ข้าจะเป็นราชาอมตะ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 53 : อีก 3 วัน ?

    ตอนที่ 53: อีก 3 วัน ?

    ไม่ใช่แค่ถูเชินและคนอื่นๆที่อึ้งแม้แต่คนที่พุ่งเข้าหาหยางเฉินและกั้วติงเองก็อึ้งไปเช่นกัน

    “กั้วติงอัดพวกนั้นให้หมด ไม่ต้องปรานี !”ตอนที่พูดนั้น หยางเฉินก็ได้พุ่งเข้าหากลุ่มคนตรงหน้า มือของเขาได้สะบัดออกไป ไม่ว่ามือของเขาจะผ่านไปที่ไหนก็ทำให้ทุกคนต่างก็ทึ่งกับพลังฝ่ามือแล้วกระเด็นออกนอกเส้นไป

    “ แกร่งจริงๆ !” สีหน้าของโมโกและคนอื่นๆเปลี่ยนไป  จนตอนนี้ที่พวกเขาถึงได้เริ่มหันมาสนใจหยางเฉินมากขึ้นเพราะพลังของฝ่ามือที่หยางเฉินใช้นั้น แทบจะทัดเทียมกับพวกเขาได้

    แต่ถูเชินและคนอื่นๆกลับมองต่างออกไปพวกเขาเห็นจังหวะ, แรงและความเร็วจากการโจมตีของหยางเฉิน ...ทุกอย่างนั้นล้วนสมบูรณ์แบบมันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำการโจมตีแบบนี้ออกมาได้ หากไม่ได้มีประสบการณ์การต่อสู้ที่มากพอ

    “ เด็กนั่นไม่ธรรมดา!”มู่เหยามองไปที่หยางเฉิน ไม่รู้เลยว่านางคิดอะไรอยู่

    ในตอนนั้นกั้วติงก็ลงมือเช่นกันเขาไม่ได้มีวรยุทธ์ที่ทรงพลัง นี่ไม่ต้องนับประสบการณ์ในการต่อสู้เลย แต่ความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าคนอื่นๆดังนั้นตอนที่เขาต่อยออกไปนั้น อีกฝ่ายจึงไม่อาจจะต้านทานได้และกระเด็นออกไป

    “ เป็นไปได้อย่างไร?”  โมโกและคนอื่นๆพากันอึ้งความแข็งแกร่งของกั้วติงนั้นทัดเทียมกับพวกเขาได้ด้วยซ้ำ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่ากั้วติงยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดที่มีออกมาด้วยซ้ำไม่งั้นแล้วเดาว่าพวกเขาคงกระอักเลือดตาย

    “เด็กสองคนนี่ต้องได้ยาวิเศษไปแน่ ไม่งั้นแล้วคงไม่อาจจะบ่มเพาะได้อีกนี่ไม่ต้องนับการที่มีพลังเช่นนี้เลย” นี่คือความคิดในหัวของทุกคน

    หยางเฉินคิดไว้อยู่แล้วว่าทุกคนต้องคิดแบบนั้นแต่เขาไม่ได้กังวลอะไรเพราะเขารู้ว่าเพื่อที่จะได้รับการดูแลที่ดีในสำนักชีจีมันจำเป็นจะต้องแสดงความแข็งแกร่งออกมา

    หากมีคนถามว่าทำไมความแข็งแกร่งของเขาถึงได้เพิ่มขึ้นเขาก็มีเย่ลั่วเป็นโล่ ตราบใดที่เขาเอาตราที่เย่ลั่วให้ออกมาเขาก็เชื่อว่าจะไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับเขาเขาเห็นมากับตาตัวเองแล้วว่าเย่ลั่วไม่แม้แต่จะสนใจคนจากจักรวรรดิแดวูด้วยซ้ำ

    “ทุกคนร่วมมือกัน อย่าแยกกัน ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจจะเทียบพลังที่พวกเราร่วมมือกันได้!”

