เมื่อถึงเวลาพลบค่ำชาวบ้านทุกคนก็ออกมาร่วมงานเลี้ยงที่ท่านผู้นำจัดขึ้นเพื่อต้อนรับองค์ชายสามและพระชายาที่ลานหน้าหมู่บ้าน
“องค์ชายสาม! รอด้วย!”ผุ้กองสาวรีบวิ่งตามองค์ชายลงมาจากเรือนด้วยความทุลักทุเลเนื่องจากชุดที่เธอใส่ค่อนข้างรุ่มร่าม
“เ้านี่ช่างเป็หญิงสาวที่ไม่มีความสำรวมกายวาจาเลยแม้แต่น้อย ข้าละเบื่อหน่าย อย่าลืมสิฐานะตอนนี้เ้าเป็พระชายาของข้าอยู่นะ”องค์ชายบ่นเบาๆเมื่อหญิงสาววิ่งมาใกล้
“แต่ข้าไม่ได้ขอให้ท่านรับเป็เมียเสียหน่อย ท่านยกให้ข้าเป็เองนะ เสียใจด้วยถ้าอยากเอาตำแหน่งพระชายาคืนก็ไปประกาศเอาหน้าลานเลย ฮ่าๆๆ”ผู้กองกองสาวว่าองค์ชายหนุ่มแล้วหัวเราะออกมา
“เ้านี่ช่างเถียงคำไม่ตกฟาก แล้วดูพูดจาเข้าแต่ละคำไม่สมกับเป็หญิงสาวเลยสักนิดเดียว”องค์ชายบ่นและส่ายหัวเบาๆในความดื้อของหญิงสาวข้างๆและกิริยาท่าทางของเธอ
“ไปได้แล้วมั้ง มายืนบ่นเป็ตาแก่ไปได้”ผู้กองสาวหันมาต่อว่าและรีบเดินหนีเขาไปก่อนที่เขาจะทันได้บ่นเธออีก
เมื่อเดินเข้ามาในงานก็เห็นชาวบ้านทุกคนกำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยงที่จัดแบบง่ายๆ ได้ความรู้สึกเหมือนงานเลี้ยงเล็กๆ แถวต่างจังหวัดที่เคยไปกับแม่ตอนเด็กๆ ดูอบอุ่นไม่วุ่นวาย
“เชิญทางนี้เพคะพระชายา องค์ชาย”นายหญิงรีบเดินออกมาต้อนรับพร้อมกับท่านผู้นำ
“ขอบใจท่านทั้งสองมาก”องค์ชายกล่าวขอบใจเมื่อนั่งลงแล้ว เพราะทุกคนให้การต้อนรับกองทัพของเขาเป็อย่างดี
“อาหารน่ากินมากเลย วันนี้จะจัดให้ท้องแตกเลย ฮ่าๆๆ”ผู้กองสาวรีบบอกนายหญิงเมื่อเห็นอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า จนนายหญิงต้องหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูท่าทางของพระชายาสาว
“ฮะฮื้ม”องค์ชายทรงกระแอมเบาเพื่อเตือนให้นางสำรวม
“อะไรติดคอเหรอ เอ๊ะ! แต่ก็ยังไม่ทันได้กินอะไรสักอย่าง”หญิงสาวเงยหน้าถามอย่างไม่เข้าใจ
“สำรวมวาจาท่าทางหน่อย”องค์ชายกระซิบเธอเบาๆ
“แค่นี้ก็บ่นอีกแล้ว เฮ้อ”ผู้กองสาวถึงกับถอนหายใจในความขี้บ่นขององค์ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ คิดในใจ จะให้นั่งพับเพียบกินข้าวทีละเม็ดเลยไหมถึงจะพอใจ งั้นคงต้องไปหานางสาวไทยมาเป็เมียละมั้ง ฉันตำรวจกองปราบโว้ย จะให้มานั่งหงิมๆ มันคงจะยากกว่ามดขี้ออกมาเป็ช้างแล้วละ เฮ้ย! ห้ามคิดเื่ข้าวเวลากินขี้ เอ้ย! ห้ามคิดถึงเื่ขี้เวลากินข้าว ฮ่าๆๆ ไปกันใหญ่ละตู
หลังจากทานอาหารเสร็จทั้งหมดก็มานั่งชมชาวบ้านออกมาเล่นเครื่องดนตรีประจำหมู่บ้านให้ฟัง และสักพักก็มีสาวชาวบ้านนำไหสุรามาวางไว้ตรงหน้าพร้อมแก้วที่คล้ายจอกน้ำชาอยู่สามใบ
