น่าทึ่ง น่าทึ่งยิ่งนัก
คำพูดของหลี่เฉิงเฟิงช่างน่าอัศจรรย์ อนึ่งโครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือนี้ ไม่เพียงคลี่คลายปีแห่งภัยพิบัติของต้าถังได้อย่างราบรื่น ทว่ายังช่วยป้องกันภัยธรรมชาติในปีหน้าได้อีกด้วย
ด้วยวิธีการนี้ ต้าถังในอนาคตจะไม่เจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร?
ในเวลานี้ ไม่เพียงแต่หลี่ซื่อหมินที่รู้สึกใกับคำพูดของหลี่เฉิงเฟิง แม้แต่เหล่าขุนนางในท้องพระโรงก็รู้สึกประทับใจต่อหลี่เฉิงเฟิงทันที
“เฟิงเอ๋อร์ เ้าคิดว่าโครงการใหญ่เช่นโครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือ ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่จึงจะแล้วเสร็จ?”
หลี่ซื่อหมินยังคงถามความเห็นต่อไป
เขาอยากรู้ว่าหลี่เฉิงเฟิงคิดวิธีอันยอดเยี่ยมอย่างโครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือได้โดยบังเอิญหรือคิดไว้นานแล้ว!
หลี่เฉิงเฟิงเอ่ยว่า “ทูลเสด็จพ่อ หากใช้พลังของเหล่าราษฎรทั้งหมดในต้าถัง ก็จะสามารถขุดคลองใหญ่ทั้งสายได้ในเวลาไม่ถึงสามปี! ในระหว่างนี้เสด็จพ่อสามารถใช้ทองคำในคลังหลวง จ่ายค่าแรงงานได้! ด้วยวิธีนี้ ราษฎรมีงานทำ มีเงินใช้ ประหยัดเสบียงอาหารในปีแห่งภัยแล้ง เมื่อผู้คนทำเงินได้ เราก็แค่ทำการค้าระหว่างประเทศ นำเข้าวัตถุดิบ เมื่อนั้นผู้คนย่อมไม่อดอยาก หรือบางทีพวกเขาอาจจะมีชีวิตที่ดีขึ้นก็เป็ได้!”
“อะไรนะ? เฟิงเอ๋อร์ อะไรคือการค้าระหว่างประเทศ? อะไรคือการนำเข้า?”
คำพูดของหลี่เฉิงเฟิงทำให้หลี่ซื่อหมินกับเหล่าขุนนางในท้องพระโรงงุนงง
การค้ากับการนำเข้าระหว่างประเทศ หมายความว่าอย่างไรกัน?
สิ่งที่เขาพูดดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่มีความหมายว่าอย่างไร?
หลี่เฉิงเฟิงตระหนักได้ว่าคำศัพท์ทางวิชาการของเขาไม่ใกล้เคียงกับคำศัพท์ในปัจจุบันของต้าถัง
ดังนั้นเขาจึงกระแอมแล้วอธิบายว่า “เสด็จพ่อ การค้ากับการนำเข้าระหว่างประเทศนั้น เป็การใช้เงินของต้าถังเรา ซื้อสินค้าจากต่างอาณาจักร ลดกำลังแรงงานในต้าถัง เพื่อให้ได้รับวัตถุดิบที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือ ตราบใดที่ใช้จ่ายเงินบางส่วน พวกเราก็จะได้ในสิ่งที่ทุกคน้า! นี่แหละคือการค้ากับการนำเข้าระหว่างประเทศพ่ะย่ะค่ะ!”
หลังจากเอ่ยเช่นนั้น หลี่ซื่อหมินก็ตกตะลึงไปทั้งร่าง
ปากของหลี่เฉิงเฟิงราวกับธารน้ำ พูดเป็น้ำไหลไฟดับ ปากเอ่ยคำต่าง ๆ นานา ทั้งยังพูดได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งนัก
ตอนนี้ภายในศีรษะของหลี่ซื่อหมินเต็มไปด้วยคำว่า : อัจฉริยะ!
“เฟิงเอ๋อร์ เ้าเคยทำเช่นนั้นมาก่อนงั้นหรือ?” หลี่ซื่อหมินตรัสถาม
“เอ่อ ไม่เคยพ่ะย่ะค่ะ! สิ่งที่ข้าเคยทำคือนักวิจัยโบราณคดี!” หลี่เฉิงเฟิงตอบกลับ
“นักวิจัยโบราณคดีงั้นรึ อื้ม แบบนั้นก็ไม่เลว!”
