วิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade

    ตอนที่ 51: แรงกระเพื่อมแห่งเอกภพ และการตัดวิญญาณสบั้นชะตาสวรรค์

    การร่วงหล่นของดวงดาว อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนได้เพียงชั่วข้ามคืน ทว่าการดับสูญของ 'เซียนสวรรค์' (Heavenly Immortal) ผู้เป็นดั่งเสาหลักค้ำจุนกฎเกณฑ์ของจักรวาล คือหายนะที่สั่นคลอนรากฐานของสรรพสิ่งไปตลอดกาล

    ณ ห้วงลึกที่ห่างไกลออกไปจากเขตแดนฟ้าบรรพกาล ข้ามผ่านทะเลดาราและกำแพงมิติที่สลับซับซ้อน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกแปดแห่งที่เหลือซึ่งถูกปกครองโดยมหาจักรพรรดิโบราณ ต่างรับรู้ได้ถึง 'รอยปริแตก' ของสัจธรรม เสียงระฆังสวรรค์ที่ไม่มีรูปลักษณ์ ดังกังวานก้องไปทั่วทั้งเก้าเขตแดนเทพศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นเสียงกังวานที่โศกเศร้าและแหบพร่า ประดุจเสียงร้องไห้ของฟ้าดินที่สูญเสียบุตรชายคนโปรดไป

    ในตำหนักเพลิงโลหิต (Crimson Inferno Palace) ร่างของบุรุษผู้มีเส้นผมเป็นเปลวไฟสีชาด ลืมตาขึ้นจากห้วงสมาธิที่ยาวนานนับแสนปี เปลวไฟรอบกายของเขาลุกโชนจนหลอมละลายมิติ

    ในวิหารเหมันต์นิรันดร์ (Eternal Frost Shrine) สตรีผู้มีผิวพรรณซีดเผือดดุจน้ำแข็ง ลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์ผลึก ความเย็นเยียบแผ่ซ่านจนแช่แข็งดวงดาวนับร้อยดวงที่โคจรอยู่รอบวิหาร

    มหาจักรพรรดิทั้งแปดพระองค์ที่เหลือ ต่างหันหน้ามองไปยังทิศทางของเขตแดนฟ้าบรรพกาลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความหวาดระแวง พวกมันคือตัวตนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด ไม่เคยรู้จักความกลัว ทว่าในวินาทีนี้ พวกมันกลับสัมผัสได้ถึง 'ความตาย' ที่แท้จริง!

    "ออร่าของฟ้าบรรพกาล... ดับสูญไปแล้วอย่างสมบูรณ์" เสียงของมหาจักรพรรดิเพลิงโลหิตดังก้องผ่านกระแสจิตวิญญาณที่เชื่อมต่อกันระหว่างมหาจักรพรรดิ "แม้แต่วิญญาณเซียนสวรรค์ก็ถูกทำลาย... ไม่มีร่องรอยการไปเกิดใหม่ ไม่มีร่องรอยของการหลบหนี มันถูก 'ลบล้าง' ไปจากสารบบของจักรวาล"

    "ผู้ใดกันที่สามารถสังหารเซียนสวรรค์ในอาณาเขตของมันเองได้? ต่อให้เป็นพวกเราทั้งแปดคนร่วมมือกัน ก็ยังไม่อาจลบล้างวิญญาณของฟ้าบรรพกาลได้หมดจดถึงเพียงนี้!" มหาจักรพรรดินีเหมันต์นิรันดร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

    "หรือว่า... คำทำนายโบราณจะเป็นจริง?" เสียงที่แหบพร่าและเก่าแก่ที่สุดดังก้องมาจากศูนย์กลางของเก้าเขตแดน 'มหาจักรพรรดิเทวะวิญญาณ' (Divine Soul Ancient Emperor) ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเก้ามหาจักรพรรดิ "อาวุธต้องห้ามที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อลบล้างสวรรค์... 'ศัสตราแห่งความไร้รูปลักษณ์' มันได้ตื่นขึ้นแล้ว และผู้ที่ถือครองมัน... กำลังมุ่งหน้ามาเพื่อกลืนกินพวกเราทุกคน"

    ความเงียบสงัดที่น่าขนลุกเข้าปกคลุมวงสนทนาของเหล่าเทพเจ้า มหาจักรพรรดิทั้งแปดต่างรับรู้ได้ถึงภัยคุกคามที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง คำสั่งลับถูกส่งผ่านไปยังกองทัพเซียนทุกหน่วยในแปดเขตแดนที่เหลือ ค่ายกลป้องกันระดับสูงสุดถูกเปิดใช้งาน ทูตสวรรค์นับหมื่นถูกส่งออกไปลาดตระเวนทั่วทุกซอกทุกมุมของจักรวาล การตามล่า 'มารร้ายผมเงิน' ได้กลายเป็นภารกิจอันดับหนึ่งของสวรรค์!

