สองวันต่อมา ณค่ายทหารฝั่งประจิม กองอาชาทมิฬ
“เ้ามาหาพี่ถึงค่ายทหารเชียวหรือแต่งตัวงามเช่นนี้มาเยือนค่ายทหาร เ้าอยากให้ทหารพวกนั้นคลั่งตายหรืออย่างไร”เสียงของหยวนวั่งเฟิงผู้เป็พี่ชายคนรองของหยวนหนิงเซี่ยเอ่ยกับน้องสาวจอมซน
นางหัวเราะเบา ๆก่อนจะนำกล่องอาหารที่นางซื้อมาจากเหลาอาหารหลายอย่างวางลงตรงหน้าเขา
“ข้าเพียงแต่นำอาหารมาให้ท่านใครใช้ให้ท่านไม่ยอมกลับจวนเล่าเ้าคะ ท่านแม่คิดถึงท่านกลัวว่าพวกท่านจะกินไม่อิ่มเลยส่งให้น้องสาวผู้แสนดีและงดงามเช่นข้านำอาหารมาส่งถึงที่”
แม้หยวนหนิงเซี่ยจะย้อนกลับมาเกิดใหม่แล้วแต่ทว่าความขี้เล่นที่นางมีต่อพี่ชายก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“วันหลังไม่ต้องเอาของพวกนี้มาหรอกข้าเป็ถึงแม่ทัพน้อยฝ่ายซ้ายคุมกองกำลังทหารหลายหมื่นนายจะกินดีอยู่ดีกว่าพวกทหารในค่ายได้อย่างไร” หยวนวั่งเฟิงพูดไปตามหลักการแต่ทว่าน้องสาวของเขาคนนี้กลับพูดจาประชดประชันเขาเสียนี่
“เ้าค่ะเช่นนั้นคราวหลังข้าจะมาแต่ตัว ไม่เอาสิ่งใดติดไม้ติดมือมาด้วย ดีหรือไม่"สีหน้าค่าตาของนางในยามเอ่ยวาจานี้ช่างน่าจับตีก้นยิ่งนักแต่ทว่ามีหรือที่พี่รองจะกล้าลงมือกับน้องสาวสิ่งที่เขาพอจะทำได้ก็แค่หมาดคอและเอ่ยชื่อนางด้วยเสียงเข้ม ๆ ก็เท่านั้น
"เซี่ยเอ๋อร์!เ้าเด็กคนนี้"
แต่หมาดคอและเอ่ยชื่อนางด้วยสุ้มเสียงเข้มๆ แล้วอย่างไร คิดว่านางจะกลัวงั้นหรือ ฝันไปเถอะน้องสาวของเขาคนนี้สู้มืออย่างยิ่ง เหตุผลข้อนี้มิใช่ว่าเขาไม่รู้
"ความจริงข้ามีเื่อยากพูดคุยกับท่านพี่ไม่ได้มาเพียงแค่เื่อาหารหรอกเ้าค่ะเื่ส่งอาหารเป็เพียงแค่ข้ออ้างและเป็เพียงแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น”
“เ้านี่นะซุกซนยิ่งนัก ว่าแต่มีเื่อะไรเล่า ถึงต้องมาถึงค่ายทหาร”
“ข้าอยากรู้เื่ในจวนเซียวโหวเ้าค่ะ”
พะพรื้ดดด~ คุก ๆ
ทันทีที่นางพูดจบประโยคหยวนวั่งเฟิงที่เพิ่งยกชาดื่มได้เพียงอึกเดียวก็สำลักพรืดออกมาเสียแล้วอยู่ดีไม่ว่าดี เหตุใดนางถึงอยากรู้เื่ของจวนผู้อื่นด้วยเล่าหรือว่าจวนสกุลหยวนของพวกเขานั้นสงบสุขเกินไปจนน่าเบื่อหน่ายนางถึงได้สนใจเื่ของตระกูลเซียวที่แสนวุ่นวายนั่น
"เ้าจะอยากรู้เื่ของผู้อื่นไปทำไม?”น้ำเสียงและสีหน้าของหยวนวั่งเฟิงดูจริงจังขึ้นกว่าเมื่อครู่