หลี่ซื่อหมินลูบเคราพร้อมพยักหน้า แสร้งทำเป็เข้าใจงานที่หลี่เฉิงเฟิงพูดถึง
ท้ายที่สุดในฐานะที่เขาเป็ฮ่องเต้ หากถามบุตรชายวัยหกขวบแล้วไม่เข้าใจ เขาจะรักษาศักดิ์ศรีราชวงศ์ไว้ได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ขุนนางฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารต่างก็กำลังฟังอยู่ในท้องพระโรง ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หลี่ซื่อหมินก็ต้องคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ของฮ่องเต้
ทว่าหลี่เฉิงเฟิงลอบขบขัน
หลี่ซื่อหมินผู้นี้ช่างเสแสร้งนัก เขาแกล้งทำเป็รู้ว่างานวิจัยในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดคืออะไร
ไร้ยางอาย!
“เช่นนั้นข้าขอถามเสด็จพ่อ ท่านรู้หรือไม่ว่างานก่อนนี้ของข้าคืออะไร?”
“ห๊ะ?”
หลังจากหลี่เฉิงเฟิงพูดจบ หลี่ซื่อหมินก็เบิกตากว้างในทันใด ราวกับจะพูดว่า ‘เฟิงเอ๋อร์โปรดอย่าถามเราเลย เราไม่รู้!’
เบื้องล่างท้องพระโรง ฝางเสวียนหลิงที่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบพูดเบี่ยงประเด็นว่า “ฝ่าา องค์ชายแปดช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก เขาจะต้องเป็กระดูกสันหลังของต้าถังในอนาคตเป็แน่พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา องค์ชายแปดทรงคิดโครงการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ โครงการใหญ่ต้านภัยธรรมชาติด้วยกำลังคนเช่นนี้ ฝ่าาจะทรงให้รางวัลใดแก่องค์ชายแปดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ฮ่าฮ่า ไหลกั๋วกงพูดถูก เฟิงเอ๋อร์ในวัยหกขวบสามารถคิดวิถีทางอันยอดเยี่ยมขึ้นมาได้ สมควรตบรางวัล! ดังนั้นเราตัดสินจะมอบหนึ่งพันเหรียญทองแก่องค์ชาย หนึ่งหมื่นเหรียญทองแก่กลวิธีของเขา มอบให้อ๋องน้อยของเราเป็เงินทั้งหมดหนึ่งหมื่นหนึ่งพันเหรียญทอง! อ๋องน้อย เ้าว่าอย่างไร?”
“ลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อ!”
หลี่เฉิงเฟิงปิดปากหัวเราะคิกคัก
เพียงสุ่มกลวิธีสักอย่าง ก็ทำเงินได้หนึ่งหมื่นหนึ่งพันเหรียญทองแล้ว? ด้วยเงินจำนวนนี้ เขาก็สามารถซื้อร้านค้าบนถนนสายหลักในเมืองฉางอันได้แล้ว!
เนื่องจากหลี่ซื่อหมินให้รางวัลแก่เขาเป็จำนวนมหาศาล หลี่เฉิงเฟิงจึงไม่คิดหักหน้าหลี่ซื่อหมินต่อแล้ว
ในทางกลับกัน คิ้วที่เคยขมวดปมของหลี่ซื่อหมินก็คลายออกอย่างัผาสุข
หลี่ซื่อหมินเอ่ยว่า “ฝางเสวียนหลิง ตู้หรูฮุ่ย เราจะมอบโครงการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ ให้พวกเ้าสองอัครมหาเสนาบดีทำการคลี่คลาย! ภารกิจอันหนักหนานี้ พวกเ้าต้องจัดการให้ดี!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา! พวกกระหม่อมจะไม่ทรยศความคาดหวังของพระองค์!”
ฝางเสวียนหลิงกับตู้หรูฮุ่ยประสานมือน้อมคำนับ
หลี่ซื่อหมินมอบหมายให้สองอัครมหาเสนาบดีผู้โดดเด่นที่สุดรับผิดชอบโครงการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ แสดงให้เห็นว่าหลี่ซื่อหมินใส่ใจกับปัญหานี้เพียงไหน!
