เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    ตอนที่ 184 สังหารไม่ไว้หน้า 1

    ตอนที่ 184


    สังหารไม่ไว้หน้า 1


     


                    "เจ้าหนูตามข้ามาสิ"จินตงที่ยืนรั้งรอเสวี่ยหมิงอยู่หน้าแท่นทางเข้าเอ่ยขึ้น


     


                    "อืม" เสวี่ยหมิงไม่ตอบคำเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ แต่ในใจล้วนเพิ่มความระมัดระวังป้องกันเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน เพราะการที่ตนเองมาช้า ทำให้ศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะอีกสองคนนั้นไม่ได้อยู่รั้งรอตนเองอยู่ที่หน้าทางเข้า แม้เสวี่ยหมิงจะระแวงว่าสองคนที่หายไปก่อนหน้าอาจจะเข้าไปวางแผนการดักซุ่มทำร้ายตนเองภายในเส้นทางวิหคเพลิงอมตะ แต่เมื่อจินตงก้าวผ่านม่านประตูมิติเข้าไป เสวี่ยหมิงก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านเดินตามหลังจินตงเข้าไปทันที


    .


    .


                    หลังจากที่กลุ่มของชายหนุ่มทั้งสี่ เข้าไปสู่เส้นทางการทดสอบวิหคเพลิงอมตะแล้ว ราวครึ่งชั่วยามต่อมาฮัวเหวินเยี่ยนก็เรียกศิษย์สตรีที่เหลือขึ้นมารวมกับหนิงเซียนที่หน้าปากถ้ำ


     


                    "หนิงเซียน" ฮัวเหวินเยี่ยนเอ่ยพร้อมวางมือเรียวงามทั้งสองไปบนไหล่บ่าของเด็กสาว "อาจารย์คาดหวังในตัวเจ้า หวังว่าเจ้าจะผ่านการทดสอบทั้งหมดไปได้"ดวงตาของฮัวเหวินเยี่ยนทดแววสับสน แม้ในตอนแรกเรื่องราวของเสวี่ยหมิงจะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ที่ขวางหูขวางตาตนเอง แต่ยามนี้จุดเล็กราวฝุ่นผงนั้นได้ขยายใหญ่จนเลยเถิด แม้ว่าในใจฮัวเหิวนเยี่ยนจะไม่กังวลเรื่องการกำจัดเสวี่ยหมิงให้พ้นทาง แต่นางเองก็กลัวผลกระทบที่จะสะท้อนตามมาจากหนิงเซียนอยู่ไม่น้อย เพราะแผนร้ายในครานี้ล้วนเกิดจากความคิดของนางเองแต่ผู้เดียว "จำเอาไว้ทุกสิ่งที่อาจารย์กระทำล้วนเพื่อให้เจ้าก้าวหน้าและหวังดีกับเจ้า อาจารย์ขอให้เจ้าโชคดี" ฮัวเหวินเยี่ยนฉีกยิ้มจางปั้นแต่งกลบทับความกังวลใจมอบให้หนิงเซียน


     


                    "ขอบพระคุณท่านอาจารย์" หนิงเซียนพยักหน้ารับด้วยความเลื่อนลอย ตอนนี้ในใจเด็กสาวร้อนรุ่มยิ่งนัก เพราะในตอนแรกหนิงเซียนคิดเอาไว้ว่าหลังจากที่กลุ่มศิษย์พี่ของนางเข้าไปพร้อมกับเสวี่ยหมิงแล้ว กลุ่มที่สองก็จะได้ตามติดเข้าไปในทันที แต่ดูเหมือนว่าอาจารย์ของนางจะไม่คิดเช่นนั้น นางยังคงเอ่ยเรื่องราวตำนานความเชื่อต่าง ๆ ของเทพธิดาวิหคเพลิงอมตะต่อไป โดยไม่ได้สนใจท่าทางและความกระวนกระวายของหนิงเซียนแม้แต่น้อย


     


                    ...พี่เสวี่ยหมิงรอข้าอีกนิดนะ


     


                    "พวกเจ้าจงจำเอาไว้ว่าในการเข้าสู่เส้นทางวิหคเพลิงอมตะครานี้ ล้วนทำไปเพื่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเรา เจ้าทั้งห้าจงเป็นกำลังให้เทพธิดาวิหคเพลิงอมตะ ฝ่าฟันอุปสรรคนำนางไปให้ถึงยังเส้นทางเฟิ่งหวงอย่างปลอดภัยเข้าใจไหม"


     


                    "ค่ะ ท่านประมุข"ศิษย์สตรีของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะรับคำโดยพร้อมเพรียง


     


                    "ดี" ฮัวเหวินเยี่ยนพยักหน้ารับหลายครา "ไปได้แล้ว"


    .


    .


                    "นี่เจ้า...กล้า...กล้า"หนันเทียนที่มีระดับฝึกตนเชื่อมฟ้าดินระดับกลางเอ่ยด้วยแววตาเบิกโพลง แม้ว่าศิษย์บุรุษทั้งสามของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะที่ได้รับมอบภารกิจลับในครั้งนี้ ตัวมันจะมีระดับบ่มเพาะที่ต่ำเตี้ยที่สุด แต่ก็นับว่าสูงส่งมากแล้วหากเทียบกับศิษย์อื่น ๆ ในวัยเดียวกัน แถมมันยังเป็นฝ่ายที่หมอบซุ่มรั้งรอจนเสวี่ยหมิงมีท่าทีผ่อนคลายเลยจากตจุดที่มันซุ่มซ่อน ฉวยโอกาสจู่โจมเสวี่ยหมิงที่มันคิดว่ามีระดับพลังต่ำต้อยคนหนึ่ง


     


                    แม้จะได้รับคำเตือนมาก่อนหน้าจากประมุขฮัวเหวินเยี่ยนว่าอย่าได้ประมาทหรือเห็นว่าฝีมือของเด็กหนุ่มที่เป็นเป้าหมายอ่อนด้อย เพราะภารกิจนี้ห้ามล้มเหลว แต่แล้วเพียงแค่การปะทะกันครั้งแรก แต่อย่างไรมันก็ไม่อาจทิ้งนิสัยดูแคลนผู้คน เร่งลงมือตัดหน้าว่านหลี่ที่มีพลังฝีมือสูงส่งที่สุด หมายช่วงชิงผลงานเป็นของตนเองแต่เพียงผู้เดียว แต่แล้วผลลัพธ์ของการเร่งลงมือกลับไม่เป็นไปดังคาด ตัวมันที่เป็นฝ่ายที่ลอบจู่โจมกลับถูกโจมตีตอบโต้กลับมาด้วยหมัดลมปราณก่อนที่กระบี่ในมือจะทิ่มแทงถึงตัวของเสวี่ยหมิงได้รับบาดเจ็บเสียเอง แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บหนักหนาแต่เมื่อเห็นแววตาดูแคลนและโกรธเกรี้ยวของศิษย์ที่ร่วมแผนการอีกสองคน หนันเทียนก็รู้สึกเสียหน้ามิใช่น้อย


     


                    "อย่าได้เอ่ยอันใดอีกเลย" เสวี่ยหมิงที่ระมัดระวังตัวในทุกฝีก้าว แผ่พุ่งพลังจิตวิญญาณออกตรวจสอบโดยรอบทันทีที่เข้ามายังดินแดนเวิ้งว้างที่เต็มไปด้วยหินและเพลิงลาวาร้อนแรงแห่งนี้ ทำให้เสวี่ยหมิงพบว่าศิษย์ของดินแดนวิหคเพลิงอมตะที่เข้ามาก่อนหน้าไม่ได้มุ่งหน้าไปไหนไกล แต่กลับหมอบซุ่มอยู่บริเวณใกล้ ๆ ปากทางเข้า และเมื่อตรวจสอบระดับพลังของผู้ที่หมอบซุ่มทั้งสอง เสวี่ยหมิงก็เลือกที่จะเล่นงานคนที่อ่อนแอที่สุดก่อน จึงได้เดินตรงเฉียดเข้าไปยังบริเวณที่เทียนหนันหมอบซุ่มอยู่ "หากพวกเจ้าคิดจะเข้ามาแสวงหาโชคลาภ หรือช่วยเหลือหนิงเซียนในการเดินทางทดสอบในครั้งนี้ ข้าจะถือว่าการลอบจู่โจมครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้น"


     


                    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะดังมาจากจินตงและว่านหลี่พร้อม ๆ กัน


     


                    "เจ้าหนูเจ้าคิดว่าแค่ลำพังการรับมือกับเจ้าเทียนหนันได้ แค่กระบวนท่าเดียวจะมีน้ำหนักเพียงพอจะข่มขู่พวกข้ายังงั้นรึ"


     


                    "ข้ามิได้ชอบข่มขู่ผู้คน" แม้เสวี่ยหมิงยังคงมีท่าทีเรียบเฉย แต่ลอบแผ่พุ่งพลังจิตวิญญาณออกไปครอบคลุมทั่วร่างของศัตรูทั้งสาม หมายว่าหากพวกมันทั้งสามเปิดฉากจู่โจมจะได้ไหวตัวได้ก่อนก้าวหนึ่ง "เพียงแต่ให้โอกาสกลับตัวสำหรับพวกเจ้าก็เท่านั้น"


     


                    "กลับตัว กลับตัว โอยขำ ขำจริง ๆ"ว่านหลี่เอ่ยพร้อมหันไปมองยังศิษย์ร่วมสำนักอีกสองคน "เจ้าให้โอกาสพวกข้าเนี่ยนะ ถุย..."น้ำลายถูกถ่มลงที่เบื้องหน้า ก่อนที่ว่านหลี่ซึ่งมีระดับบ่มเพาะเชื่อมฟ้าดินขั้นสูงจะทะยานฉีกตัวออกไปด้านขวา "พวกเจ้าลงมือประสานกัน อย่าได้เสียเวลาอีก"


     


                    เมื่อได้ยินว่านหลี่เอ่ยขึ้น จินตงก็ไม่รั้งรอประสานสอดรับแยกย้ายไปปิดคลุมเส้นทางด้านซ้าย ส่วนเทียนหนันที่ฝีมืออ่อนด้อยที่สุดก็เช็ดโลหิตที่หลั่งไหลออกมาที่มุมปาก เร่งเร้าพลังในกายจนทั้งร่างห่อหุ้มไปด้วยเพลิงไฟ กระบี่ในมือจี้แทงตรงมาที่เสวี่ยหมิงเน้นสภาวะสะกดข่ม ยืนจังก้าส่งสายตาอาฆาตจับจ้องไปที่เสวี่ยหมิง หมายรอจังหวะฉกฉวย


     


                    "คำตอบชัดเจนแล้ว" เสวี่ยหมิงหาได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกแม้แต่น้อย "ต้องขอบใจเจ้าที่ก่อนหน้าที่ช่วยสาธยายให้ข้าฟัง ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นมิติตัดขาด เรื่องราวภายในย่อมไม่เล็ดรอดออกไป"


     


                    "แน่นอน เพราะความตายของเจ้าจะไม่เล็ดลอดออกไปถึงหูเทพธิดาวิหคเพลิงอมตะแน่นอน !!!" เทียนหนันเอ่ยตอบเสียงดัง สองเท้าทะยานพ้นพื้นดินเข้าหาเสวี่ยหมิงในพริบตา ประสานเสริมกับการโจมตีของว่านหลี่ที่เปิดฉากขึ้นในจังหวะไล่เลี่ยกัน


     


                    ...มาได้ดี ข้าก็อยากรู้นักว่าพลังที่อัดแน่นของตนเองยามนี้ หากใช้ออกอย่างสุดรั้งด้วยพลังแห่งเต๋ามันจะร้ายกาจขนาดไหน


                    อัคคีดับสูญ...ทันทีที่เพลิงอัคคีในร่างหดหาย อาณาเขตน้ำแข็งเย็นเยียบก็แผ่ออกจากร่างของเสวี่ยหมิงในพริบตา เพียงเสี้ยววินาทีไอเหมันต์ที่ล้นทะลักเพราะถูกผลักเข้าสู่สถานะหยางเต็มเปี่ยมก็ก่อเกิดเป็นพายุหิมะบดบังสายตาขึ้นรอบตัวของเสวี่ยหมิง


     


                    เสวี่ยหมิงที่อยู่ใจกลางพายุ เมื่อมีม่านบดบังสายตาหมายสร้างสภาวะล่อหลอกให้ศัตรูทั้งสามเข้าสู่ใจกลางอาณาเขตที่สร้างขึ้น ทะยานตัวขึ้นบนด้วยท่าร่างที่ก่อเกิดเป็นเส้นสายสีขาวของปราณเหมันต์งดงามราวกับมังกรที่พุ่งทะยานเหินขึ้นฟ้า เมื่อตัดสินใจทดสอบพลังที่ได้รับมาใหม่จนสุดรั้ง ดวงตาข้างซ้ายพลันส่องสว่างสีแดงเจิดจ้าด้วยความาดมั่น...หมัดลมปราณเหมันต์ที่ควบรวมพลังทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกราวกับห่าฝน ปกคลุมพื้นที่เบื้องล่าง ทั้งสะกดข่ม และปิดเส้นทางถอยหนี ราวกับสุนัขต้อนฝูงแกะเข้าคอก


     


                    ซึ่งศิษย์ทั้งสามของดินแดนวิหคเพลิงอมตะที่ต่างทระนงในตนเอง หาได้สงสัยใจแม้แต่น้อยว่าเหตุใดพลังที่เสวี่ยหมิงปลดปล่อยจนมืดฟ้ามัวดิน ถึงไม่ได้เล็งจู่โจมตนเองแม้แต่หมัดเดียว ในใจล้วนดูแคลนว่ากระบวนท่าของเสวี่ยหมิงแม้พลังทำลายของท่วงท่าจะดูใช้ได้ แต่หาได้มีความไวเพียงพอจะตามติดท่าร่างของพวกมัน


     


                    "เหลวไหล"ว่านหลี่ที่มีฝีมือสูงส่งที่สุดในสามคน เร่งเร้าเพลิงลมปราณก่อเกิดเกราะเพลิงไฟ  พุ่งฝ่าพายุหมัดลมปราณเหมันต์ทะยานสูงฝ่าพายุที่บดบังทัศนวิสัยเบื้องล่าง ใช้พลังเต็มสิบส่วนผสานเสริมเข้าไปในศาตรากรงเล็บพญาอินทรีที่สวมใส่หมายแทงทะลุร่างของเสวี่ยหมิง ที่สภาวะเหินลอยดูเหมือนจะหมดลงเพราะเร่งใช้พลังลมปราณเกินขีดจำกัด กำลังล่วงตกลงมาจากฟากฟ้า "มีพลังเพียงแค่นี้กลับโอหังต่อหน้าข้า!!!" เสียงตวาดลั่นพร้อมปราณเพลิงปะทุแตกระเบิดออก


     


                    เปรี้ยง บรึ้ม !!!


                    หมัดเพลิงปฐพีของมันแทงทะลุผ่านร่างของเสวี่ยหมิงอย่างจัง เสียงแตกระเบิดดังสนั่นทำเอาจินตง และเทียนหนันที่ยังคงติดอยู่ท่ามกลางพายุลมปราณเหมันต์ของเสวี่ยหมิงปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า


     


                    "เป็นไปไม่ได้..."แม้ผู้คนที่ล้าหลังจะรู้สึกยินดีกับผลการโจมตีของว่านหลี่ แต่ตัวมันเองกลับกำลังตะลึงค้างประคองร่างลอยเด่นอยู่เหนือใจกลางพายุน้ำแข็งที่ปั่นป่วน สีหน้าของว่านหลี่กลับกลายเป็นขาวซีดเพราะทันทีที่พลังทำลายล้างของหมัดเพลิงปฐพีกระแทกเข้าใส่ร่างของเสวี่ยหมิง มันกลับไม่พบว่ามีแรงต้านแม้แต่น้อย จนเมื่อพลังหมัดนั้นปะทุออกจนร่างของเสวี่ยหมิงจนแตกระเบิดออกมันถึงได้เข้าใจว่าตนเอง...หลงติดกลับเด็กหนุ่มผู้นี้เสียแล้ว


     


                    ระวัง !!!


                    เมื่อรับรู้ว่าร่างที่ทำลายไปนั้นเป็นเพียงร่างของเสวี่ยหมิงที่เกิดจากปราณเหมันต์ ว่านหลี่ที่รวบรวมความคิดได้ก็ตะโกนดังออกมาในทันที หมายเตือนศิษย์ร่วมสำนักอีกสองคนที่เหลือ เพราะเกรงว่าร่างจริงของเสวี่ยหมิงยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในพายุหิมะ คอยหาจังหวะลอบโจมตีผู้คน


     


                    แต่ดูเหมือนว่าคำเตือนของว่านหลี่จะไม่ทันเสียแล้ว เพราะเสวี่ยหมิงตัวจริงซึ่งทะยานล้ำสูงขึ้นไปอีกระดับ พร้อมใช้ปราณเหมันต์สร้างหมอกขาวปกปิดตัวตนชมดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องล่าง เมื่อเห็นว่าคนทั้งสามเข้าใกล้ใจกลางอาณาเขตพายุน้ำแข็งที่ตนสร้าง ก็ตระเตรียมโจมตีตอบโต้ด้วยพลังใหม่ที่เพิ่งจะได้รับมา...เต๋าแห่งสมดุลของหยินและหยาง


     


                    ...เหมันต์ดับสูญ