    ผู้เข้าทดสอบพากันตะโกนออกมาและพุ่งเข้าหาหยางเฉินกับกั้วติงพวกเขาพากันใช้หมัดต่อยเข้าใส่ หมัดนั้นถึงกับสร้างลมกรรโชกขึ้นมา

    “ กั้วติงเจ้าเป็นอะไรรึไม่ ?” หยางเฉินหันไปมองกั้วติงที่อยู่ข้างๆ

    “ หัวหน้าเจ้าสบายใจได้ ข้ายังไม่เอาจริงด้วยซ้ำ !”กั้วติงดูคึกขึ้นมา ตอนนี้เขาเริ่มมีประสบการณ์ในการต่อสู้แล้ว มันทำให้คนอื่นไม่อาจจะจัดการเขาได้ง่ายๆ

    ตอนที่ทั้งสองพูดคุยกันนั้นก็มีคนกว่าสิบคนมาล้อมพวกเขาเอาไว้หมัดของพวกนั้นต่อยตัดอากาศมาด้วยพลังที่ดูมากกว่าปกติ

    ‘ได้เวลาใช้วรยุทธ์ที่เถาเถาสอนมาแล้ว ! ‘ แค่คิดหยางเฉินก็ทำการหลบหมัดและพุ่งเข้าหาพวกนั้นราวกับสายฟ้าหมัดของเขาได้ต่อยออกไปตัดสายลมจนเกิดเสียงดังก้องเงาหมัดนั้นทับซ้อนกันนับไม่ถ้วนต่อยเข้าใส่เด็กๆรอบตัว

    หมัดตี้หลัง !

    เสียงดังก้องอย่างต่อเนื่องพร้อมกับร่างของผู้ทดสอบที่กระเด็นออกมาและกระแทกกับพื้นอย่างแรง

    “สมกับเป็นหัวหน้า !”กั้วติงเบิกตากว้าง เขาแทบไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เป็นความจริง

    ไม่ใช่แค่กั้วติงแต่แทบทุกคนที่ไม่เชื่อว่าหยางเฉินจะทำเรื่องแบบนี้ได้หากพวกเขาคิดจะเอาชนะคนมากมายแบบนี้พวกเขาอาจจะต้องอยู่ขอบเขตธุลีถึงจะทำเช่นนี้ได้...แต่คนที่ทำเช่นนี้ได้กลับอยู่แค่ขอบเขตกำลังภายในขั้น9

    “ พี่เฉินหลานเอ๋อรู้แล้วว่าเจ้าต้องไม่ธรรมดาแน่ !”

    “ข้าบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าท่านพี่น่ะมีพรสวรรค์มากที่สุดในเมืองแล้ว  ใครจะกล้าพูดว่าท่านพี่เป็นขยะอีก !”

    เว่ยหยานหลานและซงเทียนเอ๋อมองไปที่หยางเฉินแล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ

    “ดูเหมือนว่าเราจะโดนเด็กนี่หลอกเอา เขาคงหัวเราะเยาะเราลับหลังแน่ๆ !”เหอเฟิงและโมโกสีหน้าบิดเบี้ยวเมื่อรู้สึกว่าโดนปั่นหัว

    “ พลังขนาดนี้..ทำลายหินได้16 ก้อนเลยไม่ใช่รึ ? หากศิษย์พี่เห็นเด็กนี่ เขาจะปล่อยให้เด็กนี่รอดไปรึ ?หากข้าได้เด็กนี่มา หึหึ...” ฟางไห่มองไปที่หยางเฉินราวกับพบกับสมบัติหายากเข้า

    “ข้าได้ยินว่าเด็กสามคนนี้ถูกรับเลี้ยงโดยชายขี้เมา  สายตาของเขาช่างเฉียบคมจริงๆ !”โมซันและคนอื่นๆอดไม่ได้ที่จะนึกถึงชายแก่ขี้เมา

    ตอนนั้นก็มีคนหนึ่งเดินมาข้างกายหยางเฉินและพูดขึ้น“ เจ้าแกร่งอย่างมาก เจ้ากล้ารับคำท้าข้ารึไม่ ?”

    ชายคนนั้นมีมีดที่หลังเขากลับเป็นถูซาน !