“ข้าไม่ควรรู้เื่ของครอบครัวว่าที่สามีหรือเ้าคะ”หยวนหนิงเซี่ยเอ่ยเรียกว่าเขาเป็ว่าที่สามีโดยที่ใบหน้าไม่เปลี่ยนสี ไม่ดูขัดเขินไม่ดูเหนียมอายอย่างที่ควรจะเป็เลยสักนิด
หยวนวั่งเฟิงที่เพิ่งยกชาขึ้นจิบอีกถึงกับสำลักชาออกมาทั้งทางปากและทางจมูก อาการสำลักชามันแสบร้อนทรมานเป็อย่างยิ่ง“จะ!! เ้าพูดอะไรนะ ว่าที่สามีอะไรกัน” หยวนวั่งเฟิงกำลังคิดว่าตัวเองแค่หูฝาดไปจึงถามย้ำเสียงฉะฉาน
“ข้าเลยวัยปักปิ่นมาระยะหนึ่งแล้วตอนนี้จะยื้อเวลาต่อไปก็คงไม่เหมาะ ท่านแม่เริ่มพูดคุยเื่การแต่งงานกับข้าในเวลานี้ข้าคิดว่าเซียวหนานกงเป็บุรุษที่เหมาะสมกับข้ามากที่สุด”คำตอบของนางทำพี่รองคนนี้มึนงงสับสนมิใช่น้อย
“ไม่ใช่ว่าเ้าชอบพอโจวเสิ่นเยี่ยนหรอกหรือไฉนคนที่เ้ายอมแต่งด้วยถึงกลายเป็เ้านั่นไปได้?” หยวนวั่งเฟิงเอ่ยกับน้องสาวอย่างไม่เข้าใจนางเลยสักนิด
หยวนหนิงเซี่ยที่กำลังรินชาถ้วยใหม่ให้พี่ชายถึงกับชะงักงันหว่างคิ้วสวยขมวดเข้าหากันนางจำได้ว่า่เวลานี้เป็่เวลาแรกพบระหว่างนางกับโจวเสิ่นเยี่ยนมิใช่หรือแต่ทว่าั้แ่นางเดินเข้ามาในค่ายทหาร นางก็มิได้ชายตาแลโจวเสิ่นเยี่ยนยิ่งไม่ได้พูดคุยอะไรกับเขาเลยแม้แต่คำเดียว ในเมื่อไม่ได้พูดคุยกันไฉนพี่รองของนางถึงได้เอ่ยว่านางชอบพอโจวเสิ่นเยี่ยน
เช่นนั้นก็หมายความว่านางจำ่เวลาผิด-...-'
“ข้าชอบพอโจวเสิ่นเยี่ยนงั้นหรือ?ท่านพี่... ก่อนนี้ข้าเคยมาที่นี่แล้วหรือเ้าคะ?” หยวนหนิงเซี่ยเอ่ยถามพี่ชายเพื่อยืนยันว่านางจำ่เวลาผิดเพี้ยนไปจากความเป็จริงจริงหรือไม่
“หลายครั้งทีเดียวข้านึกว่าเ้าพอใจโจวเสิ่นเยี่ยนเสียอีก ผลงานเขาก็ดี นิสัยก็พอใช้ได้แต่ดูเป็คนซับซ้อนไปสักหน่อย อีกทั้งยังเป็คนฝ่ายขององค์ชายสี่ดังนั้นคนผู้นี้ไว้ใจไม่ค่อยได้” หยวนวั่งเฟิงเอ่ยข้อเท็จจริงให้น้องสาวฟัง
เขาจดจำได้ว่าน้องสาวเคยพูดว่าชอบอีกฝ่ายเป็อย่างมากและอยากให้อีกฝ่ายเป็สามี อยากให้จวนหยวนส่งแม่สื่อไปพูดคุยเพียงแต่ท่านพ่อไม่เห็นด้วย เขาเองก็เช่นกันเื่ส่งแม่สื่อไปพูดคุยจึงยังไม่เกิดขึ้นแต่กระนั้นก็ไม่มีการกีดขวางการพบปะของหญิงชายทั้งสอง เพราะน้องสาวเป็ดั่งไข่มุกในอุ้งมือของพวกเขาจะบีบบังคับฝืนใจนางไม่ให้พบปะกับชายในดวงใจก็ไม่อาจทำได้จริง ๆ
“ข้าชอบเขางั้นหรืออืม... แต่ช่างมันเถอะ... เอาเป็ว่าตอนนี้ข้าไม่ชอบเขาแล้ว”หยวนหนิงเซี่ยคาดเดาเวลาผิด ทว่าก็ไม่แปลกนัก เวลาผ่านมานับหลายสิบปีจะให้นางจดจำ่เวลาที่ถูกต้องทั้งหมด ย่อมเป็ไปไม่ได้
“ข้าคิดว่าเขาเป็คนซับซ้อนคิดวนไปเวียนมา การเข้าหาข้าของเขาดูมีอะไรมากกว่านั้นจริง ๆดังนั้นบุรุษเช่นนี้คงไม่เหมาะกับข้า”
ทันทีที่น้องสาวเอ่ยมาถึงตรงนี้ผู้พี่ก็เอาแต่ขมวดคิ้วแล้วขมวดคิ้วอีกอยู่นั่น เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆเหตุใดน้องสาวของเขาคนนี้ถึงเปลี่ยนไป
“เ้าเฉลียวฉลาดแบบนี้ั้แ่เมื่อใดกันเซี่ยเอ๋อร์” แม้เขาจะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างแต่เมื่อฉุกคิดแล้วว่านางเปลี่ยนไปในทางที่ดีในฐานะที่เขาเป็พี่ชายของนางเขาก็อดภูมิใจในตัวนางไม่ได้
ดีแล้วที่น้องสาวของเขาคิดได้การกระทำของโจวเสิ่นเยี่ยนผู้นี้แปลกประหลาดจริง ๆเขาเข้ากองทัพมาด้วยการแนะนำของแม่ทัพกู้ แต่เขาเป็บัณฑิตผู้หนึ่งอนาคตในหน้าที่การงานก็ไม่ได้ด้อย แล้วจะเข้ามาในกองทัพทำไมกันยิ่งได้เห็นว่าโจวเสิ่นเยี่ยนผู้นั้นพยายามเข้าหาน้องสาวเขามันก็ชัดเจนแล้วว่าจุดหมายของพวกเขา คือนาง! หาใช่ตำแหน่งหน้าที่ทางทหารในกองทัพ
“ถึงข้าจะซุกซนดื้อรั้น และเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ข้าก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกเ้าค่ะมานั่งคิดนอนคิดดูดี ๆ ก็รู้สึกแปลก ๆ ที่คนผู้นั้นพยายามเข้าหาข้ามากจนเกินไปอย่างไรเขาจะต้องมีเจตนาแอบแฝงอย่างแน่นอน ส่วนพี่ชายเซียว เขาเป็สหายของพวกท่านเป็ศิษย์คนหนึ่งของท่านพ่อ พวกเรารู้จักกันมาั้แ่เด็ก ข้าคิดว่าเขาชอบข้าและเขาก็ไม่มีทางหักหลังตระกูลหยวนของพวกเรา”
“เ้าดูออกด้วยหรือ”ฟังมาถึงตรงนี้หยวนวั่งเฟิงก็ถึงกับะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เวลานี้อาหารอันเลิศรสตรงหน้าแทบไม่อาจเรียกความสนใจของเขาได้เลยเพราะเขาเอาแต่หัวเราะจนหัวสั่นหัวคลอนอยู่เช่นนี้อย่างไรเล่า
“ท่านจะหัวเราะทำไมให้มันเสียงดังไม่อับอายผู้อื่นหรือเ้าคะ”หยวนหนิงเซี่ยรู้สึกอับอายอยู่บ้างที่เื่ของนางกลายเป็เื่ตลกของพี่ชายไปเสียแล้ว
“ในที่สุดเ้าก็ตาสว่างเสียทีน้องพี่เ้าสหายเซียวผู้นั้นชอบเ้ามานาน แต่ดูวิธีการเข้าหาของมันสิเอาแต่กลั่นแกล้งรังแกเ้า ทำให้เ้าโมโหจนเ้าบอกว่าเกลียดมันที่สุดในใต้หล้า”เื่ที่เซียวหนานกงแอบชอบน้องสาวเพียงคนเดียวของพวกเขาพี่ชายทั้งสามของหยวนหนิงเซี่ยล้วนรู้ดี และรู้มาตั้งนานแล้วด้วยแต่ทว่านี่เป็ความลับขั้นสุดยอดระหว่างเซียวหนานกงกับบุรุษแซ่หยวนทั้งสาม
ในเมื่อมันไม่ให้แพร่งพรายพวกเขาก็จะปิดปากเงียบ ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแต่ทว่าบัดนี้นางรู้ความจริงด้วยตัวนางเองแล้วเขาก็ไม่จำเป็ต้องเก็บงำความลับนั้นไว้กับตัวอีก
“ใช่ข้าเคยพูดและเคยรู้สึกกับเขาเช่นนั้นจริง ๆ จนกระทั่ง...”หยวนหนิงเซี่ยยอมรับคำพูดในอดีตของตนเองทุกประการ แต่ว่าอดีตก็ส่วนอดีตตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้
“จนกระทั่งอะไร?”หยวนวั่งเฟิงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นแต่ทว่าน้องสาวตัวแสบของเขาก็ดันไม่ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของเขาเสียนี่หึ้ยยยยมันน่าหงุดหงิดเสียจริง -...-'
“ช่างเถอะเ้าค่ะ”หยวนหนิงเซี่ยเอ่ยตัดบท เพราะนางนึกขึ้นได้ว่าเื่ราวระหว่างนางกับเซียวหนานกงมันซับซ้อนยิ่งนักหากบอกไปว่านางย้อนเวลามาจากอนาคตจึงรู้แจ้งว่าเซียวหนานกงรักปักใจนางลึกซึ้งเพียงใดพี่รองคงหาว่านางเสียสติไปแล้วเป็แน่ ทางที่ดีอย่าพูดถึงเลยจะดีกว่า
“เ้ารู้หรือไม่ว่าคำพูดตอนนั้นของเ้า ทำเ้าเซียวเศร้าซึมอยู่เป็เดือน ๆแล้วตอนนี้เ้ายังมาบอกว่าจะแต่งงานกับมันอีก ขะ ข้าอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงนี่มันวาสนาอะไรกัน กลับตาลปัตรไปเสียหมด”
หยวนหนิงเซี่ยถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเบื่อหน่ายนางไม่พูดอะไรต่ออีก เอาแต่นั่งเงียบและทำหน้าบูดบึ้งด้านของหยวนวั่งเฟิงเมื่อเห็นท่าไม่ดีเข้าและรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มวังเวง เขาจึงหยุดหัวเราะขบขันแล้วเอ่ยกับน้องสาวดี ๆ ว่า
“แล้วเ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะแต่งกับเขาเื่แบบนี้อย่าได้ล้อเล่นเชียว เพราะแม้ว่าเซียวหนานกงจะชอบเ้าแต่สถานการณ์ในจวนโหวนั้นไม่ง่าย มันซับซ้อนกว่าที่คนนอกคิดอย่างเ้าจะรับมือไหวหรือ?”
"ข้าไม่ได้ตัวคนเดียวเสียหน่อยข้ามีท่านแม่ มีท่านพ่อ และมีท่านพี่ทั้งสามคอยหนุนหลังอีกทั้งท่านอาของข้ายังเป็ถึงหวงกุ้ยเฟย แม้จวนสกุลเซียวจะซับซ้อนเพียงใดแต่ด้วยสถานะของข้า พวกเขาก็คงต้องรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง”