เวลานี้อนาเธอร์รู้สึกถึงความอึดอัดเล็กน้อยเมื่อถูกล้อมรอบด้วยหญิงสาวมากมายเช่นนี้
เขาไม่เคยคุ้นเคยกับการได้รับความสนใจจากผู้หญิงมากขนาดนี้ และถึงแม้ว่าเขาจะเข้าใจถึงเหตุผลที่พวกเธอต้องการใกล้ชิดกับเขา
อนาเธอร์ก็ไม่ได้ต้องการความสัมพันธ์ที่ขึ้นอยู่กับสถานะและชื่อเสียง เขาต้องการคนที่สามารถเห็นคุณค่าของตัวตนจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่ความเป็นทายาทของตระกูลซิกฟริด
ขณะเดียวกัน นักเรียนชายหลายคนในห้องเรียนพิเศษหมายเลข 7 ก็เริ่มแสดงท่าทีที่ไม่พอใจ หลายคนไม่ชอบใจที่อนาเธอร์ได้รับความสนใจมากเกินไป
โดยเฉพาะจากผู้หญิงที่พวกเขาหมายตาเอาไว้ บางคนถึงกับกระซิบกระซาบกันอย่างไม่พอใจ
“แค่หล่อแล้วมีอำนาจแล้วไง?”
“มหาวิทยาลัยนี้ไม่ได้วัดกันที่ความหล่อ แต่วัดกันที่พลังและความสามารถต่างหาก”
เสียงหนึ่งดังขึ้นเบาๆจากกลุ่มนักเรียนชายที่นั่งอยู่ด้านหลัง ทำให้อีกคนต้องพูดกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วย
“ใช่ พวกเราต่างก็ฝึกฝนเพื่อที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าคิดว่าจะเข้ามาแล้วได้รับทุกอย่างโดยง่าย ข้าคงต้องขอดูหน่อยว่าเขาจะทำได้ดีแค่ไหน”
อีกคนเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย พลางจ้องมองเขาเหมือนกำลังเย้ยหยันอยู่นิดๆ
อนาเธอร์ได้ยินเสียงกระซิบเหล่านั้น แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขาเข้าใจดีว่านักเรียนชายหลายคนอาจรู้สึกอิจฉาและไม่พอใจที่ตนได้รับความสนใจมากกว่าใคร
“ท่านอนาเธอร์.. ไม่ต้องไปสนใจเสียงนกเสียงกาหรอกค่ะ”
“ว่าแต่ข้าได้ยินมาว่าท่านเป็นผู้สืบทอดอวาตาร์เทพเจ้าหรือ?”
นักเรียนหญิงอีกคนถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
อนาเธอร์พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ดูสบายๆ
“ถูกต้อง เป็นผู้สืบทอดของซุนหงอคงน่ะ แต่ยังไงก็ตาม ฉันก็เพิ่งจะเริ่มต้นในการเป็นผู้เล่น”
“ได้แต่หวังว่าพวกคุณจะเข้าใจ เพราะฉันเองก็ยังต้องศึกษาและพัฒนาตัวตนอยู่อีกมาก!”
คำพูดของอนาเธอร์ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนเงียบลงเล็กน้อย ผู้หญิงที่ล้อมรอบตัวเขาต่างก็มองหน้ากัน พวกเธอรู้สึกทึ่งกับความถ่อมตัวของชายหนุ่ม แม้ว่าเขาจะมีสถานะที่สูงส่งและอำนาจที่มากมาย แต่เขาก็ยังแสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง
“กลับไปนั่งที่ของตนเองกันได้แล้ว!”
ในขณะที่บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง เสียงที่ดุดันของชายวัยกลางคนผู้นึงก็ได้ดังขึ้น พร้อมกับอาจารย์ประจำห้องได้เข้ามาท่าทีที่สงบนิ่ง
เขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าขึงขังและดวงตาที่เฉียบคม การมาถึงของอาจารย์ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงในทันที
“ข้าคืออาจารย์ประจำห้องเรียนพิเศษหมายเลข 7 มีชื่อว่าซุนเหอ”
“ข้าคาดหวังว่าจะเห็นพวกเจ้าจะพิสูจน์ตัวเองผ่านการฝึกฝนและการต่อสู้ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การพูดหรือการแสดงออก”
เขาประกาศด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง
จากนั้นอาจารย์หันมามองอนาเธอร์เล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ทายาทตระกูลซิกฟริดหรือใครก็ตามที่เข้ามาในห้องเรียนนี้ ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะรู้ดี ที่นี่คือสถานที่แห่งการฝึกฝน ทุกคนจะต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำ ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเสียงหรือสถานะ!”
อนาเธอร์พยักหน้ารับต่อคำพูดของอาจารย์ พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบริเวณมุมปาก
“เอาละ วันนี้ข้าจะสอนถึงเรื่องราวของดันเจี้ยนที่มีรูปแบบต่างๆ”
ไม่นานหลังจากที่อาจารย์ประจำห้องได้เริ่มการสอน เขาได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของดันเจี้ยน และความท้าทายต่างๆที่นักเรียนในมหาวิทยาลัยจะต้องเผชิญ
การเรียนรู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากนักเรียนทุกคนที่เข้ามาที่นี่ จะต้องผ่านการฝึกฝนและการต่อสู้ในดันเจี้ยนเพื่อทดสอบความสามารถและพัฒนาทักษะของตนเอง
ดันเจี้ยนไม่ใช่เพียงแค่อาณาเขตที่เต็มไปด้วยความลึกลับและศัตรูที่ทรงพลัง
พวกมันสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและมีความอันตรายที่ซับซ้อนกว่าที่เห็น ผู้เล่นมากมายต่างต้องพบเจอกับอุปสรรค บางคนยังไม่ทันได้ต่อสู้ก็ต้องตกตายลงซะก่อนแล้ว
“ฟังไว้นะ ดันเจี้ยนทุกแห่งนั้นมีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน”
ซุนเหอได้พูดถึงคุณสมบัติต่างๆของดันเจี้ยน รวมถึงความอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใน
นักเรียนทุกคนต่างเงียบฟังด้วยความตั้งใจ เพราะพวกเขารู้ดีว่าข้อมูลที่อาจารย์กำลังสอนอยู่นั้นมาจากประสบการณ์ที่แท้จริง และมีประโยชน์มากในการเอาชีวิตรอดในดันเจี้ยน
แล้วอาจารย์ไม่ได้สอนเพียงแค่เรื่องพื้นฐานเท่านั้น ชายวัยกลางคนยังให้คำแนะนำจากประสบการณ์ที่เขาสะสมมาจากการต่อสู้กับปีศาจและศัตรูในดันเจี้ยนต่างๆทั่วโลก
“พวกเจ้าจะได้เผชิญหน้ากับปีศาจหลากหลายชนิดภายในดันเจี้ยน”
อาจารย์พูดขณะที่เขาเดินไปมาที่หน้าห้องเรียน สายตาของเขามองไปยังนักเรียนทุกคนอย่างเคร่งขรึม
“พวกมันไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาดธรรมดา แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาและมีจุดอ่อนที่พวกเจ้าต้องเข้าใจ”
“อย่าคิดว่าการต่อสู้กับพวกมันจะง่าย ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับปีศาจ พวกเจ้าต้องเตรียมพร้อม รู้จักใช้จุดอ่อนของมันให้เป็นประโยชน์”
ตอนนั้นซุนเหอได้อธิบายถึงจุดอ่อนของปีศาจบางตัวที่พวกนักเรียนจะต้องเผชิญในดันเจี้ยนครั้งแรก เช่นปีศาจที่ใช้ธาตุไฟมักมีความอ่อนแอต่อพลังน้ำ หรือปีศาจที่สามารถล่องหนได้ซึ่งจะมีจุดอ่อนอยู่ที่พลังจิตวิญญาณที่อ่อนแอ
การต่อสู้กับปีศาจเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้พลังอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยกลยุทธ์และความเข้าใจในจุดอ่อนของพวกมัน เพื่อเอาชนะให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด
การสอนที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ของซุนเหอ ทำให้นักเรียนทุกคนต่างฟังด้วยความตั้งใจ
“หืม? ฉันเพิ่งรู้ว่ามีอะไรแบบนี้ด้วย”
อนาเธอร์เองก็รู้สึกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์นี้มันน่าสนใจมาก
ขณะที่เวลาผ่านไป การสอนวันนี้ก็ใกล้จะจบลง จากนั้นซุนเหอก็ได้กล่าวคำบอกลา
“เอาละ วันนี้พอเท่านี้ก่อน.. อย่าลืมหาทีมไปลงดันเจี้ยนเพื่อเพิ่มเลเวลและประสบการณ์ละ”
และเมื่อสิ้นสุดการบรรยาย นักเรียนทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับหอพักเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันต่อไป ส่วนบางคนก็ลงดันเจี้ยนเพื่อเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์กันในทุกๆวันอยู่แล้ว เพราะถึงยังไง ผู้เล่นก็จะต้องพึ่งพาระดับเลเวลและค่าสถานะของตนเอง ไม่อาจนิ่งเฉยได้ในทุกๆวัน
“พูดอธิบายการสอนประมาณ 1 ชั่วโมงเองเหรอ? ดูเหมือนมหาวิทยาลัยจะให้อิสระกับเหล่านักเรียนเป็นอย่างมาก!”
อนาเธอร์เริ่มเข้าใจถึงกฎและระเบียบต่างๆในมหาวิทยาลับแห่งนี้
“ก่อนอื่นต้องไปสำรวจมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ ได้ยินมาว่ามีหลายแห่งที่น่าสนใจ”
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเดินออกจากมหาวิทยาลัย ก็ยังคงมีนักเรียนหญิงจำนวนมากที่ล้อมรอบตัวเขา
“ท่านอนาเธอร์.. ไม่ทราบว่าว่างไหมค่ะ พวกเราไปเที่ยวกันไหม?”
“ถอยไปเลยนะนังบ้า.. ท่านอนาเธอร์จะต้องไปกับสุดสวยเช่นเราตังหาก”
พวกเธอพูดคุยกันและพยายามดึงความสนใจของเขาอย่างจริงจัง
แต่อนาเธอร์ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง
“ขอตัวก่อนนะทุกคน”
เขาพูดคุยเพียงเล็กน้อยและเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แม้ว่าจะมีสายตาหลายคู่ที่จับจ้องไปที่เขาอย่างหลงใหล
ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายและสนุกสนาน มีบางสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
ในขณะที่อนาเธอร์กำลังเดินผ่านลานกว้างของมหาวิทยาลัย เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของกลุ่มชายหนุ่มที่เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและอารมณ์โกรธ
“นั่นมันไงละไอ้เจ้าชายน้อย!”
นักเรียนชายเหล่านี้เป็นดูแข็งแรงและเต็มไปด้วยพลัง พวกเขามองอนาเธอร์ด้วยสายตาที่แสดงถึงความอิจฉาและความหมั่นไส้ ผู้นำกลุ่มเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าของเขาดุดันและแสดงออกถึงความมั่นใจในตัวเอง
เขาก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าอนาเธอร์ และชี้นิ้วไปยังเขาด้วยความท้าทาย สายตาของเขาเต็มไปด้วยความดูถูก
“เจ้าอนาเธอร์ใช่ไหม? ข้าได้ยินว่าพวกผู้หญิงพากันล้อมรอบเจ้าเหมือนเจ้าคือเทพเจ้า”
“ข้าล่ะทนไม่ไหวจริงๆ หวังว่าจะได้รับทุกอย่างโดยง่ายเพียงเพราะมีใบหน้าหล่อๆและสถานะสูงส่งหรือไง?”
ชายหนุ่มพูดเสียงดังจนทุกคนที่อยู่รอบข้างหันมามอง และเริ่มเห็นถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายละ?”
อนาเธอร์เหลือบมองและหันไปถามกับชายหนุ่มคนนั้น ไม่รอให้อนาเธอร์ได้พูดอะไรต่อ
ใบหน้าของเขาแดงก่ำและดูโกรธเป็นอย่างมาก ขณะที่ได้ก้าวเท้าเข้ามาใกล้มากขึ้น
และได้ชี้นิ้วเข้าไปบริเวณอกของอนาเธอร์ด้วยท่าทีและน้ำเสียงที่ดูข่มขู่
“ข้าขอท้าประลองกับเจ้า!”
“ข้าอยากจะเห็นว่าเจ้าจะเก่งขนาดไหนโดยไม่ใช้ทักษะสกิลและอาวุธ พวกข้าจึงขอท้าให้ใช้เพียงแค่ศิลปะการต่อสู้เท่านั้น ให้มันเป็นการต่อสู้ของลูกผู้ชายที่แท้จริง!”
“เจ้ามีเลเวล 30 ส่วนข้ามีเลเวล 40”
“ค่าสถานะและระดับเลเวลไล่เลี่ยกัน น่าจะยุติธรรมกันดีนะ!”
..
หาเรื่อง แม่งมีทุกที่จริงๆ 555+