    เมื่อถูเชินเห็นลูกตัวเองท้าทายหยางเฉินสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เขาเหมือนจะกังวลแต่ไม่คิดจะห้าม

    “ รับคำท้ารึ ?”  หยางเฉินมองไปที่ถูซานหากเทียบกับร่างที่สูงและกำยำของถูซานแล้ว หยางเฉินนั้นเตี้ยกว่าเขาต้องเงยหน้าเมื่อพูดกับถูซาน

    ก่อนที่หยางเฉินจะได้พูดอะไรเว่ยหยานหลานก็ได้โผล่มาข้างๆหยางเฉิน แล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ เจ้าตัวโตหากเจ้าคิดจะท้าทายพี่เฉิน เจ้าต้องผ่านข้าไปก่อน !”

    “พี่หลานพูดถูก หากเจ้าคิดจะท้าทายพี่ข้า เจ้าต้องผ่านเราไปก่อน !” ซงเทียนเอ๋อเองก็มาอยู่ข้างๆหยางเฉินเช่นกัน

    “พวกเจ้าสองคนนี่” หยางเฉินยิ้มออกมาและพูดขึ้น “ พวกเจ้าสบายใจได้เขาฆ่าข้าไม่ได้หรอก ข้าน่ะตายยาก”

    เมื่อได้ยินที่หยางเฉินพูดมาซงเทียนเอ๋อและเว่ยหยานหลานก็ต้องยอมถอย แม้ว่าจะเชื่อใจหยางเฉินแต่พวกนางก็อดเป็นห่วงไม่ได้อย่างไรซะในสายตาพวกนางแล้ว ถูซานก็น่ากลัวจริงๆ

    “ข้ารับคำท้าเจ้า !” หยางเฉินเงยหน้าขึ้นมองถูซานและตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

    คนของสำนักชีจีเห็นสองคนกำลังจะสู้กันก็ไม่คิดจะเข้าไปห้ามโมซันและคนอื่นๆเห็นว่าถูเชินไม่คิดจะห้าม ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้คัดค้านอะไรพวกเขาก็อยากเห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหยางเฉิน !

    เมื่อได้ยินคำตอบของหยางเฉินสีหน้าของถูซานก็เปลี่ยนไป สายตาของเขาแสดงความมุ่งมั่นออกมาและพูดขึ้น “ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” เมื่อพูดจบเขาก็ก้าวออกมาและโน้มตัวลงก่อนจะพุ่งเข้าหาหยางเฉินทันที

    “ เร็วจริงๆ !” สีหน้าของโมโกและคนอื่นๆเปลี่ยนไป

    หยางเฉินยังสีหน้าเยือกเย็นดังเดิมเขาใช้ก้าววายุอสนีจนเหลือแค่ภาพติดตาเอาไว้ ก่อนจะโผล่มาที่ด้านหลังของถูซานแล้วใช้หมัดต่อยเข้าใส่ที่หลังของอีกฝ่าย

    “ ดี !” ถูซานหัวเราะออกมาเขาหันกลับมาแล้วต่อยออกมาเช่นกัน !

    ทุกคนคิดว่าหยางเฉินคงจะหลบแต่หยางเฉินกลับไม่หลบ หมัดของทั้งสองปะทะกันจนเกิดเสียงราวกับเหล็กกระทบกันดังก้องไปทั่ว

    ตอนแรกทุกคนคิดว่าหยางเฉินจะกระเด็นออกมาแต่กลับเป็นถูซานที่เซถอยออกมาถึง 7 ก้าวก่อนจะประคองตัวได้  หยางเฉิน ไม่ถอยกลับแม้แต่ครึ่งก้าว

    ทุกคนพากันอึ้งแต่ถูเชินกลับอึ้งที่สุด เขารู้ว่าถูซานนั้นแกร่งแค่ไหน แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับหยางเฉิน  มันยากที่เขาจะรับได้ นี่ใช่ขยะที่เขารู้จักรึ?

    “เขาทำลายหินเพชรได้ 16 ก้อนแน่ๆ อัจฉริยะที่ดีที่สุดสองคนในสำนักก็ทำลายหินได้ 16ก้อนตอนที่อยู่ขอบเขตกำลังภายใน !”มู่เหยามองไปที่หยางเฉินพร้อมกับตาเป็นประกายก่อนจะมองไปที่ซงเทียนเอ๋อ “ เด็กนั่นก็ปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้บางที...”

    เมื่อคิดแบบนั้นมู่เหยาก็ใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น หากสำนักชีจีได้ตัวสองคนนี่ไปงั้นในอนาคตก็อาจจะแซงหน้าอีกสองสำนักได้

    “ เจ้าแกร่งพอที่จะให้ข้าใช้สมบัติ” ถูซานดึงเอามีดออกมา พลังของเขาดูดุดันขึ้นมาทันที

    ตอนที่ถูซานดึงเอามีดออกมานั้นถูเชินก็ได้พูดขึ้น “ ซานเอ๋อ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา เก็บมีดไปซะ !”

    ทุกคนพากันมองไปที่ถูเชินด้วยความแปลกใจแม้แต่ถูซานเองก็ด้วย

    “ ท่านพ่อข้า...”

    ก่อนที่ถูซานจะพูดจบนั้นถูเชินก็ขัดขึ้นมาก่อน “ ไม่จำเป็นต้องพูดแล้ว เจ้าไม่เชื่อคำพูดของพ่อรึ ?เก็บมีดไปซะ !”

    ถูซานลังเลไปสักพักก่อนที่จะฟังคำพูดของถูเชิน  ทุกคนเห็นแบบนั้นต่างก็พากันผิดหวังขึ้นมาทันที

    “ เสี่ยวหยางเจ้าเด็กแก่แดดนั้น หากเจ้าใช้ทักษะดาบของเจ้า แม้ว่าจะไม่มีกระบี่อสนีโลกันตร์ แต่เจ้าก็สามารถเอาชนะเขาได้ง่ายๆ” เถาเถายิ้มออกมาและส่งข้อความบอกหยางเฉิน เขาไม่ได้สนใจถูซานแม้แต่น้อย

    “ เด็กแก่แดดรึ?” เมื่อได้ยินที่เถาเถาเรียกถูชาน หยางเฉินก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะรึร้องไห้ดี

    “ที่ว่างสำหรับสำนักชีจียกให้กับ 7 คนที่อยู่ในเส้น ในอีก 3 วันพวกเจ้าทั้ง 7 ต้องไปยังสำนักชีจีเพื่อทำการลงทะเบียนเราจะให้ใบรับรองกับพวกเจ้า !”มู่เหยาพูดขึ้นและมองไปยังคนด้านหลัง

    คนด้านหลังของนางรีบส่งใบรับรองให้กับหยางเฉินและคนอื่นๆ

    หลังจากที่ส่งใบรับรองให้กับหยางเฉินกับคนอื่นๆแล้วมู่เหยาก็ได้ออกจากเมืองซูเซียนไปพร้อมกับคนของสำนักชีจีนางต้องบอกข่าวดีนี้กับเจ้าสำนักโดยเร็วที่สุด มันมีอัจฉริยะหลายคนในเมืองซูเซียน

    หลังจากที่มู่เหยาและคนอื่นๆกลับไปแล้วข่าวเรื่องหยางเฉินและกั้วติงได้เข้าร่วมสำนักชีจีก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองทุกคนต่างก็รู้สึกเหลือเชื่อ และในตอนนั้นหยางเฉินกำลังดูแลชายแก่ขี้เมาที่หมดสติอยู่

    นอกจากหยางเฉินแล้วก็ยังมีกั้วติง,ซงเทียนเอ๋อ และเว่ยหยานหลานที่มองดูชายแก่ด้วยความกังวล พวกเขาอดคิดไม่ได้ว่าหากพวกเราออกจากเมืองไปยังสำนักชีจีใครกันที่จะดูแลชายแก่ ?

    “ เทียนเอ๋อกั้วติง หลานเอ๋อ อีก 3 วันพวกเจ้าไปที่สำนักชีจีก่อน ข้าจะอยู่ดูแลเขาเอง” หยางเฉินพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเช็ดหน้าให้กับชายแก่

    “ หัวหน้า”

    “ ท่านพี่เราไม่ไปก็ได้”

    “ พี่เชินหลานเอ๋อ ก็ไม่ไปเช่นกัน”

    เว่ยหยานหลานและคนอื่นๆพากันส่ายหน้าพวกเขาไม่อยากจะทิ้งหยางเฉินไว้เพียงลำพัง ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็เป็นห่วงชายแก่เช่นกัน









    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นราชาอมตะ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน