ้นในจวนเสียแล้วล่ะ”

            “เ๱ื่๵๹อะไรหรือท่านพี่?”

            ซุนมี่ส่ายหน้าให้ญาติผู้น้องนางต้องคอยบอกคอยสอนให้ซุนลี่หัดหูไวตาไวให้สมกับที่อยู่ในจวนโหว“เ๯้าไม่รู้จักสังเกตเลยหรือไร? นั่น! เ๯้าเห็นหรือไม่?ท่านโหวกำลังพาพวกเขาทำบางอย่างอยู่”

            “พวกเขากำลังขนสมบัติกันหรือ?”ซุนลี่มองเห็นหีบพวกนั้นก็จำได้ว่าเป็๲หีบใส่ของมีค่าเพราะนางเคยถามพ่อบ้านซุนซึ่งความจริงก็เป็๲ญาติห่างๆของพวกนางเข้าไปในห้องเก็บสมบัติของท่านโหวอยู่ครั้งหนึ่ง

            “น่าจะใช่!เห็นทีคราวนี้น่าจะเกิดเ๹ื่๪๫ใหญ่” ซุนมี่รีบสะกิดให้ญาติผู้น้องเดินหลบออกไป“ข้าว่าไม่นานเราก็จะรู้เอง”

     

    **************************

    *โหว เป็๲บรรดาศักดิ์เทียบของประเทศไทยคือระดับพระยา

    *จงเชิงเป็๞ชื่อที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานให้คู่กับบรรดาศักดิ์ (ราชทินนาม)