ดังที่หลี่เฉิงเฟิงกล่าวไว้เมื่อครู่ โครงการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ ต้องใช้กำลังคนกับทรัพยากรเป็จำนวนมากใน่แรก แต่เมื่อเสร็จลุล่วง ต้าถังทั้งปวงจะต้องกลายเป็ัเร้นต้านลม โผบินเหนือท้องนภา
ตราบใดที่ปัญหาความเป็อยู่ของราษฎรได้รับการแก้ไข แล้วต้าถังในอนาคตจะไม่รุ่งโรจน์ได้อย่างไร?
……
หลังเสร็จจากการหารือ โครงการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ ของหลี่เฉิงเฟิงก็เป็ที่พูดถึงไปทั่วทั้งพระราชวัง
ขุนนางระดับสูงในต้าถังประกาศกู่ก้องออกมา “น่าอัศจรรย์ ต้าถังได้ถือกำเนิดองค์ชายผู้อัจฉริยะแล้ว กลวิธีของเขา สามารถแก้ปัญหาอันน่ากลัดกลุ้มมากมายที่รบกวนฮ่องเต้ได้ทั้งหมด!”
“ถูกต้อง ตอนที่ข้าอยู่ในท้องพระโรง ยามมได้ฟังโครงการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ ข้าก็รู้สึกชื่นชมองค์ชายแปดอย่างสุดซึ้งทันที!”
“ผู้ที่สามารถคิดกลวิธีเช่นนี้ได้ จะต้องเป็คนมากพร์ผู้ตกลงมาจาก์!”
“ข้าคิดว่าองค์ชายแปดเป็เพียงเด็กซนคนหนึ่งเท่านั้น ไม่คิดว่าสติปัญญาขององค์ชายแปดจะเหนือล้ำกว่าคนทั่วไปมาก เป็ข้าที่สายตาพร่ามัว ช่างน่าละอายใจนัก!”
ด้วยเหตุนี้หลี่เฉิงเฟิงผู้วางแผนได้ถูกที่ถูกทาง จึงกลายเป็อัจฉริยะร้อยปีมีหนในสายตาของเหล่าขุนนางชั้นสูงแห่งต้าถัง
พวกเขาคิดว่าหลังจากเหตุการณ์นี้ หลี่ซื่อหมินจะต้องให้ความสำคัญกับหลี่เฉิงเฟิงเป็แน่แท้
หากตำแหน่งองค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ถังไม่ได้ถูกส่งต่อไปยังหลี่เฉิงเฉียน บุตรชายคนโตของหลี่ซื่อหมิน เกรงว่าด้วยสติปัญญาของหลี่เฉิงเฟิง เขาจะต้องมีสิทธิ์ในตำแหน่งองค์รัชทายาทอย่างแน่นอน!
ซึ่งหลี่ซื่อหมินได้ก่อตั้งหลี่เฉิงเฉียนในฐานะองค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ถังั้แ่เนิ่น ๆ แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
เขาไม่อยากเห็นเหล่าบุตรชายของตนเองก่อศึกชิงบัลลังก์ราชวงศ์ถัง!
……
หลังจากเลิกประชุม หลี่เฉิงเฟิงจึงกลับมาที่จวนเจิ้นอ๋อง
ภายในจวนเจิ้นอ๋องอันกว้างใหญ่ นอกจากหลี่เฉิงเฟิงกับขันทีประจำตัวของเขาหวูกงกง ยังมีสาวใช้อายุสิบสามปีอีกสองคน ชื่อว่าเสี่ยวหลานกับอาไฉ!
สาวใช้ทั้งสองคนนี้ ปกตินอกจากดูแลชีวิตประจำวันของหลี่เฉิงเฟิงแล้ว ยังต้องทำความสะอาดจวนเจิ้นอ๋องอีกด้วย
นอกจากกวาดพื้น ตัดหญ้า ชีวิตของพวกนางก็สุขสบายเป็อย่างมาก
“หวูกงกง มานี่ เอาน้ำแข็งมาให้ข้าหน่อย ข้าร้อนมาก!”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายแปด บ่าวจะเข้าวังหาน้ำแข็งให้องค์ชายแปดพ่ะย่ะค่ะ!”
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หวูกงกงจะออกไป เขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า “ฝ่าาเสด็จแล้ว!”
ฝ่าาเสด็จแล้ว?
หวูกงกงสะดุ้งใ รีบคุกเข่าลงกับพื้นพลันเอ่ยขึ้น “บ่าวถวายบังคมฝ่าา!”