ณเมืองหลวงแห่งแคว้นเหลียน
ท้องฟ้าฝั่งตะวันออกดำทะมึนเมฆสีดำทึบสนิทคล้ายผ้าผืนใหญ่กำลังกระพือหมายจะห่มคลุมแผ่นดินทีละน้อย
“เกิดเหตุอันใดขึ้นหรือ?”บุรุษในชุดผ้าไหมสีน้ำเงิน หันไปถามผู้ติดตาม
“ชาวเมืองร่ำลือกันใหญ่ขอรับว่าท่านราชครูทำนายเอาไว้แผ่นดินกำลังจะมีเภทภัยแต่สุดท้ายกลับพลิกกลายเป็ดีขอรับ”
‘จะมีเภทภัยอย่างนั้นหรือ?ตอนนี้มีไปแล้วต่างหาก’
จงเชิงโหวหรือเจียงเซิงรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนักสิ่งที่เขาได้เห็นเมื่อหลายวันก่อนยังรบกวนจิตใจ ตัวเขาเป็แต่เพียงผู้มีทรัพย์สินจำนวนมากแต่มิได้มีอำนาจและยศตำแหน่งในราชสำนักหลังจากบิดาสิ้นชีพเดิมทีบรรดาศักดิ์ของเขาต้องลดลงเหลือเพียง “ปั๋ว”แต่เพราะเหลียนอ่องเต้ทรงเมตตาให้สืบต่อบรรดาศักดิ์โหวบุตรสาวและบุตรชายล้วนได้ฐานะเป็ท่านชายและท่านหญิง นับว่าครอบครัวของเขามีหน้ามีตาอยู่พอสมควรในเมืองหลวง
“ท่านโหวขอรับข้าวของสำคัญเอาไว้ซ่อนไว้หมดแล้ว”
“อืม...ดี! รถม้าพร้อมแล้วใช่หรือไม่?”
“ขอรับ”
“พวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะ”
“สภาพอากาศอย่างนี้หวังว่าเมื่อพ้นเขาหงส์แล้วคงจะดีขึ้นขอรับ”
ย้อนหลังไปห้าวันก่อน
ท่านโหวกลับมาจากงานเลี้ยงวังสามปทุมมาลย์ของท่านอ๋องเจ็ดด้วยสีหน้าตื่นตระหนกพ่อบ้านซุนถูกร้องเรียกะโโหวกเหวกร่างของท่านหญิงถูกหญิงองครักษ์สองคนช่วยกันอุ้มเข้ามายังห้องนอน
“พวกเ้าไปเรียกท่านหมอมาเร็วเข้า!”เสียงร้องของท่านโหวราวกับกำลังเสียจริต คนในจวนโหว ล้วนตกอกใไปตามๆ กัน
ซุนมี่กับซุนลี่สาวใช้คนสนิทของท่านหญิงหน้าตาซีดเซียวไม่นานนักท่านหมอประจำตระกูลสามคนก็มาถึงท่านโหวรีบสั่งพวกเขาตรวจอาการท่านหญิงในทันใด
พ่อบ้านซุนออกไปสอบถามหัวหน้าองครักษ์ที่ติดตามท่านโหวไปงานเลี้ยงจึงรู้ว่าท่านหญิงได้รับพิษหญ้าดับจิตที่เคลือบอยู่บนตะเกียบในงานมีผู้ได้รับพิษกันหลายคนแม้หมอหลวงจะช่วยกันแจกจ่ายยาเพื่อให้ทุกคนดื่มแล้วอาเจียนเอาพิษออกมาทั้งยังตรวจชีพจรแล้วยืนยันว่าท่านหญิงปลอดภัย
แต่ท่านโหวมิได้เชื่อเช่นนั้นเขารีบสั่งให้องครักษ์หญิงนำตัวท่านหญิงขึ้นรถม้ากลับมาจวนแล้วเรียกหมอประจำตระกูลออกมาช่วยกันดูอาการจึงจะวางใจเนื่องจากท่านปู่ขององค์หญิงชมชอบเื่การแพทย์จึงได้อุปถัมภ์หมอเอาไว้หลายคนและหมอพวกนั้นก็ตอบแทนด้วยการค้นคว้าสูตรยาดีๆเอาไว้ให้
“เรียนท่านโหวท่านหญิงพ้นขีดอันตรายแล้วขอรับ”
สีหน้าของจงเชิงโหวค่อยดีขึ้น “รบกวนพวกเ้าช่วยดูอาการให้นางอย่างใกล้ชิดด้วยนะ”
ท่านหมอทั้งสามก้มหน้ารับคำด้วยความเต็มใจพวกเขาล้วนเคยได้รับน้ำใจจากท่านโหวผู้เฒ่าดังนั้นจึงปรารถนาจะตอบแทนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
ใน่เวลาระหว่างความเป็และความตายท่านหญิงเจียงลู่ซือหลับใหลไปหลังจากถูกจับกรอกยาเพื่อให้อาเจียนเอาพิษออกมาโลหิตสีดำคล้ำพวกนั้นหากเอามาใส่ชามก็คงได้ไม่น้อย
ในควันขาวขมุกขมัวนั้นเจียงลู่ซือเห็นท่านปู่ยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควัน
“ท่านปู่! ท่านปู่!มาหาข้าหรือเ้าคะ?”
ท่านโหวผู้เฒ่าส่ายหน้าแล้วชี้ไปทางทิศตะวันออก
“ซือเอ๋อร์ในอีกสามปีข้างหน้าจะเกิดกลียุค เ้าจงไปตามหาคนมาช่วยแคว้นเหลียน หากเ้าไม่เอาคนที่มีดวงชะตาพิทักษ์เมืองมาได้เห็นทีราชวงศ์เหลียนคงจะล่มสลาย”
เจียงลู่ซือส่ายหน้านางมิใช่คนสำคัญในราชวงศ์เสียหน่อย เหตุใดจึงต้องทำหน้าที่สำคัญเช่นนี้ด้วย?
หากจะนับตามสายเืจริงๆ แล้วนางถือได้ว่ามีสายเืสกุลเหลียนอยู่เพียงน้อยนิด บิดาใช้แซ่เจียงมารดามาจากแซ่เฝิงสายเืที่อ้างได้ว่าเป็ราชวงศ์นั้นมาจากท่านย่าที่เป็องค์หญิงขั้นสี่
...แค่นั้นแค่นั้นก็จะมาใช้นางทำเื่สำคัญเลยหรือ?...
นางได้เห็นเพียงเท่านั้นควันขาวทั้งหมดก็สลายไป
“แค่ก! แค่ก!”
“ท่านหญิงฟื้นแล้ว! ท่านหญิงฟื้นแล้วเ้าค่ะ!”
หลังจากหญิงสาวฟื้นขึ้นมาท่านพ่อกับท่านแม่ของนางดีใจจนเนื้อเต้น
ฮูหยินเจียงยกมือขึ้นลูบใบหน้าของบุตรสาว“ลูกแม่ เ้าฟื้นแล้ว”
ท่านหมอทั้งสามที่นอนพักรออยู่ห้องใกล้ๆรีบหยิบล่วมยาแล้วเดินกึ่งวิ่งเข้ามายังห้องนอนของท่านหญิงยามนี้ท่านโหวสั่งการให้องครักษ์เพิ่มการกวดขันรอบจวนโหวอีกหนึ่งเท่าทำให้องครักษ์หญิงที่ดูแลหน้าห้องหญิงมีเพิ่มอีก หลายคน
“พ้นขีดอันตรายแล้วขอรับนายหญิง”
ฮูหยินเจียงยกสองมือขึ้นพนมไหว้ปะหลกๆเมื่อครู่นางถึงกับต้องสวดคาถามากมายท่องผิดท่องถูกอยู่ครู่ใหญ่
“ดีจริง!ข้าต้องไปไหว้พระโพธิสัตว์สักหน่อยแล้ว”
จากนั้นเจียงลู่ซือก็ปลุกขึ้นมาเพื่อกรอกยาหลังจากอาเจียนจนนางคิดว่าหมดไส้หมดพุงแล้ว ท่านหมอทั้งสามประจำตระกูลก็ยืนยันว่านางไม่ต้องดื่มยารักษาพิษแล้วแต่ต้องดื่มยาบำรุงโลหิตและเืลมทั้งสามเวลา
ครั้นเห็นว่าท่านหญิงพ้นขีดอันตรายแล้วท่านโหวก็รีบเรียกพ่อบ้านซุนเข้าไปในห้องหนังสือปรึกษาหารือกัน
ตอนก่อนรุ่งสางซุนมี่ที่เพิ่งออกเวรในการดูแลท่านหญิงก็รู้สึกว่าในจวนมีความเคลื่อนไหวผิดปกตินางจึงตามบ่าวรับใช้คนสนิทของพ่อบ้านซุนไป
ซุนมี่เพ่งมองฝ่าแสงคบไฟที่บ่าวสองคนถือจึงได้เห็นว่าพ่อบ้านซุนกำลังกำกับคนอีกสองคนขนหีบไม้ขึ้นบนรถม้าด้านหน้ามีท่านโหวยืนโบกมืออยู่
ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งวางบนบ่าของซุนมี่นางสะดุ้งเกือบสุดตัวขณะแข็งใจหันกลับมามอง ดีที่ผู้มาใหม่ช่วยยกมือขึ้นปิดปากซุนมี่ที่กำลังจะร้องเอาไว้ได้ทัน
“พี่มี่ ท่านดูอันใดอยู่?”
ซุนมี่ส่งเสียงอู้อี้ซุนลี่จึงปล่อยมือ
“เสี่ยวลี่เห็นทีจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นในจวนเสียแล้วล่ะ”
“เื่อะไรหรือท่านพี่?”
ซุนมี่ส่ายหน้าให้ญาติผู้น้องนางต้องคอยบอกคอยสอนให้ซุนลี่หัดหูไวตาไวให้สมกับที่อยู่ในจวนโหว“เ้าไม่รู้จักสังเกตเลยหรือไร? นั่น! เ้าเห็นหรือไม่?ท่านโหวกำลังพาพวกเขาทำบางอย่างอยู่”
“พวกเขากำลังขนสมบัติกันหรือ?”ซุนลี่มองเห็นหีบพวกนั้นก็จำได้ว่าเป็หีบใส่ของมีค่าเพราะนางเคยถามพ่อบ้านซุนซึ่งความจริงก็เป็ญาติห่างๆของพวกนางเข้าไปในห้องเก็บสมบัติของท่านโหวอยู่ครั้งหนึ่ง
“น่าจะใช่!เห็นทีคราวนี้น่าจะเกิดเื่ใหญ่” ซุนมี่รีบสะกิดให้ญาติผู้น้องเดินหลบออกไป“ข้าว่าไม่นานเราก็จะรู้เอง”
**************************
*โหว เป็บรรดาศักดิ์เทียบของประเทศไทยคือระดับพระยา
*จงเชิงเป็ชื่อที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานให้คู่กับบรรดาศักดิ์ (ราชทินนาม)