“ลองสุราของหมู่บ้านนี้หน่อยไหมพะย่ะค่ะ ข้าลองแล้วรสชาติดีทีเดียว”ขันทีฟังกงเอ่ยถามองค์ชายของตน
“สุราบ่มเองที่หมู่บ้านเป็สูตรที่สืบทอดมาั้แ่รุ่นบรรพบุรุษพะย่ะค่ะ”ท่านผู้นำรีบบอก
“สักหน่อยก็ดีเหมือนกัน เ้าละ อยากลองไหม แต่เป็หญิงสาวคงไม่ดื่มสุราหรอก เ้าจะขึ้นเรือนไปนอนก่อนก็ย่อมได้”องค์ชายหันมาบอกหญิงสาวข้างๆ
“ใครบอกว่าฉัน เอ้ย! ข้าจะไปนอน ข้าจะดื่มด้วยคน”ผู้กองสาวตอบด้วยใบหน้านิ่งๆ คิดในใจ ระดับผู้กองก้ามปูต้องได้ลองเหล้าจีนสิจะได้ไปโม้ให้หมวดต้นมันฟังว่าเด็ดขนาดไหน ในเมื่อโผล่มาละก็ลองกินมันให้หมดนี่แหละ ขอแค่ไม่ทุบหัวหมากับจับงูมาย่างเธอก็คงกินได้หมด ฮ่าๆๆ เมื่อหญิงสาวพูดจบคนฟังทั้งหมดตาโตอย่างไม่คิดว่าหญิงสาวจะดื่มสุราเป็
“เ้านี่นะ จะดื่มสุรากับข้า เดี๋ยวก็เมาหนัก ข้าว่าเ้าไปนอนเถอะ”องค์ชายถามอย่างไม่เห็นด้วยที่เป็หญิงสาวจะมานั่งดื่มสุรา
“ก่อนจะมาห่วงฉันห่วงตัวเองก่อนเถอะ องค์ชายหน้าขาวแต่ปากแดง ฮ่าๆๆ”ผู้กองสาวบ่นกับตัวเองเบาๆและแอบหัวเราะ
“เ้าว่าอะไร ข้าไม่เห็นได้ยิน”องค์ชายถาม
“ปล่าวสักหน่อย หูแว่วนะสิ”ผู้กองสาวรีบปฏิเสธ
“นั่งสิฟังกง วันนี้เราจะนั่งในฐานะเพื่อนสนิท ไม่มีองค์ชายบ่าวรับใช้อะไรทั้งสิ้น”องค์ชายบอกแก่ขันทีหนุ่ม
“ไม่ได้หรอกพะย่ะค่ะ”ขันทีฟังกงรีบปฏิเสธทันที
“ข้าสั่ง เ้ามีหน้าที่ต้องทำตาม”องค์ชายบอก
“แต่...”ขันทีฟังกงจะปฏิเสธ
“ทุกเื่และนี่คือคำสั่งข้า”องค์ชายตอบ
เมื่อได้ยินองค์ชายพูดประโยคนี้กับลูกน้องคนสนิทเธอถึงกับนิ่งไป คิดถึงหมวดต้นและลูกน้องทุกคน เพราะเวลาที่เธอ้าสั่งลูกน้องทุกคนให้ทำตามคำพูดที่ติดปากสำหรับเธอคือ “นี่คือคำสั่ง” เหมือนกัน คิดแล้วก็เศร้าจะหาทางกลับยังไงก็ยังไม่รู้เลย
“พะย่ะค่ะ”ขันทีฟังกงรับคำและขึ้นมานั่งข้างๆองค์ชายหนุ่ม
“เ้าจะไม่คิดกลับใจขึ้นไปนอนก่อนบ้างเหรอ”องค์ชายหันมาถามหญิงสาว
“ไม่ คำไหนคำนั้น ข้าจะดื่ม”หญิงสาวยืนยันเสียงแข็งพร้อมคว้าจอกมาเทสุราลงไปและเริ่มดื่มเป็คนแรกโดยไม่สนใจสายตาห้ามปรามขององค์ชายหนุ่มที่มองมา
“แคกๆๆ แอะ”พอสุราเข้าปากยังไม่ทันกลืนลงคอก็ต้องสำลักเพราะความเข้มจนรู้สึกแสบคอไปหมด
“นั่นไง ข้าว่าแล้วเ้ามันเด็กดื้อ ฟังกงเอาน้ำมาให้นางที”องค์ชายรีบเข้ามาลูบหลังให้หญิงสาวด้วยความเป็ห่วงที่เห็นเธอสำลักสุราจนหน้าแดง
“อื้มๆๆ อะฮื้มๆๆ เฮ้อ ข้า... ข้าไม่เป็ไร ก็แค่ยังไม่เคยเจอเหล้าเข้มขนาดนี้ก็แค่นั้นเอง”ผู้กองสาวรีบบอกว่าเธอยังไหว คิดในใจ ดองมาพันปีหรือยังไงวะเนี่ย แอลกอฮอล์น่าจะ 100 ดีกรีเลยมั้ง เห็นเหล้าเข้มๆแล้วนึกถึงดาบสองขานั้นชอบเหล้าเข้มๆ มาก รสชาติจะออกคล้ายๆ เหล้าขาวแต่มีกลิ่นหอมของอะไรสักอย่างนึกไม่ออก นี่ละมั้งที่เค้าว่า “กินง่ายเมาง่าว” ลูกน้องคนเหนือเป็คนบอกเวลาล้อมวงกินเหล้ากัน ฮ่าๆๆ
“เ้าไหวแน่นะ”องค์ชายถามย้ำอีกที
“แน่สิ ข้าไม่คออ่อนขนาดนั้นหรอก ฮ่าๆๆ”หญิงสาวรีบตอบ
“งั้นเชิญท่านทั้งสามร่ำสุรากันให้สนุกสนานเถิด ข้ากับเมียขอตัวไปพักในเรือนก่อน ่นี้นางป่วย”ท่านผู้นำกล่าวและลุกขึ้นเดินไปหานายหญิงและจับแขนเธอให้ลุกขึ้นยืน
“เชิญตามสบายเถิด ขอให้ท่านหายไวๆนายหญิง”องค์ชายสามกล่าวกับท่านผู้นำและนายหญิง
“งั้นเรามาดื่มฉลองให้กับพระชายากันดีกว่า”ขันทีฟังกงรีบเอ่ยชวน
“ฉลองเื่อะไรกัน ไม่เป็ไร เื่อะไรก็ช่าง เอ้า! ชน!”เธอบอกและรินเหล้าส่งให้ชายหนุ่มทั้งสองและยื่นจอกเหล้าเข้าไปตรงกลาง
ชายหนุ่มทั้งสองรับและยื่นจอกชนกับหญิงสาว ทั้งสองหนุ่มก็เริ่มเล่าเื่วีรกรรมสมัยเด็กๆให้หญิงสาวฟังพากันหัวเราะอย่างสนุกสนานเพราะฤทธิ์ของสุรานั่นเอง และเวลาผ่านไปไม่นานชายหนุ่มทั้งสองก็ฟุบลงไปกับโต๊ะพร้อมๆ กัน
“เฮ้อ หลับเสียที รอตั้งนาน”ผู้กองสาวบ่นออกมาเบาๆเมื่อเห็นสองหนุ่มฟุบหลับไปกับโต๊ะ
“แล้วเราจะเอาขึ้นไปบนเรือนยังไงวะเนี่ย อ่อ ทหาร! ทหาร!”เมื่อคิดออกก็รีบเรียกทหารที่นั่งล้อมลงอยู่ไม่ไกลให้เข้ามาหา
“มีอะไรให้ข้าช่วยเหรอพะย่ะค่ะ”ทหารสี่นายรีบวิ่งเข้ามาถาม
“พวกเ้าช่วยกันแบกองค์ชายสามและขันทีฟังกงไปที่เรือนให้ข้าหน่อย น่าจะเมาหลับกันไปหมดแล้ว”หญิงสาวรีบบอก
“ได้ขอรับ”ทหารตอบและรีบกวักมือเรียกชาวบ้านอีกสามคนมาช่วยกัน
หลังจากทหารพาองค์ชายเข้าไปนอนบนเตียงและขันทีฟังกงนอนตรงหน้าห้องเรียบร้อยแล้ว เธอก็สั่งให้ทุกคนลงไปสนุกกันต่อ
“ขอบใจพวกเ้ามาก ไปสนุกกันต่อเถอะ เดี๋ยวทางนี้ข้าจัดการเอง”หญิงสาวบอก
“ขอรับ”เหล่าทหารและชาวบ้านรับคำและพากันเดินลงเรือนไปร่วมวงกับเพื่อนๆ ที่หน้าลานหมู่บ้านต่อ
“ก็แค่นี้แหละ มอมเหล้าอย่างเดียวมันน้อยไป ระดับผู้กองก้ามปูแล้วมันต้องเอาให้สลบตื่นเช้ากันไปเลย สมน้ำหน้า ฮ่าๆๆ ไปนอนดีกว่า สบายใจละคืนนี้”ผู้กองสาวเอ่ยขึ้นและหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เพราะตอนที่เธอไปเดินชมหมู่บ้านนั้นบังเอิญไปเจอแม่เฒ่าที่เก่งเื่นำสมุนไพรมาใช้รักษาเป็ยาหลายๆ อย่าง พอได้พูดคุยกันแม่เฒ่าก็ชอบใจหญิงสาว จึงให้ยาและสมุนไพรมาหลายชนิดพร้อมบอกวิธีใช้เรียบร้อย รวมถึงยานอนหลับที่เธอแอบใส่ลงไปในเหล้านี่ก็ด้วยเช่นกัน ด้วยความที่เธอเป็ตำรวจจึงมีความว่องไวในเื่นี้ ไม่มีทางที่สองหนุ่มจะจับตามองได้ทันแน่นอน เพราะถ้ามองทันคงไม่สลบเหมือดไปอย่างที่เห็นตอนนี้
“ฝันดีนะองค์ชายหน้าขาวแต่ปากแดง ฮ่าๆๆ”ผู้กองสาวหันมาบอกอีกครั้งและไปจัดที่นอนล่างเตียงขององค์ชายหนุ่ม