    ในขณะที่ทั่วทั้งแดนเซียนอมตะกำลังตื่นตัวและปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง ตัวการของความโกลาหลทั้งหมดกลับกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการฝึกยตนของตนเอง

    ห่างออกไปจากซากปรักหักพังของนครจักรพรรดิฟ้าบรรพกาลนับร้อยล้านลี้ ท่ามกลางความเวิ้งว้างของอวกาศที่ไร้ซึ่งดวงดาวและแสงสว่าง มีพื้นที่แห่งหนึ่งที่ถูกเรียกว่า 'ห้วงอเวจีบรรพกาล' (Primordial Abyss) มันคือรอยแยกขนาดยักษ์ที่ลึกและมืดมิดจนแม้แต่แสงสว่างก็ถูกดูดกลืนหายไป กฎเกณฑ์ของสวรรค์ไม่อาจแทรกซึมเข้ามาถึงที่นี่ได้ มันคือ 'ดินแดนคนตาย' ที่แท้จริง ที่ซึ่งซากศพของสิ่งมีชีวิตบรรพกาลขนาดยักษ์ที่ตายไปในสงครามยุคก่อน ถูกทิ้งให้ล่องลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยว

    หลินเฟยพุ่งทะยานเข้ามาในห้วงอเวจีบรรพกาลนี้ด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าแสง ร่างของเด็กหนุ่มในชุดเกราะสีดำส่องประกายแสงสีเทาและสีทองคำสลับกันอย่างบ้าคลั่ง!

    อั่ก!

    หลินเฟยกระอักเลือดสีเทาผสมทองคำออกมาคำโต ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนประดุจจะระเบิดออก การกลืนกิน 'วิญญาณเซียนสวรรค์' ของมหาจักรพรรดิฟ้าบรรพกาลเข้าไปโดยตรงนั้น มอบพลังงานที่มหาศาลเกินกว่าที่ร่างกายขอบเขต 'วิญญาณแรกกำเนิดปฐมกาล' ของเขาจะสามารถทนรับไว้ได้นาน พลังงานเหล่านั้นกำลังตีรวนและพยายามจะฉีกร่างของเขาจากภายใน!

    'ทนเอาไว้! เด็กน้อย!' เสียงของจิตวิญญาณศาสตราดังก้องในหัว 'พลังของเซียนสวรรค์มันบริสุทธิ์และทรงอานุภาพเกินไป เจ้าต้องใช้พลังนี้เพื่อทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขต 'ตัดวิญญาณ' (Soul Severing) ให้ได้เดี๋ยวนี้! หากเจ้าควบคุมมันไม่ได้ ร่างกายและวิญญาณของเจ้าจะถูกระเบิดจนกลายเป็นผุยผง!'

    "ข้าไม่ยอม... มาตาย... ด้วยพลังที่ข้าเพิ่งกลืนกินเข้าไปหรอกน่า!"

    หลินเฟยกัดฟันจนเลือดซิบ เขาลอยตัวเข้าหาซากศพของ 'มังกรบรรพกาลเก้าหัว' ขนาดยักษ์ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางห้วงอเวจี ร่างของมังกรตัวนี้ใหญ่โตยิ่งกว่าดาวเคราะห์ มันตายมานานนับล้านปีแล้ว ทว่ากระดูกของมันยังคงแข็งแกร่งและแผ่รังสีแห่งความตายที่เข้มข้น หลินเฟยร่อนลงบนกะโหลกศีรษะหัวหนึ่งของมังกรยักษ์ นั่งขัดสมาธิลงกลางอากาศ และเริ่มกระบวนการที่อันตรายที่สุด!

    การทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขต 'ตัดวิญญาณ' (Soul Severing) สำหรับผู้ฝึกยตนทั่วไปบนแดนสวรรค์ คือการใช้เจตจำนงแห่งสวรรค์เพื่อ 'ตัด' อารมณ์ ความผูกพัน และกิเลสทางโลกทิ้งไป เพื่อให้วิญญาณแรกกำเนิดบริสุทธิ์และเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ

    ทว่า สำหรับผู้ที่บ่มเพาะ 'มรรคาแห่งความไร้รูปลักษณ์' (Formless Dao) อย่างหลินเฟย สัจธรรมของสวรรค์คือสิ่งที่เขาเกลียดชังและต้องการทำลายล้างที่สุด! ดังนั้น การตัดวิญญาณของหลินเฟย จึงไม่ใช่การตัดกิเลส... ทว่ามันคือการ 'ตัดเส้นด้ายแห่งโชคชะตา' ที่สวรรค์ใช้ผูกมัดและบงการตัวเขาออกไปอย่างสมบูรณ์แบบ! มันคือการประกาศตนเป็นปรปักษ์กับจักรวาล และยืนหยัดด้วยเจตจำนงของตนเองเพียงผู้เดียว!

    หลินเฟยหลับตาลง ทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนสยายปีกสีดำและสีขาวออกกว้างสุด พลังงานสีทองคำของวิญญาณเซียนสวรรค์ที่ถูกสูบกลืนมา ถูกบังคับให้ไหลเวียนเข้าสู่ 'ศัสตราไร้ลักษณ์' ที่ลอยอยู่เบื้องหน้าของหลินเฟย

    "จงปรากฏออกมา... เส้นด้ายแห่งสวรรค์!"

    หลินเฟยแผดเสียงคำราม ด้วยอำนาจของปราณปฐมกาลที่ถูกเร่งจนถึงขีดสุด วิสัยทัศน์ของเขาพลันทะลวงผ่านมิติแห่งวัตถุ เข้าสู่มิติแห่งจิตวิญญาณที่แท้จริง! เขามองเห็น 'เส้นด้ายสีทองคำ' นับพันเส้นที่เชื่อมต่ออยู่ตามจุดต่างๆ ของร่างกายและวิญญาณของเขา เส้นด้ายเหล่านี้ทอดยาวขึ้นไปสู่ความว่างเปล่าเบื้องบน มันคือ 'โชคชะตา' 'กรรม' และ 'กฎเกณฑ์' ที่จักรวาลใช้ควบคุมทุกสรรพชีวิต

    "นี่สินะ... ปลอกคอที่พวกเทพเจ้าใช้ล่ามคอพวกเราไว้..." หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต "น่าขยะแขยงสิ้นดี!"

    หลินเฟยยื่นมือขวาออกไปคว้าศัสตราปฐมกาลเบิกสวรรค์ ใบดาบแสงสีเทาโปร่งแสงสั่นพ้องอย่างรุนแรง มันสัมผัสได้ถึงเจตจำนงของผู้เป็นนายที่ต้องการจะห้ำหั่นกับสัจธรรมสูงสุด หลินเฟยรวบรวมพลังงานเซียนสวรรค์ทั้งหมดที่กลืนกินมา ผสมผสานกับปราณปฐมกาล บีบอัดลงไปในคมดาบ จนใบดาบเปล่งแสงสีเทาเข้มข้นจนกลายเป็นสีดำมืดมิด!

    "วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่สิบเอ็ด... ตัดวิญญาณสบั้นชะตา!"

    ฉัวะะะะะ!

    หลินเฟยไม่ได้ตวัดดาบฟาดฟันศัตรู ทว่าเขากลับตวัดดาบ 'ฟาดฟันใส่ตัวเอง'!

    คมดาบมฤตยูไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกายหยกอมตะ ทว่ามันพุ่งทะลวงเข้าสู่มิติแห่งวิญญาณ และตัด 'เส้นด้ายสีทองคำ' ที่เชื่อมต่ออยู่กับจิตวิญญาณของเขาจนขาดสะบั้น!

    "อ๊ากกกกกกกก!"

    เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เหนือล้ำกว่าความตาย ดังก้องออกจากปากของหลินเฟย! การตัดเส้นด้ายแห่งโชคชะตา ก็เหมือนกับการตัดเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงวิญญาณมาตั้งแต่กำเนิด ทันทีที่เส้นด้ายขาดลง กฎเกณฑ์ของจักรวาลก็ตีกลับอย่างรุนแรง สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สีม่วงดำนับหมื่นเส้น ก่อตัวขึ้นในห้วงอเวจีบรรพกาล พุ่งโหมกระหน่ำเข้าใส่ร่างของเด็กหนุ่มราวกับต้องการบดขยี้ผู้ที่กล้าฝ่าฝืนลิขิตฟ้าให้แหลกเป็นจุล!

    ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!

    สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ผ่าลงมากระแทกเกราะสีดำของหลินเฟยอย่างบ้าคลั่ง ทว่าหลินเฟยไม่ยอมแพ้ เขากัดฟันจนเลือดไหลกลบปาก ตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ฟาดฟันอย่างต่อเนื่อง!

    ฉับ! ฉับ! ฉับ! ฉับ!

    เส้นด้ายแห่งโชคชะตาถูกตัดขาดไปทีละเส้น ทีละเส้น ทุกครั้งที่มันขาดลง ความเจ็บปวดจะทวีคูณขึ้นนับร้อยเท่า ร่างกายของหลินเฟยปริแตก เลือดสีเทาและสีทองทะลักออกมาอาบชโลมกระดูกมังกรบรรพกาลเบื้องล่าง ทว่าในความเจ็บปวดนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึง 'อิสรภาพ' ที่แท้จริง! น้ำหนักของกฎเกณฑ์สวรรค์ที่เคยกดทับวิญญาณ ค่อยๆ มลายหายไป

    จนกระทั่ง... เส้นด้ายสีทองคำเส้นสุดท้าย ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเชื่อมต่อโดยตรงกับ 'ทารกปฐมกาล' ในจุดตันเถียน ถูกศัสตราไร้ลักษณ์ตัดขาดสะบั้น!

    เพล้งงงงงงงง!

    เสียงคล้ายโซ่ตรวนที่ผูกมัดจักรวาลถูกกระชากขาดดังสนั่น! ทันใดนั้น สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สีม่วงดำนับหมื่นเส้นที่กำลังจะผ่าลงมา กลับหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆ สลายหายไปในความว่างเปล่า!

    จักรวาล... ไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสตัวตนของ 'หลินเฟย' ได้อีกต่อไป!

    ในสายตาของกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน หลินเฟยได้ 'ตาย' ไปแล้ว เขาถูกลบออกจากสารบบของโชคชะตาอย่างสมบูรณ์แบบ บัดนี้ เขาคือ 'ตัวบั๊ก' ของจักรวาล คือตัวตนที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ เหนือสัจธรรม และเหนือการควบคุมของมหาเทพองค์ใดๆ ทั้งสิ้น!

    ซ่าาาาาาาา!

    เมื่อพันธนาการถูกทำลาย พลังงานระดับวิญญาณแรกกำเนิดปฐมกาลที่อัดแน่นอยู่ภายใน ก็ระเบิดออกและแปรสภาพอย่างสมบูรณ์! ทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนเติบโตขึ้น ร่างกายครึ่งมารครึ่งทูตสวรรค์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างเนื้อของหลินเฟย!

    หลินเฟยลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเทาของเขาบัดนี้ลึกล้ำและมืดมิดประดุจหลุมดำที่กลืนกินแสงสว่างทั้งหมด ผิวพรรณของเขาเปล่งประกายความสมบูรณ์แบบที่อยู่เหนือกาลเวลา บาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างสมานตัวในพริบตา รังสีพลังที่แผ่ออกมา ไม่ได้หนักอึ้งดุจขุนเขาอีกต่อไป ทว่ามัน 'ว่างเปล่า' และ 'เย็นเยียบ' จนน่าสะพรึงกลัว!

    นี่คือขอบเขต 'ตัดวิญญาณปฐมกาล' (Primordial Soul Severing) อย่างแท้จริง!

    หลินเฟยค่อยๆ ยืนขึ้นบนกะโหลกมังกร เขากำหมัดเบาๆ มิติรอบตัวของเขาก็ปริแตกและสลายกลายเป็นผุยผงอย่างง่ายดาย พลังของเขาในยามนี้ แข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนที่สังหารมหาจักรพรรดิฟ้าบรรพกาลนับสิบเท่า! หากเขาเผชิญหน้ากับมหาจักรพรรดิอีกครั้ง เขาไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนท่าที่สิบด้วยซ้ำ เพียงแค่การฟาดฟันธรรมดา ก็เพียงพอที่จะบดขยี้เซียนสวรรค์ให้แหลกคาที่!

    "ความรู้สึกของการที่ไม่มีโซ่ล่ามคอมันเป็นแบบนี้นี่เอง..." หลินเฟยพึมพำ รอยยิ้มที่เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "บัดนี้ ข้าคือผู้สร้างสัจธรรมของข้าเอง"

    ทว่า ในขณะที่หลินเฟยกำลังดื่มด่ำกับพลังใหม่ ความว่างเปล่าของห้วงอเวจีบรรพกาลก็เกิดความเปลี่ยนแปลง!

    ครืนนนนนนนนนน!

    ห่างออกไปจากจุดที่เขายืนอยู่ไม่กี่ร้อยลี้ ความมืดมิดที่ว่างเปล่าพลันบิดเบี้ยว ดวงตาขนาดยักษ์สีแดงฉานคู่หนึ่ง... ค่อยๆ เปิดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด! ดวงตาคู่นี้ใหญ่โตยิ่งกว่าดาวเคราะห์ มันจ้องมองมาที่หลินเฟยด้วยสายตาที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นยิ่งกว่าของหลินเฟยนับร้อยเท่า!

    มันคือ 'เจตจำนงตกค้าง' ของมหาเทพบรรพกาลที่แท้จริง! สิ่งมีชีวิตที่เป็นเจ้าของกระดูกมังกรและซากศพนับไม่ถ้วนในห้วงอเวจีแห่งนี้! มันคือตัวตนที่เคยถูกขนานนามว่า 'ผู้คุมกฎแห่งบรรพกาล' ก่อนที่จะถูกพวกเซียนสวรรค์รุ่นใหม่ลอบสังหารและแย่งชิงอำนาจไป

    "กลิ่นอายนี้... กลิ่นอายแห่งความว่างเปล่าที่แท้จริง..." เสียงกระแสจิตที่เก่าแก่และแหบพร่าดังก้องในโสตประสาทของหลินเฟย มันไม่ใช่เสียงข่มขู่ ทว่ามันเป็นเสียงที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ "เนิ่นนานนับอสงไขย... ในที่สุด ก็มีสิ่งมีชีวิตที่สามารถปลดแอกตนเองจากวงล้อแห่งสัจธรรมจอมปลอมนี้ได้สำเร็จ... และเจ้า... ยังถือครองชิ้นส่วนของ 'อาวุธนั่น' อีกด้วย"

    หลินเฟยไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัว เขาเพียงแค่กระชับศัสตราปฐมกาลในมือ มองสบตากับดวงตายักษ์สีแดงฉานอย่างเยือกเย็น

    "ถ้าแกคิดจะมาทวงดาบเล่มนี้ หรืออยากจะลองดีกับพลังใหม่ของข้า... ก็เชิญเข้ามา! แต่ขอบอกไว้ก่อน ว่าดาบของข้ามันไม่สนหรอกนะ ว่าแกจะเก่าแก่หรือยิ่งใหญ่มาจากไหน!"

    "ฮ่าๆๆๆ! ช่างโอหังและไร้ความหวาดกลัวดั่งเช่นผู้ที่สร้างอาวุธนั่นไม่มีผิด!" ดวงตายักษ์หัวเราะ เสียงหัวเราะทำให้มิติสั่นสะเทือน "ข้าคือ 'ไท่ซู' (Tai Shu) เจตจำนงที่หลงเหลืออยู่ของเทพปฐมกาล ข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อเจ้า เด็กน้อย... ในทางกลับกัน... ข้าคือผู้ที่รอคอยการมาถึงของเจ้า เพื่อมอบ 'ความจริง' ให้แก่เจ้า"

    "ความจริง?" หลินเฟยหรี่ตาลง "ข้าไม่เชื่อคำพูดของพวกตัวตนที่เรียกตัวเองว่าเทพเจ้าหรอกนะ"

    "เจ้าสมควรที่จะระแวง... เพราะสิ่งที่เจ้ารู้มาทั้งหมด มันคือความจริงเพียงครึ่งเดียว!" เสียงของไท่ซูดังขึ้นพร้อมกับภาพนิมิตที่ถูกส่งตรงเข้าสู่สมองของหลินเฟย "เจ้าคิดว่ามหาจักรพรรดิทั้งเก้า คือจุดสูงสุดของสัจธรรมงั้นรึ? เจ้าคิดว่าพวกมันคือผู้สร้างค่ายกลกลืนโลก เพื่อสูบพลังไปยืดอายุขัยตนเองงั้นรึ? ผิดแล้ว! พวกมันเป็นเพียงแค่... 'คนรับใช้' ที่ทำหน้าที่ป้อนอาหารให้กับบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น!"

    ภาพนิมิตในสมองของหลินเฟย เผยให้เห็นใจกลางของแดนเซียนอมตะ... สถานที่ที่ลึกล้ำยิ่งกว่าสวรรค์ชั้นที่เก้า! ณ ศูนย์กลางของจักรวาลทั้งหมด มีก้อนเนื้อขนาดยักษ์ที่มีเส้นเลือดนับล้านล้านเส้นเชื่อมต่อกับดวงดาวและมิติทุกระดับ มันกำลังเต้นตุบๆ และดูดกลืนพลังชีวิตของสรรพสิ่งอย่างช้าๆ!

    "มันคือ 'มารดรแห่งปรสิตเทวะ' (Celestial Parasite Mother) หรือที่พวกเซียนสวรรค์โง่เขลาเรียกขานมันว่า 'พระเจ้าที่แท้จริง' (True False God)!" ไท่ซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น "พวกข้าเทพปฐมกาล เคยพยายามจะทำลายมัน แต่กลับพ่ายแพ้ และถูกพวกมนุษย์ที่หักหลังอย่างมหาจักรพรรดิทั้งเก้า ลอบสังหารและโยนร่างมาทิ้งไว้ที่นี่!"

    หลินเฟยเบิกตากว้างเมื่อได้เห็นภาพนิมิตนั้น ความจริงที่ว่าโลกนี้เป็นเพียงฟาร์มเพาะเลี้ยงของปรสิตขนาดยักษ์ ทำให้จิตสังหารของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด!

    "ศัสตราแห่งความไร้รูปลักษณ์ในมือของเจ้า คืออาวุธเพียงชิ้นเดียวในจักรวาลที่สามารถทำลายแก่นแท้ของมันได้! ทว่า ในสภาพปัจจุบัน ดาบของเจ้ายังไม่สมบูรณ์..." ไท่ซูกล่าวต่อ "เจ้าต้องรวบรวม 'แก่นกลางดาราดับสูญ' ให้ครบทั้งหมด ซึ่งชิ้นส่วนที่เหลือ... ถูกแบ่งให้มหาจักรพรรดิทั้งเก้าเก็บรักษาไว้! หากเจ้าต้องการจะล้างบางความจอมปลอมนี้อย่างแท้จริง... เจ้าต้องบุกไปสังหารมหาจักรพรรดิที่เหลือให้หมด!"

    "ไม่ต้องให้แกมาสั่ง ข้าก็ตั้งใจจะสับพวกมันให้ละเอียดอยู่แล้ว" หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต "เป้าหมายต่อไปของข้าคือที่ไหน?"

    "ทางทิศเหนือของห้วงอเวจีนี้... คือ 'เขตแดนเพลิงโลหิต' (Crimson Inferno Domain) ที่ประทับของมหาจักรพรรดิเพลิงโลหิต ผู้ครอบครองเปลวไฟที่สามารถเผาผลาญได้แม้กระทั่งความว่างเปล่า..." ดวงตายักษ์ของไท่ซูค่อยๆ ปิดลง พลังงานที่เหลืออยู่ของมันถูกใช้ไปจนหมด "จงไปเถิด... มารไร้ลักษณ์... จงนำพายุแห่งการลบล้าง ไปเผาผลาญสวรรค์ให้ราบเป็นหน้ากลอง!"

    สิ้นเสียงของไท่ซู ดวงตายักษ์ก็สลายกลายเป็นหมอกควันและหายไปในความมืดมิด ทิ้งให้หลินเฟยยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความเงียบสงัดของห้วงอเวจีบรรพกาล

    หลินเฟยยกศัสตราปฐมกาลขึ้นมาดู นัยน์ตาสีเทาทอประกายความบ้าคลั่งที่เหนือกว่าครั้งใดๆ การผจญภัยของเขาเพิ่งจะก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่แท้จริง!

    "เขตแดนเพลิงโลหิต... เตรียมตัวรับการมาเยือนของจุดจบได้เลย!"

    ร่างของเด็กหนุ่มผมสีเงิน พุ่งทะยานออกจากการเร้นกายในห้วงอเวจีบรรพกาล กลายเป็นเส้นแสงสีเทาปฐมกาลที่ไร้ซึ่งโชคชะตาผูกมัด แหวกความมืดมิดมุ่งหน้าสู่สวรรค์ชั้นต่อไป การล่าสังหารมหาจักรพรรดิองค์ที่สองแห่งแดนเซียนอมตะ... กำลังจะอุบัติขึ้น!

    คล้ายกับเรื่องวิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade ที่คุณอ่าน