D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    ตัวหมากที่ถูกขยับ 4

             

            แทนตกใจเมื่อเห็นพลังของการ์ดที่ถูกเรียกใช้ก่อนจะมาที่นี่เขามั่นใจว่าตนเองถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในระดับแถวหน้าในหมู่ผู้เล่นแต่ก็คิดว่าไม่ว่าจะพบเจอศัตรูแบบไหน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรเขาก็น่าจะพอปะทะด้วยได้เขาไม่เคยคิดว่าจะมีศัตรูที่แข็งแกร่งจนตัวเองไม่กล้าเผชิญหน้า

            แต่ในตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองนั้นเป็นเหมือนกบในกะลาเมื่อเห็นการต่อสู้ตรงหน้าแทนรู้ดีว่าเขายังห่างจากคำว่าผู้เล่นแนวหน้าอยู่อีกไกลพลังของการ์ดแอเรีย 2ใบที่ถูกเรียกใช้นั้นทำให้เขาถอดใจไปเกือบครึ่งโดยที่ไม่รู้เลยว่าการ์ดอสรพิษผลึกนั้นคือการ์ดแอเรียระดับ A วิหารลอยฟ้าซาเรีย และอวตารแห่งเพลิงที่แผดเผานั่นก็คือการ์ดแอเรียระดับ B ภูเขาไฟวัลคาลนัส

            การ์ดแอเรียระดับสูงถูกเรียกใช้โดยชายผู้ถูกขนานนามว่าหนึ่งในสี่อวตารชายซึ่งเป็นผู้นำของกิลด์คริสตัลอินเฟอร์โนพี่ชายคนโตของคอสและคิท...โคซี่เพลิงผลึก

            “แอเรีย!” ไรอันที่อยู่บนหลังมังกรเพลิงเรียกใช้การ์ดในมือพลังระดับผู้ครองการ์ดแอเรียเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงการ์ดที่ไรอั้นใช้ออกมาเรียกมังกรขนาดยักษ์ให้ปรากฏตัวบนผืนฟ้ามังกรเพลิงผู้เรียกหาเพลิงกัลป์อันร้อนแรง เผาไหม้แผ่รังสีความร้อนเหลือคณาออกมาจากร่างสีดั่งลาวา มังกรผู้สิงสถิตอยู่ในการ์ดแอเรียระดับA เมืองสาบสูญราทันย่า...มังกรเพลิงเกรดิออสการ์ดที่แข็งแกร่งที่สุดของไรอันร้อยศาสตรา

            รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าชายผู้อยู่บนหลังมังกรบินความเคร่งเครียดปรากฏอยู่บนใบหน้าคู่ต่อสู้ของเขาหลังจากนั้นการปะทะกันของมังกรเพลิงและอสรพิษผลึกที่เกิดจากการ์ดแอเรียระดับ A ก็เริ่มขึ้นพลังจากการปะทะกันของอสุรกายทั้งสองตนก่อให้เกิดความรุนแรง เผาผลาญ แตกสลายและมอดไหม้

            แทนยืนมองพลังจากทั้งสองฝั่งเข้าปะทะกันคนอื่นในปาร์ตี้ทั้งสองก็กำลังขับเคี่ยวกันแทบไม่มีเวลาหายใจเนตเรียกใช้อัศวินของเธอและอาวุธที่เป็นดาบเรเปียร์ในตอนนี้หน้าที่หลักน่าจะเป็นการปกป้องไอรินที่เป็นผู้สนับสนุนไรอันอยู่ส่วนทางด้านโคซี่ก็มีจอมเวทอีก 3 คนคอยสนับสนุนเช่นเดียวกัน

            มาถึงในตอนนี้การรบพุ่งเริ่มหยุดลงในขณะนี้สายตาทุกคู่หันไปมองที่บนท้องฟ้า การต่อสู้ด้านล่างน่าจะไม่มีผลอะไรแล้วเพราะหากใครแพ้ในการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นบนท้องฟ้านั่นก็หมายความว่ากิลด์ของเขาแพ้ทันทีเพราะหัวหน้ากิลด์ซึ่งมีความสำคัญพ่ายแพ้แก่ผู้ใดก็ตามผู้เป็นหัวหน้ามีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้นยอมเป็นกิลด์สาขาหรือเลือกที่จะสลายกิลด์ของตนเอง และหากสลายกิลด์...ค่าประสบการณ์ที่กิลด์นั้นเคยสะสมมาและทักษะกิลด์คอมมานด์ที่เคยมีอยู่ก็จะหายไปทันทีนั่นรวมถึงที่ตั้งกิลด์ของตนเองก็จะตกอยู่ในการครอบครองของผู้ชนะอีกด้วย

            “โคซี่!แกตายแน่!” เสียงไรอันที่อยู่บนหลังมังกรไฟตะโกนลั่นหลังจากนั้นการ์ดใบต่อไปก็ถูกเรียกใช้ การ์ดแอเรียใบที่ 2 ของไรอันการ์ดแอเรียที่แม้แต่ เนต คีย์ และไอรินก็ไม่เคยรู่ว่าไรอันมีการ์ดใบนี้

            “แอเรีย!”

            หลังจากเรียกใช้การ์ดในมือร่างของชายบนหลังราชันย์มังกรก็อาบด้วยแสงจากดวงจันทร์ที่ปรากฏออกมาคู่กับดวงอาทิตย์บนฟากฟ้าร่างของชายผู้นั้นแปรเปลี่ยนเป็นภาพลางเลือนมือขวาของเขากลายเป็นดาบเล่มยักษ์ยาวหลายสิบเมตรในขณะที่มือซ้ายมีโล่ที่อาบดวงแสงจากจันทราหมวกเกราะมีบางสิ่งคล้ายพู่ยาวนับสิบเมตร สะบัดไปตามแรงลมพู่ที่ว่าเรืองแสงสีเหลืองนวลแม้ยามสงตะวันทาบทับผืนดินพู่ที่เปล่งแสงจันทร์แม้นจะอยู่ในยามดวงตะวันยังทาบทับบนท้องฟ้าพลังอวตารแห่งการ์ดระดับ Aเมืองจันทราลูน่าเวล

            “เป็นนายจริงๆด้วยไรอัน” เสียงชายที่อยู่ในชุดคลุมสีดำเอ่ยขึ้นในขณะนี้แทนเห็นใบหน้าชายคนนั้นชัดเจนเขามีใบหน้านิ่งสนิทแต่กลับมีดวงตาที่ฉายแววกร้าวริมฝีปากและคางปกคลุมด้วยหนวดเคราสีทอง แทนเพิ่งจะเคยได้เห็นเขาเป็นครั้งแรกชายคนที่สองของสี่อวตารที่แทนเคยแต่ได้ยินชื่อ...โคซี่เพลิงผลึก

            “เป็นฉันแล้วจะทำไม!ฉันกับเฮสร่วมมือกันมันก็สมควรแล้วนี่!” ไรอันที่บังคับมังกรบินอยู่พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่า

            “คิดดีแล้วรึที่เชื่อเจ้านั่น...” โคซี่พูดขึ้น “นายรับการ์ดระดับ A จากมันมาแล้วแอบลอบโจมตีกิลด์ฉัน ฆ่าลูกน้องฉัน แกคิดดีแล้วแน่รึไรอัน” ริมฝีปากที่มีเคราบางปกคลุมเอ่ยออกมาขณะที่ผู้พูดใบหน้านิ่งเรียบ

            ไรอันหัวเราะลั่นก่อนจะตอบคำถาม“ฉันจะบอกให้เอาบุญ!ตอนนี้เฮสมีการ์ดแอเรียระดับ A  4 ใบแล้ว! ตอนนี้แกที่มีการ์ดระดับ A แค่ใบเดียวสู้เขาไม่ได้หรอก!”เสียงชายบนหลังมังกรดังลั่น “แค่ฉันแกยังสู้ไม่ได้เลยด้วยการ์ดแอเรียระดับ A  2 ใบนี่ไงล่ะ!”

            โคซี่ถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้าไปมา“แมทคงผิดหวังในตัวนาย...” เขาพูดขึ้น “นายปล่อยข่าวว่ายูเรก้าร่วมมือกับเฮสทั้งๆ ที่ตัวนายเองเป็นคนทำนายรับการ์ดจากเฮสมาแล้วยอมร่วมมือ การกระทำแบบนี้นายไม่น่าจะเป็นนักรบได้” โคซี่พูดออกไป

            ด้วยการช่วยเหลือเรื่องระบบในเวลาประจันหน้ากันคำพูดของหัวหน้ากิลด์ที่อยู่ในสนามรบนั้นสามารถได้ยินทั่วกันทุกคนไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู นอกเสียจากว่าจะเป็นการสั่งการลับซึ่งจะมีการเรียกใช้ได้เมื่อกิลด์ขยับขึ้นมาถึงระดับ2

            โคซี่และไรอันนั้นมีกิลด์ที่เลเวลเกินกว่านั้นมากแต่ในขณะนี้พวกเขาใช้ระบบกระจายเสียงให้ทุกคนในสนามรบได้รับรู้การต่อสู้โคซี่ต้องการให้ทุกคนรู้เรื่องไรอันร่วมมือกับเฮส ส่วนตัวไรอันนั้นมั่นใจในการ์ดของตัวเองเขาต้องการให้ทุกคนได้รู้ถึงการต่อสู้ของเขาการต่อสู้ครั้งสำคัญที่จะจบชื่อของโคซี่เพลิงผลึกและตำนานของกิลด์คริสตัลอินเฟอร์โน่

            ไรอันสะบัดแขนขวาที่กลายเป็นดาบยาวเล่มยักษ์เมื่อเขาทำอย่างนั้นแล้วดาบเล่มที่ว่าก็เปล่งพลังแสงเข้มข้น พลังทำลายรู้สึกได้ว่ารุนแรงแม้จะอยู่ในระยะไกลไรอันบังคับมังกรพุ่งตรงไปยังโคซี่ อสรพิษผลึกที่เกิดจากการ์ดแอเรียระดับ A เช่นเดียวกันพุ่งตรงเข้าขัดขวางแต่มันก็ไม่สามรถทำได้สำเร็จนั่นก็เพราะกรงเล็บราชันย์มังกรของไรอันขย้ำไปที่ร่างนั้นซัมมอนสองตนที่ทรงพลังกำลังเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงโดยในขณะนั้นเองก็มีเสียงเรียกใช้การ์ดคาถาจากไอรินดังขึ้น

            “เมจิก!เมจิก! เมจิก!” การ์ดเบรฟ2 ใบถูกเรียกใช้งาน 1 ใบเพื่อไรอันหัวหน้ากิลด์ของเธออีก 1 ใบเพิ่มพลังโจมตีให้มังกรเพลิงเกรดิออสที่กำลังปะทะกับอสรพิษผลึกของโคซี่ส่วนการ์ดใบสุดท้ายคือสตรองก์อาร์เมอร์การ์ดเกราะคุ้มกันที่เธอร่ายให้ไรอันบนหลังมังกรอีกตน

             

            “ประกายแห่งดวงดาวออโรร่าแห่งเมืองเหนือ ท้องฟ้ายามราตรี เมืองลับแลในเงาจันทร์ เทพพิทักษ์จงสดับเทวาทั้งสามเจ็ด เบื้องบนแห่งนภา ลำแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งประกายดวงดาวจงปรากฏ!” โคซี่ร่ายเวทระดับ 19 ดาวเวทแห่งโล่พลังอันยิ่งใหญ่...โล่ประกายดวงดาวเวทธาตุแสงที่จะปกป้องปาร์ตี้จากการลุกล้ำของศัตรูเข้ามาในอาณาเขตที่กำหนดเวทที่จะไม่มีผู้ใดย่างกรายเข้ามาในรอบพื้นที่ซึ่งคาถานี้สร้างขึ้นได้แต่นั่นก็แลกมาด้วยการที่ผู้ที่อยู่ในวงเวทนี้ก็ไม่สามารถโจมตีได้ด้วย เวทที่เป็นถึงระดับ19 ดาวแต่กลับปรากฏผลเพียงแค่ 20 วินาที...

                    วงเวทขนาดยักษ์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าวงเวทแห่งแสงสร้างอาณาเขตคุ้มกันให้โคซี่และปาร์ตี้ของเขาหลังจากนั้นคนในชุดคลุมที่ลอยออยู่ด้านหลังโคซี่ก็ร่ายเวทสนับสนุนให้ผู้เป็นหัวหน้าสารพัดเวทถูกใช้งานในเวลา 20วินาทีไรอันและมอนสเตอร์ของเขาไม่สามารถเข้ามาในอาณาเขตที่โคซี่สร้างขึ้นได้ไม่ว่าการโจมตีใดๆ ก็ไม่อาจฝ่ากำแพงแสงดวงดาวมากร้ำกรายผู้อยู่ภายใน

                    เวทนี้ผู้อยู่ภายนอกไม่อาจลุกล้ำเข้ามาได้แต่ในขณะเดียวกันผู้อยู่ภายในก็ไม่อาจโจมตีออกไปได้เช่นกัน...แต่สามารถใช้คาถาสนับสนุนพวกเดียวกันเองได้

            โคซี่เรียกใช้การ์ดใบต่อไปทันทีที่เวทโล่ประกายดวงดาวแสดงผลเขากำลังเรียกใช้การ์ดเมจิกที่จะทำให้คาถาต่อไปแสดงพลังเพิ่มขึ้น

    ทริปเปิ้ลแคส...เวทที่จะทำให้คาถาต่อไปปรากฏผลถึง3 ครั้ง

            “ไฟลม สายฟ้า ไฟ ลม สายฟ้า ไฟ ลม สายฟ้า คมเขียวทั้งสามส่องประกายพายุแห่งดวงตาที่สามพัดพาละอองพสุธา รัตติกาลไร้ดาว พลังแห่งเมอร์ลินพ่อข้าจงสถิตพลังแห่งจอมปราชญ์จงบัญชา มหาเวทแห่งการซ้ำซ้อนจงบังเกิด...ทริปเปิ้ลแคส!” เมื่อสิ้นเสียงร่ายเวทของโคซี่กำแพงแสงแห่งดวงดาวก็กำลังจะหมดพลังลง แต่ในเวลาเดียวกันนั้น โคซี่ก็ใช้การ์ดอีก 1 ใบการ์ดแอเรียระดับ A ที่เขาได้มาจากการพาคนในกิลด์คริสตัลอินเฟอร์โนไปล่ามังกรศูนย์องศาสัมบูรณ์เทสตาเมนท์ผู้ครองแอเรียภูเขาน้ำแข็งมรกตเอมเมอรัลไอซ์เบิร์กราคันชาราชันย์มังกรผู้ควบคุมความเย็นระดับที่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของอะตอม การ์ดแอเรียอันทรงพลังซึ่งในขณะนี้การ์ดใบที่ว่าปรากฏออกมาในรูปแบบของการ์ด...เมจิก

                    คาถาหยุดการเคลื่อนไหวระดับอะตอม...ศูนย์องศาสัมบูรณ์การ์ดที่ทำให้แทนรู้สึกว่าตัวของเขานั้นยังไม่สามารถเทียบกับผู้ที่กำลังเข้าปะทะกันได้เลย

            “แอเรีย!”

            เมื่อสิ้นเสียงของโคซี่ที่เรียกใช้การ์ดแอเรียซึ่งนับว่าเป็นการ์ดเมจิกใบหนึ่งการ์ดที่จะได้มาเมื่อล้มมอนสเตอร์ระดับเลเวล 375 ที่ต้องใช้คนทั้งกิลด์เพลิงผลึกเพื่อได้มาการ์ดแอเรียระดับ A อันทรงพลัง

            การ์ดที่ถูกเรียกใช้แตกสลายกลายเป็นประกายแสงหลังจากนั้นคาถาที่ถูกเรียกใช้ก็ปรากฏออกมา บรรยากาศรอบตัวของไรอันเย็นยะเยือกมวลอะตอมเคลื่อนที่ช้าลง ความเย็นทวีความรุนแรงและหลังจากนั้นหัวหน้าแห่งไวท์พาลาดินและราชันย์มังกรก็ถูกผนึกอยู่ในแท่งน้ำแข็งมหึมา

            จากการที่บรรยากาศรอบตัวของศัตรูลดลงถึง273.15องศาเซลเซียส อะตอมหยุดการสั่นไร้ซึ่งพลังงานใดๆ ทุกสิ่งหยุดนิ่งราวกับเวลาหยุดลงด้วยพลังอันยิ่งใหญ่แต่มันไม่ใช่เพียงแค่นั้น เมื่อการ์ดแอเรียนั้นแปรเปลี่ยนออกมาในรูปการ์ดเมจิกผลของการ์ดที่โคซี่เรียกใช้ก่อนหน้านี้ก็ปรากฏผล การ์ดคาถา...ทริปเปิลแคส

            พลังความเย็นทาบทับไปยังอีกสองเป้าหมายหนึ่งนั้นคือราชันย์มังกรเกรดิออสและอีกหนึ่งคือร่างของไรอันที่อาบพลังแสงแห่งจันทราและทัพมังกรบินของไวท์พาลาดินราวกับถูกจับสตาร์ฟไว้กลางอากาศหลังจากนั้นทั้งคาถาและและซัมมอนที่ถูกเรียกออกมาก็รุมโจมตีใส่ร่างอวตารแห่งนครจันทราของไรอันอย่างสุดกำลัง

            เวลาที่คาถาศูนย์องศาสัมบูรณ์แสดงผลคือ15 วินาทีเพียงเวลาที่ว่าการต่อสู้ของผู้ครองการ์ดระดับสูงก็พอที่จะตัดสินผลกันได้แล้วค่าความเสียหายจากการโจมตีของจอมเวทที่รายล้อมร่างของโคซี่อยู่ปรากฏบนร่างของไรอันที่หยุดนิ่ง

            “คมดาบแห่งผลึกปลายแหลมที่ทิ่มแทง ผลึกแห่งพื้นพิภพจงบังเกิด พลังแห่งแก้วใสแวววาวจงส่องสว่าง พลังแห่งดาบผลึกจงฟาดฟัน...ฟิวรี่คริวตัล เบลด! (Fury Crystal Blade)” เสียงเรียกใช้คาถาดังขึ้นจากหนึ่งในผู้สวมชุดคลุมจรดศีรษะ หลังสิ้นเสียงนั้นคมมีดที่เกิดจากคริสตัลก็เชือดเฉือนร่างของไรอัน

            “5,056!”                          “5,948!”                          “5,119!”

                “5,491!”                          “5,413!”                          “10,327!”

                “10,742!”                        “10,835!”                        “10,903!”

                การโจมตีของดาบคริสตัล5 ครั้งแรกพลังโจมตีลดลงเพราะไรอันมีเกราะจากกคาถาที่ลินเรียกใช้ไว้ก่อนหน้าเขามีเกราะจากคาถาสตรองก์อาร์เมอร์ทำให้ค่าความเสียหายลดลงไปแต่ดูท่าว่าค่าเสียหายที่ลดลงไปแค่นั้นจะไม่มีประโยชน์มากนัก เพราะการโจมตีต่อๆไปกำลังโถมเข้าใส่ร่างของอัศวินผู้อยู่บนหลังมังกรไฟ

            “ทวินแคส!” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียงเรียกใช้สกิลในขณะที่การโจมตีจากชายใต้ผ้าคลุมคนแรกกำลังเริ่มต้นร่างที่อยู่ใต้ผ้าคลุมอีกคนก็กำลังร่ายมหาเวทแห่งอัคคีเผาผลาญ

            “เปลวไฟสีแดงฉานแผดเผาเปลวเพลิงสีน้ำเงินมอดไหม้...” เสียงเขาเริ่มร่ายเวท “พลังแห่งเทพอัคคีดวงใจแห่งมังกรเพลิง ดวงตาแห่งโครนอส หัตถ์แห่งอาธีน่า เพลิงอันยิ่งใหญ่จงแผดเผาสรวงสวรรค์...ก๊อดสเลเยอร์เฟลม!”

            ”38,463!”                        ”36,936!”

            ”38,098!”                        ”37,471!”

             

            “ก๊อดสเลเยอร์เฟลม!”

             

            ”38,541!”                        ”36,939!”

            ”38,073!”                        ”37,125!”

            คาถาเพลิงแสดงผล2 ครั้งเพราะพลังของสกิลทวินแคสที่จะทำให้คาถาที่ถูกเรียกใช้งานปรากฏผลขึ้นอีกครั้งหลังจากนั้นคาถาระดับ 19 ดาวอีก 1 ใบก็ถูกโคซี่เรียกใช้คาถาที่จะนำพาพลังเหนือห้วงบรรยากาศลงมาสู่โลก คาถาแห่งพายุอันมืดดำที่กลืนกินและพัดพาแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์...พายุสุริยะโซล่าสตรอม (Solar Storm)

            “อาทิตย์มืดดับสุริยันอันธกาล ผู้ล่องลอยหลุดวิถี ความตายที่เบี่ยงเบน สายลมที่แก่ชราอวกาศที่ฉีกขาด พลังที่เทพมิอาจเอื้อม มวลสารอันไร้ลักษณ์ประกายแสงสุดท้ายแห่งดาวฤกษ์ ความมลายสิ้นผู้ก่อตัวบนรอยแยก พายุสุริยะโหมกระหน่ำทวยเทพผู้มืดบอดโปรดเป็นพลังให้ข้าผู้เอื้อนเอ่ยวจีอันไร้สำเนียง...” โคซี่ร่ายเวทยาวนานแต่พลังที่รวมตัวกันรอบการ์ดที่เขาเรียกใช้ทำให้รู้ได้ว่าคาถานั้นไม่ใช่ระดับธรรมดาและเมื่อชายผู้มีชุดคลุมสีดำเป็นอาภรณ์เอ่ยคำสุดท้ายออกมาพลังทำลายล้างอันรุนแรงก็ถาโถมเข้าใส่ศัตรูตรงหน้ามันเกิดขึ้นพร้อมกับผลของคาถาศูนย์องศาสัมบูรณ์กำลังจะสิ้นอานุภาพ...

            “โซล่าสตรอม!”

             

                                “50,129!”            “50,674!”            “50,936!”

            “50,056!”            “50,948!”            “0…!”                 “50,238!”

                            “50,129!”            “50,445!”            “50,877!”

                “0…!”                 “50,835!”            “50,763!”            “50,693!”

            “50,491!”            “50,413!”            “0…!”

                “50,448!”            “50,970!”            “50,253!”            “50,845!”

             

    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน